work-from-home_คืนเวลาเดินทางทำอะไรดี_Cover_1.jpg

zebertoothMarch 31, 2020

เคยถามตัวเองหรือไม่ ว่าในหนึ่งวันทำงานคุณใช้เวลาเดินทางนานเท่าไร 30 – 60 นาที หรือมากกว่านั้น ?…

 

เมื่อ กทม. มีมาตรการปิดพื้นที่เสี่ยงทำให้หลายหน่วยงาน เริ่มใช้วิธี Work From Home และเมื่อไม่ต้องเข้าออฟฟิศ ก็ช่วยลดเวลาที่ต้องเดินทาง ดังนั้นคุณก็จะมีเวลาทำกิจกรรมอย่างอื่นเพิ่มได้ ถ้าเช่นนั้นก่อนถึงเวลางานซึ่งเคยเป็นเวลาเดินทางนั้น คุณจะเอาเวลานั้นไปทำอะไร ซึ่งกินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตขอรวบรวมทางเลือกง่ายๆ มานำเสนอ…

 

ออกกำลังกาย แม้ไม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน แต่ก็ต้องมีวินัยกับตัวเอง ตื่นนอนตามเวลาปกติ หากิจกรรมเพิ่มความตื่นตัว ระหว่างรอเริ่มงานช่วงสาย เราจะออกกำลังกายแบบไหนได้บ้างตามมาดูกันเลย

 

  1. วิ่งจ๊อกกิ้ง วิ่งที่ไหนก็ได้ ในซอยบ้าน ถนนรอบหมู่บ้าน สวนน้อยๆ ในคอนโด แต่ขอเป็นพื้นที่เรียบๆ ปลอดภัย และไม่ขวางทางใครก็พอ แต่ในช่วงนี้พยายามหลีกเลี่ยงการจ๊อกกิ้งผ่านบริเวณที่มีคนแออัดได้ก็เป็นดี
  2. กระโดดเชือก ประหยัด สะดวก ด้วยอุปกรณ์แค่ชิ้นเดียว ไม่ต้องใช้พื้นที่เยอะ เริ่มต้นเบาๆ 15 – 20 นาทีก่อนก็ได้
  3. โยคะ เหมาะสำหรับชาวออฟฟิศที่ต้องนั่งติดเก้าอี้นานๆ ควรหมั่นยืดเส้นยืดสาย เพิ่มความยืดหยุ่นของร่างกาย คลายกล้ามเนื้อ อยู่ในห้องนอนก็ทำได้

 

ทำอาหาร เมื่อมีเวลาเพิ่มแล้ว การทำอาหารทานเองย่อมดีกว่า ถือซะว่าใช้เวลานี้ซ่อมแซมตัวเองก็แล้วกัน หมั่นพิถีพิถันดูแลร่างกายเสียหน่อย จะช่วยต้านโรคภัยได้ด้วย อย่างเช่นเมนูอาหารคลีนดีต่อใจ

 

เมนูสุขภาพ_Work-from-home-คืนเวลาเดินทาง_1
ข้อมูลและรูปภาพจาก twitter : @thidakarn

 

1. ขนมปังโฮลวีททาเนยอัลมอนด์ กล้วยหอมจี่กระทะเล็กน้อยพอเยิ้มๆวางลงไป โรยผงอบเชย, เมล็ดฟักทองอบ ทานกับน้ำเต้าหู้ใส่ไข่

2. ปลาย่าง เต้าหู้สดโรยปลาข้าวสาร สลัดผัก และข้าวกล้องญี่ปุ่น

3. ขนมปังฝรั่งเศสโฮลวีททามะเขือเทศบด โรยออริกาโน่ ผักร็อคเก็ต ไข่ดาว และเห็ดจี่กระทะร้อน

4. ข้าวกล้องผัดปวยเล้ง ไข่นุ่มเห็ดพอร์ทโทเบลโล่

5. ข้าวกล้องญี่ปุ่น ปลาไหลย่างซีอิ๊ว ไข่ฝอย และกระเจี๊ยบนึ่ง

 

สร้างเสริมประสบการณ์ความรู้ ไหนๆ ก็มีเวลาเพิ่มแล้ว ลองเอาเวลาที่ได้กลับคืนมาหาความรู้ใส่ตัว เปิดประสบการณ์สร้างไอเดียใหม่ๆ เพื่อพัฒนาตัวเอง ด้วยการลงเรียนออนไลน์ในเรื่องที่ถนัดตามหน้าที่การงาน ไม่ว่าจะเป็นการเรียนภาษา การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ กราฟิกดีไซน์ ตัดต่อภาพยนตร์ บัญชีขั้นสูง หรือหาคอร์สเรียนตามสิ่งที่เราสนใจ เช่น งานศิลปะ งานฝีมือเล็กๆ น้อยๆ ทำเพจ ทำช่องยูทูป สร้างโอกาสเพิ่มรายได้

 

เมื่อได้เวลามาก็อย่าปล่อยเวลาทิ้งไปอย่างไร้ประโยชน์ ถือโอกาสนี้พัฒนาตัวเองไปด้วยก็ไม่เลว แต่งานประจำก็ต้องทำอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อองค์กร ส่วนเวลาที่ได้มาถือว่าเป็นของแถม เพื่อให้กลับมามองตัวเอง ทบทวนดูว่าที่ผ่านมาคุณละเลยอะไรไปบ้าง


Content_แกงเลียง_coverwebsite.jpg

kinyupen_adminSeptember 20, 2019
  • ทราบหรือไม่ แกงเลียงสมัยโบราณ คือ แกงน้ำใสไม่ใช่น้ำขุ่นแบบปัจจุบัน
  • นิยามแกงเลียง ของหมอบรัดเลย์ คือ “แกงที่นำปลาย่าง กะปิ เกลือ หัวหอม, ตำละลายน้ำเป็นน้ำแกง, แล้วตั้งไฟให้ร้อนใส่ผักตามชอบใจ”
  • คำว่า “เลียง” บางพื้นที่ของไทยในอดีต หมายถึง“อาหารอะไรก็ตามที่ต้องโขลกกับครก”  จึงมีผู้สันนิษฐานว่า แกงเลียง และ ก๋วยเตี๋ยวเลียง ที่มาของชื่อซึ่งพ้องเสียงกัน จึงอาจมาจากกรรมวิธีนั่นคือนำสมุนไพรมาโขลกทำน้ำแกงเหมือนกัน

 

เมื่ออากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวฝน เดี๋ยวหนาว หลายท่านมักเลี่ยงไม่พ้นกับอาการป่วยไข้หวัด คัดจมูก ซึ่ง 3 วิธีง่ายๆ ที่จะหลีกไกลจากไข้หวัดก็คือ  การออกกำลังกาย สวมเสื้อผ้าที่อบอุ่น รวมถึงเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ ซึ่งเมนูที่ทีมงานกินอยู่เป็น 360องศาแห่งการใช้ชีวิต หยิบยกมาฝากในสัปดาห์นี้ ก็คือ “แกงเลียง”  ซึ่งมีเรื่องราวน่าสนใจ วิธีทำแสนง่ายแต่หลากหลายสรรพคุณ เหมาะสำหรับทานต้านหวัดในช่วงนี้เป็นอย่างยิ่ง พร้อมแล้วไปเข้าครัวด้วยกันเลย…

 

รู้จักแกงเลียงก่อนเข้าครัว

แกงเลียงถือเป็นแกงพื้นบ้านที่อยู่คู่ครัวคนไทยมายาวนาน โดยข้อมูลที่อ้างอิงได้พบว่าแกงเลียงปรากฏอยู่ในหนังสือ อักขราภิธานศรับท์ (พ.ศ. 2416) ของ หมอบรัดเลย์ ซึ่งอธิบายความหมายของแกงชนิดนี้ ว่า เป็นแกงน้ำใส มีน้ำมาก เครื่องน้อย เน้นผักเป็นหลัก โดยชาวบ้านจะนำปลาย่าง กะปิ เกลือ หัวหอม, ตำละลายน้ำเป็นน้ำแกง, แล้วตั้งไฟให้ร้อนใส่ผักตามชอบใจ

เห็นได้ว่าต่างจากแกงเลียงปัจจุบันที่มีลักษณะเป็นแกงน้ำขุ่น เหมือนเช่นที่พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 ให้ความหมายแกงเลียงไว้ว่า “แกงชนิดหนึ่ง ใส่ผักต่าง ๆ เช่น ตำลึง บวบ น้ำเต้า หัวปลี ยอดฟักทอง ปรุงด้วยหัวหอม พริกไทย กะปิ ตำกับกุ้งแห้งหรือปลาย่าง บางทีก็มีกระชายด้วย ใส่ใบแมงลักให้มีกลิ่นหอม”

ส่วนการที่เปลี่ยนจากน้ำใสเป็นน้ำขุ่น ก็มาจากวัตถุดิบและส่วนผสมที่เปลี่ยนแปลง สันนิษฐานว่าเกิดจากวิวัฒนาการการกินที่เปลี่ยนไปของคนไทยนั่นเอง

 

เคล็ดลับอร่อยง่ายจ่ายไม่แพง

กรรมวิธีสำคัญของแกงเลียง แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ “เตรียมน้ำแกง – จัดแจงส่วนผสม – ยกลงใส่ถ้วย”

  1. เตรียมน้ำแกง : นำกุ้งแห้ง พริกไทย หอมแดง กระชาย และกะปิ มาโขลกให้เข้ากัน เสร็จแล้วนำมาละลายในน้ำทีละน้อยให้เป็นเนื้อเดียว จากนั้นเติมน้ำซุปหรือน้ำสะอาด ปรุงรสตามใจชอบ ขึ้นตั้งไฟจนเดือด

เคล็ดลับ การนำ “กะปิห่อใบตอง” และนำไปย่างไฟอ่อนๆ จะช่วยให้แกงเลียงมีกลิ่นหอมยิ่งขึ้น

  1. จัดแจงส่วนผสม : นำผักนานาชนิด อาทิ ฟักทอง บวบ ผักหวาน ใบแมงลัก รวมถึงใบตำลึง น้ำเต้า หรือ เห็ดต่างๆ มาเลือกใส่ตามใจชอบ ต้มให้สุกนุ่มแล้วจึงใส่กุ้งลงไปเป็นอันเสร็จ

เคล็ดลับ กรณีใส่ใบตำลึง ควรสังเกตให้ดีว่าเป็นตัวผู้ หรือ ตัวเมีย โดยใบตำลึงตัวผู้ ไม่ควรนำมารับประทาน เพราะคนที่ธาตุอ่อนจะท้องเสียง่าย วิธีสังเกตง่ายๆ คือ จะมีรอยหยักของใบมากกว่า ตัวเมียซึ่งใบจะค่อนข้างมน

  1. ยกลงใส่ถ้วย : เมื่อแกงสุกได้ที่ ก็ได้เวลานำแกงร้อนๆ ตักใส่ถ้วย จัดเตรียมสำรับ จะซดร้อนๆ ไล่ไข้ หรือ ทานกับข้าวสวยก็ดีนักแล

 

แกงเลียงหนึ่งหม้อสำหรับ 4 คนตามสูตรด้านบนนี้ มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อมื้อ ไม่เกิน 150 บาท เท่านั้น ! 

 

อิ่มท้องประโยชน์เยอะ

นอกจากความอร่อย แกงเลียง ยังมีประโยชน์ที่หลากหลายด้านสุขภาพ ทั้งจากสมุนไพรที่เป็นส่วนประกอบในเครื่องแกง ไม่ว่าจะเป็นพริกไทย หอมหัวแดง ที่ช่วยขับเสมหะ ขับน้ำมูกได้ดีเพราะมีรสชาติเผ็ดร้อน ช่วยชะล้างแบคทีเรีย ฆ่าเชื้อโรคที่มีอยู่ในเลือด ทำให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดีขึ้น

ฟักทองและผักหวาน มีเบต้าแคโรทีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบำรุงสายตา เสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย ส่วนบวบนั้นมีกากใยอาหารสูง เป็นผักออกฤทธิ์เย็น จึงช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ ทำให้ชุ่มคอ ใบแมงลัก ด้วยกลิ่นของมันสามารถช่วยลดอาการวิงเวียนศีรษะจากการเป็นหวัดได้

 

///////////////////////////////////////////////////////////////////

ขอบคุณที่มาข้อมูล

  • บทความก๋วยเตี๋ยว “เลียง” โดย กฤช เหลือลมัย นิตยสารศิลปวัฒนธรรม
  • เคล็ดลับเมนูสามัญประจำบ้านสูตรแม่บุญสม