-อากาศหนาว_Cover_4.jpg

kinyupen_adminFebruary 21, 2020

เตือนภัยนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการกางเต็นท์พักค้างคืนในป่า หรือ อุทยานแห่งชาติต่างๆ เพื่อรับลมเย็นช่วงนี้ควรทราบ…หลังกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ออกมาเตือนว่าขอให้ระมัดระวังถูก “ตัวไรอ่อน” กัด เพราะอาจทำให้เสี่ยงป่วยด้วยโรคไข้รากสาดใหญ่ได้

แต่สำหรับผู้ที่วางแผนท่องเที่ยวไว้แล้ว กรมควบคุมโรค แนะนำ 4 ข้อควรปฏิบัติไว้ดังนี้

  • สวมเสื้อผ้ามิดชิด เช่น เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ทาโลชั่นกันยุงที่มีส่วนผสมของสาร DEET หรือ ใช้สมุนไพรทากันยุง ก็จะสามารถป้องกันตัวไรอ่อนกัดได้
  • หลีกเลี่ยงเข้าในบริเวณที่มีตัวไรอ่อนชุกชุม อาทิ ป่าโปร่ง ป่าละเมาะ หรือ บริเวณที่มีการปลูกป่าใหม่ ทุ่งหญ้า ชายป่า หรือ บริเวณต้นไม้ใหญ่ที่แสงแดดส่องไม่ถึง
  • ควรอาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย และนำเสื้อผ้าที่สวมใส่มาซัก ด้วยผงซักฟอกเข้มข้น เพราะหลังออกจากป่าอาจมีตัวไรอ่อนติดมา
  • หากมีไข้และหนาวสั่น ไอ ตาแดง คลื่นไส้อาเจียน ปวดเมื่อยตัว อ่อนเพลีย ภายใน 2 สัปดาห์ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการเข้าป่าให้แพทย์ทราบ เพื่อรับการรักษาโดยเร็ว ป้องกันการเสียชีวิต โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

 

 

รู้จักกับไรอ่อน และ ไข้รากสาดใหญ่

“โรคไข้รากสาดใหญ่” หรือ “โรคสครับไทฟัส” (Scrub typhus) เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่มี “ไรอ่อน”เป็นพาหะซึ่งจะส่งผ่านเชื้อด้วยการกัดเข้าผิวหนังมนุษย์

“ไรอ่อน” ปกติมองเห็นด้วยตาเปล่าค่อนข้างยาก เพราะมีขนาดเล็กมาก มักอาศัยอยู่ตามใบไม้ ใบหญ้าใกล้พื้นดิน สามารถกระโดดเกาะตามเสื้อผ้าและกัดผิวหนังที่สัมผัสกับเสื้อผ้าได้ โดยบริเวณที่ถูกกัด มักจะเป็นรักแร้ ขาหนีบ รอบเอว

ทั้งนี้ ผู้ที่ถูกไรอ่อนมีเชื้อกัดจะเริ่มแสดงผลประมาณ 10-12 วันหลังถูกกัด อาการที่พบ คือ ปวดศีรษะ มีไข้ หนาวสั่น ไอ ตาแดง คลื่นไส้อาเจียน ปวดเมื่อยตัว อ่อนเพลีย และบริเวณที่ถูกกัดอาจจะมีผื่นแดงขนาดเล็กค่อย ๆ นูนหรือใหญ่ขึ้น และอาจจะพบแผลคล้ายบุหรี่จี้ (Eschar)  แต่จะไม่ปวดและไม่คัน ผู้ป่วยบางรายอาจหายได้เอง แต่บางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ เช่น ปอดอักเสบ เยื่อหุ้มสมองและสมองอักเสบ อาจทำให้เสียชีวิตได้

ทั้งนี้จากข้อมูลของกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 10 กุมภาพันธ์ 2563 มีรายงานพบผู้ป่วยโรคไข้รากสาดใหญ่ 445 ราย ไม่พบผู้เสียชีวิต ภาคที่มีจำนวนผู้ป่วยสูงสุด คือ ภาคเหนือ (จำนวน 227 คน คิดเป็นร้อยละ 51) ส่วนจังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 5 อันดับแรก คือ ระนอง น่าน แม่ฮ่องสอน เชียงราย สุราษฎร์ธานี ตามลำดับ



kinyupen_adminFebruary 20, 2020

ข้าวเหนียวลืมผัวมีคุณค่าทางโภชนาการสูง แถมยังอร่อย

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต เปิดตำราวิธีหุงข้าวเหนียวลืมผัว สูตรหอมนุ่ม จนถึงวันพรุ่งนี้ก็ยังหอมอยู่มาฝาก เข้าใจง่ายสุดๆ ใน 2 นาที

ส่วนผสม

– ข้าวเหนียวขาว     ครึ่งกิโลกรัม

– ข้าวเหนียวลืมผัว     ครึ่งกิโลกรัม

 

วิธีหุง ข้าวเหนียวลืมผัว

  • ล้างน้ำ 3 ครั้ง แช่ทิ้งไว้ 6 ชั่วโมงหรือ 1 คืน
  • ต้มน้ำจนเดือด ใส่ใบเตยลงไป
  • ใส่ข้าวลงหวด ยกขึ้นสะเด็ดน้ำ แล้วลงนึ่ง 15 นาที
  • ครบ 15 นาที กลับข้าวเหนียว ใช้ไม้พายนวด
  • นวดและนึ่งต่อ 15 นาที
  • เมื่อนึ่งครบ 2 รอบ นวดแล้วปิดฝานึ่งอีก 15 นาที
  • ตลบลงชาม ใช้ไม้พายนวด จัดใส่กระติบข้าวเหนียว พร้อมทาน

**เคล็ดลับ ** ตักน้ำร้อนราดประมาณ 3 กระบวย ก่อนนึ่งรอบที่ 2 จะทำให้ข้าวเหนียวนุ่มยิ่งขึ้น


_Cover_2.jpg

kinyupen_adminFebruary 19, 2020

โต๊ะจีน ทุกเมนู มีความหมาย

เพราะหลายครั้งในการนัดหมายญาติมิตรเพื่อเฉลิมฉลองหรือเจรจาธุรกิจ “กินโต๊ะจีน” จะอยู่ในอันดับต้นของตัวเลือก คำถามของผู้ร่วมโต๊ะจีนในยุคนี้ คือ ทำไมต้องอาหาร 10 อย่าง และทำไมต้องข้าวผัดลำดับท้ายๆ ดังนั้นเพื่อให้เข้าใจวิถีที่มา กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตจึงค้นหาคำตอบที่อาจอยู่ในข้อสงสัย

  1. โต๊ะจีนต้องเป็นโต๊ะกลม ไม่ใช่เพียงเพื่อเอื้อมถึง แต่สื่อถึงความเสมอภาค ความสัมพันธ์กลมเกลียว
  2. รายการอาหารต้องเป็นเลขคู่ควรมี 8 – 12 อย่าง ยกเว้น 4 ซึ่งในภาษาจีนมีความหมายว่า ตาย
  3. อาหารทุกเมนูต้องปรุงสำเร็จ รับประทานได้ทันทีตามหลักลัทธิเต๋า คือ ความพอดี
  4. การเสิร์ฟอาหารต้องเรียงตามลำดับ

 

โดยการจัดกลุ่มอาหารในโต๊ะจีน จัดเรียงลำดับการเสิร์ฟดังนี้

กลุ่มที่ 1 ออเดิร์ฟ เมนูเรียกน้ำย่อย เพื่อบอกกระเพาะกลายๆ ว่ามื้อหนักกำลังจะมา

กลุ่มที่ 2 ซุปข้น เพื่อเคลียร์คอให้โล่ง ระหว่างชมพิธีการหรือช่วงสนทนา

กลุ่มที่ 3 เนื้อสัตว์มงคล ซึ่งจะมี 4 – 6 อย่าง โดยเนื้อสัตว์มงคลที่นิยม มีดังนี้

  • หมู ความมั่งคั่ง กินดีอยู่ดี ความสมบูรณ์พูนสุข ยิ่งหากเป็นหมูหันก็จะเพิ่มเติมเรื่องความบริสุทธ์และสดใสของชีวิต
  • กุ้ง มักใช้กุ้งมังกร สื่อถึง มังกร สัตว์เทพเจ้าในตำนานของชาวจีน ความมีอำนาจ ลาภ ยศ ทั้งยังสื่อถึงเงินทองไหลมาเทมาไม่ขาดสาย
  • ไก่ ตัวแทนของหงส์ หมายถึง ความก้าวหน้า มีกุ้งและไก่อยู่คู่กันในชุดอาหารก็จะทำให้ชีวิตคู่เกื้อหนุนกัน
  • เป็ด ตัวแทนของสัตว์ปีก เป็นมงคลของชีวิตให้ชีวิตมีแต่สันติ ร่มเย็น
  • ปลา ภาษาจีนจะพ้องกับคำว่า “หยู” ที่แปลว่า ล้นเหลือ เป็นมงคลในเรื่องเงินทอง ทำให้เหลือกินเหลือใช้

กลุ่มที่ 4 ซุปใส ใช้ดับความเลี่ยน เช่น  ซุปไก่ตุ๋นยาจีน

กลุ่มที่ 5 เมนูอิ่ม หรือ อาหารจานหลัก เมนูปิดท้ายอาหารคาว เช่น ข้าว หรือ อาหารเส้น เหตุที่อยู่ลำดับหลังสุดก็เนื่องมาจากความเชื่อของชาวจีนที่จะต้องเลี้ยงดูแขกอย่างดี จึงจัดอาหารดีๆ มาก่อน และส่งท้ายด้วยเมนูหนักๆ หรือถ้าคิดถึงความเป็นจริงหากกินข้าวก่อนของที่ตามมาก็อาจจะเกินอิ่มไปแล้ว

กลุ่มที่ 6 กลุ่มของหวาน ที่เชื่อว่าจะทำให้ชีวิตหวานชื่น ปราศจากความขมขื่น

 

เกร็ดชวนดู…มารยาทต้องรู้บนโต๊ะจีน

  • อาหารคำแรกของโต๊ะ ต้องตักให้ผู้อาวุโสที่สุดก่อน
  • การจะคีบอาหารให้ผู้อื่น ต้องกลับด้านตะเกียบก่อนเสมอ
  • การรับประทานปลาตัวใหญ่ ห้ามพลิกกลับด้าน แต่ให้ใช้วิธีเลาะก้างปลาออก
  • ห้ามทิ้งเศษอาหารไว้บนโต๊ะเด็ดขาด

 


COVID19_ไวรัสอู่ฮั่น_Cover_4.jpg

kinyupen_adminFebruary 15, 2020

WHO ประกาศชื่อทางการไวรัสโคโรนาพันธุ์ใหม่  “COVID-19”

โดยการตั้งชื่อโรคระบาดของ WHO จะมีข้อกำหนดให้สามารถตรวจสอบประเภท และระยะเวลาที่ระบาดได้

 

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า “เทดรอส แอดฮานอม เกเบรเยซุส” ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (WHO) แถลงที่กรุงเจนีวาเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า องค์การอนามัยโลกได้มีการกำหนด ชื่ออย่างเป็นทางการของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ว่า “COVID-19” ซึ่งเป็นไปตามกรอบคำแนะนำสำหรับการตั้งชื่อของทางองค์การอนามัยโลก เพื่อหลีกเลี่ยงที่จะพาดพิงถึงที่ตั้งทางภูมิศาสตร์อย่างเจาะจง สายพันธุ์ต่างๆ ของสัตว์หรือกลุ่มคน เพื่อหลีกเลี่ยงสร้างบาดแผลหรือมลทินให้แก่เมืองอู่ฮั่น

 

โดย “COVID-19” มาจากการรวมกันของคำว่า Corona (โคโรนา) Virus (ไวรัส) และ Disease (โรค) รวมเข้ากับปีของการเริ่มต้นการแพร่ระบาดคือปี 2019


KoratStrongerTogether_Cover_1.jpg

kinyupen_adminFebruary 13, 2020

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอเชิญชวนเพื่อนๆ ที่ยังว่างจากกิจกรรมวันหยุดในช่วงสัปดาห์ที่จะถึงนี้ ไปร่วมให้กำลังใจชาวโคราชโดยร่วมทำบุญ แวะชิมช้อปใช้ แวะกินเที่ยว เพราะในวันเสาร์ที่ 15 กุมภาฯ  ชาวโคราชจะมีพิธีทำบุญ – ตักบาตรพระ 10,000 รูป เนื่องในหลายโอกาสทั้งฉลองเมืองครบรอบ 364 ปี น้อมถวายเป็นพุทธบูชา ถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนารายณ์มหาราช และอุทิศแด่ย่าโม ตลอดจนถึงบรรพบุรุษที่ล่วงลับ ตั้งแต่เวลา 06.00-09.00 น. ณ บริเวณรอบลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี

และหลังพิธีทำบุญตักบาตรจะมีกิจกรรมให้กำลังใจโดยชวนไปเดินเยี่ยมเยียนส่วนต่างๆ ภายในเทอร์มินัล 21 เพื่อให้กำลังใจทั้งพนักงาน ร้านค้า และชาวโคราช รวมถึงผู้คนในละแวกนั้นให้กลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ สำหรับผู้ที่ประสงค์มีส่วนร่วมให้กำลังใจมากไปกว่านั้น หรือไม่สะดวกเดินทาง สามารถร่วมบริจาคได้ที่ บัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาตลาดเซฟวัน ชื่อบัญชีช่วยเหลือผู้ประสบเหตุเทอร์มินอล 21 โดยจังหวัดนครราชสีมา เลขที่บัญชี 678-9-97951-4

 

ไหนๆ ก็มาโคราชแล้ว ต้องแวะเที่ยวกันหน่อย

การเดินทางไปโคราช นั่งรถไฟ จากหัวลำโพง ถึงนครราชสีมา นั่งรถบัส จากหมอชิต ถึงนครราชสีมา

การเดินทางมาเที่ยวลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) อยู่ใจกลางเมือง ทำให้รถสองแถวหลาย ๆ สายขับผ่าน เช่น สาย 1, สาย 2, สาย 4, สาย 6, รถโคกกรวด ฯลฯ

การเดินทางไป Terminal 21 โคราช

รถส่วนตัว -> Terminal 21 อยู่บริเวณสามแยกอุดร ถ.มิตรภาพ ทางไปจอดก่อนถึง บขส. ใหม่
รถสองแถว -> สาย 7 (ขาว น้ำเงิน) สาย 15 (ขาว ม่วง) สาย 17 (ขาว ม่วง) สาย 8 (ขาว น้ำเงิน)

 

  1. เรือนโคราช เฉลิมวัฒนา
    0 กม. จาก อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม)  ขอบคุณภาพจาก Facebook : @rueankorat
  1. วัดพายัพ

0.5 กม. จาก อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม)

ถ้ำหินงอก หินย้อย ณ วัดพายัพ ใกล้อนุสาวรีย์ย่าโม โคราช

ขอบคุณภาพจาก Facebook : วัดพายัพ พระอารามหลวง

  1. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวีรวงศ์

0.5 กม. จาก อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม)

ขอบคุณภาพจาก Facebook : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวีรวงศ์

  1. เขาใหญ่ แอนด์ บียอนด์

11.6 กม. จาก อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม)

ขอบคุณภาพจาก Facebook : Korat : เมืองที่คุณสร้างได้

  1. จิมทอมป์สัน

ขอบคุณภาพจาก Facebook : Jim Thompson Farm

  1. วัดศาลาลอย

ขอบคุณภาพจาก http://nkr.mcu.ac.th/tour

  1. ฟาร์มโชคชัย

ขอบคุณภาพจาก http://www.farmchokchai.com/th

 

 


_รสเด็ด_Cover_1.jpg

kinyupen_adminFebruary 12, 2020

ใครๆ ต่างก็ทราบว่า “ปลากระบอก” เป็น เมนูที่หากใครทานไม่เป็นจะรู้สึกคาว และเพื่อดับกลิ่นคาวแน่นอนว่าต้องทานคู่กับน้ำจิ้มสูตรเด็ด นอกจากนี้ยังมีการปรับให้เข้ากับลิ้นของคนรุ่นใหม่ๆ โดยนำมาทำเมนูฟิวชั่น “ปลากระบอกคั่วพริกเกลือ” ซึ่งกินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอนำเคล็ดลับเมนู เหล่านี้มาฝากกัน

ส่วนผสม

  1. ปลากระบอก (เมืองจีน) ตัวใหญ่    1 ตัว
  2. เกลือป่น                                          1 ช้อนชา
  3. ขึ่นช่าย                                            1 ต้น
  4. ขิงแก่ทุบ                                         1 แง่ง
  5. เต้าเจี้ยว                                          2 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำตาลทราย                                   1 ช้อนชา
  7. ขิงแก่ (สับละเอียด)                        1 ช้อนชา
  8. น้ำเปล่า                                           1 ช้อนโต๊ะ
  9. พริกขี้หนูสับ                                    1 ช้อนชา

ขั้นตอน

 

  1. ล้างปลาให้สะอาด ควักเหงือกและไส้ออก หากต้องเก็บหัวใจปลาไว้ เพราะชาวจีนเชื่อว่า เป็นสิริมงคล และถ้าจะใช้สำหรับการไหว้เจ้าก็ไม่ต้องขอดเกล็ด (จะลอกเอาเกล็ดออกตอนรับประทาน)
  2. ทาเกลือป่นที่ตัวปลาและในท้องปลาเล็กน้อย ใส่ขิงแก่ ขึ่นช่าย ต้นหอมทุบแล้ว ยัดเข้าในท้องปลาเพื่อดับกลิ่นคาว ก่อนตั้งไฟให้แรงจนน้ำเดือดจัด แล้วจึงนำปลามานึ่งประมาณ 15-20 นาที (อย่านึ่งจนสุกเกิน เนื้อจะกระด้างไม่อร่อย)
  3. นำปลานึ่งสุกออกจากหม้อ วางผึ่งรอให้เย็นจึงนำไปแช่เย็น
  4. ปรุงน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวสูตรจีน โดยนำน้ำตาลทราย ละลายในน้ำเปล่า ใส่เต้าเจี้ยว ขิง กระเทียม พริกขี้หนูที่ตำรอไว้มาผสมให้เข้ากัน
  5. ลอกเกล็ดปลาออก พร้อมทานกับน้ำจิ้มสูตรเด็ด

ขั้นตอนทำ  “ปลากระบอกคั่วพริกเกลือ” โดยวิธีการแปรรูปง่ายๆ

  1. นำเนื้อปลาคลุกแป้ง แล้วทอดให้เหลืองกรอบ พักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน
  2. โขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทย แล้วนำไปผัดให้เหลืองหอม พร้อมใส่พริก 3 สีผัดให้เข้ากัน
  3. นำเนื้อปลากระบอกที่ทอดแล้ว ลงคลุกเคล้า เติมเกลือ น้ำตาล ใส่ต้นหอม ผักชี เติมรสเผ็ด เปรี้ยว เค็ม หวาน ตามความชอบ
  4. ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟ

_โดราเอมอน_Cover_3.jpg

kinyupen_adminFebruary 11, 2020

เป็นที่ยอมรับกันในโลกของความเป็นจริงอยู่แล้วว่า ชีวิตมนุษย์คงไม่มีใครที่จะมีความสมบูรณ์แบบไปทุกด้าน ทุกคนล้วนต่างมีด้านสว่างและด้านมืด แอบซ่อนอยู่แล้ว อยู่ที่บุคลิกของแต่ละคนว่าใครจะเปิดเผยมุมนั้นออกมาในรูปแบบใดเท่านั้น โดยเฉพาะในช่วงที่ผ่านมาเรื่องของความดี ความชั่ว ความแข็งแกร่ง ความอ่อนแอ ได้ถูกนำมาวิเคราะห์พูดถึงอย่างมากในสังคมไทยขณะนี้

 

เรื่องราวของ เดคิสึงิ ฮิเดะโทะชิ หนึ่งในตัวละครในการ์ตูนญี่ปุ่นชื่อดังโดราเอมอน อาจจะเป็นหนึ่งในตัวอย่างของความพยายามของผู้เขียนอย่างอาจารย์ฟูจิโกะ ฟูจิโอะ ที่ต้องการสะท้อนให้เห็นว่าในโลกนี้ แม้ว่าภายนอกมนุษย์คนหนึ่งจะเป็นคนที่ดีและเก่ง สมบูรณ์แบบชนิด 100% มีบุคลิกอ่อนโยนและเป็นมิตรกับทุกคน แต่ก็อาจจะซ่อนความลึกลับที่ยากจะคาดเดาได้ จนเป็นปริศนาว่าแท้จริงแล้ว เขามีความสุขกับสิ่งที่เป็นอยู่ หรือ ในใจคิดอะไรกันแน่ และที่สำคัญคนที่ดีงามขนาดนี้ น่าจะมีอยู่เพียงแต่ในอุดมคติเท่านั้น

 

เดคิสึงิ เป็นตัวละครตัวหนึ่งในการ์ตูน โดราเอมอน มังงะอมตะชื่อดังของญี่ปุ่น เขียนโดยฟูจิโกะ ฟูจิโอะ นักเขียนการ์ตูนชื่อดังที่สร้างเจ้าแมวหุ่นยนต์ สีฟ้าที่มีของวิเศษมากมายจากกระเป๋าหน้าท้อง อย่างโดราเอมอน ขึ้นมาเพื่อเป็นเพื่อนคู่คิดกับเด็กชายชั้นประถมผู้มีความอ่อนแอ ขี้เกียจและไม่ฉลาด อันเป็นจุดเด่นของ โนบิตะ ที่ต้องผจญภัยกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ร่วมกับเพื่อน ๆ นักเรียนประถมในละแวกเดียวกัน

 

เดคิสึงิ ถูกสร้างให้เป็นตัวละครที่เป็นนักเรียนประถมที่ฉลาดที่สุดในชั้นเรียน มีความฉลาดรอบรู้ไปซะทุกเรื่อง ประกอบกับมีความสมบูรณ์แบบทั้งเรื่องของครอบครัว ต้นตระกูล และความหล่อเหลาของเขาทำให้ เดคิสึงิกลายเป็นที่นิยมที่สุดในหมู่เด็กผู้หญิงรวมถึงชิซุกะ ที่โนบิตะหมายปองอยู่ด้วย และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้เขากลายเป็นศัตรูของโนบิตะไปในที่สุด

 

เดคิสึงิ มีบุคลิกร่าเริง และมีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้เพื่อนร่วมชั้นเรียนจนได้รับการยอมรับว่าเป็น “คนดี” ยิ่งสร้างความให้กับโนบิตะริษยามากมายขึ้นไปอีก แต่เหมือนเขาเองจะไม่รู้เรื่องอะไรเลย เพราะว่าไม่เคยคิดร้ายกับใคร และมักจะสุขุมและเป็นผู้ใหญ่อยู่เสมออีกด้วย

 

เรื่องราวเดคิสึงิ เด็กผู้ชายที่สมบูรณ์แบบ 100% ที่ถูกสร้างขึ้นในการ์ตูน ถูกนำมาพูดถึงและวิเคราะห์กันอย่างจริงจังเชิงวิชาการในสังคมญี่ปุ่น ว่าแท้จริงแล้วการที่ตัวตนของเขา ถูกสร้างขึ้นมานั้นผู้เขียนมีเหตุผลอะไรกันแน่ เพราะหากย้อนกลับไปดูเนื้อหาของการ์ตูนเรื่องโดราเอมอน ตัวละคร เดคิสึงิ ไม่ได้ถูกกำหนดให้มีตัวตนตั้งแต่ต้นเรื่องแต่เพิ่งจะมาปรากฏตัวขึ้นหลังจากที่เรื่องราวผ่านไปแล้ว 22 เล่ม จากทั้งหมด 45 เล่ม นั่นคือเขาเพิ่งมีตัวตนแค่เพียงช่วงครึ่งท้ายของเรื่องเท่านั้น

 

มีการวิเคราะห์กันว่าการที่ฟูจิโกะ ฟูจิโอะ สร้างเดคิสึงิ ขึ้นมาเป็นอีกตัวละครหนึ่ง ด้วยอาจจะต้องการสร้าง “มนุษย์ในอุดมคติ” ที่ผสมรวมทุกอย่างของสุดยอดแห่งความเก่ง ความดี ความหล่อ ความสมบูรณ์แบบของครอบครัว ชนิดไม่มีข้อด้อยอะไรเลย และบุคคลอย่างเดคิสึงินี่แหละ คือ รูปแบบที่มนุษย์ต้องการ ทั้งที่รู้ดีว่าในโลกแห่งความเป็นจริงจะหามนุษย์ที่มีความเป็นเลิศแบบนี้ไม่ได้แน่ๆ

 

บางเหตุผลก็บอกว่า การที่มีเดคิสึงิขึ้นมา ผู้เขียนต้องการให้เป็นตัวเปรียบเทียบในโลกของโนบิตะ ที่แม้ว่าจะทำให้โนบิตะ ดูด้อยลงแต่นั่นก็อาจจะกลายเป็นแรงบันดาลใจให้โนบิตะผลักดันตัวเองขึ้นมาเพื่อเอาชนะเดคิสึงิให้ได้ หรือเป็นการสร้างแรงผลักดันให้เด็กญี่ปุ่นเอาชนะด้านด้อยของตัวเองเพื่อให้เกิดการพัฒนาตัวเองไปถึงจุดที่สังคมชี้ว่าเป็น “คนดี” นั่นเอง แต่โนบิตะเองก็ดูเหมือนว่าจะไม่เคยเอาชนะเดคิสึงิได้ด้วยตัวเองสักครั้ง เพราะเขามักกลับมาขอของวิเศษต่างๆ ของโดราเอมอนไปใช้ สุดท้ายก็ผิดพลาดจนทำให้เดคิสึงิ ดูดีขึ้นไปอีกในสายตาของคนอื่นๆ โดยเฉพาะชิซุกะ

 

แม้ว่าเดคิสึงิ จะถูกเขียนขึ้นมาให้มีตัวตนในลักษณะของไอดอลยอดนิยมของคนทั่วไป แต่ในมุมหนึ่งกลับมีการตั้งข้อสังเกตว่าเด็กผู้ชายผู้สมบูรณ์แบบคนนี้กลับมีความลึกลับที่ยากจะหาตัวตนที่แท้จริงได้ ทั้งเรื่องของครอบครัว พ่อแม่ที่ไม่มีใครรู้ว่าเป็นใคร ชื่อที่แท้จริงของเดคิสุงิ คืออะไร เพราะชื่อของเขาถูกเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา และก็ไม่เคยได้รับการอธิบายจากผู้เขียน จนแฟนคลับต้องวิเคราะห์และเดากันเอาเองจากการจับเรื่องราวที่ถูกเขียนขึ้นมาปะติดปะต่อกัน เขาจึงได้ชื่อว่า เดคิสึงิ ฮิเดะโทะชิ (出木杉英才) อย่างเป็นทางการไปในที่สุด ทั้งนี้จะใช่หรือเปล่าก็ไม่มีใครทราบ

 

นอกจากนี้แม้เดคิสึงิจะเป็นที่นิยมของเพื่อนๆ แต่เขากลับเป็นคนที่ไม่มีเพื่อนเลย เวลาเดินกลับบ้าน หรืออยู่ที่โรงเรียน ก็มักจะเล่นคนเดียว แม้ว่าในเนื้อเรื่องจะมีการกล่าวถึง สมิธ ที่ระบุว่าเป็นเพื่อน Pen-friend ชาวต่างประเทศแต่ก็ไม่เคยมีใครรู้จักสมิธ ในขณะที่เพื่อนๆ มักจะเรียกเขาด้วย “นามสกุล” เสมอ ไม่มีใครเรียกชื่อจริงของเขา ต่างกับกลุ่มเพื่อนคนอื่นๆ ที่มักจะเรียกชื่อกันเสมอ และนั่นก็หมายถึงความไม่สนิทสนมในสังคมญี่ปุ่น แต่เป็นการเรียกแบบสุภาพกับคนที่ไม่ได้สนิทสนมอะไรนัก อาจจะตีความได้ว่า แท้จริงแล้วเดคิสึงิ ไม่มีใครคบอย่างใกล้ชิดเลย แม้แต่ชิซุกะเองก็ตาม

 

เดคิสึงิ ไม่เคยถูกไจแอนท์ แกล้งเลยทั้งที่คนอื่นๆ ถูกบังคับกลั่นแกล้งทุกคน และเขาก็ไม่เคยถูกไจแอนท์เชิญไปฟังเสียงอันแสนโหดร้ายของเขาในคอนเสิร์ตที่เพื่อนๆ ทุกคนมักจะถูกบังคับให้มาร่วมงาน และไจแอนท์มักจะได้รับการต้อนรับอย่างดีในทุกครั้งที่เชิญเดคิสุงิไปร่วมเล่นเบสบอล จากทักษะการกีฬาที่เป็นเลิศของเขา

 

ความลึกลับ ที่ไม่มีที่มาที่ไป ไม่มีตัวตน ไม่มีเพื่อน ไม่มีความรู้สึกที่ใครสามารถเข้าถึงได้ของ เดคิสึงิ จึงเปรียบเสมือน “มนุษย์ในอุดมคติที่ไม่มีอยู่จริงบนโลกนี้” แต่ถ้าหากคุณมีทั้งมุมสว่าง มุมมืด ความดี ความชั่ว การแพ้ การชนะ ฉลาด และโง่ บ้าง นั่นหมายถึงคุณคือมนุษย์ที่มีชีวิตจริงๆ บนโลกใบนี้ที่ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบไปซะทุกเรื่องก็ได้ และอาจจะเป็นความหมายแฝงของฟูจิโอะ ฟูจิโกะ ที่ต้องการจะสื่อถึงเด็ก ๆ ด้วยการสร้าง “เดคิสึงิ ฮิเดะโทะชิ” คนนี้ขึ้นมาเป็นทั้งตัวเปรียบเทียบ และแรงบันดาลใจให้กับเด็กๆ นั่นเอง


Content_เรือไดมอนด์_Cover_3.jpg

kinyupen_adminFebruary 7, 2020

ส่องเรือสำราญสุดหรู “Diamond Princess” ล่องทะเลญี่ปุ่น

หลังพบผู้โดยสารติดเชื้อโคโรนาไวรัสแล้ว 61 คน

 

เรือ Diamond Princess เปิดตัวครั้งแรกในปี 2004 เป็นเรือสำราญสำหรับการท่องเที่ยวทางเรือไปตามเส้นทางในภูมิภาคแปซิฟิก โดยเฉพาะเส้นทางโยโกฮาม่า-สิงคโปร์ และแวะท่องเที่ยวตามเกาะชื่อดังต่างๆ เช่น ฮ่องกง ไต้หวัน โอกินาว่า เป็นต้น ถือเป็นเรือสำราญขนาดใหญ่ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

 

ภายในเรือมีเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ หรูหรา สำหรับคอยให้บริการนักท่องเที่ยว มีห้องพักหลากหลายรูปแบบตั้งแต่ห้องพักแบบธรรมดา ไปจนถึงห้องเพนท์เฮาส์ราคาแพง สำหรับนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักที่ต้องการความสะดวกสบายราวราชาในระหว่างการล่องทะเล โดย 75% ของห้องพักจะมีระเบียงส่วนตัวเพื่อให้ผู้โดยสารได้ออกมารับลมชมวิวทะเลที่เวิ้งว้างได้อย่างอิสระ

 

 

ขอบคุณภาพจาก : JamesZ_Flickr

 

สำหรับพื้นที่สาธารณะที่มีไว้ให้บริการ ก็ล้วนแล้วแต่สร้างขึ้นอย่างหรูหรา เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถผ่อนคลายและสนุกสนานในระหว่างการล่องเรือไปตามประเทศต่างๆ เช่นดาดฟ้า Sanctuary ที่กว้างขวาง มีกิจกรรมให้เลือกสนุกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการอาบแดด ฟังเพลง หรือ นั่งจิบไวน์ชมวิว นอกจากนี้ยังมีโรงภาพยนตร์กลางแจ้งขนาด 300 ตารางฟุตไว้บริการด้วย ท่ามกลางสิ่งอื่น ๆ

 

บนเรือหรูลำนี้ยังมี เลานจ์บริการถึง 5 เลาจน์ สำหรับแขกที่เป็นผู้ใหญ่ ในขณะที่เด็กๆ ก็สามารถมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ เช่นศิลปะ งานฝีมือ หรือการทำปาร์ตี้พิซซ่า ร้องคาราโอเกะที่สโมสรเยาวชนที่เหมาะสมกับ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารที่เลือกรับประทานอาหารได้จากทั้งหมด 13 แห่ง ร้านอาหารพิเศษสามแห่งและร้านอาหารแบบสบาย ๆ เช่นฮอทดอกและเบอร์เกอร์อีกด้วย

 

เรือ Diamond Princess มีลูกเรือ 1,100 คนบนเรือคอยให้บริการ และได้มีการปรับปรุงใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ 2019 โดยความโดดเด่นของเรือลำนี้ยังอยู่ที่การได้ซึมซับบรรยากาศแบบญี่ปุ่น มีการสอนบทเรียนภาษาญี่ปุ่นขั้นพื้นฐานให้กับนักท่องเที่ยวชาติอื่น และยังมีบทเรียนภาษาอังกฤษสำหรับผู้โดยสารชาวญี่ปุ่นด้วย ผู้โดยสารทุกคนจะได้สวมชุดยูกาตะ (กิโมโนสไตล์ฤดูร้อน) ด้วยความช่วยเหลือจากอาสาสมัครชาวญี่ปุ่น มีชั้นเรียนพับกระดาษ ชั้นเรียนเต้นรำเทศกาลญี่ปุ่น เรื่องเล่าที่ดำเนินการโดยนักเล่าเรื่องชาวญี่ปุ่น และกิจกรรมทางวัฒนธรรมอื่น ๆ อีกมากมาย ที่ล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นทั้งสิ้น รวมทั้งยังมีห้องอาบน้ำแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมโดยได้รับการยกย่องให้เป็น the world’ s largest open air Japanese bath, with both indoor and outdoor bathing areas หรือเรือที่มีอ่างออนเซ็นกลางแจ้ง และในร่มที่ใหญ่ที่สุดบนเรือสำราญ

 

สำหรับแพ็กเกจการล่องเรือหรู Diamond Princess จะขึ้นอยู่กับเส้นทาง แล้วแต่ผู้โดยสารจะเลือกท่องเที่ยวมีระยะเวลาตั้งแต่ 4 วันขึ้นไป ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ราว 20,000 บาท ในเส้นทางสั้นๆ แถบเอเชียตะวันเฉียงใต้ และราว 30,000 บาทในเส้นทางแถบประเทศญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน และฮ่องกง เป็นต้น โดยการขึ้นลงเรือแต่ละครั้งต้องมีการลงทะเบียน และสแกนบัตรผู้โดยสารทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยสูงสุด บัตรโดยสารจะมีขนาดเหมือนบัตรเครดิต และยังใช้สำหรับจ่ายค่าบริการเสริมเช่น อาหารมื้อพิเศษ ซื้อของปลอดภาษีบนเรือ ซื้อทัวร์เสริม และอื่นๆ

 

อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 4-7 กุมภาพันธ์ 2020 ที่ผ่านมา ทางการญี่ปุ่นได้ตรวจสอบพบว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ในผู้โดยสารที่โดยสารมากับเรือ Diamond Princess จำนวนรวม 61 ราย จากผู้โดยสารและลูกเรือ 3,700 คน ทำให้ทั้งหมดถูกห้ามให้ขึ้นฝั่งเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสเป็นเวลา 14 วัน ท่ามกลางความหวาดหวั่นของชาวญี่ปุ่นว่าอาจจะมีการพบผู้ติดเชื้อสูงขึ้นเรื่อยๆ จากผู้โดยสารในเรือดังกล่าว


Taxi_Wuhan_แท็กซี่จิอาสาอู๋ฮั่น.jpg

kinyupen_adminFebruary 6, 2020

เรื่องดีๆ ยังมีที่อู่ฮั่น หลังการระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ลามทั่วจีน เมื่อกลุ่มแท็กซี่ขอทำดีเพื่อบ้านเกิด โดยการ “อาสารับส่งผู้ติดเชื้อฟรี”

ในสถานการณ์ที่ทำให้โลกกำลังรู้สึกวิตกในข่าวร้าย ๆ จากการระบาดจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ในเมืองอู่ฮั่นประเทศจีน อาจจะทำให้หลายคนรู้สึกหดหู่ กับเหตุการณ์ที่ชาวจีนต้องเผชิญอยู่ในขณะนี้  แต่ท่ามกลางข่าวร้ายๆ ก็ดูเหมือนจะมีเรื่องดีๆ ให้ผู้คนได้รู้สึกซาบซึ้งใจขึ้นมาบ้าง เมื่อสื่อนิวยอร์กไทม์ นำเสนอเรื่องราวของน้ำใจของแท็กซี่กลุ่มหนึ่งในเมืองอู่ฮั่น ที่ออกมาอาสาทำประโยชน์เพื่อเพื่อนร่วมประเทศ ในระหว่างที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากในขณะนี้

ผู้สื่อข่าวของนิวยอร์กไทม์ ได้พบกับ “จาง เล่ย” คนขับแท็กซี่ชาวอู่ฮั่น วัย 32 ปี ที่ก่อนหน้านี้เขาเป็นเพียงคนขับรถคนหนึ่งที่ทำงานหาเลี้ยงชีพจากการรับจ้างขับรถแท็กซี่ในเมืองที่มีประชากร กว่า 11 ล้านคนแห่งนี้ แต่ทันทีที่เกิดโรคระบาด รัฐบาลท้องถิ่นประกาศปิดเมืองกะทันหัน ผู้คนจำนวนมากถูกสั่งห้ามให้ออกมานอกบ้านอย่างไม่จำเป็น ทำให้บนท้องถนนแทบจะไม่มียานพาหนะสัญจรไปมา ปัญหาการขนส่งจึงกลายเป็นอุปสรรคอย่างยิ่งต่อความเป็นอยู่ของชาวอู่ฮั่นกลุ่มหนึ่งที่ไม่มียานพาหนะเป็นของตัวเอง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยผู้สูงอายุ และคนจน ที่ถูกกักบริเวณเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด

 

จางเป็นหนึ่งในอาสาสมัครจำนวนกว่าพันคนที่ออกมาช่วยเหลือผู้คนในช่วงที่เมืองมีอุปสรรคด้านการรับส่งผู้ป่วย ที่อยู่ในช่วงการติดตามอาการ โดยส่วนใหญ่เป็นคนยากจน ผู้สูงอายุที่ไม่มีลูกหรือครอบครัว ที่ถูกกักพื้นที่อยู่ในเมืองจากการป้องกันการแพร่ระบาด บางส่วนไม่สามารถออกไปโรงพยาบาลได้  หรือไม่สามารถออกมาอาหารได้ด้วยตัวเอง ซึ่งจางบอกว่ามันเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจที่จะไม่มีใครช่วยเหลือคนกลุ่มนี้ และการทำหน้าที่นี้ถือเป็นการช่วยเหลือที่เขาเต็มใจเพราะทุกคนต่างอยู่ในภาวะยากลำบากเช่นกัน

 

ในการทำงานจาง จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในพื้นที่ที่เกิดการโรคระบาด หรือมีผู้ป่วยที่มีอาการหนัก โดยในส่วนนั้นรถพยาบาลจะเป็นผู้ดำเนินการเอง แต่เขาสามารถรับส่งผู้โดยสารได้ในพื้นที่ควบคุมอื่นๆ โดยการรับส่งผู้โดยสารครั้งนี้เขาจะไม่ได้รับเงิน แต่เป็นการให้บริการในการทำงานขับแท็กซี่จางจะต้องสวมชุดป้องกันเต็มรูปแบบเพื่อป้องกันการระบาดด้วย และการให้บริการครั้งนี้เขาจะต้องจ่ายค่าน้ำมันเอง เช่นเดียวกับอาสาสมัครคนอื่นๆ

 

ขอบคุณภาพจาก : Amy Qin_The New York Times

 

เมื่อถูกถามว่าทำไมเขาจึงออกมาเป็นอาสาสมัคร  จาง บอกว่า เหตุผลแรกเลยคือรู้สึกเบื่อที่จะต้องอยู่เฉยๆ ที่บ้านเหตุผลที่สองคือต้องการที่จะช่วยเหลือเพื่อนชาวจีนด้วยกัน และอยากทำประโยชน์ให้กับสังคม หลังจากที่ได้รับทราบข่าวว่า มีผู้สูงอายุหลายคนประสบปัญหายากลำบากต่อการเดินทาง มีข่าวว่าบางคนต้องใช้เวลาเดินถึงสองชั่วโมงเพื่อไปโรงพยาบาล การมีรถรับส่งอยู่ในพื้นที่จึงช่วยให้ผู้ป่วยเหล่านี้มีความสะดวกสบายขึ้นบ้าง

 

จาง เล่ย อาศัยอยู่กับพ่อแม่ภรรยาและลูกสองคนอายุ 3 และ 7 ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งนอกเมืองอู่ฮั่น และหมู่บ้านได้ส่งคำเตือนมาว่าเขายังไม่ควรกลับไปที่หมู่บ้านในขณะนี้ เนื่องจากเข้ามาทำงานและอาศัยอยู่ใกล้กับตลาดอาหารทะเล ที่ถูกคาดว่าเป็นต้นตอของการระบาดของไวรัสในครั้งนี้

 

“ ตอนนี้ผมคงเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุดสำหรับพวกเขา” จางบอกด้วยความรู้สึกที่ปนเศร้าเล็กน้อย แต่การได้ออกมาทำงานช่วยเหลือคนอื่นก็ทำให้เขาลืมเรื่องเศร้าๆ แบบนั้นลงได้

 

หลังทำงานอาสาสมัครขับแท็กซี่ในแต่ละวัน จางและเพื่อนอาสาสมัครขับรถคนอื่นๆ จะกลับไปอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายที่บ้าน รวมทั้งฆ่าเชื้ออุปกรณ์ป้องกันต่างๆ รวมถึงรถยนต์ ผู้ขับขี่อาสาสมัครหลายคนบอกว่าพวกเขามีชุดป้องกันเพียงชุดเดียวและถุงมือสองสามคู่เท่านั้น

 

ขอบคุณภาพจาก : Amy Qin_The New York Times

“ถึงแม้เราจะเห็นข่าวว่ามีการบริจาคสิ่งของต่างๆ มากมาย แต่พวกเราก็ยังไม่เห็นอะไรเลย ตอนนี้สิ่งที่เราได้รับคือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในทุกวัน แต่นั่นมันก็ยังดีที่อย่างน้อยเราก็มีอะไรกิน”

 

ถึงเวลานี้ ไม่มีใครคาดได้ว่าการระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่นี้จะจบสิ้นลงเมื่อได้ แต่สำหรับคนอู่ฮั่น ที่กำลังต้องอยู่ในสถานการณ์ลำบากนี้ สิ่งที่ทุกคนทำได้คือการให้กำลังใจกันและกัน และช่วยเหลือกันเท่าที่จะช่วยได้  เรื่องราวของจางจึงเป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง ที่แสดงให้เห็นถึงน้ำใจที่จะส่งถึงกันได้ ท่ามกลางกำลังใจจากทั่วโลกที่ส่งไปถึงเพื่อให้พวกเขาสามารถผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปได้ในที่สุด


Content_ขนมจีนน้ำยาไก่_Cover_1.jpg

kinyupen_adminFebruary 5, 2020

เมนูเส้นทำง่าย ประหยัดและอร่อย แถมยังสามารถรับประทานได้ถึง 10 ท่าน ในต้นทุนไม่ถึง 200 บาท กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอแนะนำ “ขนมจีนน้ำยาไก่” เมนูหม้อใหญ่ในราคาน่ารัก

 

วัตถุดิบหาง่าย

  1. เนื้ออกไก่ 7 ขีด
  2. มะพร้าวขูด                 ครึ่งกิโลกรัม
  3. น้ำพริกเครื่องแกง (สำเร็จ) 1 ขีด หรือ 2 ช้อนโต๊ะ
  4. กระชาย 5 ราก
  5. น้ำตาลปี๊บ ครึ่งช้อนโต๊ะ
  6. น้ำพริกเผา ครึ่งช้อนโต๊ะ
  7. ไข่ไก่ 6 ฟอง
  8. เกลือ 1 ช้อนชา
  9. ผักแนม เช่น ถั่วฟักยาว, ถั่วงอก, กระหล่ำปลีหั่นฝอย, ถั่วพลู, ใบแมงลัก

ขั้นตอนการทำ

  1. คั้นกะทิ โดยแยกน้ำกะทิเป็นหัวกะทิและหางกะทิ
  2. ใส่เกลือ 1 ช้อนชาลงในหางกะทิ เพื่อเพิ่มรสเค็มแทนการใส่น้ำปลา และนำชิ้นอกไก่ที่เตรียมไว้ลงไปต้มจนกระทั่งเนื้อไก่สุกเป็นสีขาวจึงตักขึ้นมาพัก และเก็บส่วนหางกะทิไว้
  3. นำส้อมขูดเนื้ออกไก่ให้เป็นเส้นๆ พอดีคำ หลังจากนั้นนำเนื้อไก่ที่ขูดแล้วไปใส่กับหางกะทิและต้มต่ออีกรอบ
  4. เติมน้ำพริกเครื่องแกง 2 ช้อนโต๊ะลงไปขนกับหางกะทิ
  5. นำรากกระชายมาตำ ใส่น้ำเล็กน้อยและนำมาคั้นเอาแต่น้ำ ใส่ลงไปในหางกะทิสัก 3 ช้อนโต๊ะ หรือแค่พอมีกลิ่น เพราะ น้ำยาไก่ ไม่เหมือนน้ำยาปลาที่มีกลิ่นคาว
  6. เคี่ยวส่วนผสมทั้งหมดจนเดือดสักพัก ค่อยชิมรส หากขาดรสหวานแนะให้เติมน้ำตาลปี๊บสัก ครึ่งช้อนโต๊ะ
  7. แล้วจึงใส่หัวกะทิตามไปเคี่ยวต่อ แต่ไม่ควรนานเพราะจะแตกมันไม่น่ารับประทาน

เคล็ดลับ : สามารถใส่น้ำมันพริกเผาสักครึ่งช้อนโต๊ะในตอนท้ายเพื่อให้หน้าแกงมีสีสันสวยงามน่ารับประทาน

 

ไข่ต้ม ต้มยังไงให้อร่อย

ใส่ไข่ลงไปในขณะที่น้ำยังไม่เดือด ใส่เกลือลงไป 1 ช้อนชา จะช่วยให้ร่อนเปลือกออกได้ง่ายขึ้น หากต้องการสุกยางมะตูม ควรต้มทิ้งไว้สัก 7 นาที แต่ถ้าชอบแบบสุกพอดี 10 นาที โดยใช้ไฟปานกลาง ระหว่างต้มคอยใช้ทัพพีคนไข่จะทำให้ไข่แดงอยู่ตรงกลาง