_Cover_2.jpg

kinyupen_adminOctober 22, 2020

กินเจใช่ว่าต้องจืดชืดซะเมื่อไหร่ กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตมาแจกสูตรแม่ในเมนู “ผัดหมี่เจ” ที่รสชาติไม่จำเจ หอมเครื่องเทศ และไชโป๊ ไม่ง้อกระเทียม


_เยาวราช-ปกเนื้อหา.jpg

kinyupen_adminSeptember 29, 2019

ในช่วงเทศกาลกินเจปีนี้ หลายบ้านคงเตรียมวางแผนทำอาหารเจไว้รับประทานกันแล้ว กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอเอาใจสาวก คนกินเจ พาไปช้อปวัตถุดิบย่านตลาดเก่าเยาวราช แหล่งขายอาหารเจเก่าแก่ของเมืองไทยกันสักหน่อย โดยวัตถุดิบที่คัดสรรมานี้ ทุกท่านสามารถนำไปประกอบเมนูเจได้เองแบบง่าย ๆ ทำให้เทศกาลกินเจปีนี้ ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป งั้นเราขอพาคุณเริ่มต้นเดินทางสู่วิถีคนกินเจกันเลย Let’s go!

วิธีประกอบอาหารเจปัจจุบันนั้น มีทั้งเมนูต้ม ผัด แกง ทอด นึ่ง ยำ เฉกเช่น เมนูปกติทั่วไป ต่างกันที่วัตถุดิบที่ต้องไม่มีส่วนผสมจากเนื้อสัตว์เท่ากัน ซึ่งเราจะพาไปดูวิธีเลือกสรรวัตถุดิบที่มักเป็นพระเอก นางเอกประจำเทศกาลนี้กัน

 

เคล็ดคัดสรรวัตถุดิบ

เริ่มต้นด้วย “เห็ดหอม” นางเอกประจำเทศกาล โดยมีบทบาทเป็นส่วนประกอบพื้นฐานทำได้แทบทุกเมนู ไม่ว่า จะต้ม ตุ๋น ผัด หรือนึ่ง เพราะเห็ดหอมจะช่วยเพิ่มความกลมกล่อมให้อาหารเจ ด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ

เคล็ดไม่ลับ เห็ดหอมที่ดีต้องมีดอกหนา ลายกระจายทั่วดอก ซึ่งจะช่วยบ่งบอกได้ว่าเป็นเห็ดที่สด รสชาติดี

 

ต่อมาคือเจ้าพระเอกอย่าง “เต้าหู้” ที่มีบทบาทสำคัญไม่แพ้เห็ดหอมซึ่งมักปรากฏอยู่ในทุกจานสำคัญของอาหารเจ โดยส่วนผสมหลักของเต้าหู้มาจากถั่วเหลืองที่มีโปรตีนสูงกว่าเนื้อสัตว์บางประเภทถึงสองเท่า มีให้เลือกหลากหลายแบบทั้งชนิดอ่อน ชนิดแข็ง ตามใจชอบ

เคล็ดไม่ลับ ควรเลือกเต้าหู้ที่นำมาขายใหม่ๆ โดยสังเกตจากความขาวนวล มีกลิ่นหอม ไร้เมือก ไร้กลิ่นเหม็นเปรี้ยว รูปทรงไม่บิดเบี้ยว และบรรจุในภาชนะสะอาด

 

ถ้ายังไม่รู้จะเลือกร้านไหน ทีมงานขอแนะนำร้านเจ้าประจำของแอดมินที่เปิดมาหลายสิบปี ตั้งอยู่ซอยด้านข้างวัดมังกร ไฮไลท์เด็ด คือ “เต้าหู้ซีอิ๊วดำ” ซึ่งเป็นเต้าหู้อ่อนที่ต้มกับซีอิ๊วดำ น้ำตาลทรายแดง และเครื่องเทศต่าง ๆ จนเนื้อเต้าหู้มีความหอม หวาน กลมกล่อม สามารถนำไปรับประทานกับเมนูต่าง ๆ ได้อย่างลงตัว

 

ลำดับต่อมา คือ “หมี่กึง” วัตถุดิบประเภทเส้นทำจากแป้งข้าวเหนียวและข้าวสาลี ให้พลังงานคาร์โบไฮเดรตสูง รูปร่างมีหลายแบบ ในที่นี้ขอเลือกหมี่กึงที่มีลักษณะก้อนแป้งม้วนคล้ายโรตี

เคล็ดไม่ลับ หมี่กึงมักอยู่ในรูปอาหารสดเสมอ ไม่นิยมอบแห้ง เพราะทำให้รสสัมผัสเปลี่ยน

 

ที่ขาดไม่ได้ คือ “ดอกไม้จีน” หนึ่งในสมุนไพรจีนที่นำไปปรุงอาหารได้หลายเมนู ทั้งต้มและผัด ควรเลือกซื้อดอกสีเหลืองหรือสีน้ำตาลอ่อน

เคล็ดไม่ลับ ถ้าซื้อแบบสดต้องดึงดอกออกก่อน ไม่อย่างนั้นอาจทำให้ท้องเสีย ทั้งไม่ควรเลือกดอกไม้จีนสีซีด เพราะอาจมีสารปนเปื้อนจำพวกสารฟอกขาว

 

สินค้าดีจากร้านดัง

เมื่อมาเยาวราช ร้านไม่ควรพลาด คือ “กาน่าฉ่าย” ร้านเว้งยู่กี่ ซอยเล่งบ่วยเอี๊ยะ (เจริญกรุง16) ร้านเก่าแก่คู่เยาวราชมาเกือบ 30 ปี ซึ่งจะแสดงวิธีทำสดๆ และนอกจากกาน่าฉ่ายแล้ว ภายในร้านยังมีอาหารเจอีกหลากหลาย เช่น ใบปอ พุทราจีน เก๋ากี้ ขาเห็ดเจ ปลาอินทรีย์เค็มเจ

อีกร้านที่ไม่ควรพลาด คือ “เกี่ยมฉ่าย” หรือ ผักกาดดองเจ อันขึ้นชื่อจากร้านเจ๊แดง เยาวราชซอย 6 นอกจากเกี่ยมฉ่ายแล้ว ยังมีน้ำพริกเจ รสชาติต่างๆ ให้เลือกอีกด้วย

รวมถึง “ง่วนสูน” ร้านพริกไทยตรามือ เจ้าเก่าแก่แห่งเยาวราช ที่ขึ้นชื่อด้วยคุณภาพของเม็ดพริกไทยที่บดให้เห็นกันสดๆ และมีเครื่องเทศให้เลือกอีกหลากประเภท

 

เทศกาลกินเจปีนี้ กินอยู่เป็น 360องศาแห่งการใช้ชีวิต ขออวยพรให้ทุกท่านมีความสุขกับเทศกาลกินเจ


Banner_welltitude_เคล็ด-ไม่-ลับ-กินเจอย่างไร-ไม่ให้อ้วน.jpg

kinyupen_adminOctober 9, 2018

เชื่อหรือไม่ว่า การกินเจ ทำให้น้ำหนักเราลดลงอีกด้วย เพราะอาหารเจส่วนใหญ่มีแต่พวกผัก เต้าหู้ นมถั่วเหลือง น้ำผลไม้ โปรตีนเกษตร ฯลฯ แต่คุณรู้หรือไม่ว่า กินเจอย่างไรถึงจะไม่ทำให้ร่างกายอ้วนขึ้น

เป็นที่ทราบกันดีว่าช่วงนี้เป็นช่วงของเทศกาลถือศีลกินเจ ระหว่างวันที่ 9-17 ตุลาคม 2561 ก็มีทั้งเหล่าบรรดาคนไทยเชื้อสายจีนและคนไทยแท้ๆ ที่ให้ความสำคัญกับการถือศีลกินเจในครั้งนี้ เพราะนอกจากจะได้บุญแล้ว จิตใจและร่างกายของเรายังบริสุทธิ์อีกด้วย นอกจากนี้ เชื่อหรือไม่ว่า การกินเจ ทำให้น้ำหนักเราลดลงอีกด้วย เพราะอาหารเจส่วนใหญ่มีแต่พวกผัก เต้าหู้ นมถั่วเหลือง น้ำผลไม้ โปรตีนเกษตร ฯลฯ ล้วนเป็นเมนูที่ปราศจากเนื้อสัตว์ล้วนๆ ซึ่งอาหารที่ไม่นับประเภทการทอดดวยน้ำมันนั้น ล้วนมีแคลอรี่ต่ำทั้งนั้น อย่างเช่น แกงจืดเต้าหู้ อาหารเบสิคของทุกเพศ ทุกวัย ซึ่งจริงๆ แล้ว มีปริมาณอยู่ที่ 90 แคลอรี่เท่านั้นเอง

แล้วรู้หรือเปล่าว่า กินเจอย่างไรถึงจะไม่ทำให้ร่างกายอ้วนขึ้น รู้ไหม? จริงๆ แล้วไม่ยากเลย มีเคล็ดลับง่ายๆ ที่หนุ่มสาวที่รักสุขภาพสามารถนำไปใช้กันได้

1. หลีกเลี่ยงอาหารเจที่ทำลอกเลียนเนื้อสัตว์จริง – โปรตีนเกษตร แป้ง ของจำพวกนี้ใช้สำหรับลอกเลียนเนื้อสัตว์ในการใช้ปรุงอาหารเจ แต่จะรู้หรือไม่ว่า โปรตีนเกษตร แป้ง ล้วนมาจากส้วนผสมของแป้งล้วนๆ ประกอบกับเมนูดังกล่าวที่ใช้โปรตีนเกษตรนั้นส่วนใหญ่มาจากการประกอบอาหารแบบผัด ผอด โดยใช้น้ำมันไปอีก ซึ่งนั่นก็เป็นสาเหตุทำให้เราอ้วนขึ้นแน่นอน

2. เลี่ยงอาหารผัด ทอด – อาหารประเภทผัด ทอด ล้วนต้องใช้น้ำมันพืชเป็นส่วนประกอบสำคัญในการประกอบอาหารเจ ซึ่งน้ำมันเนี่ยล่ะเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป็นต้นตอของความอ้วน แล้วยิ่งอาหารจำพวกผัด ทอด เป็นสาเหตุสำคัญของความอ้วนเลยทีเดียว ฉะนั้น คุณลองเปลี่ยนเมนูอาหารจากผัด ทอด มาเป็นอาหารประเภทต้ม นึ่ง ยำ แทนจะดีกว่า เพราะปริมาณแคลอรี่มีน้อยกว่าอาหารประเภทผัด ทอด รับรองว่า ไม่อ้วนแน่นอน

3. ควรทานโปรตีน เพื่อเพิ่มพลังงานแทนเนื้อสัตว์ – ช่วงเทศกาลกินเจ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าต้องงดทานอาหารที่เป็นเนื้อสัตว์หรืออาหารที่มี่วนประกอบของเนื้อสัตว์ ฉะนั้น หากเราต้องการสารอาหารประเภทโปรตีน แต่รับประทานเนื้อสัตว์ไม่ได้ ก็ควรรับประทานเป็นถั่ว อัลมอนด์ งาดำ งาขาว ธัญพืชต่างๆ จะดีกว่า เพราะอาหารเหล่านี้มีสารอาหารของโปรตีน สามารถให้พลังงานแทนเนื้อสัตว์ได้

4. ใช้น้ำมันพืชหรือน้ำมันมะกอกในการประกอบอาหาร – หากต้องหารทำอาหารเจรับประทานเอง ควรเลือกใช้น้ำมันพืชหรือน้ำมันมะกอกในการประกอบอาหาร แต่อย่าใส่น้ำมันมากเกินไป ที่สำคัญควรใช้กระทะเคลือบเทฟลอน เพื่อลดปริมาณการใช้น้ำมัน และเลือกใช้เกลือลดโซเดียม เพื่อควบคุมปริมาณโซเดียมในร่างกายด้วย

5. ออกกำลังกาย – พยายามหาเวลาออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อย 30 นาทีก็ยังดี และช่วงออกกำลังกายสามารถรับประทาน “กล้วย” เพื่อเพิ่มพลังงานก่อนออกกำลังกายได้ โดยไม่ต้องพึ่งน้ำตาลจากอาหารประเภทอื่นๆ

เชื่อว่าหากคุณสามารถทำได้ทั้งหมดที่เล่ามานี้ ยังไงซะการกินเจของคุณก็จะไม่ทำให้ร่างกายคุณอ้วนขึ้นอย่างแน่นอน มีแต่น้ำหนักจะลดลง ลดลง ด้วยซ้ำ ยังไงซะก็พยายามควบคุมอาหาร ไม่รับประทานอาหารเกิน 2,000 แคลอรี่/วัน และควรหาเวลาในการออกกำลังกายด้วย เพื่อที่ร่างกายจะให้ผอม สวย หล่อ ไม่อ้วนด้วย


9-ข้อห้ามควรเลี่ยง-ของการ-กินเจ_web.jpg

kinyupen_adminOctober 9, 2018

ช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลกินเจ ฉะนั้นการถือศีลกินเจให้สำเร็จตลอดตั้วแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายนั้น ผู้ถือศีลกินเจทั้งหลายต้องควรระวังข้อห้ามสำคัญ เพราะไม่เช่นนั้น คุณอาจจะ “เจแตก” โดยไม่รู้ตัว

เทศกาลกินเจเวียนมาบรรจบอีกครั้งหนึ่งแล้ว ในปีนี้ตรงกับวันที่ 9-17 ตุลาคม 2561 ร้านค้าในตลาดรวมถึงห้างสรรพสินค้าต่างๆ มากมาย ต่างจัดกิจกรรมเพื่อให้เข้ากับเทศกาลกินเจในปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นการจำหน่ายอาหารเจ เป็นต้น จริงๆ แล้ว การกินเจ มีความหมายตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ซึ่งระบุไว้ว่า เป็นการถือศีลอย่างญวนและจีนที่ไม่รับประทานอาหารสด อาหารคาว แต่จะบริโภคอาหารประเภทผักที่ไม่มีของสดของคาวผสมอยู่

การถือศีลกินเจใจปัจจุบัน ไม่ได้มีแค่คนไทยเชื้อสายจีนเพียงเท่านั้น คนไทยแท้ๆ ยังให้ความสำคัญกับการกินเจเสียด้วยซ้ำ ซึ่งจุดประสงค์สำคัญของการกินเจ คือ กินเพื่อสุขภาพ เพราะอาหารเจเป็นอาหารชีวจิต เมื่อกินติดต่อกัน จะทำให้ร่างกายสมดุล สามารถขับพิษของเสียต่างๆ ออกจากร่างกายได้ , กินเจด้วยจิตที่เมตตา ผู้ที่มีจิตใจเมตตาจะไม่สามารถรับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบของเนื้องสัตว์ได้ และ การกินเพื่อละเว้นกรรม เนื่องจากเป็นการฆ่าเพื่อเอาเลือดเนื้อผู้อื่นมาเป็นของเราถือเป็นการสร้างกรรม ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ลงมือฆ่าด้วยตนเองก็ตาม แต่ก็ถือวาสการซื้อเนื้อสัตว์ต่อจากผู้อื่นเท่ากับการจ้างฆ่า ฉะนั้น คนที่เข้าใจเรื่องของกฎแห่งกรรมจะหันมารับประทานอาหารเจแทน

แต่จะรู้หรือไม่ว่า การถือศีลกินเจให้สำเร็จตลอดจนถึงวันสุดท้ายนั้น ต้องระวังข้อห้ามสำคัญที่ผู้ถือศีลทั้งหลายต้องควรระวัง เพราะไม่เช่นนั้น คุณอาจจะ “เจแตก” โดยไม่รู้ตัว กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต จึงได้รวบรวม 9 ข้อห้ามควรเลี่ยงของการกินเจมาฝากทุก ๆ คน

9-ข้อห้ามควรเลี่ยง-ของการ-กินเจ_fb

1. ละเว้นการรับประทานเนื้อสัตว์ และการทำอันตรายต่อสัตว์ – ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อวัว รวมไปถึงเนื้อสัตว์ต่างๆ ทุกประเภท เพราะมันจะทำให้เรามีบาปติดตัวไปด้วย เนื่องจากสัตว์ทุกชนิดล้วนเป็นสิ่งมีชีวิตเหมือนดั่งเช่นมนุษย์อย่างเราๆ

2. งดอาหารประเภทนม เนย และน้ำมันที่มาจากสัตว์ – นม เนย น้ำมันบางชนิด บางคนอาจจะเข้าใจว่าไม่ใช่เนื้อสัตว์ ทำไมถึงรับประทานไม่ได้ แต่จริงๆ แล้ว นม เนย น้ำมันบางชนิดล้วนมีส่วนประกอบสำคัญมาจากสัตว์ทั้งนั้น อย่างเช่นนม เนย ก็มาจากวัว โค , น้ำปลา ก็ผลิตมาจากสัตว์จากปลานั่นเอง

3. งดอาหารที่มีรสจัด เผ็ด หวาน เปรี้ยว เค็ม – อาหารที่มีรสเผ็ด เผ็ดจัด รสเค็มจัด หวานจัด เปรี้ยวจัด ตามความเชื่อของคนจีนถือว่าอาหารพวกนี้ทำลายสุขภาพ ทั้งกระเพาะ ไต

4. งดผักหรือเครื่องเทศที่มีกลิ่นแรง – กระเทียม หัวหอม ต้นหอม หลักเกียวกุยช่าย ใบยาสูบ ผักพวกนี้เป็นผักที่มีรสหนัก กลิ่นเหม็นคาวรุนแรง มีพิษคอยทำลายพลังธาตุทั้ง 5 ในร่างกาย เป็นเหตุให้อวัยวะหลักสำคัญภายในทั้ง 5 ทำงานไม่ปกติ

5. หลีกเลี่ยงการใช้จานชามปะปนกัน – ตามความเชื่อของคนจีนเชื่อว่า ถ้วยชามจะใช้ปนกันไม่ได้ แม้ว่าจะล้างจาน ชาม ช้อน ส้อม จนสะอาดแล้วก็ตาม เนื่องจากชาวจีนค่อนข้างเคร่งครัดในเรื่องนี้มาก โดยเฉพาะอาหารคาวจะใส่ในภาชนะปนกับคนที่ถือศีลกินเจไม่ได้

6. ควรรับประทานอาหารเจ ที่คนกินเจด้วยกันเป็นผู้ปรุงขึ้นมา – สำหรับคนที่ถือศีลกินเจที่ค่อนข้างเคร่งครัดอย่างมาก จะต้องหาร้านจำหน่ายอาหารที่พ่อค้าแม่ค้าต้องถือศีลกินเจด้วย เพราะเชื่อว่า หากปฏิบัติได้จะถือว่าบริสุทธิ์อย่างแท้จริง

7. งดการดื่มสุราและของมึนเมา – กฎข้อนี้สำคัญมาก ผู้ที่ถือศีลกินเจจะต้องหลีกเลี่ยงการดื่มสุรา เหล้า เบียร์ ไวน์ รวมไปถึงเครื่องดื่มต่างๆ ที่มีแอลกอฮอล์ ที่ทำให้ผู้ที่รับประทานเข้าไปเกิดอาหารมึนเมา เพราะความเชื่อของคนจีนเชื่อว่า ห้ามมีสิ่งมึนเมาเข้าไปในร่างกายโดยเด็ดชาด

8. ห้ามดับตะเกียงในสถานที่กินเจทั้ง 9 ดวง – ตะเกียงเป็นสัญลักษณ์ของ 9 ฮ้วงฮุดโจ้ว ต้องจุดไว้ตลอดจนกว่าจะจบเทศกาลกินเจ เพราะหากตะเกียงดับดวงใดดวงหนึ่ง จะถือว่าการกินเจจะไม่สมบูรณ์และไม่เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตด้วย

9. แต่งกายนุ่งขาวห่มขาว พูดจาไพเราะ – สำหรับคนที่ถือศีลกินเจอย่างเคร่งครัด ส่วนใหญ่จะนุ่งขาวห่มขาวตลอดช่วงของการถือศีลกินเจ เพราะมีความเชื่อว่า นอกจากที่จะให้ร่างกายสะอาด บริสุทธิ์จากการไม่รับประทานเนื้อสัตว์แล้ว เครื่องแต่งกายก็ต้องสะอาดด้วยเช่นกัน และที่สำคัญคำพูดคำจาต้องสะอาดด้วย กล่าวคือ ต้อพูดจาไพเราะ เสนาะหู ไม่พูดเท็จ ไม่พูดยุแหย่ ไม่พูดเพ้อเจ้อ ถ้าปฏิบัติได้ทั้งหมดนี้ก็ถือว่าสะอาดบริสุทธิ์ทั้งหมด

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ เป็นข้อห้ามสำคัญในการถือศีลกินเจ ฉะนั้น คุณจะปฏิบัติตามหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับความเชื่อส่วนบุคคล แต่เชื่อว่า หากคุณสามารถถือศีลกินเจได้ตลอด และสามารถทำได้ตลอดชีวิต ก็เชื่อว่าคุณก็จะมีจิตใจและร่างที่สะอาด บริสุทธิ์ แถมยังได้บุญอีกด้วย และนี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


-ล้างท้อง-ก่อนเริ่มถือศีลกินเจ_web.jpg

kinyupen_adminOctober 8, 2018

รู้หรือไม่? ก่อนเริ่มถือศีลกินเจจะต้องมีการ “ล้างท้อง” อย่างน้อย 1-2 วันก่อนเริ่มถือศีลกินเจ เพื่อให้ร่างกายมีความบริสุทธิ์ในการถือศีลกินเจอย่างแท้จริง

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปติดตามเรื่องราวดี ๆ เกี่ยวกับเทศกาลถือศีลกินเจ ที่ในวันพรุ่งนี้แล้ว (9 กันยายน 2561) จะเริ่มมีการถือศีลกินเจอย่างเป็นทางการ ซึ่งเทศกาลกินเจในปีนี้ตรงกับวันที่ 9-17 ตุลาคม 2561 (วันแรม 1 ค่ำเดือน 9 จนถึง วันแรม 9 ค่ำเดือน 9) โดยการกินเจนั้นไม่ได้มีแค่เพียงคนไทยเชื้อสายจีนเท่านั้น คนไทยแท้ๆ ก็ยังให้ความสำคัญกับการถือศีลกินเจในครั้งนี้ด้วย

แต่จะรู้หรือไม่ว่า ในความเป็นจริงแล้วตามความเชื่อของพระโพธิสัตว์ที่ต้องการให้ผู้ถือศีลกินเจนั้นมีความบริสุทธิ์อย่างแท้จริง จึงเพิ่มวันล้างท้องเข้าไปอีก 1-2 วัน ก่อนวันเริ่มเทศกาลกินเจ ทั้งนี้ เพื่อให้ระบบขับถ่ายมีการย่อยอาหารที่เป็นพวกเนื้อสัตว์ อาหารคาว ออกจากร่างกายให้หมด เพื่อให้ร่างกายมีความบริสุทธิ์ และพร้อมที่จะเข้าสู่การถือศีลกินเจตามบริกรรมกรรมฐานนั่นเอง

ส่วนวิธีการล้างท้องก่อนการถือศีลกินเจนั้น มีหลากหลายวิธีตามความเชื่อ โดยส่วนใหญ่จะล้างท้องโดยการงดอาหารประเภทเนื้อสัตว์ และอาหารต้องห้ามทุกชนิดก่อนเข้าสู่การกินเจอย่างน้อย 1-2 วัน เพื่อชะล้างเนื้อสัตว์ หรืออาหารคาวต่างๆ ที่ตกค้างอยู่ในร่างกายออกให้หมดสิ้น หรือ บางคนอาจเริ่มด้วยการรับประทานผลไม้ เช่น มะละกอ น้ำมะพร้าว และอาหารจำพวกผัก เพื่อให้ร่างกายขับถ่ายออก

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้การถือศีลกินเจอาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับมนุษย์ที่ชื่นชอบรับประทานเนื้อสัตว์นั้น แต่ก็เชื่อว่า หากเราได้มีโอกาสลองถือศีลกินเจแล้ว นอกจากจะได้บุญจากการถือศีล ยังทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงและดีอย่างแน่นอน ยังไงซะปีนี้ลองเริ่มต้นถือศีลกินเจดูเป็นปีแรก รับรองเลยว่าคุณจะต้องติดใจกับการถือศีลกินเจอย่างแน่นอน และนี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต