Tinder-1_Cover-2.jpg

kinyupen_adminApril 28, 2020

หลังการระบาดของโรคโควิด 19 แพร่กระจายไปทั่วโลก ทำให้หลายประเทศต้องออกมาตรการจำกัดการเดินทางและขอให้ประชาชนของตนอยู่แต่ในบ้านเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดที่เกิดจากการสัมผัสทางกายภาพ ผู้คนจำนวนมากจึงจำเป็นต้องทำกิจกรรมอยู่ในพื้นที่จำกัดเป็นเวลายาวนาน และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการเบื่อหน่ายการ ใช้เทคโนโลยีออนไลน์จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่สุดสำหรับการผ่อนคลายความเครียดของคนในยุคที่ต้องติดกับจากโรคโควิด 19 ในขณะนี้

 

บริษัท Match Group Inc. MTCH เจ้าของแพลตฟอร์มหาคู่ชื่อดัง Tinder, Hinge และ Match.com  ออกมาระบุว่าในช่วงที่ผู้คนต้องกักตัวอยู่บ้าน มีสมาชิกลงทะเบียนเข้าหาคู่แชทในแอพในเครือของบริษัท ในอัตราที่สูงขึ้น ขณะที่ Bumble บริษัทเจ้าของแอพพลิเคชั่นแชทเช่นกัน รายงานว่ามีผู้คนในอเมริกา ใช้การโทรวิดีโอเพื่อพูดคุยกัน เพิ่มขึ้น 84% ในช่วงสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 27 มีนาคมเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน การส่งข้อความในแอปเพิ่มขึ้น 26% ต่อสัปดาห์ในสัปดาห์เดียวกัน และยังมีการส่งข้อความเพิ่มขึ้น 30% ทั่วโลกในเดือนมีนาคมเมื่อเทียบกับเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์

 

 

เว็บไซต์หาคู่ Coffee Meets Bagel (CMB) ก็กำลังคิดหากลยุทธ์ที่แตกต่างออกไปเพื่อดึงดูดให้ผู้คนหนุ่มสาวได้เข้ามาพูดคุย นัดเดทออนไลน์กันมากขึ้น โดยผู้บริหารของแอพพลิเคชั่นนี้ระบุว่า ช่วงเวลานี้เป็นเวลาสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจการสร้างแอพพลิเคชั่นออนไลน์คิดนอกกรอบใหม่ ในระหว่างที่คนทั่วโลกกำลังใช้การแชทออนไลน์กันอย่างบ้าคลั่งเพราะข้อจำกัดจากโรคระบาดในขณะนี้

 

ผู้บริหารของกลุ่มธุรกิจแอพพลิเคชั่น เหล่านี้ออกมาแสดงความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า การแชทพูดคุย หาคู่ หรือหาเพื่อนออนไลน์ ถือเป็นการช่วยให้ผู้คนได้ปลอดภัยจากการติดต่อของเชื้อไวรัสโคโรนาขณะนี้ได้ เพราะว่าทุกคนยังคงต้องการการเชื่อมต่อทางสังคม ขณะเดียวกัน โดยในระหว่างวันที่ 5 ถึง 10 ในขณะที่ข้อมูลการโหลดการใช้งานในแอปเปิ้ลสโตร์ระบุว่า 10 แอพพลิเคชั่นใน 100 อันดับแรกที่ผู้คนนิยมโหลดใช้งาน ก็คือแอพพลิเคชั่นเพื่อการออกเดทอีกด้วย ทั้งนี้หลายคนเห็นว่าแม้ว่าโคโรนาจะทำให้ธุรกิจประสบกับปัญหาอย่างหนัก แต่ธุรกิจเล็กๆ อย่างการเปิดหาคู่ออนไลน์กลับกลายเป็นหนึ่งธุรกิจที่เติบโตสวนทางกับสถานการณ์ปัจจุบัน ที่หลายค่ายต้องพากันฉวยโอกาสนี้เร่งพัฒนาแอพพลิชั่นของตัวเองในช่วงเวลาสำคัญนี้ เพราะไม่แน่ว่าหลังสถานการณ์กลับมาเป็นปกติแล้ว พวกเขาจะสามารถทำเงินได้จากธุรกิจแอพแชทออนไลน์นี้ได้เท่ากับขณะนี้หรือไม่ เพราะเมื่อถึงเวลานั้นผู้คนอาจจะต้องการออกไปพบปะ ออกเดทกันจริงๆ มากกว่าการอยู่ในโลกออนไลน์เท่านั้น

 

 

 

 


5-destination-Tinder-1_Cover-2.jpg

kinyupen_adminApril 27, 2020

เผย 5 จุดหมายคนไทยปักหมุดหาคู่ใน Tinder พร้อมแนะวิธีเช็คเบื้องต้น ป้องกันการถูกหลอก

 

หลังจากรัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 รวมทั้งการประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศ ทำให้หนุ่มสาวชาวไทยต้องตกอยู่ภาวะของการล็อกดาวน์ไม่แตกต่างกับประเทศอื่นๆ การใช้แอพพิเคชั่นเพื่อฆ่าเวลา และช่วยผ่อนคลายความเหงาจึงเป็นเครื่องมือที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะ แอพลิเคชั่นหาคู่ต่างๆ ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเช่นกัน จากข้อมูลของ Tinder  แอพพลิเคชั่นหาคู่ หาเพื่อนคุยชื่อดัง พบว่ามีผู้ใช้หน้าใหม่ชาวไทยเข้าใช้แอพพลิชั่นนี้เพิ่มมากขึ้น  โดย Tinder เองก็ได้เปิดฟีเจอร์พิเศษ มากมาย เช่น ฟีเจอร์ พาสปอร์ต (Passport) เพื่อปักหมุดโลเคชั่นสำหรับผู้ใช้ ที่จะสามารถค้นหาคู่สนทนาทไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกให้ใช้ได้ฟรีอย่างต่อเนื่องจนถึงสิ้นเดือนเมษายนนี้ จากก่อนหน้าที่ผู้ที่จะใช้ฟีเจอร์นี้ได้จะต้องจ่ายเงินเพื่อเข้าใช้สิทธิพิเศษนี้ ทั้งนี้ Tinder มีสถิติล่าสุดพบว่าการปัด (Swipe) เลือกคู่มากกว่า 3 พันล้านครั้งภายใน 1 วัน และจากข้อมูลยังแสดงให้เห็นว่าสมาชิกทินเดอร์ได้เชื่อมต่อกันทั่วโลกผ่านฟีเจอร์พาสปอร์ตฟรี โดยมีจุดหมายปลายทางยอดนิยมอยู่ในเมืองต่างๆ ทั่วโลก ทั้งในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชีย

 

 

ข้อมูลการใช้ฟีเจอร์พาสปอร์ต (Passport) ของสมาชิกทินเดอร์ จากทั่วโลก ชี้ให้เห็นว่าเมืองยอดฮิตที่คนทั่วโลกนิยมไปปักหมุด ได้แก่  ลอสแองเจลิส, นิวยอร์ก, โตเกียว และโซล ส่วนเมืองต้นทางและปลายทางที่มีการใช้ฟีเจอร์นี้สูงสุด ได้แก่ เซาเปาโลปักหมุดไปนิวยอร์ก, เดลีปักหมุดไปมุมไบ และ กรุงเทพฯปักหมุดไปโซล ส่วนในประเทศไทย 5 เมืองที่คนไทยนิยมไปปักหมุดสูงสุด ได้แก่ โซล ลอนดอน โตเกียว กรุงเทพฯ และ นิวยอร์ก ตามลำดับ

 

 

อย่างไรก็ตามในเนื่องจากมีผู้เล่นหน้าใหม่เข้าใช้แอพพลิชั่น Tinder จำนวนมากขึ้น และด้วยความไม่ชำนาญกับแอพพลิชั่นใหม่แบบทำให้หนุ่มสาวชาวไทยหลายคนต้องประสบปัญหาการทำงานในฟีเจอร์ต่างๆ  เช่น การปัดเลือกผู้ที่ตนสนใจผิดพลาด จนทำให้เกิดการจับคู่ที่ไม่ตรงกับใจ, การใช้งานในลักษณะของการออกเดทชั่วคราว หรือแม้กระทั่งการแอบใช้ตัวตนปลอมในการหาคู่ จนทำให้เกิดปัญหาครอบครัวได้ ซึ่ง Tinder เองก็ได้ออกมาเตือนเรื่องนี้ และขอให้ผู้คนรายงานทันทีหากพบว่ามีผู้ใช้งานที่ไม่ตรงวัตถุประสงค์หรือหลอกลวงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในช่วงที่มีผู้คนเข้าใช้จำนวนมากขณะนี้ ทั้งนี้เพจ Thai Anti Scam (สาวไทยรู้ทันกลลวง) ได้มีคำแนะนำสำหรับผู้ที่กำลังคิดจะเข้าไปเล่น Tinder หรือแอพพลิเคชั่นหาคู่ใดๆ ก็ตามสามารถใช้ข้อตรวจสอบนี้ในการพิจารณาเบื้องต้นได้ เพื่อที่คุณจะได้ไม่ถูกหลอกในช่วงของความเหงาระหว่างที่ต้องเก็บตัวสู้กับโรคโควิด 19 อยู่ในขณะนี้


Cover_1-3.jpg

zebertoothApril 16, 2020

ญี่ปุ่นยังครองตำแหน่ง “พาสปอร์ตที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก” ในปี 2020 ขณะโควิด-19 อาจทำให้นักเดินทางต้องยืนยันสุขภาพก่อนเข้าสู่ประเทศอื่น

 

แม้ว่าในขณะที่สถานการณ์การเดินทางท่องเที่ยวของทั่วโลกต้องพังทลายลงจากผลกระทบที่เกิดจากการระบาดของโรคโควิด -19 ทำให้การเดินทางออกต่างประเทศถูกจำกัดลงมากกว่า 80% โดยส่วนใหญ่การเดินทางเกิดขึ้นเฉพาะการอพยพกลับประเทศเพื่อหนีโรคระบาดเท่านั้น แต่โลกของการท่องเที่ยวถูกปิดลงอย่างสิ้นเชิง

 

อย่างไรก็ตามก่อนหน้าที่จะเกิดการระบาดของโรคจนทำให้การเดินทางท่องเที่ยวต้องหยุดชะงักลง The Henley Passport Index ซึ่งเป็นองค์กรจัดอันดับการทรงอิทธิพลของพาสปอร์ตที่สุดในโลก ซึ่งส่งผลต่อความสะดวกในการเดินทางของพลเมืองในประเทศนั้นๆ ได้ออกมาประกาศการจัดอันดับ “สุดยอดพาสปอร์ตที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก ประจำปี 2020” ซึ่งปรากฏว่า พาสปอร์ตของพลเมืองประเทศญี่ปุ่นยังคงครองอันดับหนึ่งในปีนี้ และยังทำลายสถิติการเดินทางไปสู่ประเทศต่างๆ ได้สูงถึง 191 ประเทศโดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า

 

ในช่วงที่ผ่านมานักท่องเที่ยวทั่วโลกมีความสุขกับการเดินทางไปสู่จุดหมายปลายทางที่โดยเฉลี่ยแล้วมีประเทศที่ไม่ต้องวีซ่ากว่า 107 ประเทศทั่วโลก แต่ในวันนี้กว่า 93% ของประชากรโลกที่อาศัยอยู่ในประเทศที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 ได้ถูกห้ามให้มีการเดินทางเข้าสู่ประเทศอื่น นับเป็นการสูญเสียอิสรภาพในการเดินทางท่องเที่ยวที่หลายฝ่ายยังคงกังวลว่าจะมีระยะเวลายาวนานไปอีกเท่าไหร่

 

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานว่าจากข้อมูลของ The Henley Passport Index ญี่ปุ่นได้เข้าสู่ตำแหน่งผู้นำของพาสปอร์ต ที่ทรงอิทธิพลของโลกอีกครั้งใน ปี 2020 โดยมีประเทศสิงคโปร์ ตามมาในอันดับสอง เยอรมนีและเกาหลีใต้ติดอันดับที่สามร่วมกัน ขณะที่ลักเซมเบิร์กและสเปน อิตาลีและฟินแลนด์ ได้ลำดับที่สี่ ในขณะที่พาสปอร์ตของ ออสเตรีย เพิ่งติดอันดับเข้ามาในอันดับที่ 5 ร่วมกับเดนมาร์ก ซึ่งการจัดอันดับนี้จะเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามการเปลี่ยนแปลงนโยบายวีซ่าของแต่ละประเทศที่ประกาศให้มีผลบังคับใช้

 

อย่างไรก็ตามสถานการณ์ที่จากการระบาดของโรคโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อความมีอิทธิพลของพาสปอร์ตของบางประเทศ เช่น สเปนหรือประเทศอื่น ๆ ที่มีการถูกสั่งห้ามพลเมืองของประเทศนี้เดินทางเข้าประเทศ ทั้งที่ก่อนหน้านี้พลเมืองสเปนถือว่ามีหนังสือเดินทางที่ดีที่สุดในโลกชาติหนึ่งโดยไม่ต้องขอวีซ่าเข้าประเทศต่างๆ

 

อย่างไรก็ตาม The Henley Passport Index มองว่าการระบาดใหญ่จะไม่ส่งผลกระทบในระยะยาวต่อดัชนีพาสปอร์ตและสิ่งต่าง ๆ น่าจะกลับมาเป็นปกติในไม่ช้านี้ หรืออาจจะต้องใช้เวลาบ้างแต่ทุกอย่างจะเป็นปกติ แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้อาจจะเป็นเรื่องของการตรวจสอบเรื่องของสุขภาพ ระบบดูแลสุขภาพฉุกเฉินต่างๆ ของนักเดินทางที่อาจจะต้องมีมาตรการเพิ่มขึ้นสำหรับการเดินทาง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ประเทศต่างๆ ไม่ได้พิจารณาเรื่องนี้มาก่อน นั่นคือสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ โดยในอนาคตความมั่นคงด้านสุขภาพจะเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาการอนุญาตให้มีการเดินทางเข้าประเทศ

 

สำหรับการจัดอันดับหนังสือเดินทางที่ดีที่สุดที่ในปี 2020 คือ

  1. ญี่ปุ่น (191 จุดหมายปลายทาง)
  2. สิงคโปร์ (190)
  3. เกาหลีใต้, เยอรมัน (189)
  4. อิตาลีฟินแลนด์สเปนลักเซมเบิร์ก (188)
  5. เดนมาร์ก, ออสเตรีย (187)
  6. สวีเดน, ฝรั่งเศส, ไอร์แลนด์, เนเธอร์แลนด์, โปรตุเกส (186)
  7. สหรัฐอเมริกาสหราชอาณาจักรเบลเยียมนอร์เวย์สวิตเซอร์แลนด์ (185)
  8. สาธารณรัฐเช็ก, กรีซ, มอลตา, นิวซีแลนด์ (184)
  9. แคนาดาออสเตรเลีย (183)
  10. ฮังการี (182)