_เดินมาราธอน_หัวใจแกร่ง_Cover_1.jpg

kinyupen_adminJune 4, 2020

เด็กชายพิการชาวอังกฤษ เดินมาราธอนด้วยวอล์คเกอร์ หวังระดมทุนช่วยเหลือ รพ.เด็กและโรงเรียนเพื่อเด็กพิการทางสมอง หลังได้แรงบันดาลใจจากกัปตันทอม มัวร์ อดีตทหารผ่านศึกวัย 100 ปีที่เดินระดมทุนเพื่อการกุศลไปก่อนหน้านี้

ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้หากคุณมีความมุ่งมั่นและตั้งใจ เช่นเดียวกับเด็กชายวัย 9 ขวบคนนี้ โทเบีย สเวลเลอร์ เด็กชายผู้พิการทางสมองและร่างกายยังพิการเดินไม่ได้ แต่กลับมีหัวใจที่แข็งแกร่ง เมื่อเขาต้องการจะทำภารกิจอันยิ่งใหญ่และแสนท้าทาย ด้วยการเดินมาราธอนบนเครื่องช่วยเดิน หรือวอร์คเกอร์ของเขา เป็นระยะทาง 26.2 ไมล์ หรือประมาณ 42 กิโลเมตร เพื่อระดมทุนหาเงินจำนวน 100,000 ดอลลาร์เพื่อการกุศลให้กับเด็กพิการเช่นเดียวกับเขา

 

Photo by Joe Giddens/PA Images via Getty Images

 

ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า โทเบียส เวลเลอร์ เด็กชายวัย 9 ขวบ สามารถบรรลุความตั้งใจของเขาเมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา ด้วยการเดินจนครบระยะทาง 26.2 ไมล์หรือ ประมาณ 42 กิโลเมตร ในเขตเชฟฟีลด์ ทางตอนเหนือของอังกฤษ ท่ามกลางกำลังใจจากครอบครัว เพื่อนบ้าน และผู้คนที่มีความปรารถนาดีมาร่วมชื่นชมแสดงความดีใจกับความสำเร็จของเด็กชายที่สามารถทำตามความตั้งใจได้สำเร็จ

 

อาการป่วยของโทเบียส  คือกลุ่มของเด็กสมองพิการเป็นกลุ่มของความผิดปกติทางระบบประสาทที่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการเดิน ทำให้เขาไม่สามารถยืนหรือเดินลำพังได้แต่ต้องการการช่วยเหลือจากคนอื่น หรือเครื่องช่วยเดินหรือยึดเกาะเป็นหลัก แต่หลังจากที่เด็กชายได้ชมคลิปของกัปตันทอม มัวร์ทหารผ่านศึก ชาวอังกฤษที่ฉลองวันเกิดอายุครบ 100 ปี ด้วยการเดินรอบสวนสาธารณะ ระดมทุนเพื่อกุศลรณรงค์เกี่ยวกับบริการด้านสุขภาพแห่งชาติของอังกฤษ เขาจึงเกิดแรงบันดาลใจอยากจะทำตามบ้างโดยเริ่มคิดว่าจะเริ่มทำภารกิจรณรงค์นี้ตั้งแต่วันเกิดในปีนี้ของเขา

โทเบียสได้เริ่มเดินด้วยวอร์คเกอร์ ที่สวนสาธารณะใกล้บ้านของเขาเป็นระยะทาง 1 กิโลเมตร (0.6 ไมล์) เมื่อเดือนที่แล้วแต่ต้องหยุดกิจกรรมการเดินออกไปเมื่อรัฐบาลอังกฤษได้ออกกฎล็อกดาวน์ให้ประชาชนอยู่บ้านจากการระบาดของโรคโควิด 19 กระทั่งมีประกาศผ่อนคลายกฎเขาจึงได้ออกมาปฏิบัติตามความตั้งใจอีกครั้ง

 

“หลังจากที่ผมเห็นกัปตันทอมทำภารกิจการกุศลสำเร็จ ผมก็คิดว่าทำไมผมไม่ลองทำบ้าง ก็เลยลองใช้วอร์คเกอร์เพื่อพยายามวิ่งมาราธอนโดยเดินขึ้นและลงถนนทุกวัน” โทเบียสบอกถึงแรงบันดาลใจของเขาพร้อมกับระบุว่า มันคือ”ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่”สำหรับเขามากทีเดียว

 

ในช่วงเริ่มต้นของการปลดล็อคโทเบียสสามารถเดินได้สูงสุด 50 เมตร (164 ฟุต) ต่อวัน แต่เมื่อเขาเริ่มเข้าใกล้ระยะทางที่ตั้งใจเอาไว้ เขาก็สามารถที่จะเดินได้ถึง 750 เมตร (ครึ่งไมล์) ต่อวัน จนถึงวันที่ครบกำหนดระยะทางที่ตั้งใจ โทเบียสได้รับเสียงปรบมือให้กำลังใจและแสดงความยินดีจากทุกคนที่รอลุ้นเชียร์อยู่อย่างล้มหลาม ซึ่งเขาบอกว่ามันเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมมากๆ

 

Photo by Joe Giddens/PA Images via Getty Images

 

“ไม่อยากจะเชื่อเลยผมจะวิ่งมาราธอนเสร็จแล้วมันยอดเยี่ยมมาก เสียงปรบมือ และกำลังใจมันทำให้ผมแข็งแรงขึ้นทุกวันมันเป็นความรู้สึกที่ดีครับ” เด็กชายกล่าวหลังทำภารกิจสำเร็จ

 

แม่ของโทเบียสบอกว่า ทุกคนรู้สึกดีใจมากที่ลูกชายสามารถทำภารกิจการเดินมาราธอนสำเร็จไปได้ด้วยดี เขาทำได้ดีมากเขาพยายามอย่างหนักตลอดทาง เขาทำให้ครอบครัวรู้สึกภูมิใจ ถือว่าเป็นสิ่งที่ใหญ่มากสำหรับเด็กชายตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง

 

จนถึงตอนนี้โทเบียสได้สามารถระดมทุนได้กว่า 81,600 ปอนด์ ($ 100,700) สูงกว่าเป้าหมายของเขาที่ตั้งไว้แต่แรกคือ 30,000 ปอนด์ โดยเงินที่ได้นี้จะถูกนำไปบริจาคให้กับโรงพยาบาลเด็ก Sheffield และ Paces School ซึ่งเป็นโรงเรียนที่สนับสนุนเด็กและผู้ใหญ่ที่มีอาการทางระบบประสาทที่โทเบียสเรียนอยู่ด้วย

 

เรื่องราวของโทเบียส จึงเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า ไม่มีอะไรเป็นอุปสรรคหากคุณตั้งใจจะทำอะไรสักอย่าง…ขอเพียงมีความมุ่งมั่น และไม่ย่อท้อความสำเร็จย่อมมาถึงได้ในสักวันหนึ่งอย่างแน่นอน


Banner_welltitude_แพทย์ห่วงใยผู้ป่วยกล้ามเนื้อใบหน้าพิการ.jpg

kinyupen_adminAugust 10, 2018

สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์  จัดตั้งคลินิกผู้ป่วยใบหน้า (Facial Clinic) ดูแลผู้ป่วยกล้ามเนื้อใบหน้าพิการ แก้ปัญหารูปลักษณ์ภายนอกและภายในจิตใจ เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการเข้าสังคมและทำงานได้ตามปกติ

นายแพทย์ภาสกร ชัยวานิชศิริ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ผู้ป่วยที่มีใบหน้าเบี้ยวผิดรูป ส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาเส้นประสาทควบคุมการทำงานกล้ามเนื้อใบหน้าพิการ โดยอาจเกิดขึ้นชั่วคราวหรือถาวร สาเหตุที่พบ เช่น อาการอักเสบของเส้นประสาท อุบัติเหตุฐานกะโหลกศีรษะแตก หรือหลังการผ่าตัดเนื้องอกเยื่อหุ้มเส้นประสาทสมองเส้นที่ 7 ซึ่งเส้นประสาทดังกล่าวควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อใบหน้า ทำให้ผู้ป่วยมีปัญหาตาปิดไม่สนิท กระจกตาเป็นแผล หายใจไม่สะดวก เคี้ยวอาหารลำบาก พูดไม่ชัด ทำให้ขาดความมั่นใจในการเข้าสังคมและมีปัญหาทางด้านจิตใจ ทั้งนี้การรักษาจะเป็นแบบประคับประคองตามอาการ เช่น ให้ยาลดการอักเสบ ยาหยอดตา หากมีร่องรอยความพิการทางใบหน้าหลงเหลือมาก หรือเส้นประสาทเสียหาย  แพทย์จะพิจารณาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา เพื่อให้การรักษาต่อไป วิธีดังกล่าวทำให้ผู้ป่วยต้องมาพบแพทย์หลายระบบ ซึ่งแพทย์ออกตรวจไม่ตรงกัน นอกจากนี้ผู้ป่วยและญาติต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาโรงพยาบาลหลายครั้ง

แพทย์หญิงไพรัตน์ แสงดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากความสำคัญของปัญหาดังกล่าว สถาบันประสาทวิทยาจึงได้จัดตั้งคลินิกผู้ป่วยใบหน้า (Facial Clinic)  เพื่อดูแลผู้ป่วยกล้ามเนื้อใบหน้าพิการ บูรณาการทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายสาขา ทั้งในและนอกสังกัดกรมการแพทย์ โดยมีจักษุแพทย์  ซึ่งประกอบด้วยทีม
ดร.นพ.วุฒิพงษ์ ฐิรโฆไท ประสาทศัลยแพทย์ สถาบันประสาทวิทยา พญ.พัชรพิมพ์  มัศยาอานนท์ จักษุแพทย์   สถาบันประสาทวิทยา และนพ.ธิติ เชาวนลิขิต  นพ.ศุภศิษฎ์ จิรวัฒโนทัย ศัลยแพทย์ตกแต่ง โรงพยาบาลเลิดสิน ซึ่งผู้ป่วยจะได้รับการประเมินถึงปัญหาเบื้องต้น ตั้งแต่การมองเห็น ความผิดรูปของใบหน้า  ความสามารถในการทำงานของเส้นประสาท  ที่ยังเหลืออยู่ การหายใจ และสภาพจิตใจ ภายหลังการรักษาจะได้รับการดูแลจาก นักกายภาพบำบัด นักจิตวิทยา ช่วยแก้ไขปัญหาในการดำรงชีวิตประจำวัน ตลอดจนแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นภายในจิตใจ  ให้ผู้ป่วยเกิดความมั่นใจในการเข้าสังคมและทำงานได้ตามปกติ  เพื่อให้ผู้ป่วยยิ้มได้อีกครั้ง

เป็นเรื่องที่น่าปลื้มใจที่สถาบันการแพทย์ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ ในสังคมไทยที่มองคนที่ภายนอก ทำให้ผู้ป่วยหลายคนเกิดสภาวะปัญหาทางจิต  ขาดความมั่นใจ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญเป็นเรื่องเล็กน้อยที่ส่งผลไม่น้อยอย่างที่คิด!