-4-บัญชี_Cover_1.jpg

kinyupen_adminMay 19, 2020

รู้อย่างนี้นะ… ถ้ารู้ว่าเป็นแบบนี้ฉันจะ… ไว้ก่อนน่าจะดี

วิกฤตจากโควิด-19 ครั้งนี้สร้างบทเรียนมากมายให้กับใครหลายๆ คน ในวันที่ทุกคนเดือนร้อนกันหมด คนที่ใช้ชีวิตปกติได้อยู่ก็คือคนที่เตรียมพร้อมมาตลอด เรามาลองหาแนวทางฟื้นตัว และป้องกันหายนะทางการเงินไว้เลยดีกว่า

 

 

สูตรจัดการเงินผ่าน 4 บัญชี

1. บัญชีใช้จ่ายประจำวัน

ควรเป็นบัญชีที่ฝาก-ถอน-โอน ง่าย สามารถดูยอดเงินคงเหลือได้ตลอดเวลา

 

2. บัญชีเงินเก็บฉุกเฉิน

เงินฉุกเฉินควรมีอย่างน้อยให้พอสำหรับค่าใช้จ่าย 3 – 6 เดือนก็ได้ ก่อนอื่นให้สำรวจตัวเองมีค่าใช้จ่ายรวมแต่ละเดือนเท่าไหร่ลองคูณดู เงินฉุกเฉินนี้ควรเป็นการออมที่เบิกถอนง่าย มีความเสี่ยงต่ำ

 

3. บัญชีเงินออมระยะยาว

ตั้งเป้าหมายในอนาคตไกลๆ แล้วนำเงินมาฝากไว้ที่นี่ เช่น เงินแต่งงาน ซื้อบ้าน เงินใช้หลังเกษียณ สำหรับผู้เริ่มต้น อาจเปิดบัญชีเงินฝากดอกเบี้ยสูงก็ได้

 

4.บัญชีลงทุน

ควรเป็นเงินเย็น (ไม่ร้อนเงิน จะไม่ถอนเงินก้อนนี้มาใช้จ่าย) เลือกลงทุนได้ตามความถนัดให้เข้ากับความเสี่ยงที่รับได้เพื่อให้เงินงอกเงยต่อไป และควรศึกษาให้ดีก่อนการลงทุน เช่น สลากออมทรัพย์ กองทุนรวม หุ้น พันธบัตรรัฐบาล เป็นต้น

 

การบริหารจัดการเงินที่ดีทำให้เราจัดการด้านการเงินได้อย่างมีระบบ นำไปสู่มีอนาคตที่มั่นคงและมีความสุข หากประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับตัวเอง ก็จะไปถึงเป้าหมายและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีอย่างที่ฝันไว้ได้ไม่ยาก


_Cover_1.jpg

kinyupen_adminApril 27, 2020

พิษโควิด-19 นำไปสู่ผลกระทบรุนแรงเกินกว่าที่คาด โดยเฉพาะเศรษฐกิจและการหารายได้ เพื่อจะให้กิจการเดินต่อไปได้ หลายองค์กรไม่มีทางเลือก ก็ต้องเลิกจ้าง หรือ ปรับลดเงินเดือนพนักงานลง แต่ปัญหาของลูกจ้างคือ เงินรายได้ลดลงแต่ค่าใช้จ่ายยังอยู่เท่าเดิมนั่นละสิ เป็นผลให้เกิดหายนะทางการเงินกับใครหลายคน แม้มีมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบแล้ว แต่ก็ยังไม่ครอบคลุมความเดือดร้อนทั้งหมด ในจุดนี้หากพึ่งพาตัวเองได้ก็ต้องทำ

 

จากบทเรียนวิกฤตินี้ ทำให้เริ่มคิดอยากมีเงินออมเผื่ออนาคตข้างหน้าบ้างแล้ว แต่แค่มีเงินให้พอใช้แต่ละวันยังลำบาก แล้วขีดจำกัดเรามีแค่ไหน? แค่ไหนเราถึงออมเงินได้? กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอพาคุณวางแผนการใช้เงินใหม่ หนีหายนะทางการเงินให้ก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดี

 

1.รีบจัดการค่าใช้จ่าย Fix Cost ก่อนใช้

ทันทีที่ได้เงินเดือน ให้หักลบค่าใช้จ่าย Fix Cost  เช่น ค่าเช่า ค่ารายเดือนต่างๆ เงินผ่อน เงินที่ต้องส่งไปที่บ้าน เป็นต้น เพราะรายจ่ายดังกล่าวเราไม่สามารถควบคุมได้ ดังนั้นเมื่อหักภาระดังกล่าวไปแล้ว จึงหักเงินออมเก็บไว้ก่อน แล้วใช้จ่ายตามงบประมาณที่มี

(รายได้ – Fix Cost) – เงินออม = รายจ่ายคงเหลือในเดือนนั้น

ข้อดีของวิธีนี้คือทำให้เราต้องจดบันทึกไว้เป็นนิสัย และเมื่อเห็นตัวเลขชัดๆ แล้ว เราจึงรู้ขีดจำกัดของตัวเอง หากมีรายจ่ายมหาศาลก็ไม่ต้องฝืนออมเงินมากจนเกินไป ถ้าบวกลบแล้วเหลือค่ากินใช้น้อยมากๆ ไม่พอกินแน่ๆ ค่อยจัดสรรส่วนของรายจ่าย และเงินออมได้ตามความเหมาะสม

 

2.ลดค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่เราควบคุมได้

ความไม่แน่นอนคือความแน่นอน มันไม่ได้จบแค่มีใช้พอดีไปวันๆ เกิดมีค่ายา ค่ารักษา ค่าซ่อมอีก เงินออมอาจจะไม่พอ!

เมื่อเราแบ่งส่วนในข้อ 1 ชัดเจนแล้ว ในส่วนสุดท้ายที่เป็นรายจ่ายนั้นเราสามารถคุมมันได้ ไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าของใช้ส่วนตัว ค่าเครื่องใช้ในบ้าน ซึ่งวิธีลดค่าใช้จ่ายมีมากมาย ไม่ว่าจะทำอาหารกินเอง ใช้บริการรถสาธารณะ ลดซื้อของไม่จำเป็น หรือแม้กระทั่งการประหยัดไฟ

 

3.มองหาสิทธิพิเศษต่างๆ

ไม่ใช่แค่มาตรการจากรัฐบาลเท่านั้น ควรหาช่องทางลดภาระค่าใช้จ่ายเท่าที่ทำได้ วิธีนี้ใช้ได้ทั้งเรื่องเล็กจนถึงเรื่องใหญ่ เช่น ซื้ออาหารราคาป้ายเหลืองช่วงเย็น ใช้แต้มเก่าเก็บที่สะสมไว้แทนเงินสด ไปจนถึงซื้อกองทุนเพื่อลดหย่อนภาษี แต่ควรใช้วิธีนี้อย่างมีสติ มิเช่นนั้นจะติดบ่วงการตลาดกันหมด

 

4.หารายได้เสริม

นอกจากงานทั่วไปแล้ว ไม่ว่าจะโล๊ะของที่ไม่ใช้แล้วไปขาย หรือขายของออนไลน์ ก็ทำเงินได้ทั้งนั้น บางคนถือโอกาสทองช่วงกักตัวเปิดร้านขายอาหารในหมู่บ้านขายดีเป็นเทน้ำเทท่า อาจเริ่มจากทีละน้อยก่อน เช่น ลูกชิ้น หมูปิ้ง ทั้งนี้ต้องดูการตลาดให้เป็น

 

5.เจรจาต่อรองหนี้ (ถ้าคุณมีหนี้สิน)

พิษโควิด-19 ก่อความเดือดร้อนกันถ้วนหน้า ธนาคารและเจ้าหนี้ส่วนใหญ่มีมาตรการเยียวยาลูกหนี้ไว้แล้ว ลองหาข้อมูล เงื่อนไข หรือสอบถามกับเจ้าหนี้เพื่อแบ่งเบาดอกเบี้ย หรือพักการชำระหนี้ไปก่อนตามข้อตกลงที่รับได้ทั้งสองฝ่าย

 

วิกฤติในครั้งนี้สร้างบทเรียนมากมายให้กับใครหลายๆ คน ในวันที่ทุกคนเดือดร้อนกันหมด คนที่ใช้ชีวิตปกติได้อยู่ก็คือคนที่เตรียมพร้อมมาตลอด ดังนั้นเราควรตระหนักในอนาคตที่ไม่แน่นอนอยู่เสมอ ให้ความสำคัญกับเรื่องเงินทอง มองหาแนวทางฟื้นตัว และป้องกันหายนะทางการเงินไว้ก่อนก็ไม่เสียหาย เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินและเป็นเกราะป้องกันตัวเองในอนาคต


bankthai-help-Cover_1.jpg

zebertoothApril 7, 2020

กลุ่มธนาคารรัฐ

 

ธนาคารออมสิน (GSB)

  • พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยอัตโนมัติ 3 เดือน

เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ถึง วันที่ 30 มิถุนายน 2563ให้กับกลุ่มลูกค้าต่อไปนี้

  1. ลูกค้าเงินกู้ทุกรายที่มีสถานะชำระปกติมีหนี้ค้างชำระไม่เกิน 3 เดือน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563
  2. ลูกค้าสินเชื่อบุคคล สินเชื่อเคหะที่มีเงินต้นคงเหลือไม่เกิน 3 ล้านบาท
  3. สินเชื่อ SMEs ที่มีเงินต้นคงเหลือไม่เกิน 20 ล้านบาท
  • ลูกค้าบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด ลดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำเหลือ 5% ของยอดเงินที่เรียกเก็บถึงปี 2564 จากนั้นปี 2565 ผ่อนชำระขั้นต่ำอัตรา 8% และปี 2566 ผ่อนชำระขั้นต่ำอัตรา 10% ของยอดเงินที่เรียกเก็บ

 

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (GH Bank)

  • พักชำระเงินต้นระยะเวลา 3 เดือน และจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยรายเดือน สำหรับลูกค้าที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท (ไม่จำกัดกรอบวงเงินสินเชื่อ) มีสถานะบัญชีปกติ ไม่อยู่ในสถานะกฎหมาย สามารถลงทะเบียนได้ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2563
  • พักชำระเงินต้นระยะเวลา 1 ปี และจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยรายเดือน (ไม่จำกัดกรอบวงเงิน สินเชื่อ) เมื่อครบกำหนดระยะเวลาแล้ว ยังสามารถแจ้งความประสงค์ขยายระยะเวลาการผ่อนชำระเพิ่มได้นานสูงสุดอีก 10 ปี ซึ่งจะทำให้เงินงวดรายเดือนของลูกค้าลดลงอีกด้วย สามารถลงทะเบียนได้ภายในวันที่ 30 เมษายน 2563
  • พักชำระเงินต้นระยะเวลา 6 เดือน พร้อมลดดอกเบี้ยเหลือ 3.90% ต่อปี และจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยรายเดือน กรอบวงเงินสินเชื่อ 50,000 ล้านบาท

 

กรุงไทย (KTB)

  • พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยนาน 3 เดือน ให้ลูกค้ารายย่อยและลูกค้าธุรกิจที่มีสถานะชำระปกติ ทั้งลูกค้าสินเชื่อบุคคล ได้แก่ สินเชื่อ Smart Money และสินเชื่ออเนกประสงค์ 5 Plus และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท รวมทั้งสินเชื่อธุรกิจ ที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 20 ล้านบาท ยสามารถยื่นความประสงค์เข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2563
  • พักชำระเงินต้น 12 เดือนให้กับลูกค้ารายย่อย ขยายระยะเวลาชำระหนี้ตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) และสินเชื่อ Trade Finance ออกไปอีก 6 เดือน สำหรับลูกค้าธุรกิจที่มีรายได้ลดลง
  • สินเชื่อกรุงไทยต้านภัยโควิด-19 ดอกเบี้ยเริ่มต้น 2% ต่อปี คงที่ 2 ปีแรก วงเงินกู้สูงสุด 20 ล้านบาท ฟรีค่าธรรมเนียม (บสย. ค้ำประกัน 4 ปี) ทำธุรกรรมโอน รับ จ่าย ไม่คิดค่าธรรมเนียมนาน 1 ปีกับลูกค้าธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อาทิ ธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว โรงแรม รถเช่า ร้านขายของฝาก ของที่ระลึก

 

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Bank)

  • พักชำระเงินหนี้เงินต้นเป็นเวลา 3 เดือน นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 เป็นต้นไป คงเหลือชำระเฉพาะดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือนเท่านั้น โดยให้สิทธิ์แก่ลูกค้าเงินกู้ทุกรายที่มีสถานะชำระปกติจนถึงที่มีหนี้ค้างชำระไม่เกิน 3 เดือน ณ วันที่ 1 มีนาคม 2563 ซึ่งลูกค้าที่เข้าเกณฑ์ดังกล่าวจะได้รับสิทธิโดยอัตโนมัติทันที
  • ลดอัตราดอกเบี้ยลง 1% เป็นเวลา 1 ปี สำหรับลูกค้ากลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว ประกอบด้วยธุรกิจโรงแรม ธุรกิจห้องพัก ธุรกิจสปา ธุรกิจร้านอาหาร/ภัตตาคาร ธุรกิจนำเที่ยว มัคคุเทศก์ และบริการขนส่งนักท่องเที่ยว ที่ได้รับผลกระทบทางตรงใน 22 จังหวัดหลักตามข้อมูลจาก ททท.

 

 

กลุ่มธนาคารเอกชน

 

ธนาคารกสิกรไทย (KBank)

  • ลูกค้าบัตรเครดิต ลดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำเหลือ 5% ถึงปี 2564 ปรับเป็น 8% ในปี 2565 และ 10% ในปี 2666 มีผลกับลูกค้าโดยอัตโนมัติ ไม่จำเป็นต้องติดต่อมายังธนาคารแต่อย่างใด
  • ลูกค้าบัตรเครดิตและบัตรเงินด่วน XPress Cash พักชำระเงินต้นจ่ายแต่ดอกเบี้ย จนถึงเดือนธันวาคม 2563
  • สินเชื่อบ้าน พักชำระเงินต้นจ่ายแต่ดอกเบี้ย หรือ ลดยอดผ่อนต่องวด 50% ระยะเวลาสูงสุด 12 เดือน
  • สินเชื่อรถยนต์ K Leasing พักชำระเงินต้น และดอกเบี้ยได้ 3 รอบบัญชี
  • สินเชื่อธุรกิจ K SME พักชำระเงินต้นจ่ายแต่ดอกเบี้ยระยะเวลา 1 ปี และขอวงเงินสินเชื่อเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง มี 2 ทางเลือกได้แก่
  1. โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ วงเงินกู้สูงสุด 20 ล้านบาท ระยะเวลา 5 ปี ในช่วง 2 ปีแรกรับอัตราดอกเบี้ยคงที่ 2% และจ่ายแต่ดอกเบี้ย
  2. โครงการ SME สร้างไทย (บสย. เป็นผู้ค้ำประกัน) วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท ระยะเวลาผ่อนชำระคืนสูงสุด 7 ปี

 

ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB)

  • ลูกค้าบัตรเครดิต ลดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำเหลือ 5% ถึงปี 2564 ปรับเป็น 8% ในปี 2565 และ 10% ในปี 2666
  • ลูกค้าบัตรเครดิตและและสินเชื่อหมุนเวียน Speedy Cash พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุด 6 เดือน
  • สินเชื่อบุคคล Speedy Loan พักชำระเงินต้น ระยะเวลาสูงสุด 6 เดือน
  • สินเชื่อบ้าน พักชำระเงินต้น ระยะเวลาสูงสุด 6 เดือน
  • สินเชื่อรถยนต์ พักชำระค่างวด 6 เดือน
  • สินเชื่อผู้ประกอบการรายย่อย ยอดขายไม่เกิน 75 ล้านบาท พักชำระเงินต้นสูงสุด 6 เดือน และสามารถขอสินเชื่อเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง ผ่านโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ อัตราดอกเบี้ย 2% นาน 2 ปี ระยะเวลาการกู้สูงสุด 10 ปี วงเงินกู้สูงสุด 20 ล้านบาท

หมายเหตุ อยู่ระหว่างเตรียมออกแคมเปญ “ดีจัง แบ่งชำระ รายเดือน” (Call for ดีจัง) ดอกเบี้ยพิเศษ 12% ต่อปี ระยะเวลา 48 เดือน ผ่านแอปพลิเคชั่น “SCB EASY” (ข้อมูล ณ 6 เมษายน 2563)

 

ธนาคารกรุงเทพ (BBL)

  • ลูกหนี้บัตรเครดิต ลดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำอยู่ที่ 5% ต่อเนื่องเป็นเวลา 2 ปี มีผลตั้งแต่รอบบิลวันที่ 1 เมษายน 2563 เป็นต้นไป
  • กลุ่มลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง สามารถขอรับความช่วยเหลือปรับอัตราดอกเบี้ยเป็นกรณีพิเศษเป็นคงเหลือที่ 12% โดยต้องเป็นผู้ที่มีอาชีพหรือทำงานในธุรกิจโรงแรม การท่องเที่ยว สายการบิน และอาชีพในธุรกิจเกี่ยวเนื่อง หรือ ลูกค้าที่มีรายได้น้อยกว่า 30,000 บาท/เดือน
  • กลุ่มลูกค้าสินเชื่อ พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยดังนี้
  1. สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับประเภทเงินกู้ (Installment Loan) ลงทะเบียนขอรับการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยได้เป็นระยะเวลา 3 เดือน แจ้งความประสงค์เป็นรายบุคคลมายังช่องทางของธนาคาร
  2. สินเชื่อที่อยู่อาศัย วงเงินขณะอนุมัติไม่เกิน 3 ล้านบาท ลงทะเบียนขอรับการพักชำระเงินต้น (จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย) ได้เป็นระยะเวลา 3 เดือน
  3. สินเชื่อธุรกิจ SME วงเงินขณะอนุมัติไม่เกิน 20 ล้านบาท สามารถขอพักชำระเงินต้น (จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย) ได้เป็นระยะเวลา 3 เดือน

 

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (Krungsri)

  • พักชำระหนี้เงินต้น หรือ ปรับลดจำนวนเงินผ่อนชำระค่างวด สูงสุดไม่เกิน 12 เดือน พักชำระหนี้เงินผ่อนชำระค่างวด สูงสุดไม่เกิน 6 เดือน ในกลุ่มลูกค้าสินเชื่อบ้าน สินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อเพื่อธุรกิจรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ซึ่งไม่เป็นสินเชื่อค้างชำระเกิน 90 วัน ไม่เคยปรับปรุงโครงสร้างหนี้ หรือ ไม่เป็นสินเชื่อที่อยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย ก่อนวันที่ 1 มกราคม 2563
  • ลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ จะพิจารณามาตรการช่วยเหลือตามผลกระทบที่ลูกค้าได้รับแล้วแต่กรณี
  • กรุงศรีออโต้ พักชำระค่างวดสำหรับรถจักรยานยนต์สูงสุด 5 เดือน / สำหรับรถยนต์สูงสุด 6 เดือน และปรับลดจำนวนเงินผ่อนชำระค่างวดลง
    • สินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรเครดิตในเครือกรุงศรีคอนซูมเมอร์ ลดอัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำต่อเดือน
      ผลิตภัณฑ์สินเชื่อส่วนบุคคลจากเดิม 5% เหลือ 3% (เฉพาะสินเชื่อแบบชำระขั้นต่ำ) ตามรอบบัญชีตั้งแต่ 18 มีนาคม 2563 ถึง 31 ธันวาคม 2564
    • ผลิตภัณฑ์บัตรเครดิตจากเดิม 10% เหลือ 5% ตามรอบบัญชีตั้งแต่ 1 เมษายน 2563 ถึง 31 ธันวาคม 2564

 

ธนาคารทหารไทย (TMB) และธนชาต (Thanachart)

  • ลูกค้าบัตรเครดิต ลดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำเหลือ 5% ถึงปี 2564 ปรับเป็น 8% ในปี 2565 และ 10% ในปี 2666
    มีผลกับลูกค้าโดยอัตโนมัติ ไม่จำเป็นต้องติดต่อมายังธนาคารแต่อย่างใด ส่วนบัตรกดเงินสดเหลือ 3%
  • สินเชื่อบ้านและสินเชื่อบุคคล พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 3 เดือน
  • สินเชื่อรถยนต์ ธนชาต Drive พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุด 6 เดือน
  • สินเชื่อเอสเอ็มอี เงินกู้ระยะยาวพักเงินต้น 6 เดือน ลดอัตราดอกเบี้ย O/D 1.5% ระยะเวลา 3 เดือน และพักชำระค่าธรรมเนียมประกัน บสย. 12 เดือน
  • ลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่
    • เงินกู้ระยะยาว พักชำระเงินต้นและขยายเวลาผ่อนชำระสูงสุด 6 เดือน
    • เงินกู้ระยะสั้น ขยายเวลาชำระเงินต้น 3 เดือน และเพิ่มวงเงินสินเชื่อ

 

“อ้างอิงข้อมูลจากการประกาศของธนาคารต่างๆ เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2563”

 

หมายเหตุ

 

ข้อมูลเพิ่มเติม ณ วันที่ 6 เมษายน 2563 (ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ)

  • แหล่งข่าววงการสถาบันการเงินเปิดเผยว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ขอความร่วมมือให้ธนาคารพาณิชย์ปรับลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคล (พีโลน) และบัตรเครดิตเพิ่มเติม ช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 เป็นรายกรณี เบื้องต้นคาดว่าสินเชื่อพีโลน หรือบัตรกดเงินสด จะลดดอกเบี้ยลงจาก 28% เหลือ 22% บัตรเครดิต จาก 18% เหลือ 12% หากต้องรอประกาศเป็นทางการจาก ธปท. ภายในเดือน เม.ย.นี้
  • กระทรวงการคลัง สั่งการให้ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ คือ ธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. ทำ “โครงการสินเชื่อฉุกเฉิน” เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับผู้มีอาชีพอิสระที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 เพิ่มเติม อาทิ กลุ่มพ่อค้าแม่ค้า คนขับรถโดยสาร แท็กซี่ สามล้อ มัคคุเทศก์ อัตราดอกเบี้ย 0.1% ต่อเดือน วงเงินกู้ต่อรายสูงสุด 10,000 บาท เป็นเวลา 2 ปี ปลอดชำระเงินกู้ 6 เดือนแรก ไม่ต้องใช้หลักประกัน เพียงแต่ผู้กู้ที่มีสัญชาติไทย อายุ 20 ปีขึ้นไป มีถิ่นที่อยู่อาศัยแน่นอน ประกอบอาชีพอิสระรายได้เดือนละไม่เกิน 30,000 บาท
  • นอกจากนี้ ธนาคารออมสิน มี “โครงการสินเชื่อพิเศษ” สำหรับผู้มีรายได้ประจำที่ได้รับผลกระทบวงเงินกู้ต่อรายสูงสุด 50,000 บาท อดอกเบี้ย 0.35% ต่อเดือน ให้ผ่อนชำระคืนนานถึง 3 ปี การค้ำประกันสามารถใช้บุคคลหรือหลักทรัพย์ค้ำประกันได้ โดยเปิดให้เริ่มลงทะเบียนแจ้งความจำนงใช้บริการตั้งแต่ 15 เม.ย. 2563 เป็นต้นไป ผ่านเว็บไซต์ gsb.or.th ขณะที่ ธ.ก.ส.จะเปิดรับลงทะเบียน 15 เม.ย.นี้เช่นกัน ผ่านทาง LINE “BAAC Family” ทั้ง 2 ธนาคารจะให้บริการสินเชื่อดังกล่าวถึง 30 ธ.ค. 2563