_แนะ-6-แอปฯ-ตัดต่อวีดิโอขั้นเทพ-เอาใจ-Yotuber_web-1.jpg

kinyupen_adminAugust 27, 2019

ปัจจุบันเราจะเห็น Youtuber เริ่มจัดทำคลิปวีดิโอรายการหรือคอนเทนท์ของตัวเอง และด้วยยุคดิจิทัลแบบนี้ ขอแนะนำ 6 แอปพลิเคชันตัดต่อภาพหรือคลิปวีดิโอ ให้ผู้ใช้งานที่ชื่นชอบการทำคอนเทนท์วีดิโอได้ใช้งานอย่างสะดวกสบาย เอาใจ Youtuber

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอนำเสนอเรื่องราวเอาใจคนชอบเทคโนโลยี เชื่อว่าปัจจุบัน สมาร์ทโฟนเป็นปัจจัยที่ 5 ในชีวิตประจำวันของมนุษย์ไปแล้ว เลยทำให้บริษัทผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือชื่อดังหลากหลายแบรนด์ ทั้ง ไอโฟน ซัมซุง หัวเว่ย ฯลฯ แข่งกันคิดค้นและผลิตสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ พร้อมคุณสมบัติดี ๆ อาทิ ดีไซน์ รูปทรง ซอฟ์ทแวร์ แอปพลิเคชัน ฯลฯ เพื่อตอบรับความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันได้

แน่นอนว่ามนุษย์ยุคนี้ไม่ได้ใช้สมาร์ทโฟนเพื่อโทรออก รับสาย ส่งข้อความเพียงอย่างเดียวแล้ว ผู้ที่มีไอเดียชอบสร้างสรรค์ผลงานดี ๆ ก็สามารถแจ้งเกิดได้ง่าย ๆ ด้วย 6 แอปพลิเคชัน ที่จะช่วยให้คุณกลายเป็นนักตัดต่อขั้นเทพได้

ข้อมูลจากแฟนเพจ DigiFam Awards รวบรวม 6 แอปพลิเคชันตัดต่อภาพหรือคลิปวีดิโอ ให้ผู้ใช้งานที่ชื่นชอบการทำคอนเทนท์วีดิโอได้ใช้งาน มีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

1. Adobe Premiere Clip : คอนเทนต์ครีเอเตอร์คงใช้แอปพลิเคชันกันบ่อย เนื่องจากใช้งานง่าย เพราะเป็นการย่อส่วนมาจากโปรแกรม Premiere Pro และสามารถนำไฟล์ที่ได้จากการสร้างสรรค์ในแอปพลิเคชันนี้ไปทำงานต่อบนคอมพิวเตอร์ได้อีกด้วย

2. Power Director : เป็นแอปพลิเคชันที่มีเครื่องมือพื้นฐานครบถ้วน มีเอ็ฟเฟ็คและ Transition ให้เลือกกว่า 40 แบบ สามารถทำภาพในสไตล์ Slow Motion ได้อย่างสวยงาม

3. Action Director : เหมาะสำหรับงานเล็ก ๆ งานที่เร่งรีบ เพราะมีเครื่องมือพื้นฐานครบถ้วน

4. Kine Master : แอปพลิเคชันนี้เหมาะสำหรับการทำคลิปวิดีโอลง Youtube สร้างสรรค์งานได้หลายเลเยอร์ และมี Audio Filter ดัดเสียง เรียกว่า แอปพลิเคชันนี้ควรค่าแก่คนที่ชื่นชอบการทำ Yotuber เลยทีเดียว

5. Quik by Gopro : เหมาะสำหรับคอนเทนต์ครีเอเตอร์สายสวย ที่ชอบสร้างสรรค์งานด้วยการใส่ฟิลเตอร์ เหมือนทำมิวสิกวิดีโอ ซึ่งแอปพลิเคชันนี้หากใครมือฉมัง ทำออกมารับรองกลายเป็นมิวสิกวีดีโอขั้นเทพไปเลย

6. VivaVideo : เป็นแอปพลิเคชันที่เหมาะสำหรับการทำคลิปวิดีโอสั้น ๆ งานเร่งรีบ แต่โดนใจชาวดิจิทัล เพราะมีลูกเล่นฟีเจอร์ที่หลากหลาย

ทั้งหมดนี้คือ 6 แอปพลิเคชันตัดต่อภาพหรือคลิปวีดิโอ เอาใจคนที่ชื่นชอบหรือมีไอเดียสร้างสรรค์คลิปวิดีโอดี ๆ เผยแพร่ผ่านช่องทางต่าง ๆ ใครที่มีความคิดที่อยากจะเป็น Youtuber หรือคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ลองทำง่าย ๆ ด้วยการถ่ายคลิปตัวเองขณะไปเที่ยวหรือทำกิจกรรมอื่น ๆ แล้วลองตัดเป็นคลิปสั้น ๆ ส่งให้เพื่อนดู ค่อย ๆ ฝึกฝน แล้วคุณจะชำนาญและแม่นในการใช้แอปพลิเคชันดังกล่าวอย่างแน่นอน และนี่คือวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


_ทำความรู้จัก-Snap-Chat-แอปฯ-ยอดฮิตเปลี่ยนหน้าเด็ก_web.jpg

kinyupen_adminMay 22, 2019

Snapchat แอปพลิเคชั่นที่ช่วยแปลงโฉมใบหน้าของตัวเองให้แลดูเด็กลงราวกับวัยรุ่น เอ๊าะ เอ๊าะ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแอปพลิเคชันที่ตอนนี้กำลังได้รับความนิยมจากคนทั้งโลกอย่างมาก

ช่วงนี้ในโลกสังมออนไลน์มีเทรนด์ใหม่ซึ่งเป็นกระแสที่กำลังมาแรงบนตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วจนถึงขณะนี้ หากใครได้มีโอกาสเล่นโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook หรือ Instagram คงจะเห็นใครหลาย ๆ คนมีใบหน้าเปลี่ยนไปราวกับเด็กวัยรุ่น เอ๊าะ เอ๊าะ คงจะสงสัยกันใช่ไหมว่าพวกเขาใช้แอปพลิเคชันอะไรกัน

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต จะพาไปทำความรู้จักกับแอปฯ ที่มีชื่อว่า Snapchat แอปฯ นี้นี่ล่ะที่ใครหลาย ๆ กำลังโหลดมาเล่นกันอย่างสนุกสนาน ซึ่งแอปฯ Snapchat เป็นแอปฯ ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในต่างประเทศ ภายในแอปฯ จะมีลูกเล่นต่าง ๆ มากมาย หนึ่งในนั้นคือฟิลเตอร์สำหรับแปลงโฉมใบหน้าของตัวเองให้เป็นเด็กนั่นเอง

สำหรับวิธีการใช้งานไม่ยากอย่างที่คิด เพียงแค่ทุกคนมีไอโฟนหรือสมาร์ทโฟน ก็สามารถใช้งานได้ เริ่มต้นจาก

1. เข้าไปที่เมนู App Store สำหรับ iOS หรือ Play Store สำหรับ Android

2. สมัครสมาชิก โดยกรอก ชื่อ-นามสกุล วันเกิด เบอร์โทรศัพท์ จากนั้นกรอกรหัส OTP เพื่อเข้าสู่การใช้งาน

3. เข้าไปสนุกสนานกับการใช้งานฟิลเตอร์ต่าง ๆ ใน Snapchat ได้ทันที โดยวิธีทำใช้ฟิลเตอร์หน้าเด็กก็ไม่ยาก เพียงแค่เปิดกล้องหน้าหรือกล้องหลังก็ได้ จากนั้นเลือกฟิลเตอร์ที่ต้องการ โดยเลื่อนไปที่สัญลักษณ์สีเหลือง ๆ ฟิลเตอร์ทำหน้าเด็กแบบในภาพ จากนั้นกดถ่ายภาพหรือกดค้างเพื่อถ่ายวีดีโอ ทั้งนี้ ภาพและวีดีโอดังกล่าวหากจะเอาไปใช้ในแอปฯ อื่น จะต้อง Export หรือ Save ออกมาไว้บนเครื่องก่อน จึงจะนำไปใช้ในแอปฯ อื่นได้

นอกจากฟิลเตอร์สำหรับทำใบหน้าให้ดูเด็กลงแล้ว แอปฯ Snapchat ยังมีฟิลเตอร์อื่น ๆ ไว้ให้เล่นอีกมากมาย ฉะนั้น หากใครไม่อยากตกเทรนด์หน้าเด็ก สามารถไปดาวโหลดใช้งานกันได้ ซึ่งแอปฯ Snapchat ไม่มีค่าใช้จ่าย สมัครใช้งานได้แบบฟรี! ไปลองใช้งานกันดู รับรองเลยว่าคุณเองจะติดใจกับแอปพลิเคชันนี้อย่างแน่นอน และนี่คือวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต

 


-กล้องติดหน้ารถ-จากแอปฯ-ของสมาร์โฟน_web.jpg

kinyupen_adminApril 3, 2019

ปัจจุบัน หลายคนที่มีรถส่วนตัวไม่ว่าจะรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ ต่างนิยมติดกล้องวีดิโอตรงหน้ารถเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ เพื่อ เพราะอุบัติเหตุย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ และเมื่ออุบัติเหตุเกิดขึ้นก็ต้องมานั่งเถียงกันว่าใครผิด ใครถูก บางทีรถของเราจอดอยู่เฉย ๆ ก็โดนรถคันอื่นมาขับเฉี่ยวชนแล้วขับหนี ทำให้การติดกล้องที่รถมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการเอาผิดคนที่มาทำรถของเราเสียหายหรือบันทึกเหตุการณ์อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนท้องถนน กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอนำเสนอแนวทางดีๆ ที่จะช่วยปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของคุณแบบที่ใครๆ ก็ทำได้อย่างง่ายๆ

หลายคนคงจะเคยเห็นข่าวคราวบนท้องถนน ซึ่งภาพส่วนใหญ่ล้วนมาจากกล้องติดหน้ารถกันบ่อย ๆ ซึ่งยอมรับว่ามีประโยชน์อย่างมาก ทั้งใช้เป็นหลักฐานในการจับตัวผู้กระทำผิดก็ดี รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งในการใช้สำหรับการลดเบี้ยประกัน  เรื่องนี้ผู้ใช้รถใช้ถนนหลายคนต้องให้ความสำคัญอย่างมาก แต่การติดกล้องหน้ารถทั้งที กล้องบางรุ่นที่มีคุณภาพดีๆ ก็อาจจะมีราคาสูงอยู่บ้าง

แต่เชื่อหรือไม่ว่า สมาร์ทโฟนของเราเองนั้นก็สามารถนำมาใช้เป็นกล้องติดหน้ารถยนต์ได้ โดยไม่ต้องใช้โหมด Camera ให้เปลืองพื้นที่โทรศัพท์หรือเมมโมรี่การ์ด ซึ่งปัจจุบันมีแอปพลิเคชันต่าง ๆ มากมายคอยให้บริการ กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต จึงได้รวบรวบแอปพลิเคชันสำหรับใช้บันทึกเหตุการณ์ในลักษณะของกล้องติดหน้ารถ โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อกล้องให้ฟุ่มเฟือย

 

 

1. Carcorder : แอปพลิเคชันนี้ถือเป็นแอปฯ ที่มีการใช้งานมากที่สุด ถึงขนาดที่ว่าติดอันดับการค้นหาใน Apps Store ในอันดับต้น ๆ เลยก็ว่าได้ มีลักษณะการใช้งานที่เหนือชั้นกว่ากล้องติดหน้ารถทั่วไป เพราะมีทั้งการบันทึกภาพความละเอียดสูง ระบบแจ้งเตือนการจำกัดความเร็ว บันทึกภาพเหตุการณ์เมื่อเกิดอุบัติเหตุ สามารถบันทึกองศาละติจูด ลองติจูด วันเวลาสถานที่ การใช้ความเร็ว ทิศทางการเคลื่อนไหวของรถ ฯลฯ

 

 

2. Auto Guard Dash Cam : Auto Guard Dash Cam : เป็นแอปฯ สำหรับผู้ใช้สมาร์ทโฟนระบบแอนดรอยด์ มีลูกเล่นต่าง ๆ มากมาย ทั้งการปรับขนาดวีดีโอ ระบบเปิด-ปิดการทำงานอัตโนมัติ คลิปวีดิโอที่บันทึกสามารถอัพโหลดเผยแพร่ในยูทูปได้ทันที เปิดระบบนำทางได้อีกด้วย

 

 

3. AutoBoy Dash Cam – Blackbox : เป็นแอปฯ สำหรับผู้ใช้สมาร์ทโฟนระบบแอนดรอยด์ สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนให้กลายเป็นกล้องติดหน้ารถได้อย่างง่ายดาย ซึ่งมีฟีเจอร์เด่น ๆ ที่น่าสนใจ หากสมาร์ทโฟนถูกตั้งกับฐานตั้งบนรถ ระบบจะแอปฯ โดยอัตโนมัติ และบันทึกภาพเมื่อมีเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้น

 

 

4. SaveDrives – Car Dashboard : แอปฯ นี้ใช้สำหรับไอโฟน สามารถบันทึกวิดิโอได้ หากเกิดอุบัติเหตุขึ้น ระบบจะตัดคลิปวีดิโอให้เป็นไฟล์ความยาว 30 วินาที เพื่ออำนวยความสะดวกหากต้องการคลิปนำไปส่งกับตำรวจหรือประกัน มีระบบโทรออกเอกเมื่อเกิดเหตุการณ์จำเป็น และระบบมีการบันทึกข้อมูลการเดินทางในรูปแบบแผนที่ใน GPS มีการระบุพิกัดการเดินทางของเรา

 

 

แอปฯ เหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ใช้รถใช้ถนนสามารถนำมาใช้งานได้ ประหยัด แต่ก็อย่าลืมพกพาวเวอร์แบงค์ไว้ด้วย เพราะการใช้แอปฯ ดังกล่าวจะเป็นการทำให้แบตเตอรี่โทรศัพท์ลดลง นอกจากนี้ ไม่แนะนำให้ใช้ในนานเกิน 2 ชั่วโมง หรือนำมาใช้แทนกล้องติดหน้ารถแบบถาวร เพราะจะทำให้โทรศัพท์มีความร้อนสูงขึ้นจากการเปิดใช้แอปฯ เป็นเวลานาน ๆ

 

นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


-แอปพลิเคชั่น-สุดล้ำ-ตอบโจทย์คนสูงวัยโดยเฉพาะ_web.jpg

kinyupen_adminFebruary 8, 2019

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปส่อง “แอปพลิเคชั่น” ที่ตอบโจทย์ผู้สูงอายุ ช่วยอำนวยความสะดวก ดูแลสุขภาพ และฝึกสมาธิ เพื่อให้พวกเขาใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายและมีความสุข

เมื่อเทคโนโลยีมีการพัฒนาอย่างล้ำหน้า ทำให้ไลฟ์สไตล์การดำเนินชีวิตของมนุษย์ล้วนต้องมีเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการอำนวยความสะดวก ไม่เพียงกลุ่มคนรุ่นใหม่เพียงแค่นั้นที่สนใจการใช้เทคโนโลยีต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ผู้สูงอายุเองในฐานะคนที่อยู่ในยุคสมัยเกิดก่อนเทคโนโลยี ก็ต้องมีการปรับตัวและเรียนรู้การใช้เทคโนโลยี เพื่อก้าวให้ทันกับโลกของเทคโนโลยี ไม่ให้ตกยุค หรือ Digital Disruption การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากเทคโนโลยีดิจิทัล ทำให้เกิดรูปแบบนวัตกรรมขึ้นมาใหม่

เพราะอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะกลายเป็นสังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์แล้ว เมื่อสัดส่วนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป สูงถึงร้อยละ 20 จำนวนประชากรสูงอายุที่จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากในอนาคตเห็นได้ชัดเจนจากการที่ประชากรรุ่นที่เกิดเกินกว่าล้านคนต่อปี ระหว่างปี 2506-2526 (ขณะนี้มีอายุ 33-53 ปี) และในอีก 20 ปีข้างหน้า จะกลายเป็นผู้สูงอายุ (ขณะนี้มีอายุ 53-73 ปี) ทำให้ในอนาคตสัดส่วนของประชากรในประเทศไทยอายุ 60 ปีขึ้นไป จะสูงถึงร้อยละ 30 ของประชากรทั้งหมด

ปัจจุบัน จะเห็นได้ชัดเจนเลยว่ามีเทคโนโลยีต่างๆ ผุดขึ้นมามากมาย เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของผู้คนหลากหลายวัย ทั้งเด็กไปจนถึงผู้สูงอายุ เมื่อพูดถึงกลุ่มของผู้สูงอายุแล้ว ปัจจุบันก็มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ที่ตอบโจทย์ผู้สูงอายุ ซึ่งมีอยู่มากมาย หนึ่งในนั้นก็คือแอปพลิเคชันสำหรับผู้สูงอายุนั่นเอง

“กินอยู่เป็น” 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต จึงได้รวบรวมแอปพลิเคชันสำหรับผู้สูงอายุ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวก ดูแลสุขภาพ และฝึกสมาธิของผู้สูงอายุ เพื่อให้พวกเขาใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายและมีความสุข

 

Life 360

 

Life 360 เป็นแอปพลิเคชั่นติดตามตำแหน่งของครอบครัวและเพื่อนแบบเรียลไทม์ในแผนที่ส่วนตัว สามารถติดตามได้ว่าคนในครอบครัวของเราอยู่ในตำแหน่งไหน เพื่อป้กันการพลัดหลงเกิดขึ้น นอกจากนี้ แอปพลิเคชันดังกล่าวยังมีระบบแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์เมื่อเพื่อนหรือคนในครอบครัวเดินทางไปหรือกลับถึงบ้าน

 

See Doctor Now

 

See Doctor Now เป็นแอปพลิเคชันระบบบริการทางการแพทย์ยุคใหม่ ที่ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถพูดคุยปรึกษากับแพทย์และพยาบาลแบบเห็นหน้าผ่าน Live Video Call โดยใช้แอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน แท็บเลต โดยผู้ใช้งานจะได้พูดคุยกับพยาบาลวิชาชีพ เพื่อประเมินปัญหาของผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว หากผู้ป่วยจำเป็นต้องพบแพทย์เฉพาะทาง ทางพยาบาลก็จะส่งต่อหรือทำนัดกับแพทย์เฉพาะทางในขั้นตอนการประเมินและให้คำปรึกษา โดยแอปพลิเคชันนี้เป็นการให้บริการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือค่าบริการ แต่จะมีเพียงค่าแพทย์เท่านั้น ซึ่งจะไม่มีการเรียกเก็บเงินจนกว่าจะได้พูดคุยกับแพทย์เฉพาะทางแล้วเสร็จ จึงจะเรียกเก็บเงิน

 

Pill Reminder Pro

  

Pill Reminder Pro เป็นแอปพลิเคชั่นเตือนเวลาทานยาสำหรับผู้สูงอายุ แอปพลิเคชันนี้ถือได้ว่าตอบโจทย์ตารางเวลาของชีวิตของผู้สูงอายุเลยก็ว่าได้ เนื่องจากผู้สูงอายุส่วนใหญ่อาจจะมีอาการหลงลืมเวลาทานยาของตัวเอง วิธีใช้งานแอปพลิชันนี้ไม่ยาก เพียงกรอกชื่อ จำนวนครั้งที่รับประทานยา และเวลาที่ต้องรับประทานยา จากนั้น รอเสียแจ้งเตือนรับประทานยาตามเวลาเท่านั้น

 

ThaiEMS 1669

ThaiEMS 1669 เป็นแอพพลิเคชันฉุกเฉินที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ เพื่อเรียกรถพยาบาลในพื้นที่ซึ่งใกล้ที่พักอาศัยให้มารับที่บ้าน วิธีการใช้งานเพียงแค่กรอกข้อมูลส่วนตัว ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับ  นอกจากนี้ แอปพลิเคชันดังกล่าวยังมีคู่มือปฐมพยาบาลเบื้องต้นไว้ใช้ยามฉุกเฉินอีกด้วย ซึ่งหากต้องการแจ้งเหตุก็สามารถกดไปที่วงกลมสีแดง ที่มีข้อความว่า “กดเพื่อเรียกรถพยาบาล” และรอการติดต่อกลับจากเจ้าหน้าที่ เพียงเท่านี้ รถพยายาลก็จะเดินทางมารับผู้ป่วยในทันที

 

Alzheimer Disease

Alzheimer Disease เป็นแอปพลิเคชันที่ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคอัลไซเมอร์ในรูปแบบของเกม โดยแอปพลิเคชันดังกล่าวจะมีเกมส์ตอบคำถามแบบมีตัวเลือก มีหลายด่าน โดยแต่ละด่านจะมีด่านภารกิจให้ผู้ใช้งานได้ทดสอบ นอกจากให้ความรู้แล้ว ยังได้กระตุ้นการทำงานของสมอง ช่วยในระบบความจำ และแต่ละด่านจะสอดแทรกเกมเสริมทักษะอีกด้วย

 

ชราเฮโย

ชราเฮโย เป็นแอปพลิเคชันช่วยประเมินแนวโน้มสุขภาพในอนาคตที่เป็นผลมาจากการใช้ชีวิตประจำวัน ใช้งานง่ายๆ เพียงตอบคำถามจากพฤติกรรมของตัวเองแล้วมาดูแนวโน้มกันว่า เมื่อตนเองเริ่มเข้าสู่วัยสูงอายุแล้วจะมีสุขภาพที่แข็งแรง สดใส ห่างไกลโรคภัย หรืออาจจะมีโรคภัยไข้เจ็บเข้ามากวนใจในบั้นปลายชีวิต นอกจากนี้ ชราเฮโยยังมีคำแนะนำเบื้องต้นสำหรับการดูแลสุขภาพอีกด้วย

 

การมีแอปพลิเคชันสำหรับผู้สูงอายุ ถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะช่วยประเมินสุขภาพและรับมือกับการรักษาของผู้สูงอายุในอนาคตต่อไปได้ นอกจากนี้ บางแอปพลิเคชันยังช่วยเสริมสร้าง บริหารสมอง ป้องกันการเป็นโรคอัลไซเมอร์ได้อีกด้วย ฉะนั้น การมีแอปพลิเคชันดีๆ เข้ามาช่วยเติมเต็มชีวิตของผู้สูงอายุ เป็นการช่วยอำนวยความสะดวกให้พวกเขาใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบาย มีความสุข ทั้งสุขภาพกาย และสุขภาพใจ

 

นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


-ผุดฟีเจอร์ใหม่-ส่งข้อความเสียงทาง-Direct-Message_web.jpg

kinyupen_adminDecember 12, 2018

“อินสตาแกรม” เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ส่งข้อความเสียงโดยสามารถบันทึกเสียงตัวเองส่งทาง Direct Message ได้แล้ว ทั้งในระบบ iOS และ Android

เมื่อสังคมออนไลน์เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก , ทวิตเตอร์ , อินตาแกรม ฯลฯ ก็ต่างงัดฟีเจอร์เด็ด ๆ เพิ่มลูกเล่นให้กับแอปพลิเคชั่นนั้น ๆ เพื่อเอาใจผู้ใช้งานในยุค 4.0 ล่าสุด “อินสตาแกรม” ก็เพิ่งเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ด้วยการส่งข้อความเสียงผ่าน Direct Message ได้แล้ว

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปติดตามเรื่องราวที่เมื่อเร็ว ๆ นี้ “อินสตาแกรม” เครือข่ายสังคมยอดฮิต ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ walkie-talkie ในการส่งข้อความเสียงทาง Direct Message สามารถส่งได้ทั้งแบบตัวต่อตัวหรือแบบกลุ่ม ทั้งนี้ ผู้ใช้ทุกคนจะต้องอัพเดตแอปพลิเคชันอินสตาแกรมให้เป็นเวอร์ชันใหม่ก่อน จึงจะสามารถใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวได้

 

วิธีใช้งานก็ไม่ยาก เพียงแค่ใช้นิ้วแตะไปที่ปุ่ม Direct Message จากนั้นเลือกเพื่อนผู้ใช้งาน แล้วแตะที่ปุ่มรูปไมโครโฟนค้างไว้เพื่อบันทึกเสียง ซึ่งสามารถบันทึกได้นานสุด 1 นาที เมื่อปล่อยมือออกมาจะเป็นการส่งไฟล์เสียงดังกล่าวไปยังคู่สนทนาทันที หรือหากต้องการลบเสียงที่บันทึกไว้โดยไม่ต้องการส่ง ก็กดไปที่รูปถังขยะ อย่างไรก็ตาม สามารถใช้งานได้แล้ววันนี้ทั้งในระบบ iOS และ Android

ทั้งนี้ ฟีเจอร์ดังกล่าวของอินสตาแกรมถือเป็นอีกหนึ่งลูกเล่นที่ทำให้การใช้งาน Instagram Direct สะดวกและมีสีสันมากขึ้น ซึ่งตลอดปี 2018 อินสตาแกรมได้เพิ่มฟีเจอร์มาให้ผู้ใช้ได้เล่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ฟีเจอร์วิดีโอแชตที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และเมื่อเดือนที่แล้ว (พฤศจิกายน 2018) ได้มีการเปิดตัวฟีเจอร์แชร์สตอรีเฉพาะเพื่อนสนิทเท่านั้น

การเพิ่มฟีเจอร์ของอินสตาแกรมนั้นในอนาคต อินสตาแกรมจะมีฟีเจอร์อะไรเด็ด ๆ มาให้ผู้ใช้ได้ใช้งานบ้าง และฟีเจอร์ที่ผุดขึ้นมาใหม่นั้นจะสามารถรักษาเสน่ห์ของอินสตาแกรม ในฐานะแอปพลิเคชั่นแชร์รูปภาพไว้ได้หรือไม่ ที่สำคัญจะแย่งชิงผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียอื่น ๆ อย่าง เฟซบุ๊ก , ทวิตเตอร์ หรือไม่ คงต้องดูกันต่อไปว่าเฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ รวมไปถึงโซเชียลมีเดียอื่น ๆ จะงัดฟีเจอร์อะไรเด็ด ๆ มาอีกหรือไม่ และนี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต

 

ขอขอบคุณ ภาพประกอบจาก ทวิตเตอร์ @instagram