_Cover_2.jpg

kinyupen_adminOctober 22, 2020

กินเจใช่ว่าต้องจืดชืดซะเมื่อไหร่ กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตมาแจกสูตรแม่ในเมนู “ผัดหมี่เจ” ที่รสชาติไม่จำเจ หอมเครื่องเทศ และไชโป๊ ไม่ง้อกระเทียม


-cover_content_กินเจนวราตรี.jpg

kinyupen_adminSeptember 24, 2019

ทราบไหมว่า ทุกปีในช่วงขึ้น 1 ค่ำ – ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินจันทรคติของจีน จะมีสองเทศกาลสำคัญเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน คือ ประเพณีถือศีลกินผัก หรือ ที่เราคุ้นชินกันว่า “เทศกาลกินเจ” ของคนเชื้อสายจีน และ “เทศกาลนวราตรี หรือ ดูเซร่า” ของคนเชื้อสายพราหมณ์-ฮินดู สองสิ่งนี้มีความคล้ายคลึงกัน อย่างน่าสนใจ ส่วนจะเป็นอย่างไรนั้น กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต จะพาไปไขข้อสงสัยนี้กัน

 

กินเจ = รักษาศีล อุโบสถ

ต้นกำเนิด เทศกาลกินเจ หรือ ประเพณีถือศีลกินผัก มีที่มาอ้างถึงในหลายตำนาน ซึ่งทั้งหมดล้วนอิงกับความเชื่อของลัทธิเต๋าและพุทธศาสนานิกายมหายานในจีนทั้งสิ้น หากเมื่อพิจารณาจากหลายตำนานหลายความเชื่อ ทั้งที่ระบุว่าทำเพื่อบูชาพระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ ทำเพื่อรำลึกถึงนักรบที่สละชีพเพื่อชาติ หรือ ทำเพื่อผู้มีพระคุณ ด้วยเชื่อว่าเหล่าทวยเทพจะอำนวยพรให้ผู้ที่ปฏิบัติ เกิดความร่มเย็นเป็นสุข

ส่วนการเผยแผ่เทศกาลกินเจ เข้ามายังบ้านเรานั้น นอกจากมากับความเชื่อ ของชาวจีนโพ้นทะเลอพยพแล้ว บางตำรายังระบุว่า เกิดจากกลุ่มลูกครึ่งมลายู – จีนทางภาคใต้ของไทยที่เรียกว่า “บาบ๋า-ย่าหยา” (หรือ ชาวเปอรานากันในมาเลเซีย) ซึ่งส่วนใหญ่พำนักอาศัย อยู่แถบภูเก็ต ตรัง ปัตตานี สงขลา นราธิวาส เป็นผู้นำเข้ามา โดยนอกจากไทยแล้ว ประเพณียังแพร่หลายอยู่ในสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซียด้วย

ทั้งนี้ ด้วยคำว่า “เจ” ภาษาจีนทางพุทธศาสนานิกายมหายาน มีความหมายเดียวกับคำว่า “อุโบสถ” ซึ่งในทางมหายานนั้น การถือศีลอุโบสถของชาวมหายาน ก็คือการไม่กินเนื้อสัตว์ หรือ ทานมังสวิรัต ดังนั้นเมื่อมารวมกันเข้ากับคำว่ากินเจ จึงกลายเป็นการถือศีลกินเจ

 

ดูเซร่า เฉลิมฉลอง 9 วัน 9 คืนแด่องค์พระแม่อุมาเทวี

“เทศกาลนวราตรี หรือ ดูเซร่า” ของวัดพระศรีมหาอุมาเทวี หรือ วัดแขก จัดขึ้นช่วงเดียวกับเทศกาลกินเจ โดยสานุศิษย์ผู้ศรัทธา จะลดเว้นการทานเนื้อสัตว์  9 วัน 9 คืน ด้วยความเชื่อที่ว่า เป็นการบูชาองค์พระแม่มหาทุรคา ซึ่งเป็นปางหนึ่งของ พระแม่อุมาเทวี ที่ทรงต่อสู้กับมหิงสาสูร 9 วัน 9 คืนก่อนสามารถเอาชนะอสูรร้ายได้ในวันที่ 10 จึงจัดพิธีแห่เพื่อเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ และรอรับความเป็นสิริมงคลจากองค์เทพ อันถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบต่อกันมายาวนาน

 

สองความเชื่อบนแก่นเดียวกัน

ทั้งสองเทศกาล แม้จะต่างที่มา ต่างความเชื่อ ต่างเชื้อชาติ แต่ก็มีความคล้ายคลึงกันอย่างน่าสนใจ

  1. จัดช่วงเวลาเดียวกัน เทศกาลกินเจปีนี้ตรงกับวันที่ 28 กันยายน – 7 ตุลาคม ขณะที่เทศกาลนวราตรี ตรงกับวันที่ 28 กันยายน – 8 ตุลาคม
  2. มีขบวนแห่และการแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ เทศกาลกินเจจะมี “พิธีแห่พระ” และมี “ม้าทรง” อัญเชิญเหล่าทวยเทพมาประทับแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ อาทิ นำเหล็กแหลมเสียบแทงร่างกาย มีประเพณีวิ่งลุยไฟ ปีนบันไดมีด เช่นเดียวกับเทศกาลนวราตรีที่จะมีขบวนแห่คนทรงและองค์เทพกว่า 8 ขบวน เช่น ขบวนคนทรงองค์พระแม่ศรีมหาอุมาเทวี ขบวนรถแห่องค์พระพิฆเนศวร รวมทั้งเหล่าคนทรงที่มาทรมานกาย อาทิ นำเหล็กแหลมมาทิ่มแทง เพื่อแสดงอิทธิฤทธิ์ที่ได้รับจากองค์เทพ
  3. งดเนื้อสัตว์เพื่อชำระล้างกายใจ ผู้เข้าร่วมต้องงดบริโภคเนื้อสัตว์ เพื่อลดการเบียดเบียน ชำระกายใจ
  4. เชื่อในการบูชาเพื่อแสดงความกตัญญูแก่องค์เทพผู้มีพระคุณ

 

ทั้งหมดนี้จะเห็นได้ว่าแก่นหลักแท้จริงทั้งสองเทศกาล คือ การบำเพ็ญศีลภาวนา รักษาความบริสุทธิ์ของจิต ละเว้นบาป อบายมุข กิเลส ซึ่งนั่นก็ตรงกับหัวใจของทุกศาสนาบนโลกที่ล้วนมุ่งให้คนทำดี ลดเบียดเบียน และ มีเมตตาต่อเพื่อนร่วมโลกนั่นเอง

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////


Banner_welltitude_เคล็ด-ไม่-ลับ-กินเจอย่างไร-ไม่ให้อ้วน.jpg

kinyupen_adminOctober 9, 2018

เชื่อหรือไม่ว่า การกินเจ ทำให้น้ำหนักเราลดลงอีกด้วย เพราะอาหารเจส่วนใหญ่มีแต่พวกผัก เต้าหู้ นมถั่วเหลือง น้ำผลไม้ โปรตีนเกษตร ฯลฯ แต่คุณรู้หรือไม่ว่า กินเจอย่างไรถึงจะไม่ทำให้ร่างกายอ้วนขึ้น

เป็นที่ทราบกันดีว่าช่วงนี้เป็นช่วงของเทศกาลถือศีลกินเจ ระหว่างวันที่ 9-17 ตุลาคม 2561 ก็มีทั้งเหล่าบรรดาคนไทยเชื้อสายจีนและคนไทยแท้ๆ ที่ให้ความสำคัญกับการถือศีลกินเจในครั้งนี้ เพราะนอกจากจะได้บุญแล้ว จิตใจและร่างกายของเรายังบริสุทธิ์อีกด้วย นอกจากนี้ เชื่อหรือไม่ว่า การกินเจ ทำให้น้ำหนักเราลดลงอีกด้วย เพราะอาหารเจส่วนใหญ่มีแต่พวกผัก เต้าหู้ นมถั่วเหลือง น้ำผลไม้ โปรตีนเกษตร ฯลฯ ล้วนเป็นเมนูที่ปราศจากเนื้อสัตว์ล้วนๆ ซึ่งอาหารที่ไม่นับประเภทการทอดดวยน้ำมันนั้น ล้วนมีแคลอรี่ต่ำทั้งนั้น อย่างเช่น แกงจืดเต้าหู้ อาหารเบสิคของทุกเพศ ทุกวัย ซึ่งจริงๆ แล้ว มีปริมาณอยู่ที่ 90 แคลอรี่เท่านั้นเอง

แล้วรู้หรือเปล่าว่า กินเจอย่างไรถึงจะไม่ทำให้ร่างกายอ้วนขึ้น รู้ไหม? จริงๆ แล้วไม่ยากเลย มีเคล็ดลับง่ายๆ ที่หนุ่มสาวที่รักสุขภาพสามารถนำไปใช้กันได้

1. หลีกเลี่ยงอาหารเจที่ทำลอกเลียนเนื้อสัตว์จริง – โปรตีนเกษตร แป้ง ของจำพวกนี้ใช้สำหรับลอกเลียนเนื้อสัตว์ในการใช้ปรุงอาหารเจ แต่จะรู้หรือไม่ว่า โปรตีนเกษตร แป้ง ล้วนมาจากส้วนผสมของแป้งล้วนๆ ประกอบกับเมนูดังกล่าวที่ใช้โปรตีนเกษตรนั้นส่วนใหญ่มาจากการประกอบอาหารแบบผัด ผอด โดยใช้น้ำมันไปอีก ซึ่งนั่นก็เป็นสาเหตุทำให้เราอ้วนขึ้นแน่นอน

2. เลี่ยงอาหารผัด ทอด – อาหารประเภทผัด ทอด ล้วนต้องใช้น้ำมันพืชเป็นส่วนประกอบสำคัญในการประกอบอาหารเจ ซึ่งน้ำมันเนี่ยล่ะเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป็นต้นตอของความอ้วน แล้วยิ่งอาหารจำพวกผัด ทอด เป็นสาเหตุสำคัญของความอ้วนเลยทีเดียว ฉะนั้น คุณลองเปลี่ยนเมนูอาหารจากผัด ทอด มาเป็นอาหารประเภทต้ม นึ่ง ยำ แทนจะดีกว่า เพราะปริมาณแคลอรี่มีน้อยกว่าอาหารประเภทผัด ทอด รับรองว่า ไม่อ้วนแน่นอน

3. ควรทานโปรตีน เพื่อเพิ่มพลังงานแทนเนื้อสัตว์ – ช่วงเทศกาลกินเจ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าต้องงดทานอาหารที่เป็นเนื้อสัตว์หรืออาหารที่มี่วนประกอบของเนื้อสัตว์ ฉะนั้น หากเราต้องการสารอาหารประเภทโปรตีน แต่รับประทานเนื้อสัตว์ไม่ได้ ก็ควรรับประทานเป็นถั่ว อัลมอนด์ งาดำ งาขาว ธัญพืชต่างๆ จะดีกว่า เพราะอาหารเหล่านี้มีสารอาหารของโปรตีน สามารถให้พลังงานแทนเนื้อสัตว์ได้

4. ใช้น้ำมันพืชหรือน้ำมันมะกอกในการประกอบอาหาร – หากต้องหารทำอาหารเจรับประทานเอง ควรเลือกใช้น้ำมันพืชหรือน้ำมันมะกอกในการประกอบอาหาร แต่อย่าใส่น้ำมันมากเกินไป ที่สำคัญควรใช้กระทะเคลือบเทฟลอน เพื่อลดปริมาณการใช้น้ำมัน และเลือกใช้เกลือลดโซเดียม เพื่อควบคุมปริมาณโซเดียมในร่างกายด้วย

5. ออกกำลังกาย – พยายามหาเวลาออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อย 30 นาทีก็ยังดี และช่วงออกกำลังกายสามารถรับประทาน “กล้วย” เพื่อเพิ่มพลังงานก่อนออกกำลังกายได้ โดยไม่ต้องพึ่งน้ำตาลจากอาหารประเภทอื่นๆ

เชื่อว่าหากคุณสามารถทำได้ทั้งหมดที่เล่ามานี้ ยังไงซะการกินเจของคุณก็จะไม่ทำให้ร่างกายคุณอ้วนขึ้นอย่างแน่นอน มีแต่น้ำหนักจะลดลง ลดลง ด้วยซ้ำ ยังไงซะก็พยายามควบคุมอาหาร ไม่รับประทานอาหารเกิน 2,000 แคลอรี่/วัน และควรหาเวลาในการออกกำลังกายด้วย เพื่อที่ร่างกายจะให้ผอม สวย หล่อ ไม่อ้วนด้วย


9-ข้อห้ามควรเลี่ยง-ของการ-กินเจ_web.jpg

kinyupen_adminOctober 9, 2018

ช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลกินเจ ฉะนั้นการถือศีลกินเจให้สำเร็จตลอดตั้วแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายนั้น ผู้ถือศีลกินเจทั้งหลายต้องควรระวังข้อห้ามสำคัญ เพราะไม่เช่นนั้น คุณอาจจะ “เจแตก” โดยไม่รู้ตัว

เทศกาลกินเจเวียนมาบรรจบอีกครั้งหนึ่งแล้ว ในปีนี้ตรงกับวันที่ 9-17 ตุลาคม 2561 ร้านค้าในตลาดรวมถึงห้างสรรพสินค้าต่างๆ มากมาย ต่างจัดกิจกรรมเพื่อให้เข้ากับเทศกาลกินเจในปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นการจำหน่ายอาหารเจ เป็นต้น จริงๆ แล้ว การกินเจ มีความหมายตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ซึ่งระบุไว้ว่า เป็นการถือศีลอย่างญวนและจีนที่ไม่รับประทานอาหารสด อาหารคาว แต่จะบริโภคอาหารประเภทผักที่ไม่มีของสดของคาวผสมอยู่

การถือศีลกินเจใจปัจจุบัน ไม่ได้มีแค่คนไทยเชื้อสายจีนเพียงเท่านั้น คนไทยแท้ๆ ยังให้ความสำคัญกับการกินเจเสียด้วยซ้ำ ซึ่งจุดประสงค์สำคัญของการกินเจ คือ กินเพื่อสุขภาพ เพราะอาหารเจเป็นอาหารชีวจิต เมื่อกินติดต่อกัน จะทำให้ร่างกายสมดุล สามารถขับพิษของเสียต่างๆ ออกจากร่างกายได้ , กินเจด้วยจิตที่เมตตา ผู้ที่มีจิตใจเมตตาจะไม่สามารถรับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบของเนื้องสัตว์ได้ และ การกินเพื่อละเว้นกรรม เนื่องจากเป็นการฆ่าเพื่อเอาเลือดเนื้อผู้อื่นมาเป็นของเราถือเป็นการสร้างกรรม ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ลงมือฆ่าด้วยตนเองก็ตาม แต่ก็ถือวาสการซื้อเนื้อสัตว์ต่อจากผู้อื่นเท่ากับการจ้างฆ่า ฉะนั้น คนที่เข้าใจเรื่องของกฎแห่งกรรมจะหันมารับประทานอาหารเจแทน

แต่จะรู้หรือไม่ว่า การถือศีลกินเจให้สำเร็จตลอดจนถึงวันสุดท้ายนั้น ต้องระวังข้อห้ามสำคัญที่ผู้ถือศีลทั้งหลายต้องควรระวัง เพราะไม่เช่นนั้น คุณอาจจะ “เจแตก” โดยไม่รู้ตัว กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต จึงได้รวบรวม 9 ข้อห้ามควรเลี่ยงของการกินเจมาฝากทุก ๆ คน

9-ข้อห้ามควรเลี่ยง-ของการ-กินเจ_fb

1. ละเว้นการรับประทานเนื้อสัตว์ และการทำอันตรายต่อสัตว์ – ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อวัว รวมไปถึงเนื้อสัตว์ต่างๆ ทุกประเภท เพราะมันจะทำให้เรามีบาปติดตัวไปด้วย เนื่องจากสัตว์ทุกชนิดล้วนเป็นสิ่งมีชีวิตเหมือนดั่งเช่นมนุษย์อย่างเราๆ

2. งดอาหารประเภทนม เนย และน้ำมันที่มาจากสัตว์ – นม เนย น้ำมันบางชนิด บางคนอาจจะเข้าใจว่าไม่ใช่เนื้อสัตว์ ทำไมถึงรับประทานไม่ได้ แต่จริงๆ แล้ว นม เนย น้ำมันบางชนิดล้วนมีส่วนประกอบสำคัญมาจากสัตว์ทั้งนั้น อย่างเช่นนม เนย ก็มาจากวัว โค , น้ำปลา ก็ผลิตมาจากสัตว์จากปลานั่นเอง

3. งดอาหารที่มีรสจัด เผ็ด หวาน เปรี้ยว เค็ม – อาหารที่มีรสเผ็ด เผ็ดจัด รสเค็มจัด หวานจัด เปรี้ยวจัด ตามความเชื่อของคนจีนถือว่าอาหารพวกนี้ทำลายสุขภาพ ทั้งกระเพาะ ไต

4. งดผักหรือเครื่องเทศที่มีกลิ่นแรง – กระเทียม หัวหอม ต้นหอม หลักเกียวกุยช่าย ใบยาสูบ ผักพวกนี้เป็นผักที่มีรสหนัก กลิ่นเหม็นคาวรุนแรง มีพิษคอยทำลายพลังธาตุทั้ง 5 ในร่างกาย เป็นเหตุให้อวัยวะหลักสำคัญภายในทั้ง 5 ทำงานไม่ปกติ

5. หลีกเลี่ยงการใช้จานชามปะปนกัน – ตามความเชื่อของคนจีนเชื่อว่า ถ้วยชามจะใช้ปนกันไม่ได้ แม้ว่าจะล้างจาน ชาม ช้อน ส้อม จนสะอาดแล้วก็ตาม เนื่องจากชาวจีนค่อนข้างเคร่งครัดในเรื่องนี้มาก โดยเฉพาะอาหารคาวจะใส่ในภาชนะปนกับคนที่ถือศีลกินเจไม่ได้

6. ควรรับประทานอาหารเจ ที่คนกินเจด้วยกันเป็นผู้ปรุงขึ้นมา – สำหรับคนที่ถือศีลกินเจที่ค่อนข้างเคร่งครัดอย่างมาก จะต้องหาร้านจำหน่ายอาหารที่พ่อค้าแม่ค้าต้องถือศีลกินเจด้วย เพราะเชื่อว่า หากปฏิบัติได้จะถือว่าบริสุทธิ์อย่างแท้จริง

7. งดการดื่มสุราและของมึนเมา – กฎข้อนี้สำคัญมาก ผู้ที่ถือศีลกินเจจะต้องหลีกเลี่ยงการดื่มสุรา เหล้า เบียร์ ไวน์ รวมไปถึงเครื่องดื่มต่างๆ ที่มีแอลกอฮอล์ ที่ทำให้ผู้ที่รับประทานเข้าไปเกิดอาหารมึนเมา เพราะความเชื่อของคนจีนเชื่อว่า ห้ามมีสิ่งมึนเมาเข้าไปในร่างกายโดยเด็ดชาด

8. ห้ามดับตะเกียงในสถานที่กินเจทั้ง 9 ดวง – ตะเกียงเป็นสัญลักษณ์ของ 9 ฮ้วงฮุดโจ้ว ต้องจุดไว้ตลอดจนกว่าจะจบเทศกาลกินเจ เพราะหากตะเกียงดับดวงใดดวงหนึ่ง จะถือว่าการกินเจจะไม่สมบูรณ์และไม่เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตด้วย

9. แต่งกายนุ่งขาวห่มขาว พูดจาไพเราะ – สำหรับคนที่ถือศีลกินเจอย่างเคร่งครัด ส่วนใหญ่จะนุ่งขาวห่มขาวตลอดช่วงของการถือศีลกินเจ เพราะมีความเชื่อว่า นอกจากที่จะให้ร่างกายสะอาด บริสุทธิ์จากการไม่รับประทานเนื้อสัตว์แล้ว เครื่องแต่งกายก็ต้องสะอาดด้วยเช่นกัน และที่สำคัญคำพูดคำจาต้องสะอาดด้วย กล่าวคือ ต้อพูดจาไพเราะ เสนาะหู ไม่พูดเท็จ ไม่พูดยุแหย่ ไม่พูดเพ้อเจ้อ ถ้าปฏิบัติได้ทั้งหมดนี้ก็ถือว่าสะอาดบริสุทธิ์ทั้งหมด

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ เป็นข้อห้ามสำคัญในการถือศีลกินเจ ฉะนั้น คุณจะปฏิบัติตามหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับความเชื่อส่วนบุคคล แต่เชื่อว่า หากคุณสามารถถือศีลกินเจได้ตลอด และสามารถทำได้ตลอดชีวิต ก็เชื่อว่าคุณก็จะมีจิตใจและร่างที่สะอาด บริสุทธิ์ แถมยังได้บุญอีกด้วย และนี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต