รู้ไว้ไม่เสี่ยงตกงาน ใครๆ ก็ต้องการตัวแน่นอน ใครปรับตัวได้ก่อนก็จะยังคงสามารถเดินหน้าต่อไปได้ พนักงานประจำประเภทเช้าชามเย็นชามควรระวังไว้
รู้ไว้ไม่เสี่ยงตกงาน ใครๆ ก็ต้องการตัวแน่นอน ใครปรับตัวได้ก่อนก็จะยังคงสามารถเดินหน้าต่อไปได้ พนักงานประจำประเภทเช้าชามเย็นชามควรระวังไว้
Work from Home กลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับมนุษย์เงินเดือนในสภาวการณ์ปัจจุบัน เพื่อลดความเสี่ยงจากการเป็นพาหะแพร่กระจาย หรือ รับเชื้อไวรัสโควิด-19 จากการเดินทาง หรือ ใช้ชีวิตระหว่างวัน นับเป็นความท้าทายใหม่ที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะในองค์กรที่ไม่เคยทดลองใช้มาก่อน ว่าต้องทำอย่างไรจึงจะรักษาระดับการทำงานให้เทียบเท่ากับที่ออฟฟิศ ในอีกมุมหนึ่งนี่ถือเป็นโอกาสดีในการวัดประสิทธิภาพพนักงาน ว่าเหมาะสมกับองค์กรมากน้อยเพียงใด ดูได้จาก 3 ข้อง่ายๆ ดังนี้
อย่างไรก็ตาม Work from Home ขึ้นอยู่กับสภาพความพร้อมของคนทำงาน และสภาพความพร้อมของระบบต่าง ๆ ด้วย ซึ่งในช่วงแรกๆ อาจขลุกขลักบ้างองค์กรก็ต้องค่อยปรับแก้กันไป แต่ถ้าในมุมของพนักงานหากใครไม่รู้ว่าจะจัดการกับตนเองอย่างไรเพื่อ work from home อย่างมีประสิทธิภาพ เราขอนำเนื้อหาบางส่วนจากหนังสือ 30 Minuten Zeitmanagement ของ Lothar Seiwart ซึ่งเป็นภาษาเยอรมันที่ถูกแปลโดยปิยะกัลย์ สินประเสริฐ มาแบ่งปันเพื่อนำไปปรับใช้กัน
ในช่วงที่รอบตัวมีแต่เรื่องเครียดๆ กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอรวบรวม 4 กฎแปลกแหวกแนวสุดครีเอทที่ผู้นำทีม ผู้นำองค์กร สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อสร้างวัฒนธรรมการทำงาน สร้างทีมเวิร์ค มานำเสนอให้กัน ซึ่งแทบไม่น่าเชื่อว่าผลลัพธ์ที่ออกมาจากวิธีแปลกๆ นี้จะส่งผลดีเกินคาด จนหลายองค์กรหยิบยกไปใช้ตาม
สำหรับ กฎแปลก หรือ Chocking Rules เหล่านั้นถูกรวบรวมไว้ในบทความ To Build a Strong Culture, Create Rules That Are Unique to Your Company ของ บิล เทย์เลอร์ ที่ตีพิมพ์ใน Harvard Business Review ซึ่งมีดังนี้


กฎนี้ถูกตั้งขึ้นโดย ทอม คอฟลิน อดีตเฮดโค้ชชื่อดังที่เคยพาทีมนิวยอร์ก ไจแอนท์ส คว้าแชมป์ซูปเปอร์โบวล์มาครองถึงสองสมัย โดยกฎข้อนี้ถูกเรียกขานกันว่า “กฎเวลาของคอฟลิน” ที่ขีดเส้นตายให้กับลูกทีมว่า ถ้าการประชุมทีม หรือ การซ้อมถูกกำหนดเวลาไว้ สมมติว่า 9.00 น. แต่ในชีวิตจริงกิจกรรมเหล่านี้ต้องเริ่มใน 5 นาทีก่อนหน้านั้น หรือ 8.55 น. ซึ่งใครที่มาถึง 9.00 ก็ถือว่าสายแล้วและต้องเสียค่าปรับตามที่ตกลงกัน
แม้ฟังดูไร้เหตุผล แต่วิธีการนี้ก็ได้รับการยอมรับจากหลายองค์กร ว่าช่วยกระตุ้นให้คนทำงานตื่นตัวมากขึ้นได้จริง ซึ่งองค์กรในไทยน่าจะลองนำมาปรับใช้ดูบ้างก็น่าจะดี เพราะการมาสาย ไม่ตรงต่อเวลา ไม่เคารพเวลากลายเป็นพฤติกรรมที่คนไทยหลายคนคุ้นชินไปเสียแล้ว เรื่องแบบนี้แม้ดูเป็นเรื่องเล็กแต่นั่นก็เป็นสิ่งที่สะท้อนวินัยส่วนบุคคลนั้นๆ ออกมานั่นเอง
เมื่อพูดถึง Amazon ของ เจฟฟ์ เบซอส ทุกคนคงทราบว่าเป็นบริษัทที่มีสินทรัพย์อันดับต้นๆ ของโลกโดยไม่ต้องสงสัย แต่ทราบหรือไม่ว่าโต๊ะทำงานของพนักงานทุกระดับของที่นี่ จะถูกสร้างขึ้นจากประตูสำเร็จรูปที่ซื้อตามห้างขายของแต่งบ้านแล้วเอามาต่อขาโต๊ะให้แน่นหนากันเอง โดยกฎ Amazon มองว่าจะช่วยทำให้พนักงานตระหนักรู้ว่า ควรประหยัดทุกทางเท่าที่เป็นไปได้ เพื่อหาวิธีส่งมอบสินค้า หรือ ส่งมอบประสบการณ์ หรือ สิ่งที่ดีที่สุดในราคาถูกที่สุดให้แก่ลูกค้า
Detroit-based Quicken Loans บริษัทสินเชื่อเงินด่วน คิดหาวิธีแก้การถูกแทนที่จากเทคโนโลยี โดยออกกฎ “ห้ามต่อรอง” ที่พนักงานทุกคนต้องตอบเมล์ หรือ โทรกลับลูกค้าภายในวันเดียวจากที่ได้รับเรื่อง แม้เหลืออีก 1 นาทีจะเลิกงานก็ตาม
แดน กิลเบิร์ต ผู้บริหารบริษัทให้ความสำคัญและจริงจังกับกฎข้อนี้อย่างมาก ถึงขนาดให้เบอร์ส่วนตัวกับพนักงานทุกคน พร้อมประกาศว่า “ถ้าคุณคิดว่างานยุ่งจนไม่สามารถโทรกลับหาลูกค้าได้ ให้โอนสายมาเดี๋ยวผมโทรเอง !” เหตุผลก็เพราะเขามองว่าในเมื่อบริษัทให้บริการเงินด่วน การทำงานและโต้ตอบก็ควรต้องด่วนจริงทันใจลูกค้าด้วย
บริษัทผลิตบอร์ดเกมชื่อดังแห่งหนึ่งของสหรัฐอเมริกา มีศัพท์เฉพาะของบริษัทที่ว่า “CHIFF” ย่อมาจาก Clever, high quality, innovative, friendly and fun หรือ แปลเป็นไทย ก็คือ ฉลาด คุณภาพสูง มีนวัตกรรม มีความเป็นมิตรและสนุก อันเป็นเสมือนค่านิยมที่จะส่งมอบให้ลูกค้า
บริษัทนี้ ปฏิบัติงานโดยยึดหลัก CHIFF จริงจังมาก ถึงกับมีหน่วยงานตรวจสอบภายในว่าแต่ละแผนกทำงานกันแบบ CHIFF หรือไม่ ทั้งยังถูกหยิบยกมาใช้เป็นคำพูดในการทำงาน หรือ ประชุม อาทิ “ไอเดียนี้ผมว่ายังไม่ CHIFF เลยนะ” หรือ “มันมีทางทำให้ CHIFF กว่านี้นี่นา” ซึ่งเมื่อพูดไปแล้วผู้พูดและผู้ฟังทุกคนในบริษัทก็จะรู้ทันทีว่าหมายถึงอะไร