-ไอเดียเด็ก-9-ขวบ-_Cover_2.jpg

kinyupen_adminJune 9, 2020

โควิด 19 เปิดประตูความฝันเด็กน้อยเคนยาวัย 9 ขวบ หลังมีไอเดียสร้างเครื่องล้างมือแบบไม่ต้องใช้มือสัมผัส จนได้รับรางวัลจากประธานาธิบดี นับเป็นชาวเคนยาที่อายุน้อยที่สุดที่ได้รับรางวัลนี้ และยังจะได้ทุนการศึกษาเรียนต่อในชั้นประถมและมัธยมฟรีจากผู้ว่าฯ ของเมืองเพื่อต่อยอดความฝันที่อยากเป็นวิศวกรในอนาคต

 

ด.ช.สตีเว่น วามุโกตะ (Stephen Wamukota) เด็กชายวัย 9 ขวบจากเมือง Bungoma ทางตะวันตกของเคนยานับเป็นผู้ที่มีอายุน้อยที่สุดในประเทศเคนยาที่ได้รับรางวัลจากนายอูฮูโร เคนยัตตา (Uhuru Kenyatta) ประธานาธิบดีของประเทศเคนยา หลังจากที่เขาสามารถคิดค้นสร้างเครื่องล้างมือกึ่งอัตโนมัติที่ไม่ต้องใช้มือสัมผัสกับพื้นผิวของก๊อกน้ำ ซึ่งจะช่วยลดการระบาดของโรค Covid-19 ซึ่งปัจจุบันเคนยามีผู้ติดเชื้อแล้ว 2,000 ราย

 

 

พ่อของสตีเว่น กล่าวว่า ลูกชายเริ่มมีแนวคิดสร้างเครื่องนี้หลังจากที่ได้ดูวิธีการป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อจากโรคโควิด 19 ที่มีการเผยแพร่ในโทรทัศน์ท้องถิ่น โดยหนึ่งในวิธีป้องกันก็คือการล้างมืออย่างสม่ำเสมอ โดยประธานาธิบดีเคนยาเป็นผู้ที่ออกมาเรียกร้องให้ชาวเคนยาล้างมือบ่อยๆ ทำให้สตีเว่น อยากจะสร้างเครื่องที่ช่วยให้การล้างมือง่ายขึ้น

 

สตีเว่นรวบรวมไม้ ตะปู และถังเก็บน้ำขนาดเล็กเพื่อมาสร้างเครื่องล้างมือตามที่เขาคิด กลายเป็นเครื่องล้างมือที่มีคันเหยียบสองอัน เพื่อบังคับให้ปล่อยสบู่และน้ำออกมา ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถกดคันเหยียบโดยไม่ต้องใช้มือสัมผัสกับพื้นผิวซึ่งจะช่วยลดความเป็นไปได้ที่จะติดเชื้อโคโรนาไวรัส

 

“สตีเว่น เรียนรู้วิธีการทำเครื่องนี้จากโรงเรียนที่สอนให้เด็กๆ ใช้สิ่งของที่มาอยู่มาสร้างของเครื่องใช้ต่างๆ ซึ่งเป็นหลักสูตรที่สตีเว่นสนใจมาก” พ่อของเด็กชายวัย 9 ขวบที่ตอนนี้มีชื่อเสียงไปทั่วประเทศเคนย่ากล่าว

 

 

หลังจากที่ได้รับรางวัลจากประธานาธิบดีแล้ว สตีเว่น ยังจะได้รับทุนการศึกษาจากผู้ว่าของเมืองที่เขาอาศัยอยู่เพื่อการศึกษาระดับประถมและมัธยม แต่ตอนนี้เรื่องของรายละเอียดทุนการศึกษายังคงไม่มีการมอบอย่างเป็นทางการเนื่องจากโรงเรียนเคนยายังไม่เปิดเรียนจากผลกระทบของการระบาดใหญ่ของโรคโควิด 19 และครอบครัวกำลังรอให้โรงเรียนเปิดเพื่อติดตามเรื่องทุนการศึกษาของสตีเว่นเพื่อให้เขาได้เรียนหนังสือและทำตามความฝันของเด็กชายที่บอกว่าอยากจะเป็นวิศวกร ซึ่งการสร้างเครื่องล้างมือครั้งนี้ถือเป็นการเปิดประตูให้กับลูกชายที่อาจจะเติบโตเป็นวิศวกรที่ทำประโยชน์ให้กับประเทศเคนยาในอนาคต


_เดินมาราธอน_หัวใจแกร่ง_Cover_1.jpg

kinyupen_adminJune 4, 2020

เด็กชายพิการชาวอังกฤษ เดินมาราธอนด้วยวอล์คเกอร์ หวังระดมทุนช่วยเหลือ รพ.เด็กและโรงเรียนเพื่อเด็กพิการทางสมอง หลังได้แรงบันดาลใจจากกัปตันทอม มัวร์ อดีตทหารผ่านศึกวัย 100 ปีที่เดินระดมทุนเพื่อการกุศลไปก่อนหน้านี้

ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้หากคุณมีความมุ่งมั่นและตั้งใจ เช่นเดียวกับเด็กชายวัย 9 ขวบคนนี้ โทเบีย สเวลเลอร์ เด็กชายผู้พิการทางสมองและร่างกายยังพิการเดินไม่ได้ แต่กลับมีหัวใจที่แข็งแกร่ง เมื่อเขาต้องการจะทำภารกิจอันยิ่งใหญ่และแสนท้าทาย ด้วยการเดินมาราธอนบนเครื่องช่วยเดิน หรือวอร์คเกอร์ของเขา เป็นระยะทาง 26.2 ไมล์ หรือประมาณ 42 กิโลเมตร เพื่อระดมทุนหาเงินจำนวน 100,000 ดอลลาร์เพื่อการกุศลให้กับเด็กพิการเช่นเดียวกับเขา

 

Photo by Joe Giddens/PA Images via Getty Images

 

ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า โทเบียส เวลเลอร์ เด็กชายวัย 9 ขวบ สามารถบรรลุความตั้งใจของเขาเมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา ด้วยการเดินจนครบระยะทาง 26.2 ไมล์หรือ ประมาณ 42 กิโลเมตร ในเขตเชฟฟีลด์ ทางตอนเหนือของอังกฤษ ท่ามกลางกำลังใจจากครอบครัว เพื่อนบ้าน และผู้คนที่มีความปรารถนาดีมาร่วมชื่นชมแสดงความดีใจกับความสำเร็จของเด็กชายที่สามารถทำตามความตั้งใจได้สำเร็จ

 

อาการป่วยของโทเบียส  คือกลุ่มของเด็กสมองพิการเป็นกลุ่มของความผิดปกติทางระบบประสาทที่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการเดิน ทำให้เขาไม่สามารถยืนหรือเดินลำพังได้แต่ต้องการการช่วยเหลือจากคนอื่น หรือเครื่องช่วยเดินหรือยึดเกาะเป็นหลัก แต่หลังจากที่เด็กชายได้ชมคลิปของกัปตันทอม มัวร์ทหารผ่านศึก ชาวอังกฤษที่ฉลองวันเกิดอายุครบ 100 ปี ด้วยการเดินรอบสวนสาธารณะ ระดมทุนเพื่อกุศลรณรงค์เกี่ยวกับบริการด้านสุขภาพแห่งชาติของอังกฤษ เขาจึงเกิดแรงบันดาลใจอยากจะทำตามบ้างโดยเริ่มคิดว่าจะเริ่มทำภารกิจรณรงค์นี้ตั้งแต่วันเกิดในปีนี้ของเขา

โทเบียสได้เริ่มเดินด้วยวอร์คเกอร์ ที่สวนสาธารณะใกล้บ้านของเขาเป็นระยะทาง 1 กิโลเมตร (0.6 ไมล์) เมื่อเดือนที่แล้วแต่ต้องหยุดกิจกรรมการเดินออกไปเมื่อรัฐบาลอังกฤษได้ออกกฎล็อกดาวน์ให้ประชาชนอยู่บ้านจากการระบาดของโรคโควิด 19 กระทั่งมีประกาศผ่อนคลายกฎเขาจึงได้ออกมาปฏิบัติตามความตั้งใจอีกครั้ง

 

“หลังจากที่ผมเห็นกัปตันทอมทำภารกิจการกุศลสำเร็จ ผมก็คิดว่าทำไมผมไม่ลองทำบ้าง ก็เลยลองใช้วอร์คเกอร์เพื่อพยายามวิ่งมาราธอนโดยเดินขึ้นและลงถนนทุกวัน” โทเบียสบอกถึงแรงบันดาลใจของเขาพร้อมกับระบุว่า มันคือ”ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่”สำหรับเขามากทีเดียว

 

ในช่วงเริ่มต้นของการปลดล็อคโทเบียสสามารถเดินได้สูงสุด 50 เมตร (164 ฟุต) ต่อวัน แต่เมื่อเขาเริ่มเข้าใกล้ระยะทางที่ตั้งใจเอาไว้ เขาก็สามารถที่จะเดินได้ถึง 750 เมตร (ครึ่งไมล์) ต่อวัน จนถึงวันที่ครบกำหนดระยะทางที่ตั้งใจ โทเบียสได้รับเสียงปรบมือให้กำลังใจและแสดงความยินดีจากทุกคนที่รอลุ้นเชียร์อยู่อย่างล้มหลาม ซึ่งเขาบอกว่ามันเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมมากๆ

 

Photo by Joe Giddens/PA Images via Getty Images

 

“ไม่อยากจะเชื่อเลยผมจะวิ่งมาราธอนเสร็จแล้วมันยอดเยี่ยมมาก เสียงปรบมือ และกำลังใจมันทำให้ผมแข็งแรงขึ้นทุกวันมันเป็นความรู้สึกที่ดีครับ” เด็กชายกล่าวหลังทำภารกิจสำเร็จ

 

แม่ของโทเบียสบอกว่า ทุกคนรู้สึกดีใจมากที่ลูกชายสามารถทำภารกิจการเดินมาราธอนสำเร็จไปได้ด้วยดี เขาทำได้ดีมากเขาพยายามอย่างหนักตลอดทาง เขาทำให้ครอบครัวรู้สึกภูมิใจ ถือว่าเป็นสิ่งที่ใหญ่มากสำหรับเด็กชายตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง

 

จนถึงตอนนี้โทเบียสได้สามารถระดมทุนได้กว่า 81,600 ปอนด์ ($ 100,700) สูงกว่าเป้าหมายของเขาที่ตั้งไว้แต่แรกคือ 30,000 ปอนด์ โดยเงินที่ได้นี้จะถูกนำไปบริจาคให้กับโรงพยาบาลเด็ก Sheffield และ Paces School ซึ่งเป็นโรงเรียนที่สนับสนุนเด็กและผู้ใหญ่ที่มีอาการทางระบบประสาทที่โทเบียสเรียนอยู่ด้วย

 

เรื่องราวของโทเบียส จึงเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า ไม่มีอะไรเป็นอุปสรรคหากคุณตั้งใจจะทำอะไรสักอย่าง…ขอเพียงมีความมุ่งมั่น และไม่ย่อท้อความสำเร็จย่อมมาถึงได้ในสักวันหนึ่งอย่างแน่นอน


32-ปี_Cover_3.jpg

kinyupen_adminMay 8, 2020

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า ท่ามกลางความยากลำบากระหว่างที่สหรัฐอเมริกากำลังต้องต่อสู้กับการแก้ปัญหาโรคระบาดโควิด 19 ในขณะนี้ ก็มักจะพบเรื่องราวน่าประทับใจเกิดขึ้นให้มีรอยยิ้มได้บ้างเหมือนกัน เช่นเดียวกับข่าวนี้ เมื่อชายคนหนึ่งในรัฐไอโอวา ได้รับโปสการ์ด ที่น้องสาวของเขาที่อยู่ต่างเมืองส่งมาให้เพื่อ 32 ปีก่อน แต่มันไม่เคยถูกส่งมาถึงเขา กระทั่งเกิดโรคระบาดจากโคโรนาไวรัส ทำให้ที่ทำการไปรษณีย์ต้องทำความสะอาดครั้งใหญ่ จนกระทั่งพบว่าโปสการ์ดใบดังกล่าวยังตกค้างอยู่ มันจึงถูกส่งมาถึงตัวเจ้าของอีกครั้ง

 

พอล วิลลิส ชายอเมริกันวัย 76 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของไปรษณียบัตรตกค้างใบนี้เล่าว่า โดยปกติแล้วเขาจะไปตรวจสอบจดหมายในตู้ไปรษณีย์หน้าบ้านทุกวันซึ่งเหตุการณ์ก็ดำเนินไปตามปกติ จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อเปิดตู้ไปรษณีย์ เขากลับพบโปสการ์ดที่มีลักษณะเก่าที่ลงชื่อถึงเขา แต่เมื่อตรวจสอบดูก็พบว่า มันเป็นโปสการ์ดที่ถูกส่งมาเมื่อ 32 ปีที่แล้ว จากแอนด์ โลเวลล์ น้องสาวของเขาที่ปัจจุบันอายุ 65 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ในซานฟรานซิสโก แคลิฟอร์เนีย โดยเนื้อในบทความเขียนว่า “รูปภาพหนึ่งภาพมีความหมายมากกว่าคำพูด 1000 คำ” ส่วนด้านหลังเป็นรูปภาพของแอนด์ในขณะนั้น

 

 

พอลบอกว่า มันเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นมาก และเป็นเรื่องประทับใจที่เกิดขึ้นในระหว่างที่ต้องกักตัวอยู่บ้านในช่วงการระบาดของโรคโควิด และถือเป็นเรื่องสนุกที่ทำให้ผ่อนคลายความเครียดไปได้

 

ในโปสการ์ด ใบดังกล่าว มีตราประทับของไปรษณีย์เมืองซานฟรานซิสโก ระบุว่า มันถูกส่งเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 1987 และปรากฏตราประทับใหม่ หลังจากที่มันถูกค้นพบจากเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ท้องถิ่น ลงวันที่ 29 เมษายน 2020 ที่ผ่านมา

 

 

ด้านแอนด์ น้องสาวผู้ส่งโปสการ์ดถึงพี่ชายเมื่อ 32 ปีที่แล้วบอกว่า เธอไม่เคยถามพี่ชายเลยว่าได้รับโปสการ์ดใบนั้นหรือไม่ และมันเป็นโปสการ์ดที่เธอทำเอง และส่งให้พี่ชายตามปกติและไม่เคยคิดถึงมันอีกเลย ทั้งสองคนต่างคิดว่ามันได้ผ่านไปนานแล้วและไม่น่าจะมีสิ่งใดผิดปกติจากการส่งโปสการ์ดในครั้งนั้น

 

เมื่อได้รับโปสการ์ดที่ค้างอยู่ถึง 32 ปี ทั้งคู่ได้โทรศัพท์คุยกัน และพอล ก็โทรศัพท์ไปสอบถามที่ไปรษณีย์ถึงความเป็นมาของมัน ก็ได้รับคำตอบว่าโปสการ์ดใบนี้ถูกค้นพบระหว่างที่ที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่งได้รับคำสั่งให้เก็บทำความสะอาดอย่างละเอียดเนื่องจากปัญหา Covid-19 กระทั่งค้นพบและนำมันส่งต่อถึงผู้รับในเวลาต่อมา

 

พอลยังบอกด้วยว่า ไม่เพียงแต่โปสการ์ดเก่าเท่านั้น แต่เขายังค้นพบกระเป๋าเงินที่ทำหายไว้ในทุ่งหญ้าใกล้บ้านตั้งแต่ปี 2005 อีกด้วย

 

“บางทีโควิด 19 ก็เหมือนช่วงเวลาพิเศษที่ทำให้เราได้กลับมาเจอกับอดีตอีกครั้ง หรือจะเรียกว่า ‘Twilight Zone’ ก็ได้” เขากล่าว


Orangutans-Befriend-Otters-in-Belgium-Zoo-Cover_1.jpg

zebertoothApril 1, 2020

ในช่วงที่ต้องเผชิญด้วยสภาวะวิกฤติทั้งจากโรคระบาด เศรษฐกิจ ปากท้องแบบนี้ วันนี้ กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอนำทุกท่านมาชมภาพน่ารักๆ เพื่อสร้างรอยยิ้มเล็กบรรเทาความเครียดกันดีกว่า

 

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า สวนสัตว์ในเบลเยียมได้แบ่งปันภาพถ่ายที่น่าทึ่งของมิตรภาพที่แสนสวยงามระหว่างครอบครัวของลิงอุรังอุตังและตัวนาก ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมสวนสัตว์เดียวกัน

 

ภาพจาก : CNN travel

 

สำหรับภาพดังกล่าว เผยแพร่โดยเจ้าหน้าที่ของสวนสัตว์แพรี่ ดาอิซา (Pairi Daiza) ในประเทศเบลเยียม ซึ่งการถ่ายภาพนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการดูแลสุขภาพทั้งร่างกายและสุขภาพจิตของสัตว์ป่าต่างๆ ที่ต้องออกจากป่ามาอยู่ในสวนสัตว์เพื่อประโยชน์ด้านการศึกษา

 

โฆษกสวนสัตว์กล่าวว่าพวกเขา สัตว์เหล่านี้ต้องได้รับการดูแลและให้ความสุขด้านสุขภาพจิต รวมทั้งความบันเทิงต่างๆ เพื่อการรักษาสุขภาพจิตของพวกมันให้อยู่ในสภาพที่ดีหลังจากที่ต้องมาอาศัยอยู่ในสถานที่ที่ไม่ใช่บ้านของตัวเอง โดยการสร้างความสัมพันธ์นี้ ครอบครัวนากตัวเล็กจากเอเชีย จะถูกเลี้ยงอยู่ในร่องน้ำเล็กๆ ที่ไหลผ่านกรงซึ่งใช้เป็นบ้านของครอบครัวอุรังอุตัง ซึ่งมีพ่ออายุ 24 ปี ชื่อ อุจิอาน แม่ชื่อ ซารี  อายุ 15 ปี และลิงอุรังอุตังลูกชายชื่อเบเรนี่ อายุ 3 ขวบ

 

 

“นากสนุกกับการเล่นน้ำ และได้อยู่กับกลุ่มครอบครัวลิงอุรังอุตัง พวกมันได้สนุกกับการเล่นขนของเพื่อนบ้านอุรังอุตัง โดยครอบครัวอุรังอุตังก็ไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจแต่อย่างใด แต่กลับชอบและดูเหมือนว่ามันจะกลายเป็นสัมพันธ์ที่แนบแน่นระหว่างสัตว์สองชนิดนี้” โฆษกสวนสัตว์กล่าวและว่าการทดลองให้สัตว์ได้ใช้ชีวิตร่วมกันประสบความสำเร็จมากเพราะสามารถลดความเครียดของพวกมันลงได้มาก

 

ครอบครัวลิงอุรังอุตังครอบครัวนี้ ได้ถูกส่งมามาถึงสวนสัตว์แห่งนี้ในปี 2560 โดยก่อนหน้านั้นมีลิงอุรังอุตังอีกสองตัวอาศัยอยู่ก่อนแล้ว อุรังอุตังถึงเป็นสัตว์ที่มีดีเอ็นเอของมนุษย์สูงถึง 97% ทำให้สวนสัตว์ต้องทำให้พวกมันรู้สึกถึงความเป็นครอบครัวและมีที่อยู่อาศัย นอกจากนี้ยังต้องสร้างความบันเทิงและฝึกฝนความเฉลียวฉลาดให้ด้วยเกมปริศนาต่างๆ ซึ่งที่ผ่านมาประชากรอุรังอุตังถูกคุกคามจากการปลูกปาล์มน้ำมันในบอร์เนียวและสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซียซึ่งเป็นแหล่งอาศัยสำคัญของอุรังอุตัง โดยสวนสัตว์แห่งนี้ยังได้ระดมทุนเพื่อร่วมปลูกต้นไม้ 11,000 ต้นในการฟื้นฟูป่าในเกาะบอร์เนียวเพื่อให้เป็นแหล่งอาศัยและอนุรักษ์พันธุ์อุรังอุตังด้วย