_netflix_Cover_2.jpg

kinyupen_adminMarch 26, 2020

ช่วงโรงหนังปิด ต้องกักตัวอยู่บ้านช่างเงียบเหงาเหลือเกิน ใครกำลังมองหาหนังดีๆ ดูที่บ้าน กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต มีลิสต์ 18 หนังดี หนังดัง มาแนะนำ

 

 

  1. ‘The Irishman’ (2019)เรื่องราวของนักฆ่านามว่า “แฟรงค์ ชีแรน” (โรเบิร์ต เดอ นิโร) ที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุฆาตกรรมของผู้นำสหภาพแรงงานชาวอเมริกัน “จิมมี่ ฮอฟฟา” จากฝีมือกำกับของมาร์ติน สกอร์เซซี
  2. ‘Marriage Story’ (2019)เรื่องราวของความรักที่งดงามในช่วงเวลาที่แตกสลาย เล่าถึงการแต่งงานที่เดินทางไปสู่การหย่าร้าง ระหว่าง ชาร์ลี ผู้กำกับละครเวที และ นิโคล นักแสดงสาวซึ่งพวกเขามีลูกชาย 1 คน
  3. ‘The Ballad of Buster Scruggs’ (2018)เรื่องเล่าที่ไม่ได้ปะติดปะต่อกันในแต่ละเหตุการณ์สะท้อนถึง​สังคมในยุค​ศตวรรษ​ที่19 ทั้งคาวบอย อินเดียนแดง การดวลปืน และแสวงโชค
  4. ‘American Factory’ (2019)สารคดีรางวัลออสการ์ เมื่อมหาเศรษฐีชาวจีนเข้าไปเปิดโรงงานใหม่ในโรงงาน General Motors ซึ่งถูกทิ้งร้าง และว่าจ้างคนงานชาวอเมริกันสองพันคนเข้าทำงาน แต่ความตื่นเต้นและความหวังในตอนต้นต้องพบกับปัญหา เมื่อความไฮเทคของจีนปะทะกับชนชั้นแรงงานของอเมริกา
  5. ‘Goodfellas’ (1990)เรื่องของเด็กผู้ชายผู้ใฝ่ฝันไว้แต่เด็กว่าจะเป็นมาเฟียและเริ่มเข้าวงการโดยรับทำงานเล็กๆ น้อยให้กับแก๊งจนวันหนึ่งเข้าตามาเฟียท้องถิ่นนำมาเก็บเป็นเด็กในสังกัดจากนั้นก็มีมาเฟียรอบจัดมาเป็นพี่เลี้ยงให้เข้าสู่โลกแห่งอาชญากรรม
  6. ‘Monty Python and the Holy Grail’ (1975)หนังตลกแนวเสียดสีการเมืองการปกครอง ผ่านการบอกเล่าถึงอุปสรรคต่าง ๆ ที่กษัตริย์อาเธอร์กับอัศวินโต๊ะกลมเผชิญระหว่างตามหาถ้วยศักดิ์สิทธิ์

 

 

  1. ‘Roma (2018)’ฉายภาพของครอบครัวชาวเม็กซิกันชนชั้นกลางผิวขาวในช่วงปี 1970-1971 ที่อาศัยอยู่ในย่านโรม่า สะท้อนความสัมพันธ์ของ ชนชั้นที่แทรกซึมอยู่ในความเป็นครอบครัว และ การดำเนินชีวิตที่ต้องดิ้นรนพบเจอ

 

  1. ‘Private Life’ (2018)เรื่องเล่าของชีวิตคู่ในวัย 40+ ที่เป้าหมายสำคัญคือ ‘การมีลูก’ จึงทำทุกวิถีทางเพื่อให้สำเร็จตามเป้าหมาย เพราะต่างคิดว่า นั่นคือจุดสูงสุดของชีวิตคู่ ก่อนจะพบและเข้าใจว่าการประคองความสัมพันธ์ด้วยความรัก ความเข้าใจ และความใส่ใจคือสิ่งสำคัญของชีวิตคู่ที่แท้จริง

 

  1. ‘My Happy Family’ (2017)หนังชีวิตจากประเทศจอร์เจีย ที่สะท้อนเรื่องราวของหญิงวัย 52 ที่ต้องการแยกตัวออกจากครอบครัวใหญ่อันประกอบด้วยพ่อ แม่ สามี และลูกชายกับลูกสาว ไปอยู่คนเดียว

 

  1. ‘Silver Linings Playbook’ (2012)เรื่องเล่าที่สื่อว่าชีวิตมักไม่เป็นไปตามแผนของชายผู้สูญสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งบ้าน, งาน และภรรยา ภายหลังใช้เวลาแปดเดือนในโรงพยาบาลจิตเวชและกลับมาอาศัยอยู่กับแม่ และพ่อ เพื่อจะเริ่มชีวิตใหม่คืนดีกับภรรยาหากทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อมีหญิงสาวลึกลับเข้ามาอาสาเป็นแม่สื่อ

 

  1. ‘Atlantics’ (2019)เรื่องราวที่สะท้อนความเหลื่อมล้ำของสังคมมุสลิมในแอฟริกา ผ่านโศกนาฏกรรมของคู่รักที่ถูกพลัดพรากให้ไกลกันไม่เพียงคนละทวีป แต่ยังห่างกันคนละฟากฝั่งของชีวิตกับความตาย
  1. ‘Justin Timberlake + the Tennessee Kids’ (2016) คอนเสิร์ตเรื่องราวในค่ำคืนสุดท้ายของการทัวร์คอนเสิร์ตระดับโลกซึ่งเผยส่วนผสมที่ทำให้โชว์สนุกอลังการ ทั้งนักดนตรีขั้นเทพ และแดนเซอร์มืออาชีพ

 

 

  1. ‘13TH’ (2016) สารคดีเรื่องนี้มีที่มาจาก Thirteen Amendment หรือ บทแก้ไขที่ 13 ซึ่งคือการเลิกทาส สารคดีเรื่องนี้ต้องการบอกว่าคนผิวสีในปัจจุบันได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม ถูกปฏิบัติเยี่ยงทาสจากข้อยกเว้น “นอกเสียจากลงโทษจากอาชญากรรม” อย่างไรบ้าง

 

  1. ‘Rosemary’s Baby’ (1968)เรื่องของลัทธิบูชาซาตานที่เล่าผ่านคู่สามีภรรยา โดยภรรยาตกเป็นเป้าหมายของลัทธิที่จะให้ตั้งท้องลูกของซาตานและบรรดาเพื่อนฝูงรอบตัวของเธอต่างเป็นสมุนของลัทธินี้ แม้แต่สามียังขายวิญญาณเพื่อแลกกับชื่อเสียงทางในการแสดง

 

  1. ‘Mudbound’ (2017)หนังอเมริกัน คลาสสิค ที่เล่าเรื่องสองครอบครัวต่างสีผิวจากมิสซิสซิปปีที่ต้องเผชิญความโหดร้ายของอคติ การทำไร่ และมิตรภาพภายใต้สังคมที่แบ่งแยกในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

 

  1. ‘Mystic River’ (2003)หนังแนวอาชญากรรม สืบสวน เรื่องของเพื่อน 3 คนที่โศกนาฏกรรมในวัยเด็กที่เกิดขึ้นกับคนหนึ่งในนั้นเป็นผลพวงอันทำให้ความสัมพันธ์ของคนทั้ง 3 คนต้องเปลี่ยนไป เมื่อเวลาผ่านไปหลายปีต่างคนต่างมีครอบครัว แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นส่งผลให้เพื่อนทั้ง 3 คนต้องกลับมาพบกันอีกครั้งโดยมีปมในอดีตฝังอยู่ลึกๆ ..

 

  1. ‘Okja’ (2017)หนังแนวเสียดสี ประชดสังคมโลกนำเสนอเรื่องราวความสัมพันธ์ของเด็กหญิง หลานสาวของเกษตรกรท้องถิ่นในเกาหลี กับการตามช่วยเหลือซูเปอร์หมู Okja ซึ่งเป็นหมูพิเศษจากโครงการของ บ. Mirando

 

  1. ‘Inception’ (2010)ภาพยนตร์ที่สะท้อนถึงการนำจิตใต้สำนึกมาใช้ประโยชน์ผ่านแนวคิดการโจรกรรมและปลูกฝังผ่านความฝันด้วยเทคโนโลยี

Content_minimalism_Cover_1.jpg

kinyupen_adminFebruary 15, 2020

Minimalism: A Documentary About the Important Things  “มินิมอลิซึม สารคดีเกี่ยวกับสิ่งที่สำคัญ”

สะท้อนความฟุ่มเฟือยของจิตใจ การใช้ชีวิตที่ต้องเผชิญกับแรงกระตุ้น โฆษณา การตลาดและสิ่งยั่วยวนใจในทุกจังหวะของชีวิต ทุนนิยมคือการกระตุ้นให้คนอยากซื้อ (create demand) บังคับให้คนอยากได้ ซึ่งบางทีเราก็ไม่เคยคิดจะอยากได้ เคยไหมซื้อโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำไป

 

 

สารคดีชุดนี้ถามหา นิยามชีวิตของคนเรา ความสุขความสำเร็จของชีวิตควรจะเป็นรูปแบบใด การทำงานหนักเพื่อให้ได้เงินมาเยอะๆ การซื้อของตามความต้องการที่ไม่มีที่สิ้นสุด เพื่อให้สังคมและคนอื่นๆ รับรู้ว่าเรามีความสำเร็จมาก ต้องดิ้นรนมากมายเพียงใด โดยที่เราไม่รู้ตัวว่าเราใช้ชีวิตหมกมุ่น วนเวียนอยู่กับอะไรอย่างไม่มีวันจบ

 

สิ่งของ เสื้อผ้ามากมายที่เราซื้อมากองเต็มเกลื่อนในตู้เสื้อผ้า และเราก็ต้องการซื้อมันเพิ่มอีก รถคันแรกอาจจะเพื่อความจำเป็นแต่คันที่สองละ บ้านหลังใหญ่ๆ ที่เราต้องยืดสุดมือเพื่อให้ได้มา ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วคนเราใช้พื้นที่เพียง 40% ของบ้านเราเท่านั้น แต่เราก็ยังพยายามขวนขวายหาสิ่งเหล่านี้ตลอดเวลามันมอบเพียงความสุข หรือความสุขจอมปลอมให้แก่เรา?

 

แล้วความสุขที่แท้จริงคืออะไร?

 

คำตอบที่สารคดีชิ้นนี้มอบให้แก่เราคือ Minimalism การใช้ชีวิตอยู่กับสิ่งที่จำเป็น สำคัญและมีความหมายกับเราอย่างแท้จริงเพียงไม่กี่อย่าง ไม่ใช่เพราะสังคมหรือใครเป็นผู้ชี้บอกเรา การสร้างอิสระในทางเลือก และเลิกพึ่งพาสิ่งของรอบกาย ยึดติดกับสิ่งที่เป็นวัตถุให้น้อยลง Less is more โดยมินิมอลิซึม สารคดีชิ้นนี้มุ่งให้ความสนใจกับความสุขและคุณค่าทางจิตใจมากกว่าสิ่งของรอบๆ ตัวเรา ซึ่งยังรวมถึงการออกจากงานที่ไร้ความหมาย ไม่เสียเวลาไปกับการแสวงหาความสำเร็จเพื่อแค่ให้คนอื่นชื่นชม การมีเวลาให้ตนเอง ให้แก่คนรอบข้างมากขึ้น และการทำลายขั้นบันไดที่สังคมคาดหวังจากตัวเรา

 

สารคดีของชาย 2 คนที่เขียนหนังสือ The Minimalism ที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานในระบบทุนนิยม และค้นพบว่ามันไม่ได้ทำให้เขามีความสุขที่แท้จริงในชีวิตเลย เมื่อเขาทดลองใช้ชีวิตแบบมินิมอลิซึม พวกเขาค้นพบอะไรหลายๆ อย่างที่เปลี่ยนชีวิตพวกเค้าอย่างสิ้นเชิง เขาได้ออกเดินทางไปทัวร์เปิดตัวหนังสือและแชร์ การใช้ชีวิตแบบ มินิมอลิซึม ให้ผู้คนตลอด 1 ปี ในการเดินทางทั่วสหรัฐ สารคดียังนำเสนอแนวคิดจากผู้คน คนที่ใช้ชีวิตและให้ความสนใจเกี่ยวกับด้านนี้อีกหลายๆ คน มาพูดถึงการใช้ชีวิต Minimalism

 

  • เราพูดถึงการใช้ของที่จำเป็นจริงๆ ที่ต้องใช้เท่านั้น ของไม่จำเป็นต่อชีวิต ไม่ต้องซื้อหรือหามาใช้ มีเท่าที่จำเป็น
  • เมื่อต้องการมาก ก็ซื้อมาก!!!
  • มีเงินมากขึ้น สำหรับปัจจัยพื้นฐาน มันทำให้เรามีความสุขในการดำรงค์ชีวิตมากขึ้น เมื่อถึงจุดๆ หนึ่งมันไม่ได้สร้างความสุขอีกต่อไป
  • Project 333 ผู้หญิงที่ใส่เสื้อผ้าและสิ่งของทั้งหมดแค่เพียง 33 ชิ้นในตลอด 3 เดือน เป็นการเลือกสลับใช้เสื้อผ้า & สิ่งของ เฉพาะที่จำเป็นจริงๆ มันให้ผลอย่างน่าอัศจรรย์
  • การค้นพบความสุข จากการใช้ชีวิตที่ลดทอนสิ่งของรอบกายลง
  • การมีชีวิตที่น้อย ชีวิตรุงรังน้อยลง มีสมาธิทำให้เราอิ่มเอมกับสภาพปัจจุบันได้มากขึ้น
  • การหา “สมดุล” คือสิ่งที่เราควรจะเลือกในการที่บริโภคและใช้ของต่างๆ ของรุ่นใหม่ดีกว่าเสมอ แต่มันจำเป็นต้องวิ่งตามหรือไม่
  • การกลับมามองดูเงินทุกบาท ที่เราใช้มันคุ้มค่ากับสิ่งที่เราได้มาและเราจะใช้มันต่อไปในระยะยาวหรือเปล่า?
  • การ “กอด” คือการสื่อสารและถ่ายทอดความรู้สึกที่ดีที่สุด
  • “ชีวิตที่เรียบง่าย ที่ไม่ถูกรบกวนด้วยสิ่งล่อตาล่อใจในโลกวุ่นวายรอบตัวเรา มันไม่มีชีวิตที่สมบูรณ์แบบ แต่มันก็เรียบง่ายมากพอที่จะให้เรามีความสุขกับสิ่งที่แท้จริงได้”

 

ขอขอบคุณมุมมองจาก : Khunphiphat Laeadon