_เดินมาราธอน_หัวใจแกร่ง_Cover_1.jpg

kinyupen_adminJune 4, 2020

เด็กชายพิการชาวอังกฤษ เดินมาราธอนด้วยวอล์คเกอร์ หวังระดมทุนช่วยเหลือ รพ.เด็กและโรงเรียนเพื่อเด็กพิการทางสมอง หลังได้แรงบันดาลใจจากกัปตันทอม มัวร์ อดีตทหารผ่านศึกวัย 100 ปีที่เดินระดมทุนเพื่อการกุศลไปก่อนหน้านี้

ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้หากคุณมีความมุ่งมั่นและตั้งใจ เช่นเดียวกับเด็กชายวัย 9 ขวบคนนี้ โทเบีย สเวลเลอร์ เด็กชายผู้พิการทางสมองและร่างกายยังพิการเดินไม่ได้ แต่กลับมีหัวใจที่แข็งแกร่ง เมื่อเขาต้องการจะทำภารกิจอันยิ่งใหญ่และแสนท้าทาย ด้วยการเดินมาราธอนบนเครื่องช่วยเดิน หรือวอร์คเกอร์ของเขา เป็นระยะทาง 26.2 ไมล์ หรือประมาณ 42 กิโลเมตร เพื่อระดมทุนหาเงินจำนวน 100,000 ดอลลาร์เพื่อการกุศลให้กับเด็กพิการเช่นเดียวกับเขา

 

Photo by Joe Giddens/PA Images via Getty Images

 

ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า โทเบียส เวลเลอร์ เด็กชายวัย 9 ขวบ สามารถบรรลุความตั้งใจของเขาเมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา ด้วยการเดินจนครบระยะทาง 26.2 ไมล์หรือ ประมาณ 42 กิโลเมตร ในเขตเชฟฟีลด์ ทางตอนเหนือของอังกฤษ ท่ามกลางกำลังใจจากครอบครัว เพื่อนบ้าน และผู้คนที่มีความปรารถนาดีมาร่วมชื่นชมแสดงความดีใจกับความสำเร็จของเด็กชายที่สามารถทำตามความตั้งใจได้สำเร็จ

 

อาการป่วยของโทเบียส  คือกลุ่มของเด็กสมองพิการเป็นกลุ่มของความผิดปกติทางระบบประสาทที่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการเดิน ทำให้เขาไม่สามารถยืนหรือเดินลำพังได้แต่ต้องการการช่วยเหลือจากคนอื่น หรือเครื่องช่วยเดินหรือยึดเกาะเป็นหลัก แต่หลังจากที่เด็กชายได้ชมคลิปของกัปตันทอม มัวร์ทหารผ่านศึก ชาวอังกฤษที่ฉลองวันเกิดอายุครบ 100 ปี ด้วยการเดินรอบสวนสาธารณะ ระดมทุนเพื่อกุศลรณรงค์เกี่ยวกับบริการด้านสุขภาพแห่งชาติของอังกฤษ เขาจึงเกิดแรงบันดาลใจอยากจะทำตามบ้างโดยเริ่มคิดว่าจะเริ่มทำภารกิจรณรงค์นี้ตั้งแต่วันเกิดในปีนี้ของเขา

โทเบียสได้เริ่มเดินด้วยวอร์คเกอร์ ที่สวนสาธารณะใกล้บ้านของเขาเป็นระยะทาง 1 กิโลเมตร (0.6 ไมล์) เมื่อเดือนที่แล้วแต่ต้องหยุดกิจกรรมการเดินออกไปเมื่อรัฐบาลอังกฤษได้ออกกฎล็อกดาวน์ให้ประชาชนอยู่บ้านจากการระบาดของโรคโควิด 19 กระทั่งมีประกาศผ่อนคลายกฎเขาจึงได้ออกมาปฏิบัติตามความตั้งใจอีกครั้ง

 

“หลังจากที่ผมเห็นกัปตันทอมทำภารกิจการกุศลสำเร็จ ผมก็คิดว่าทำไมผมไม่ลองทำบ้าง ก็เลยลองใช้วอร์คเกอร์เพื่อพยายามวิ่งมาราธอนโดยเดินขึ้นและลงถนนทุกวัน” โทเบียสบอกถึงแรงบันดาลใจของเขาพร้อมกับระบุว่า มันคือ”ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่”สำหรับเขามากทีเดียว

 

ในช่วงเริ่มต้นของการปลดล็อคโทเบียสสามารถเดินได้สูงสุด 50 เมตร (164 ฟุต) ต่อวัน แต่เมื่อเขาเริ่มเข้าใกล้ระยะทางที่ตั้งใจเอาไว้ เขาก็สามารถที่จะเดินได้ถึง 750 เมตร (ครึ่งไมล์) ต่อวัน จนถึงวันที่ครบกำหนดระยะทางที่ตั้งใจ โทเบียสได้รับเสียงปรบมือให้กำลังใจและแสดงความยินดีจากทุกคนที่รอลุ้นเชียร์อยู่อย่างล้มหลาม ซึ่งเขาบอกว่ามันเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมมากๆ

 

Photo by Joe Giddens/PA Images via Getty Images

 

“ไม่อยากจะเชื่อเลยผมจะวิ่งมาราธอนเสร็จแล้วมันยอดเยี่ยมมาก เสียงปรบมือ และกำลังใจมันทำให้ผมแข็งแรงขึ้นทุกวันมันเป็นความรู้สึกที่ดีครับ” เด็กชายกล่าวหลังทำภารกิจสำเร็จ

 

แม่ของโทเบียสบอกว่า ทุกคนรู้สึกดีใจมากที่ลูกชายสามารถทำภารกิจการเดินมาราธอนสำเร็จไปได้ด้วยดี เขาทำได้ดีมากเขาพยายามอย่างหนักตลอดทาง เขาทำให้ครอบครัวรู้สึกภูมิใจ ถือว่าเป็นสิ่งที่ใหญ่มากสำหรับเด็กชายตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง

 

จนถึงตอนนี้โทเบียสได้สามารถระดมทุนได้กว่า 81,600 ปอนด์ ($ 100,700) สูงกว่าเป้าหมายของเขาที่ตั้งไว้แต่แรกคือ 30,000 ปอนด์ โดยเงินที่ได้นี้จะถูกนำไปบริจาคให้กับโรงพยาบาลเด็ก Sheffield และ Paces School ซึ่งเป็นโรงเรียนที่สนับสนุนเด็กและผู้ใหญ่ที่มีอาการทางระบบประสาทที่โทเบียสเรียนอยู่ด้วย

 

เรื่องราวของโทเบียส จึงเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า ไม่มีอะไรเป็นอุปสรรคหากคุณตั้งใจจะทำอะไรสักอย่าง…ขอเพียงมีความมุ่งมั่น และไม่ย่อท้อความสำเร็จย่อมมาถึงได้ในสักวันหนึ่งอย่างแน่นอน



kinyupen_adminMay 7, 2020

ไนกี้บริจาครองเท้า The Air Zoom Pulse มากกว่า 30,000 คู่ ให้กับบุคลากรการแพทย์ในอเมริกาและยุโรป

 

ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า ไนกี้ แบรนด์รองเท้าชื่อดัง ได้มอบรองเท้าออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับพนักงานด้านการดูแลสุขภาพจำนวน 30,000 คู่ให้กับระบบสุขภาพและโรงพยาบาลในเมืองต่างๆ ทั่วสหรัฐอเมริกา

 

โดยรองเท้าที่ไนกี้จะส่งมอบให้กับบุคลากรการแพทย์คือ รองเท้ารุ่น The Air Zoom Pulse ซึ่งได้เปิดตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยรองเท้ารุ่นนี้เป็นรุ่นแรกที่ไนกี้ออกแบบมาสำหรับนักกีฬาเพื่อดูแลสุขภาพโดยเฉพาะ และถือเป็นรองเท้าที่เหมาะสมกับบุคลากรการแพทย์ที่ต้องทำงานอย่างหนักในขณะนี้

 

The Air Zoom Pulse

 

แนวคิดดังกล่าวบริษัทไนกี้ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปยังโรงพยาบาลเด็ก OHSU Doernbecher ในพอร์ตแลนด์รัฐโอเรกอนเพื่อศึกษาข้อมูลสำคัญด้านสุขภาพเกี่ยวกับผู้ประกอบอาชีพด้านการดูแลสุขภาพโดยเฉพาะ โดยยึดเอาแนวคิดและความยากลำบากของการทำงาน รวมถึงการที่จะต้องเดินเป็นเวลานาน รวมไปถึงคุณลักษณะทางกายภาพเกี่ยวกับการไหลเวียนของของเหลวต่างๆ ในร่างกาย ดังนั้นจึงต้องมีรองเท้าที่รองรับการทำงานลักษณะนี้จากการที่ต้องใช้เวลาทำงานเป็นเวลานาน

 

รองเท้ารุ่น The Air Zoom Pulse เป็นรองเท้าชนิดนวมและมีสายยางยืดที่ช่วยรักษาส้นเท้าให้อยู่ในที่ปลอดภัย ซึ่งจะทำให้ง่ายต่อการใช้งานด้วยมือเดียว ขณะที่พื้นรองเท้าด้านนอกทำจากยางที่ทนทานพร้อมพื้นรองเท้าที่ช่วยยึดเกาะได้แม้ในขณะที่มีน้ำหรือของเหลว

 

 

สำหรับการมอบรองเท้าดังกล่าว เป็นการร่วมมือกันระหว่างบริษัทไนกี้และองค์กรไม่แสวงกำไรที่ชื่อว่า Good360 ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการกระจายสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่ผ่านมาได้ทำการมอบรองเท้าให้กับผู้ใช้แรงงานที่ขาดแคลนรองเท้าในชิคาโก ลอสแองเจลิส เมมฟิสและนิวยอร์กซิตี้ และสำนักงานบริหารสุขภาพทหารผ่านศึก

 

ผู้บริหารของไนกี้กล่าวว่าการนำรองเท้าไปมอบให้กับบุคลากรการแพทย์ถือเป็นการขอบคุณที่ทุกคนเสียสละในการรักษาชีวิตของผู้คน ซึ่งรองเท้ารุ่นนี้จะถูกส่งมอบให้พวกเขาได้ทำงานอย่างสะดวกสบายมากขึ้น เพราะได้ถูกออกแบบมาสำหรับนักกีฬาที่ต้องการความยืดหยุ่นทางร่างกาย ซึ่งจะทำให้จิตใจผ่อนคลายไปด้วยเมื่อสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น

 

 

นอกจากในอเมริกาแล้ว ไนกี้ยังจะมอบรองเท้ารุ่นเดียวกันนี้ให้กับโรงพยาบาลทั่วยุโรป ทั้งที่บาร์เซโลนา เบอร์ลิน ลอนดอนมิลาน ปารีสและเบลเยียมอีกด้วย


WFH-Online-sale-income-Cover_1.jpg

zebertoothApril 17, 2020

ในช่วงภาวะที่ทุกคนต้องอยู่กับบ้าน อาจจะเป็นช่วงที่ดูน่าเบื่อสิ่งที่ทำได้ดีที่สุดตอนนี้ คือ การพูดคุยกับเพื่อนๆ ตามสื่อโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆ แต่ในช่วงที่บางคนไม่มีรายได้จากการไปทำงาน และกำลังเล่นโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่างเพลิดเพลินอยู่นั้น รู้หรือไม่ว่า เทคโนโลยีในมือของคุณก็สามารถทำรายได้เล็กๆ น้อยได้เหมือนกัน

 

การหารายได้เล็กๆ น้อยๆ ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องไปเป็นแม่ค้า พ่อค้าออนไลน์มืออาชีพ ต้องมีหน้าร้านออนไลน์แบบกลุ่มมืออาชีพทั่วไป แต่หลายโซเชียลเน็ตเวิร์กที่คุณใช้เป็นประจำ มีช่องทางให้คุณได้ฆ่าเวลาด้วยการหารายได้เล็กๆ น้อยๆ เช่น การขายของส่งต่อสิ่งที่คุณไม่ใช้แล้ว (มีเวลาเลือกสรรมากขึ้นจากสินค้าที่คุณเคยซื้อมาอย่างบ้าคลั่งในช่วงเวลาปกติ แต่ก็ไม่เคยได้ใช้มันเลย), ขายงานฝีมือที่คุณทำได้ เช่น การเย็บหน้ากากอนามัย, ถักโครเชต์ เป็นต้น หรือหากคุณมีฝีมือจากการทำอาหารอยู่บ้างก็อาจจะทำอาหารกล่องราคาไม่แพง, คลีนฟู้ด เพื่อส่งขายให้กลุ่มเพื่อนที่รู้จัก หรือ ผู้คนในพื้นที่ละแวกใกล้เคียง เพื่อการซื้อขายแบบง่ายๆ ได้เช่นกัน

วันนี้เรามี 3 วิธี SNS ง่ายๆ สำหรับการหารายได้พิเศษช่วงพักว่างนี้มาทดลองทำกันดู

  1. การใช้ Facebook เป็นช่องทางปล่อยของและหารายได้ของคุณ เพราะแน่นอนอยู่ว่าเพื่อนในเฟสบุคส์ของคุณ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเพื่อนที่รู้จักการมาก่อน และหรือกลุ่มคนที่คุณอาจจะไม่รู้จักในวงกว้าง การเปิดขายสินค้าในเฟสบุ๊คอาจจะดูว่ามีคนทำอยู่เยอะ แต่ก็ไม่เสียหายถ้าคุณจะลอง เพราะในกรณีขายสินค้านี้คุณสามารถเลือกได้ว่าคุณจะให้ขายของให้กับใคร หากไม่เชี่ยวชาญนัก ก็ลองขายให้กับเพื่อนๆ ที่รู้จักไปก่อน หรือหากจะขยายตลาดก็อาจจะขายแบบเปิดเป็นสาธารณะก็ได้ นั่นอยู่ที่ว่าคุณจะเลือกแบบไหน

แล้วทำได้วิธีไหนบ้าง :  ในเฟสบุ๊คมีช่องทางให้คุณดัดแปลงการขายของได้หลายแบบ เช่น

  • ขายแบบเปิดขายโดยตรงบนหน้าโปรไฟล์ของคุณเลย ใช้ได้ทั้งวิธีการโพสต์รูป และ ไลฟ์สด เลือกวิธีที่คุณสามารถทำได้ โพสต์ขายเหมือนที่ใครๆ ขายกันได้ เพราะช่วงนี้เชื่อว่าทุกคนย่อมเข้าใจสถานการณ์อยู่แล้ว การโพสต์ขายของน่าจะเป็นสิ่งปกติทั่วไป
  • เข้าช่องทางกลุ่มขายสินค้าในรูปแบบต่างๆ โดยการขายแบบนี้ คุณจะต้องกดเข้าไปของร่วมกลุ่มในกลุ่มขายสินค้าที่มีผู้ตั้งขึ้นไว้แล้ว เช่น กลุ่มขายของในหมู่บ้าน,กลุ่มขายของตามพื้นที่จังหวัดต่างๆ,กลุ่มขายของตามความชอบเฉพาะ เช่น กลุ่มขายของแม่และเด็ก,กลุ่มเสื้อผ้า,กลุ่มเครื่องสำอางค์,กลุ่มขายสินค้ามือสอง การเข้ากลุ่มแบบนี้ สามารถเข้าไปขอกดร่วมกลุ่มได้ในช่องทางร่วมกลุ่มที่เฟสบุ๊คเปิดไว้แล้ว

  • เปิดเพจร้านค้าของคุณเองเลย กรณีนี้คุณอาจจะเปิดหน้าเพจร้านค้าของคุณขึ้นเองเลย โดยจัดเป็นหน้าเพจสินค้าของคุณ แล้วแชร์ให้เพื่อนๆ ทราบ แต่กรณีนี้อาจจะต้องใช้เวลาเพื่อหาคนเข้ามาชมสินค้าและคุณอาจจะต้องขยันในการโพสต์แชร์สินค้าสักหน่อย แต่หากไม่ถนัดแล้วล่ะก็ ใช้วิธีขอเข้ากลุ่มโพสต์ขายในกลุ่มที่มีคนจำนวนมากอยู่แล้วจะดีกว่า

 

 

  1. การโพสต์ขายของในอินสตราแกรม หรือ IG
  • มีจุดเด่น คือ การขายด้วยภาพ ยิ่งภาพที่คุณเลือกใช้น่าดึงดูด ก็จะทำให้ผู้คนสนใจมากยิ่งขึ้น มากไปกว่านั้นคือคุณต้องใส่ข้อมูลสินค้าให้ครบถ้วน โดยอาจดูจากคนอื่นที่ขายสินค้าในลักษณะใกล้เคียงกัน ว่ามีวิธีการใส่รายละเอียดอย่างไร ทั้งยังเป็นการสำรวจตลาดไปด้วยในตัว ว่าคุฯควรจะขายในราคาเท่าไหร่ รวมค่าส่งด้วยหรือไม่?
  • โดยคุณสามารถสำรวจตลาดและเปิดตลาดได้ด้วยการค้นหาโดยใส่แท็กได้ ทำให้ขยายกลุ่มเป้าหมายได้กว้างยิ่งขึ้น เช่น #เคสไอโฟน ก็จะมีหลากหลายแบบให้เราได้เลือก

ตัวอย่าง

 

 

แต่ข้อจำกัด คือ ให้รายละเอียดได้น้อย  โดย IG ให้ใส่ข้อมูลหรือข้อความได้เพียง 150 ตัวอักษรเท่านั้นแต่นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับการตัดสินใจซื้อ รวมถึงคุณสามารถโพสต์ภาพได้ผ่านมือถือเท่านั้น โดยคุณสามารถให้ผู้ที่สนใจสินค้าของคุณ Direct Message สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือ ใส่ Line ID สำหรับติดต่อส่วนตัวได้ รวมทั้งกลุ่มคนอาจจะกว้างไกลเกินไป แต่ถ้าคุณต้องการลูกค้าหน้าใหม่ เราขอแนะนำให้ใช้ IG

 

  1. การโพสต์ขายในไลน์

จุดเด่น  คือ มีเพื่อนๆ ของเราอยู่จำนวนมากสามารถโพสต์ขายบนไทม์ไลน หรือส่งต่อในกลุ่มต่างๆ หรือแชทข้อความได้ โดยเมื่อมีคนสนใจมากขึ้น คุณสามารถตั้งกรุ๊ปไลน์และสร้างอัลบั้มสินค้า รวมถึงถ่ายทอดสด (Live ขายของ) ได้อีกด้วย

ส่วนข้อจำกัด คือ คุณต้องมีเพื่อนจำนวนมาก หรือใช้ช่องทางอื่นๆ เพื่อดึงกลุ่มที่สนใจสินค้าของคุณให้แอดคุณหรือติดตามกลุ่มของคุณไว้

ตัวอย่าง

 

 

  1. การขายในทวิตเตอร์

จุดเด่น คือ การขายสินค้าโดยใช้แท็กที่ผู้คนสนใจ หรือแท็กที่อยู่ในสถานการณ์ขณะนั้น เข้าถึงคนในวงกว้าง และหากสินค้าของคุณเป็นที่ต้องการ ก็จะมีคนที่สนใจช่วยทวิตหรือแชร์ไปอีก เรื่อยๆ

 

 

ข้อควรระวัง คือ ช่องทางนี้มีผู้ใช้ที่กว้างมาก อาจจะไม่เหมาะกับการขายของเฉพาะพื้นที่ และที่สำคัญคือผู้ใช้บางคนไม่ได้ใช้ชื่อนามสกุลจริง จริงควรส่งข้อมูลติดต่อ คุยกันผ่านไลน์หลังจากที่ผู้ซื้อสนใจ


2_Cover_1.jpg

kinyupen_adminMarch 16, 2020

บ่อยครั้งที่คนเรามักซื้อ “ของมันต้องมี” มากกว่า “ของที่ต้องใช้” ทำให้หลายครั้งข้าวของมากมายกระจัดกระจายกันไปตามมุมห้อง ยิ่งเจองานลด แลก แจก แถม ยิ่งวนลูปตามวิถี #สายช้อบไม่ใช้ นานไปจะเคลียร์พื้นที่ก็ไม่รู้จะเอาไปไว้ไหน กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ข้อเสนอทางออกให้ของมือ 2 ที่อยากมีเจ้าของใหม่กัน

 

  1. #ส่งต่อ หาเจ้าของใหม่ผ่านแอพช้อปปิ้ง

แต่ก่อนที่จะหาเจ้าของที่ใช่ อย่าลืมเช็คตลาดปล่อยของ ซึ่งปัจจุบันก็มีให้เลือกมากมายอาทิ Application : Shopee ที่สามารถ Live สด ให้ผู้ซื้อเห็นของจริงและผู้ค้าสามารถปิดการขายได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะหนีหาย ไลน์ไม่ตอบเพราะแอปพลิเคชันเหล่านี้จะมีการโอนเข้าบัญชีกลางก่อน นอกจากนี้ก็ยังมีเว็บไซต์ต่างๆ เช่น Kaidee.com, Facebook Marketplace, Pantipmarket.com

 

  1. #ฝากขาย ใน Instagram หรือ Twitter ของมือ 2 สภาพนางฟ้า

ทั้งใน Instagram และ Twitter ต่างก็เป็นช่องทางที่ผู้คนให้ความสนใจและใช้กันเยอะมาก ซึ่งทั้ง 2 แอปพลิเคชันนี้ ก็มีความพิเศษที่สามารถนำมาเป็นช่องทางปล่อยของมือ 2 ได้ ดังนี้

  • Instagram มีจุดเด่นที่ภาพ : หากมั่นใจว่าฝีมือถ่ายภาพของเราดี และของที่มีก็ใช้ได้ ก็จัดฉาก กดถ่ายและลงขายได้เลย หรือถ้าใครที่คิดว่ามีผู้ติดตามน้อย ก็สามารถฝากร้านที่มีผู้ติดตามเยอะๆ และมีสินค้าที่ใกล้เคียงกับของเรา *ทั้งนี้ก็จะมีทั้งร้านที่คิดค่าฝากขายด้วย แต่ถ้าไม่จำเป็นจะต้องรีบปล่อยของ ก็สามารถเลือกใช้ #ฝากขาย หรือ ใช้แฮท็ก เพื่อเพิ่มโอกาสสินค้าของคุณได้มากขึ้น ซึ่งวิธีการนี้ก็เป็นที่นิยมอย่างมาก เพราะคนส่วนใหญ่จะใช้วิธีการตามหาสินค้าที่ชอบจากแฮท็กที่สนใจ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าแฟชั่น ตลอดจนสายมูเครื่องราง
  • Twitter มีจุดเด่นที่ความเร็ว, การบอกต่อ

 

  1. #เปิดบิด (ประมูล) CF no CC

วิธีการนี้ส่วนใหญ่ใช้กับของมือ 2 ประเภทสินค้าไอที โทรศัพท์มือถือ หรือของแบรนด์เนม ซึ่งคุณอาจจำเป็นที่จะต้องมีเพื่อนหรือผู้ติดตามในเฟสบุ๊คเยอะหน่อย หรือใช้วิธการแชร์ไปยังกลุ่มต่างๆเพื่อดึงดูดคนที่สนใจเข้ามามากขึ้น โดยวิธีการก็เหมือนการประมูลทั่วไปคือ

  • ตั้งเวลาการประมูล เมื่อถึงเวลาที่กำหนดปิดประมูลคนที่เสนอราคาสูงที่สุดก็จะได้ของไป
  • ใช้การ Live Facebook โดยวิธีการนี้ ต้องมั่นใจว่าคุณมีผู้ติดตามที่เหนียวแน่นและมีกำลังซื้อพอควร เพราะเป็นการประมูลที่เน้นปล่อยของเร็ว แต่ก็ต้องมั่นใจว่าคนที่บิดเข้ามา จะ CF (Confirm) และไม่ CC (Cancle)

 

4. #สนุกช้อป สนุกปัน

หลายคนที่ไม่ได้สนใจเรื่องเงิน ก็มีอีกทางเลือกที่น่าสนใจคือการ “บริจาค” ซึ่งปัจจุบันก็มีหลากหลายสถานที่ “รับ”บริจาค ซึ่งก็ไม่ใช่แค่เสื้อผ้าเพียงอย่างเดียวที่สามารถบริจาค แต่ยังมีอีกหลายอย่างที่รับบริจาค เช่น หนังสือ เฟอร์นิเจอร์มือ 2, รองเท้า, กระเป๋า, เครื่องใช้ไฟฟ้า, อุปกรณ์กีฬา, เครื่องประดับ ฯลฯ แต่สิ่งสำคัญ คือ ก่อนบริจาคทุกครั้งก็ควรดูให้มั่นใจว่าคนที่ได้ไปจะยินดีรับหรือไม่ เช่น ซักเสื้อผ้าให้สะอาดก่อนส่งไปบริจาค, เช็ดทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น

 

หากคุณต้องการที่จะขายก็ควรคำนึงถึง 4 จ.

  1. ใจเขาใจเรา : คิดราคาตามสภาพการใช้งาน หรือ สภาพความเป็นจริง
  2. ชัดเจน : อธิบายรายละเอียดก่อนขาย เช่น วิธีการจัดส่ง, ตำหนิของสินค้า
  3. จริงใจ : ไม่โกหก หรือ อ้างคุณสมบัติเกินความเป็นจริง เพราะอาจทำให้มีปัญหาในภายหลังได้
  4. จ่ายจริง : ต้องมั่นใจก่อนว่าผู้ซื้อ โอนเงินหรือชำระเงินแล้วจริงๆ เพราะมีหลายกรณีที่มีการปลอมแปลงสลิป โดยเปลี่ยนตัวเลขยอดโอนชำระและเลขบัญชี เพราะฉะนั้นเช็คก่อนส่ง