1ปี_Cover_1.jpg

zebertoothApril 17, 2020

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า “บิล เกตส์” ผู้ก่อตั้งบริษัท ไมโครซอฟท์ และมูลนิธิบิลและเมลินดาเกตส์  วิเคราะห์สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐฯ อาจยาวไปถึงฤดูใบไม้ร่วงปีหน้าหรือราวเดือนก.ย. 2564 เพราะการเว้นระยะห่างทางสังคมช่วยหยุดโรคไม่ได้ 100% จนกว่าจะมีวัคซีนรักษาโรค

 

“วัคซีนจำเป็นอย่างยิ่ง  อะไรๆ จะยังไม่เป็นปกติอย่างแท้จริงจนกว่าจะมีวัคซีน และการเปิดเมืองจะทำได้ในระดับหนึ่ง แต่ความเสี่ยงของการติดเชื้อซ้ำจะยังอยู่จนกว่า เราจะระดมฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึง การเว้นระยะห่างทางสังคมจะช่วยลดจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ได้ โดยวิธีการนี้มีเป้าหมายเพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อลงให้อยู่ในระดับที่สามารถติดตามกลุ่มเสี่ยงผู้ติดเชื้อได้ทั้งหมด เพื่อนำตัวทุกคนมากักกันโรค

 

นอกจากนี้เกตส์ยังฉายถึงภาพในอีก  6-12 เดือนข้างหน้าว่า “ควรจะใช้โมเดลประเทศจีนเป็นตัวอย่าง ขณะที่กำลังเปิดให้คนกลับไปทำงาน แต่ยังต้องสวมหน้ากากอนามัยและตรวจไข้อยู่ และยังไม่มีการจัดอีเวนต์กีฬาขนาดใหญ่ เพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อซ้ำเป็นวงกว้าง ส่วนมาตรการ “เปิดเมือง” แบบอนุญาตจับกลุ่มได้เฉพาะกลุ่มสามารถเป็นไปได้  อย่างไรก็ตามการจัดกิจกรรมที่มีการชุมนุมชนขนาดใหญ่  ยังไม่ควรจัดขึ้นจนกว่าจะมีการปูพรมฉีดวัคซีนเสร็จสิ้น

 

ขอบคุณภาพจาก geekwire


BillGate-covid-fakenews-Cover_1.jpg

zebertoothApril 2, 2020

เมื่อสัปดาห์ก่อน เดอะซัน หนังสือพิมพ์ของอังกฤษ และเหล่าเซเลบริตี้ระดับโลกต่างแชร์บทความ ข้อคิดเตือนใจจากการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด 19 ของ บิล เกตส์ เจ้าพ่อวงการธุรกิจคอมพิวเตอร์มหาเศรษฐีผู้ใจบุญ หากต่อมาบทความดังกล่าวได้ถูกยกออกเพราะเป็นเฟคนิวส์  แต่ทีมงานกิน อยู่ เป็น เห็นว่าข้อคิดดังกล่าวก็กระตุกต่อมคิดให้เราเข้าใจถึงเหตุ และความเป็นไปบางอย่างในการดำเนินชีวิต จึงขอนำมาเล่าสู่กันฟัง

 

หากทั้งนี้ก่อนเข้าสู่ข้อคิด อยากชวนผู้อ่านย้อนดูความคิด บิล เกตส์ ในช่วงที่ผ่านมา

 

ปี 2560 งานประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม บิล เกตส์ กล่าวว่าโลกมีโอกาสที่จะเกิดวิกฤติการณ์โรคระบาดโดยไม่มีการเตรียมความพร้อมและโรคร้ายจะกระจายอย่างรวดเร็วทั้งสร้างความตื่นตระหนกตกใจกลัว ณ เวลานั้นบิล เกตส์ บอกว่าโลกยังพอมีเวลาให้เตรียมการเพื่อหาทางรับมือกับหายนะใหม่โดยเฉพาะการคิดหาวัคซีนป้องกันโรคระบาด สายพันธุ์ใหม่

 

หากถอยไปปี 2559 บิล เกตส์ ได้ให้ความเห็นในเวที Ted Talk ว่าแม้โลกจะยับยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลาในแอฟริกาได้ แต่ครั้งต่อไปจะไม่โชคดีเพราะอาจมีไวรัสตัวใหม่ที่สามารถแพร่กระจายอย่างรวดเร็วโดยที่ผู้ติดเชื้อรู้สึกปกติ  ใช้ชีวิตปกติ เดินทางไปไหนต่อไหน กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ถูกโจมตีอวัยวะต่าง ๆไปแล้ว  และล่าสุดห้วงขณะนี้ บิล เกตส์ ให้ความเห็นว่า “เราควรแยกตัวเพื่อชะลอการระบาด”

 

 

ส่วนเฟคนิวส์ ข้อคิด บทเรียนโควิด 19  ให้ข้อคิดเตือนใจอย่างไรบ้างนั้น  สรุปใจความหลัก ดังนี้

  1. ทุกคนถูกปฏิบัติอย่างเท่าเทียม ไม่เว้นอาชีพ ฐานะ เชื้อชาติ ศาสนา หรือชนชั้น
  2. พรมแดนที่สร้างขึ้นกลายเป็นสิ่งไร้ค่าและ ทุกคนล้วนมีความเชื่อมโยง ดูจากผลกระทบที่เป็นโมเมนตัม
  3. สิ่งมีค่าที่ทุกคนละเลย คือ สุขภาพ
  4. สิ่งสำคัญควรทำ คือช่วยเหลือแบ่งปัน เพราะชีวิตนี้สั้นนั้น
  5. อาหาร น้ำ และยารักษาโรค คือสิ่งที่เราต้องการแท้จริง ไม่ใช่วัตถุนิยมและสิ่งฟุ่มเฟือย
  6. หันกลับมาสร้างความแข็งแกร่งในครอบครัว เพราะการใช้ชีวิตกับครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ
  7. ดูแลปกป้อง และทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น คืองานที่แท้จริง
  8. ทุกคนต้องควบคุม “ตัวกู ของกู”
  9. ในยามยากพลังในการเลือกอยู่ในมือทุกคนว่าจะช่วยเหลือ แบ่งปัน หรือเห็นแก่ตัว
  10. ทุกคนสามารถจะเป็นคนที่อดทน “เข้าใจว่าจะผ่านไป” หรือตื่นตระหนก “มองเป็นจุดจบโลก”
  11. นี่คือห้วงเวลาให้ตรึกตรองเรียนรู้ เข้าใจว่าอะไรคือข้อผิดพลาด ที่อาจเป็นทั้งจุดจบและจุดเริ่มต้น
  12. โลกของเราป่วย ดูจากการหายไปของป่า และความเร็วที่กระดาษชำระหายไปจากชั้น
  13. วงจรชีวิตยังหมุนไป ตอนนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งของวงจร ควรเตือนใจว่ายังมีฟ้าหลังฝน
  14. โควิด 19 อาจเป็นหายนะและตัวแก้ปัญหา ที่เตือนสิ่งที่เราหลงลืมไป

_Cover_1.jpg

kinyupen_adminFebruary 11, 2020

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอนำหลักแนวคิด 7 ประการของ 3 บุคคลที่รวยที่สุดของโลก คือ วอร์เรน บัฟเฟตต์ มหาเศรษฐีนักเล่นหุ้นผู้ใจบุญ  บิลเกตส์  เจ้าพ่อไมโครซอฟท์และ เจฟฟ์ เบซอส ผู้ก่อตั้ง Amazon มาเพื่อให้เป็นเข็มทิศ สำหรับผู้ที่มีเป้าหมายในการพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นในปีนี้

 

ประการที่  1  ลงทุนกับตนเอง   : การลงทุนพัฒนาตนเองถือเป็นสิ่งที่คุ้มค่าที่สุด  ดังที่วอร์เรน บัฟเฟตต์ ลงทุนเข้าเรียนหลักสูตรการพูดของเดล คาร์เนกี จนส่งผลให้เขามีความมั่นใจในการลงทุนซื้อขายหุ้น และขอภรรยาแต่งงาน

ประการที่ 2 อ่าน : กุญแจแห่งความสำเร็จ โดยการอ่านที่ดีจะช่วยเพิ่มพูนความรู้แบบดอกเบี้ยทบต้นที่คุ้มค่าระยะยาว ที่ทั้งวอร์เรน บัฟเฟตต์ และ บิล เกตส์ให้ความสำคัญ

ประการที่ 3 อดทน : ตัวแปรแห่งความสำเร็จ ดังคำกล่าวที่ว่า ไม่ว่าคุณจะเก่ง หรือพยายามแค่ไหน แต่บางอย่างต้องใช้เวลา ก็เหมือนช่วงราคาหุ้นร่วงที่ต้องอดทน

ประการที่ 4 โฟกัส : การจดจ่อกับไอเดีย โดยตัดความฟุ้งซ่าน ความคิดที่ไม่เป็นสาระโดยเฉพาะโลกโซเชี่ยล อาจจะช่วยเปิดประตูแห่งความสำเร็จ ซึ่งบิล เกตส์ ใช้เป็นหลักปฏิบัติโดยจัดสรรเป็นช่วง “สัปดาห์แห่งการขบคิด” ซึ่งจะปิดการติดต่อสื่อสารเพื่อใช้จะโฟกัสถึงความเป็นไปได้ของไอเดีย ความคิดใหม่ ๆ และหนึ่งในความสำเร็จของหลักปฏิบัตินี้คือ โปรแกรม Internet Explorer

ประการที่ 5 ทำที่ถนัดและสนใจ : สิ่งหนึ่งที่เกตส์และบัฟเฟตต์รวมถึงบุคคลที่ประสบความสำเร็จแทบทุกคนให้ความเห็นตรงกันคือ “ทำในสิ่งที่ถนัดและสนใจ” เช่น บัฟเฟตต์ หลงใหลในตัวเลขและใช้ประโยชน์จากความสนใจและความสามารถของตัวเองไปกับการลงทุน เกตส์ในวัย 13 ปีก็ค้นพบว่าตนเองหลงรักคอมพิวเตอร์ ทั้งยังโชคดีที่มีโอกาสเรียนในโรงเรียนที่มีคอมพิวเตอร์ จากนั้นแต่ เขาจึงทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างให้กับมัน ยอมโดดเรียนในวิชาที่เคยชอบ และลาออกจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเพื่อเปิดบริษัทไมโครซอฟท์ร่วมกับเพื่อนสนิทตอนอายุ 18 ปี

ประการที่ 6 ไม่ทิ้งโอกาส : เมื่อไรที่มองเห็นว่าเป็นโอกาส ขอให้คว้าไว้เพื่อจะได้ไม่เสียใจในภายหลังว่าไม่ได้ทำ นี่คือสิ่งที่เจฟฟ์ เบซอสใช้ตอนที่ก่อตั้งแอมะซอนเพราะเห็นโอกาสของการขายหนังสือออนไลน์ แม้ว่าขณะนั้นจะมีการงานที่มั่นคงเป็นรองประธานลำดับที่ 4  ของบริษัทเงินทุนชื่อดังอย่าง D.E. Shaw & Co. เบซอสได้กล่าวว่า“เมื่อคุณอายุ 80 คุณจะเสียใจในสิ่งที่อยากทำและไม่ได้ทำ มากกว่าเสียใจในสิ่งที่ได้ทำลงไป ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องงานหรือธุรกิจเท่านั้น คุณอาจจะรักใครสักคนหนึ่ง แต่คุณไม่กล้าบอก เมื่อเวลาผ่านไป คุณอาจจะกลับมานั่งเสียใจว่าทำไมวันนั้นถึงไม่กล้าบอกไป”

ประการที่ 7  สนุกกับทุกสิ่งเหมือนวันแรก : วันแรก คือวันที่เรามีความตื่นตาตื่นใจ ตั้งใจทำสิ่งที่ดีที่สุด และสิ่งเหล่านี้จะเจือจางไปกลายเป็นความคุ้นชิน ซ้ำซาก ดังนั้นถ้าไม่อยากให้ธุรกิจอ่อนแอ ควรทำให้ทุกวันเป็นวันแรกตามที่เจฟฟ์ เบซอสได้ถ่ายทอดไว้

 

หลักแนวคิดทั้ง 7 ประการ ลองเลือกปรับใช้ให้ตรงจริต เพราะอย่างน้อยก็เป็นหนทางความสำเร็จของมหาเศรษฐีระดับโลก ทำน้อยๆ ค่อยๆ ทำ ดีสุดชีวิตก็พุ่ง แย่สุดก็ไม่ตกต่ำ กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตขอเป็นกำลังใจให้ผู้ที่กำลังมุ่งสู่เส้นทางเศรษฐีทุกท่าน