_Cover-1-1.jpg

kinyupen_adminMay 18, 2020

“ตู้ปันสุข” เมล็ดพันธุ์ความดีเล็กๆ ที่กำลังผลิบานทั่วประเทศไทยเวลานี้ กลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการบรรเทาปัญหาปากท้องผู้เดือดร้อนจากวิกฤติไวรัสโควิด-19 ให้ผ่านพ้นไปด้วยกัน ซึ่งถือเป็นเรื่องน่าชื่นชมยินดี

 

ช่วงแรกกระแสตอบรับส่วนใหญ่ของสังคมล้วนเป็นบวก “ผู้ให้” และคนทั่วไปในสังคม ต่างรู้สึกอิ่มเอมไปตามกัน แต่เวลาผ่านไปพฤติกรรมบางอย่างของ “ผู้รับ” ทั้งการกอบโกย ไม่รู้จักพอ การเบียดเบียนหยิบฉวยจากผู้ที่มีโอกาสพร้อมกว่า รวมถึงการตะโกน คุกคาม ระรานของผู้รับบางคน ส่งผลให้เกิดคำวิพากษ์ต่างๆ นานา อาทิ

 

หรือว่าจริงแล้ว “ตู้ปันสุข” อาจยังไม่เหมาะกับสังคมไทย?

เมื่อ “ตู้ปันสุข” กลายเป็น “ปันทุกข์” แก่ผู้ให้ ควรไปต่อ หรือ พอแค่นี้ ?

 

ในเรื่องนี้อาจยังไม่มีบทสรุปที่ชี้ชัด แต่อยากให้ลองมองเข้าไปใน “ตู้ปันสุข” ให้ลึกในหลายมิติมากขึ้น โดยเฉพาะฟาก “ผู้ให้” ไม่ว่าท่านที่ทำไปแล้วและอาจกำลังรู้สึกทุกข์ หรือ ผู้ที่ลังเลอยู่ว่าควรทำหรือไม่ อยากให้มองในมิติเหล่านี้ดู อาจช่วยให้สลายก้อนทุกข์ในใจลงได้บ้าง

 

 

ทุกข์ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะเรา “ยึดติด” และคาดหวังต่อผู้รับในอุดมคติมากเกินไปหรือไม่

ผู้รับ ต้องเป็นคนที่ลำบากไม่มีกินจริงๆ เท่านั้น (แต่ความเป็นจริงเราไม่สามารถคัดกรองได้หมดทุกคน)

ผู้รับ ต้องเป็นคนที่รู้จักการแบ่งปันอย่างเท่าเทียม มีน้ำใจ ไม่ละโมบ ไม่เห็นแก่ตัว ไม่นำมาขายต่อ

ผู้รับ ต้องเป็นคนที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าเก่าๆ มอซอ คนแก่ คนที่มีสภาพน่าสงสาร

 

วิธีคิดเช่นนี้ ถือว่าไม่ผิดและล้วนเป็นสิ่งที่ทุกคนคาดหวังที่จะเห็นทั้งสิ้นไม่เว้นแม้แต่ผู้เขียน แต่ในชีวิตจริงของเรานั้น ด้วยสภาวะสังคมปัจจุบันที่สอนให้หลายคนคำนึงถึงแต่ประโยชน์ตนเองเป็นสำคัญ เราจึงเห็นคนหลายแบบ หลายประเภทปะปนทั่วไปในสังคม ซึ่งแต่ละคนก็ถูกหล่อหลอมจากต้นทางที่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น

 

คนมีเงินมีทอง แต่ปรารถนาดีและต้องการแบ่งปันก็มีให้เห็นอยู่ทั่วไป

คนมีเงินมีทอง แต่ชอบเอาเปรียบ ติดนิสัยเห็นแก่ได้ก็มีอยู่มาก

คนพอมีพอกิน ไม่ร่ำรวย แต่รู้จักแบ่งปันก็ยังมีให้เห็น

คนอดอยาก แต่มีน้ำใจรู้จักแบ่งปันก็มีให้เห็นอยู่เสมอ

คนที่ห่วงแต่กอบโกยข้าวของด้วยความละโมบก็มีอยู่ถมไป

คนที่กอบโกยของเพราะกลัวตนเองและคนรอบข้างอด เนื่องจากไม่รู้อนาคตก็มี

คนที่หยิบไปแบ่งเพื่อนที่อดเหมือนกันแต่มาไม่ได้ก็มีปะปนอยู่

คนที่ชอบเอาชนะคนอื่น ชอบข่มขู่ใช้กำลังให้ได้มาก็มีไม่น้อย

คนที่เคยมีบ้านมีรถ แต่ต้องตกงาน หมดเงิน หมดตัวก็มีอยู่แต่เราอาจไม่รู้

คนชาชินกับการทำอย่างไรก็ได้ให้ตัวเองรอดเป็นพอก็มี

 

 

เมื่อต้นทางเจตนาของผู้ให้ คือ การแบ่งปันและต้องการให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ให้ด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์อยากเห็นผู้อื่นมีสุข โดยไม่ต้องมีการกำหนดกฎเกณฑ์ของการเข้าถึงสิ่งของ ดังนั้นหากไม่อยาก “ทุกข์” เมื่อให้แล้วก็อย่าไปยึดติดว่าคนที่ได้ต้องเป็นคนแบบนี้เท่านั้น เพราะแต่ละคนที่มาหยิบของในตู้ล้วนมีมุมมองส่วนตัวของเขาเองที่เราไม่อาจรู้ได้ และไม่จำเป็นต้องซักถาม หรือ รับรู้ เพราะมันไม่เกิดประโยชน์ใดต่อตัวผู้ให้เลย เพียงแค่นี้ก็จะเป็นสุขใจ

 

ท้ายสุดนี้ กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอขอบคุณและชื่นชมทุกท่านที่ช่วยกันทำ ช่วยกันเติมเต็ม “ตู้ปันสุข” ที่มีอยู่ทั่วประเทศไทยด้วยใจจริง

 


Content_Horo_16-31-May_Cover_1.jpg

kinyupen_adminMay 17, 2020

ทำนายดวงชะตา พยากรณ์ระหว่างวันที่ 16 – 31 พฤษภาคม 2563 โดย..พันดาว อดีตคอลัมน์นิสต์ชื่อดัง ในมติชนสุดสัปดาห์ ศาสตร์แห่งโหร และ นิตยสาร seventeen ไขรหัส…ความเร้นลับของตัวเลข ดวงดาว ที่มีอิทธิพลต่อชีวิตคุณ แบบไม่น่าเชื่อ…

 

 

ราศีมังกร 21 ธ.ค.-21 ม.ค.

กินอาหารไม่ระวัง หรือ ไม่เป็นเวลา จะทำให้เสาะท้อง ชาวมังกรช่วงนี้ ระวังเรื่องการกิน การอยู่สักหน่อย มีเกณฑ์เจ็บป่วยด้วยโรคที่เกี่ยวกับอาหารเป็นพิษ หรือ ทางเดินอาหาร เกณฑ์ซื้อบ้าน หรือ เปลี่ยนที่อยู่อาศัยใหม่ ยังเด่นชัดในราศีเกิด งานติดขัด มีอุปสรรค เป็นเรื่องของดาวเคราะห์โคจรเล็งกับราศีเกิด เมื่อผ่านพ้นเดือน พ.ค.ไปแล้ว จะดีเอง ศัตรูจะแพ้ภัยตัวเอง ความรักสดชื่นมาก ที่รักกันใหม่ๆจะเริ่มเข้าใจและสานต่อความสัมพันธ์ในทางบวก ที่เคยทะเลาะกันก็จะหันหน้ามาปรับความเข้าใจ ส่วนที่ยังจดๆจ้องๆ ไม่ต้องกังวล พ้นวันที่ 28 พ.ค.ไปแล้ว มีโอกาสฉลองความรักครั้งใหม่แน่นอน ช่วงนี้ระวังอย่างเดียวคือเรื่องคำพูด จะทำให้คนเข้าใจผิด มิตรกลายเป็นศัตรู ได้อย่างง่ายดาย

 

 

ราศีกุมภ์ 22 ม.ค.-20 ก.พ.

ชาวกุมภ์มีดวงโดดเด่นเรื่องธุรกิจการค้า โดยเฉพาะที่ต้องติดต่อประสานกับชาวต่างชาติ มีเกณฑ์สำเร็จ การเรียนมีโอกาสสอบผ่านแบบเกรด A ดาวบาปเคราะห์เดินถอยหลัง ศัตรูที่คิดร้ายทำอะไรคุณไม่ได้เลย ได้แต่จุกอก เพราะความอิจฉาริษยา มีโอกาสเดินทางแบบกะทันหัน สุขภาพดีมาก มีพลังล้นเหลือในการทำงาน หรือ เรียนต่อ ระวังเรื่องอารมณ์เอาแต่ใจของคุณเอง เวลาที่โชคดี คุณอาจจะนึกถึงคนอื่นน้อยกว่าตัวเอง เลยทำให้ถูกหมั่นไส้ได้ เรื่องความรัก ไม่ต้องพูดถึง ที่มีอยู่ก็ไม่ค่อยจะเอาใจกันเท่าไหร่ ที่คิดจะมีใหม่ ดาววีนัสยังโคจรอยู่ไกล ถึงไกลมาก พักผ่อนหัวใจ ใส่เกียร์ทำงาน น่าจะมีความสุขมากกว่า

 

 

ราศีมีน 21 ก.พ.- 21 มี.ค.

ชาวมีนดวงดีเรื่องงานและธุรกิจ ที่มาพร้อมกับเงินก้อนโต มีเรื่องบางอย่างที่ทำให้คุณต้องตัดสินใจ เช่นมีงานดีๆเข้ามาพร้อมกัน 2 งาน แต่ไม่ว่าจะเลือกงานไหน คุณต้องทำงานหนัก ที่ทำให้แทบไม่มีเวลาพักผ่อน โชคดีที่ดาวความรัก อยู่ในมุมที่ให้คุณกับราศีเกิด ทำให้คุณมีกำลังใจในการทำงาน มุ่งมั่นที่จะไปให้ถึงความฝันและความหวังของตนเอง สุขภาพโดยรวมดี จะมีบ้างก็ตรงที่คุณพักผ่อนไม่พอ อาจทำให้รู้สึกเพลียๆเหนื่อยๆบ้าง แต่ไม่ถึงกับล้มหมอนนอนเสื่อ อธิษฐานขอพลังและความสำเร็จจากสิ่งศักดิ์สิทธิบ้าง แม้โดยส่วนตัวจะไม่เชื่อ แต่ก็ลองดู อาจจะสมหวังได้เร็วขึ้น

 

 

ราศีเมษ 22 มี.ค.- 20 เม.ย.

เดือนนี้ ชาวเมษ อาจจะดูใจร้อนไปสักนิด เป็นเพราะอิทธิพลของดาวอาทิตย์ในราศีเกิด ส่งผลให้คุณหงุดหงิด ร้อนรน บอกไม่ถูก วิธีแก้คือ ต้องตั้งสติให้มากๆ แล้วทุกอย่างจะดีเอง คุณมีดวงเรื่องงาน การเรียนที่โดดเด่น แต่อาจจะผิดหวังในเรื่องของความรัก ที่มีคนรักอยู่แล้ว จะไม่เข้าใจกันถึงขั้นมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง หรือไม่ใครคนใดคนหนึ่งก็แอบไปมีกิ๊ก ทำให้คุณต้องกังวลใจ ที่รอดูทีท่ากันอยู่ บอกได้เลยว่า ยังไม่ใช่เวลานี้แน่ เพราะดาวความรักของคุณ นอกจากจะไม่ขยับเขยื้อนแล้ว ยังเดินในมุมอับอีกด้วย อดทนให้ผ่านพ้นเดือนมิ.ย.ไปก่อน ไม่ต้องรีบร้อน ช่วงนี้การเดินทาง ไม่เหมาะเท่าไหร่ อาจเกิดอุบัติเหตุได้ โดยเฉพาะทางเรือ

 

 

ราศีพฤษภ 21 เม.ย.-21 พ.ค.

เป็นช่วงที่ชาวพฤษภรู้สึกเบื่อๆกับงาน มีความคิดที่อยากจะเปลี่ยนงาน แม้ว่าผู้ใหญ่ระดับสูงเริ่มเห็นความสามารถของคุณ และมอบหมายงานบางอย่างให้ก็ตาม มีเกณฑ์เข้าไปขัดขวางการทำไม่ดีของคนอื่น ทำให้มีศัตรูเพิ่มขึ้น เกณฑ์ปรับเปลี่ยน โยกย้ายงาน เริ่มต้นอะไรใหม่ๆ ดาวค่อนข้างโดดเด่นในราศีเกิด มีงานใหม่ๆที่ทำให้มีรายได้พิเศษเพิ่มขึ้นเข้ามาให้คุณทำในช่วงนี้แน่นอน เพราะดวงชะตา ช่วงนี้ สิ่งศักดิ์สิทธิเปิดทางให้คุณได้รับโอกาสในการแสดงความสามารถ สำหรับชาวพฤษภ ปีนี้เริ่มต้นเข้าสู่เดือนเกิด ก็เริ่มมีความสดใส ทั้งงาน ชีวิตส่วนตัว และ ความรัก ลืมเรื่องอดีต เลิกคิดวนเวียนบ้าง จะทำให้มีความสุขขึ้น

 

 

ราศีเมถุน 22 พ.ค.-20 มิ.ย.

อิทธิพลของดาวพลูโต ให้คุณในราศีเกิด ชาวเมถุนจะมีโชคดีอย่างนึกไม่ถึง จากกุศลผลบุญที่สะสมมาแต่ครั้งอดีต เช่น คนที่ไม่เคยถูกล็อตเตอรี่ ก็มีโอกาสจะถูก ทั้งๆที่อาจจะไม่ได้ซื้อ ประเภทเพื่อนให้มา หรือจับสลากได้รางวัลใหญ่มีโอกาสได้ไปปฏิบัติธรรม หรือ พบกับนักบวช ที่เป็นเรื่องของศาสนา มีเกณฑ์เดินทาง ที่จะทำให้คุณได้พบกับสิ่งใหม่ๆ ดาวโชคเด่นมาก ดาวเคราะห์เดินในมุมอับ ช่วงนี้ สุขภาพ อุบัติเหตุไม่มีอะไรต้องกังวล มีเรื่องเดียวที่คุณไม่สมหวัง คือ ความรัก ที่แอบหลงรักใครอยู่ จะรู้ข่าวร้าย ว่าเขาหรือเธอคนนั้นมีแฟนแล้ว ไม่ก็มีใครไปแล้วที่ไม่ใช่คุณ ส่วนที่เป็นคู่รักอยู่แล้ว มีเกณฑ์เลิกกันสูงมาก ระวังการมีปากเสียง ความไม่เข้าใจ และ มือที่สามให้มาก

 

 

ราศีกรกฎ 21 มิ.ย.- 21 ก.ค.

เดือนนี้ สิ่งที่ชาวกรกฏต้องระวังให้มาก คือ เรื่องของสุขภาพ โดยเฉพาะคุณผู้หญิง ให้ระวังอาการป่วยของระบบอวัยวะภายใน ช่องท้อง ควรงดการเดินทางประเภทปีนเขา หรือขึ้นที่สูง หรือเล่นกีฬาหนักๆมีเกณฑ์เกิดอุบัติเหตุได้ มีโชคจากการทำงาน เจรจาธุรกิจโอกาสสำเร็จมีสูง มนุษย์เงินเดือน จะได้รับความไว้วางใจจากเจ้านาย อาจได้เลื่อนตำแหน่ง หรือ มีเงินประจำตำแหน่งที่มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น การเรียนดีมาก ที่รอสอบเข้า หรือ เรียนต่อ ผ่านชัวร์ ไม่ต้องกังวล ความรักยังลุ่มๆดอนๆ ทั้งที่คบกันอยู่ หรือ จดๆจ้องๆรอดูทีท่า แต่บอกเลยว่าไม่ราบรื่น ทั้งสองกรณี จังหวะนี้จับงานชนเงินไว้ก่อน ความรักไว้ทีหลัง

 

 

ราศีสิงห์ 22 ก.ค.- 20 ส.ค.

ลักษณะพิเศษอย่างหนึ่งของชาวสิงห์ คือ เปลี่ยนแปลงเร็ว ประเภทโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แต่พอได้ระบายออกมาแบบเต็มๆ แป๊บเดียวหายเป็นปลิดทิ้ง เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถ้าคุณบังเอิญมีคนรักเป็นชาวสิงห์ ทำใจไว้ได้เลย ถ้าต้องเลิกกัน เขาหรือเธอจะไม่รีรอ ตัดได้ ตัดทันที ถึงจะต้องร้องไห้เสียใจแค่ไหนก็ตาม สำหรับชะตาชีวิตในช่วงเดือนนี้ ต้องบอกว่า เป็นจังหวะชีวิตที่สดใสของชาวสิงห์ ทั้งเรื่องงาน เงิน ความรัก ทุกอย่างดูจะดีไปหมด ไม่มีอะไรให้ต้องกังวล สุขภาพที่เคยป่วยกระเสาะ กระแสะ จะมีทางบำบัด ผ่อนคลาย เช่น คุณอาจได้มีโอกาสไปออกกำลังกาย หรือ เล่นโยคะ ปรับสมดุลย์สุขภาพให้ดีขึ้น เกณฑ์เกิดอุบัติเหตุเป็นศูนย์ มีเรื่องเดียวที่ชาวสิงห์ต้องใส่ใจคือ ความเครียดและวิตกกังวล ซึ่งแก้เท่าไหร่ก็ไม่หายสักที สำหรับคนราศีนี้

 

 

ราศีกันย์ 21 ส.ค.-21 ก.ย.

ชาวกันย์ที่รอคำตอบจากเรื่องงานหรือการศึกษา จะได้รับคำตอบ ที่น่าพอใจ ลูกหนี้ที่หายหน้าไปนาน จะเอาเงินมาคืน โดยที่ไม่ต้องออกแรงทวงให้เหนื่อย เจรจาธุรกิจประสบความสำเร็จ มีเกณฑ์เปลี่ยนงานที่ดีขึ้น อาจถูกซื้อตัวจากบริษัทหนึ่งไปอีกบริษัทหนึ่ง อุบัติเหตุทางน้ำยังเป็นสิ่งที่ต้องระวัง รวมทั้งเรื่องของการสำลักน้ำ น้ำท่วมบ้าน ท่อประปาแตกด้วย ความรักไม่มีอุปสรรค แต่ก็ไม่หวือหวาหรือมีสีสันมากนัก ส่วนที่คิดจะจีบ ช่วงนี้ถ้าลองสร้างสัมพันธ์แบบเพื่อนไปก่อน มีแววว่าจะไปได้สวย มากกว่าการจู่โจมแบบขอเป็นแฟนเธอสักคน ส่วนที่มีคู่อยู่แล้ว ดูแลกันเพิ่มขึ้นอีกนิด อย่าปล่อยให้เขาหรือเธออยู่อย่างเหงาๆนานเกินไป ของตายอาจจะไม่ตาย ถ้าบังเอิญมีใครเดินเข้ามา

 

 

ราศีตุลย์ 22 ก.ย.- 20 ต.ค.

ชีวิตในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ ชาวตุลย์มีชะตาชีวิตแบบไม่หวือหวา ดาวโชคเดินช้าๆแต่ไม่ถึงกับถอยหลัง ทำธุรกิจ ค้าขาย ไม่เจ็บตัวมาก ไม่กำไรก็เสมอตัว ไม่ถึงกับขาดทุนก็ถือว่าดีแล้ว ที่เรียนหนังสืออยู่ คงต้องเร่งสปีดขัยนให้มากขึ้น เพราะดาวความใส่ใจต่อเรื่องเรียน หรือ เรื่องงานของชาวตุลย์ในช่วงนี้ เดินถอยหลังจนเกือบจะเข้าคลอง สุขภาพมีเรื่องที่ต้องเป็นกังวลอยู่บ้าง โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับก้อนเนื้อ หรือ อาการบวมบางอย่าง อุบัติเหตุช่วงนี้ให้ระวังปัญหาที่เกี่ยวข้องกับไฟ เช่น ไฟรั่ว หรือ ไฟหน้ารถไม่ติด รวมทั้ง การเผาไหม้บางอย่าง ที่อาจทำให้คุณต้องเสียเงินในการจัดการปัญหา รถขับมาดีๆบทจะรวนก็รวนซะงั้น ความรักสดใส ราบรื่นทั้งหญิงและชาย

 

 

ราศีพิจิก 21 ต.ค.- 21 พ.ย.

เมฆหมอกที่บดบังรัศมีของชาวพิจิก กำลังถูกพัดผ่านให้พ้นจากดาวราศีเกิดของคุณ ทำให้ช่วงนี้ แม้จะมีงานมาก แต่คุณก็ดูมีความสุขมากขึ้น มีเกณฑ์ได้ร่วมหุ้น ลงทุนธุรกิจกับเพื่อนฝูง หรือ อาจะเป็นการออมเงินด้วยการซื้อบ้าน ซื้อคอนโด หรือ ซื้อที่ดิน เก็บไว้เป็นทรัพย์สิน ซึ่งจะมีผลดีต่อคุณในอนาคต ความรัก คุณทำใจได้มากขึ้น กับเรื่องที่จะมีหรือไม่มีคู่ เพราะตอนนี้ ชีวิตก็มีความสุขดีอยู่แล้ว แม้จะเหงาบ้างก็ตาม เงินทองมีเข้ามาพอสมควรตามอัตภาพ เกณฑ์เดินทางเด่นชัด แม้จะเป็นช่วงโควิด แต่ก็มีเรื่องให้คุณต้องออกไปโน่นมานี่ตลอด ระวังอุบัติเหตุพลัดตกหกล้ม หรืออาจจะเกิดอาการกล้ามเนื้อเกร็ง กระตุก เพราะนั่ง หรือ นอนผิดท่า หลีกเลี่ยงการยกของหนัก อาจทำให้เกิดอาการป่วยเรื้องรังที่ต้องใช้เวลารักษานาน

 

 

ราศีธนู 22 พ.ย.- 20 ธ.ค.

ชาวธนูมีเกณฑ์ได้รับทุนการศึกษา หรือ ลาภที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา เช่น ได้คอร์สเรียนออนไลน์ฟรีแบบไม่จำกัด หรือต้องเข้าร่วมประชุมออนไลน์ที่ทำให้ได้ความรู้และประสบการณ์ใหม่ๆเพิ่มขึ้น ช่วงนี้ชาวธนู มีโอกาสได้พบปะกับบุคคลชั้นสูงหรือบุคคลในแวดวงวิชาการ ดาวโชคโคจรใกล้ราศีเกิด อาจมีการเจรจาเพื่อต่อยอดธุรกิจบางอย่าง ที่กำลังจะเริ่มต้น สุขภาพมีเรื่องของการแพ้อากาศ เป็นหวัด คัดจมูกเล็กๆน้อยที่ต้องระวัง โดดเด่นในเรื่องของผลงาน ที่เข้าตากรรมการ โครงการที่เสนอไว้นาน ไม่มีใครสนใจ จะถูกหยิบออกมาปัดฝุ่น ความรักไม่ดี มีเกณฑ์เลิกราสูงมาก ส่วนที่จีบกันอยู่ จะพบอุปสรรคที่เกี่ยวข้องกับอดีตของฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่ง หนุ่มราศีธนู มีเกณฑ์ได้คู๋รักเป็นหญิงสูงวัย ส่วนสาวธนู อาจมีพวกของใช้แล้ว หรือ ของมือสองเข้ามาติดพัน

 

 

 


Zazen-at-home-สอนสมาธิวัดญี่ปุ่น_Cover_2-1.jpg

kinyupen_adminMay 14, 2020

วัดญี่ปุ่นปิ๊งไอเดีย ทำวิดีโอสอนสมาธิแบบเซน พร้อมซับไตเติ้ลภาษาอังกฤษ Zazen at Home ใช้ฉากสวยงามเป็นฉาก ช่วยคนคลายเครียดจากโควิด 19

เพราะปัญหาการระบาดของโรคโควิด-19 ที่ทำให้หลายประเทศมีข้อกำหนดล็อกดาวน์และการออกนอกบ้าน ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความเครียด สิ่งหนึ่งที่หลายคนใช้แก้เครียดคือการนั่งสมาธิเพื่อสงบสติอารมณ์และคลายเครียด ทำให้ล่าสุดวัดพุทธนิกายไทโซอินเซนแห่งหนึ่งในเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น มีแนวคิดการแบ่งปันเทคนิคการทำสมาธิในนิกายซาเซน ให้กับผู้สนใจสามารถนำไปฝึกที่บ้านได้ โดยการจัดทำเป็นคลิปวิดีโอที่ทำตามได้ง่าย มีนักบวชในนิกายเป็นผู้บรรยายพร้อมซับไตเติ้ลเป็นภาษาอังกฤษด้วย

 

 

ซาเซน เป็นวิธีการทำสมาธิของศาสนาพุทธในนิกายเซน ที่มีแนวคิดจากการเริ่มต้นของธรรมชาติ สู่การดำรงชีวิตจนถึงช่วงเวลาปัจจุบัน โดยในเนื้อหาคลิปวิดีโอแนะนำการทำสมาธิดังกล่าว จะนำเสนอเทคนิคตั้งแต่การเริ่มต้นทำสมาธิในแบบของซาเซน ด้วยที่ง่ายและรวดเร็ว จากการกำหนดท่าทางในการนั่งสมาธิและการกำหนดการหายใจ สิ่งที่โดดเด่นในวิดีโอคลิปของวัดแห่งนี้ ยังอยู่ที่การทำให้ผู้รับชมสามารถผ่อนคลายไปกับฉากที่สงบเงียบของสวนภูมิทัศน์อายุ 500 ปีภายในวัด ภาพต้นซากุระข้างน้ำตกที่ไหลริน กลีบดอกซากุระที่ ร่วงหล่นในสวนหินและทิวทัศน์ที่สวยงาม ซึ่งจะช่วยให้การทำสมาธิดูผ่อนคลายมากยิ่งขึ้นด้วย

 

 

สำหรับคลิปวิดีโอแต่ละคลิปมีความยาวประมาณ 10 นาที แต่หากต้องการชมซ้ำก็สามารถทำได้ด้วยการเปิดวนซ้ำนานเท่าต้องการ โดยทางวัดแนะนำให้ใช้วิดีโอด้วยหูฟังเพื่อตัดเสียงรบกวนต่างๆ ออกไปซึ่งจะทำให้ผู้ทำสมาธิสามารถที่จะรู้สึกเหมือนกับได้นั่งสมาธิอยู่ในวัดจริงๆ

 

โดยปกติแล้ววัดในศาสนาพุทธนิกายไทโซ อินเซน จะเปิดให้เข้าชม พร้อมกับสอนวิธีการเขียนตัวอักษรญี่ปุ่นด้วยพู่กัน การนั่งสมาธิ รวมถึงการสอนวิธีดื่มชาแบบต้นฉบับญี่ปุ่นอย่างแท้จริง แต่ปัจจุบันวัดแห่งนี้ต้องหยุดกิจกรรมต่างๆ ทั้งหมด เนื่องจากการระบาดของโรคโควิด 19 ทำให้ทางวัดมีแนวคิดการทำคลิปวิดีโอขึ้นมาเพื่อช่วยให้ผู้คนได้ผ่อนคลายความเครียดในระหว่างที่ต้องอยู่ที่บ้าน และยังเป็นการเผยแพร่การทำสมาธิแบบซาเซนได้อีกทางหนึ่งด้วย


_Cover_2-1.jpg

kinyupen_adminMay 14, 2020

การระบาดของโรคโควิด 19 ที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อมนุษย์เท่านั้น แต่ความขาดแคลนเครื่องอุปโภคบริโภคหลายอย่างยังส่งต่อสัตว์ต่างๆ ด้วย โดยเฉพาะกลุ่มสัตว์ที่อยู่ในสวนสัตว์ต่างๆ ทั่วโลก เนื่องจากเกือบทุกแห่งถูกปิดเพื่อป้องกันการระบาดของโรค

ล่าสุดที่สวนสัตว์ Calgary ในแคนาดา จำเป็นที่จะต้องส่งแพนด้ายักษ์สองตัวที่เคยได้รับจากประเทศจีนกลับไปยังประเทศจีนก่อนกำหนด เนื่องจากประสบปัญหาการขาดแคลนอาหารที่จะนำมาให้พวกมันกิน หลังจากเกิดการระบาดทำให้ระบบต่างๆ ในการจัดซื้อ จัดหาอาหารรวมไปถึงการขนส่งอาหารสำหรับแพนด้ามีปัญหาตามไปด้วย  แพนด้าทั้งสองตัวถูกส่งมายังสวนสัตว์แห่งภายใต้สัญญา 10 ปี และพวกมันได้มาอยู่ที่สวนสัตว์สวนสัตว์แห่งนี้ตั้งแต่ปี 2561 โดยที่ผ่านมาสวนสัตว์ต้องสั่งอาหารโดยเฉพาะไผ่จากประเทศจีนเพื่อเป็นอาหารให้กับแพนด้าทั้งสองตัว

 

 

แต่เนื่องจากเกิดการระบาดของโรค ทำให้เที่ยวบินต่างๆ ถูกระงับรวมถึงเที่ยวบินที่ขนส่งไผ่จากประเทศจีนด้วย ซึ่งทำให้ไผ่ที่เคยถูกส่งตามกำหนดล่าช้าออกไป จนขาดความสดใหม่ พวกมันจึงปฏิเสธที่จะกิน และอาจจะส่งกระทบต่อสุขภาพของทั้งสองตัว และหากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 ในแคนาดายังคงไม่ดีขึ้น และคาดการณ์ว่าอาจจะมีการระบาดรอบใหม่ทำให้ทางสวนสัตว์จำเป็นที่จะต้องส่งแพนด้าทั้งสองกลับไปยังประเทศจีน เพราะต้องคำนึงถึงสุขภาพของมันเป็นอันดับแรก ตามสัญญาที่เคยได้ทำไว้กับประเทศจีน

 

ที่มาและรูปภาพจาก Calgary Zoo


_โควิด_Cover_1-2.jpg

kinyupen_adminMay 13, 2020

โควิด 19 ส่งผลให้ต้องหยุดผลิด “ซาซาเอะซัง” การ์ตูนซีรี่ย์ที่เก่าแก่กว่า 51 ปี และออกอากาศต่อเนื่องจนถูกบันทึกในกินเนสบุคส์ เรคคอร์ด ว่าเป็นการออกอากาศยาวนานที่สุดในโลก เพราะพนักงานเข้ามาผลิตต่อไปไม่ได้

 

สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่า สถานีโทรทัศน์ฟูจิ ของญี่ปุ่น ได้ออกประกาศระงับการออกอากาศตอนใหม่ๆ ของการ์ตูนเรื่อง “ซาซาเอะ ซัง” หรือ “คุณซาซาเอะ” ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม นี้เป็นต้นไป แต่จะนำตอนเก่าที่ฉายไปเมื่อ 2 ปีก่อนมาฉายแทน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด 19 ทำให้สถานีโทรทัศน์ฟูจิ ซึ่งเป็นผู้ผลิตไม่สามารถให้พนักงานเข้ามาทำงานในการผลิต และพากษ์เสียงตัวละครในการ์ตูนเรื่องเก่าแก่นี้ได้ จากการประกาศของความร่วมมือของรัฐบาลที่ให้ธุรกิจต่างๆ ในประเทศญี่ปุ่นให้พนักงานทำงานอยู่ที่บ้าน และไม่ควรออกจากบ้านหากไม่จำเป็น

 

ทั้งนี้สถานีประกาศว่าขณะนี้ยังไม่มีกำหนดอย่างชัดเจนว่าการ์ตูน “ซาซาเอะ ซัง” จะมีตอนใหม่ๆ ให้ออกอากาศได้เมื่อไหร่ แต่จะมีประกาศให้แฟนๆ ได้ทราบทันทีที่พนักงานสามารถกลับมาทำงานได้อีกครั้งหนึ่ง

 

 

การ์ตูนเรื่องไหน มีจำนวนตอนเยอะที่สุด?

หากคิดว่าเป็นเรื่อง One Piece ที่มีมากกว่า 920 ตอน หรือโคนัน ที่มากกว่า 800 ตอน หรือโดราเอมอนที่ตีพิมพ์ 1,344 ตอน คุณคิดผิดแล้ว

อนิเมะที่มีตอนยาวที่สุดในโลก และฉายยาวนานมากคือเรื่อง “ซาซาเอะ ซัง” ด้วยจำนวนมากกว่า 7,400 ตอน เพราะแต่ละตอนมีความยาวแค่ 6 นาที

 

 

สำหรับการ์ตูนอนิเมะ “ซาซาเอะ ซัง” นับเป็นการ์ตูนที่ออกอากาศในญี่ปุ่นยาวนานมากว่า 51 ปี โดยเริ่มออกอากาศครั้งแรกเมื่อปี 1969 และยังคงออกอากาศต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ยังได้รับการบันทึกใน Guinness World Records ด้วยว่าเป็นรายการอนิเมะทางทีวีที่ยาวที่สุดในโลกอีกด้วย

“ซาซาเอะ ซัง” มีเนื้อหาเกี่ยวกับชีวิตครอบครัวของหญิงสาวชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งที่มีความสดใส และมีความเป็นอิสระ โดยสะท้อนแนวคิดของผู้หญิงที่มีแนวคิดสมัยใหม่หลังยุคสงครามโลกครั้งที่สอง และถือเป็นผู้หญิงที่มีหัวก้าวหน้า จากสังคมญี่ปุ่นที่มองว่าผู้ชายจะต้องเป็นหัวหน้าครอบครัว และซาซาเอะกลับมีความคิดแตกต่างออกไป ทำให้เธอกลายเป็นผู้หญิงที่มีความโดดเด่นและสร้างความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ให้กับสังคมท้องถิ่นของตัวเอง โดยเนื้อหาของอนิเมะ ได้บอกเล่าเรื่องราวสนุกสนานที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของซาซาเอะ ทำให้อนิเมะเรื่องนี้ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง

 

 

“ซาซาเอะ ซัง” เป็นการ์ตูนที่เขียนภาพประกอบโดย โกะเซกาวา ถูกตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นฟุกินิจิ ชิมบุน ในจังหวัดฮาเซกาวะ เมื่อวันที่ 22 เมษายน 1946 และได้รับความนิยมจนกลายมาเป็นการ์ตูนอนิเมะของชาวญี่ปุ่น ซึ่งนอกจากจะถูกบันทึกในกินเนสบุคส์ว่าเป็นอนิเมะที่ออกอากาศยาวนานที่สุดในโลกแล้ว การ์ตูนเรื่อง “ซาซาเอะซัง” ยังได้รับรางวัลต่างๆ อีกมากมาย รวมถึงยังถูกดัดแปลงเป็นละครวิทยุ และถูกนำไปแต่งเป็นเพลงต่างๆ อีกจำนวนมากด้วย


-น้องแมว-อดหลังอาหาร_Cover_2.jpg

kinyupen_adminMay 11, 2020

ผลกระทบจากการวิกฤตไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้เกิดมาตรการล็อกดาวน์ ปิดเมือง หรือ Lock down ไม่เพียงแค่ส่งผลกระทบกับคนเท่านั้น แต่ยังกระทบไปถึงสัตว์น้อยใหญ่ด้วยเช่นกัน สวนสัตว์หลายแห่งทั้งในไทยและต่างประเทศขาดรายได้จนต้องขอเปิดรับบริจาคเงิน หรือ อาหารเพื่อนำมาเลี้ยงสัตว์ อาทิ มูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม หมู่บ้านช้างพัทยา มูลนิธิอนุรักษ์โคกระบือไทยฯ ที่พักสุนัขและแมวจรจัดหลายแห่ง

 

หรือฟังแล้วทำให้ค่อนข้างใจหายอย่างสวนสัตว์ Tierpark Neumünster ในเยอรมนี ที่บอกว่า ในขั้นเลวร้ายสุดอาจจำเป็นต้องฆ่าสัตว์บางชนิดเพื่อเป็นอาหารสัตว์อื่น แต่โชคดีที่ยังไม่เลวร้ายจนถึงขั้นนั้น

 

ล็อกดาวน์ทำน้องหมาน้องแมว อดอยาก?

 

นอกจากรายได้แล้วการปิดเมืองก็ทำให้การนำเข้า – ส่งออกอาหารสัตว์กลายเป็นปัญหาที่กระทบเป็นลูกโซ่ตามมาด้วยเช่นกัน ซึ่งจากที่ทีมงานกินอยู่เป็น ได้สำรวจความเห็น ร้านค้าปลีกอาหารสัตว์แห่งหนึ่ง ย่านถนนนาคนิวาส ลาดพร้าว 71 ทางผู้ค้าให้ข้อมูลว่า

 

“แม้ตอนนี้ยังไม่เห็นภาพที่มีผลกระทบกับธุรกิจอาหารสัตว์ชัดเจน แต่ร้านค้าเริ่มได้รับผลกระทบของการรับสินค้านำเข้าอย่างหนึ่งคือ เนื่องจากมีมาตรการควบคุมการส่งออก ทำให้ได้รับสินค้าล่าช้า โดยเฉพาะอาหารสัตว์ ประเภทสุนัข แมวที่มาจากฝั่งอเมริกาและอิตาลี เยอรมนี อังกฤษ อาทิ Whiskas ,Friskies ,Royal canin ,Pedigree ,Smartheart ,purina proplan , ANF ,WERUVA ถึงยังไม่มีการปรับราคาสินค้า แต่ก็ทำให้ของเริ่มขาดตลาด

ส่วนอาหารสัตว์แบรนด์ไทยยังไม่มีผลกระทบอะไร กรณีเลวร้ายสุด ถ้าการนำเข้าส่งออกถูกปิดกั้นจนชะงัก แต่อาหารสัตว์เลี้ยงก็ยังมีให้ซื้อขายได้อยู่ แต่ผู้ซื้ออาจต้องเปลี่ยนจากแบรนด์ต่างชาติมาเป็นแบรนด์ไทยเท่านั้นเอง ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของโรคโควิด-19 ด้วยว่าจะลดลงหรือไม่ เพราะถ้าลดลงการนำเข้าและส่งออกก็น่าจะฟื้นตัวได้อีกครั้ง”

 

ทั้งนี้จากข้อมูลของผู้ประกอบการค่อนข้างสอดคล้องสถานการณ์ล่าสุดที่ว่า “อาหารสัตว์แบรนด์ไทย” จะยังคงเพียงพอต่อความต้องการของผู้เลี้ยงสัตว์ชาวไทยแน่นอน

 

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ของไทย เผยว่า ความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงยังคงเพิ่มขึ้นแม้อยู่ในช่วงวิกฤต เนื่องจากสัตว์เลี้ยงต้องบริโภคเป็นประจำประกอบกับผู้เลี้ยงมีความเอาใจใส่ให้ความสำคัญเสมือนสมาชิกในครอบครัว ทำให้มีการซื้ออาหารสัตว์เลี้ยงสำรองไว้ ส่งผลดีให้ผู้ประกอบการอาหารสัตว์ของไทยมีโอกาสขยายการส่งออกได้

นั่นทำให้กำลังผลิตต้องเร่งขยายตามไปด้วย กลายเป็นอานิสงส์ให้น้องหมา น้องแมวเมืองไทยที่มีเจ้าของไม่อดตายแน่นอน

แต่ถ้าเป็นหมาจร แมวจรไม่ว่าอาหารสัตว์มีเพียงพอ หรืออาจไม่เป็นผล เพราะท้ายสุดยังคงต้องกัดฟันสู้และเฝ้ารอหวังความรัก ความเมตตาจากผู้ใจบุญกันต่อไป

 


-Cover_1.jpg

kinyupen_adminMay 8, 2020

ในช่วงล็อกดาวน์จากวิกฤตโควิด -19 หลายบ้านคงหนีไม่พ้นการเข้าครัวเอง บางท่านไม่เคยทำอาหารมาก่อนก็อาจกลายเป็นพ่อครัวแม่ครัวมือฉมัง โดยมีอาจารย์อย่างกูเกิ้ล หรือ ยูทูป คอยสอน แล้วทราบหรือไม่ว่าเมนูประเภทใดที่ถูกค้นหามากสุดในช่วงดังกล่าว วันนี้เรามีคำตอบกัน

 

“หน่อไม้” กลายเป็นเมนูที่ผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะคนเอเชียค้นหามากที่สุด

 

“กูเกิ้ล” รายงาน Google Trends จัดอันดับสูตรอาหารที่ได้รับการค้นหามากที่สุดในโลกช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาว่า ขณะที่หลายประเทศทั่วโลกต้องตกอยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อลดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19 นั้น พบว่า เมนูที่ถูกค้นหามากที่สุดในโลก คือ เมนูที่มีส่วนผสมของหน่อไม้ คือเพิ่มขึ้น 4,850% จากช่วงเวลาปกติ

เมนูที่มีการค้นหามากสุด ได้แก่ หน่อไม้ผัดเห็ดหอม หน่อไม้ผัดหมู และราเมนที่ใส่หน่อไม้เป็นส่วนประกอบ ซึ่งหน่อไม้ถือได้ว่าเป็นเมนูยอดนิยมของชาวเอเชียอยู่แล้ว ส่วนเมนูยอดนิยมรองลงมาจะเป็นพวกได้แก่ สูตรทำขนมปัง สูตรทำเค้กเทศกาลอีสเตอร์ และสูตรเต้าหู้ผัดซอสเสฉวน (Mapo tofu)

 

ขณะที่เมนูเอเชียที่ระบุคำว่า homemade ล้วนติดอันดับการค้นหาพุ่งกว่า 5000% ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาด้วย นอกจากนี้ตามรายงาน YouTube พบว่า “คนเอเชีย” เข้าไปค้นหาและดูคลิปการทำอาหารออนไลน์มากที่สุดในโลก โดยประเทศที่ค้นหาเมนูอาหารมากที่สุด 4 อันดับมาจากเอเชียทั้งสิ้น ได้แก่ ศรีลังกา อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และบังกลาเทศ

 

และวันนี้เมื่อพูดถึงเรื่องหน่อไม้แล้ว กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ก็ไม่มามือเปล่า แต่นำสูตร “หน่อไม้ต้มเค็ม” หนึ่งเมนูอร่อยทำง่ายจากหน่อไม้มาฝากกันด้วย ถ้าพร้อมแล้วไปกันเลย

 

 

ส่วนผสม

  • กระดูกหมู (หรือใช้หมูสามชั้นแทนได้ตามชอบ) 500 กรัม
  • หน่อไม้ไผ่ตง 1 กิโลกรัม
  • รากผักชี กระเทียม พริกไทย โขลกรวมกัน
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ๊วขาว 3 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ 1 ช้อนชา

 

ขั้นตอน

  1. ต้มหน่อไม้กับน้ำเปล่าที่ผสมเกลือจนเดือด เทน้ำทิ้ง ต้มอย่างน้อย 2 ครั้ง
  2. นำหน่อไม้มาหั่นเป็นท่อน ประมาณ 1 นิ้วบุบพอแตก เวลาต้มจะได้เข้าเนื้อ
  3. ล้างกระดูกหมู หรือ หมูสามชั้น กับน้ำเกลือให้สะอาด
  4. นำกระเทียม รากผักชี พริกไทยที่โขลกไว้ลงไปผัดกับน้ำตาลปี๊บจนละลายเปลี่ยนเป็นสีเข้ม
  5. ใส่กระดูกหมู ผัดพอสุก ตักส่วนผสมที่ผัดสุกแล้วใส่หม้อ ใส่หน่อไม้ เติมน้ำให้ท่วม
  6. ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว เกลือ ต้มต่อประมาณ 30 นาที จนเข้าเนื้อ
  7. ตักเสิร์ฟพร้อมรับประทาน

 

ด้วยส่วนผสม ขั้นตอน และวิธีทำที่ง่ายแสนง่าย คุณก็จะมีอาหารอีกหนึ่งอยากไว้รับประทานกันในครอบครัว ทำเอง กินเอง ประหยัดเงินและยังได้คุณประโยชน์ที่ครบถ้วนอีกด้วย

 

เกร็ดน่ารู้เรื่อง “หน่อไม้”

ก่อนรับประทานต้องทำความสะอาดอย่างถูกวิธี เพราะหน่อไม้ไม่ใช่อาหารที่จะทานดิบได้

  1. หากเป็นหน่อไม้สด ก่อนที่จะนำมาประกอบอาหารให้ต้มในน้ำเดือดนานอย่างน้อย 10 นาที เพื่อลดระดับของสารไซยาไนด์
  2. กรณีที่ซื้อหน่อไม้ปี๊บมารับประทานต้องต้มในน้ำเดือดเป็นเวลาอย่างน้อย 30 นาที เพื่อฆ่าเชื้อคลอสทริเดียม โบทูลินัม และเทน้ำที่ใช้ต้มทิ้งห้ามนำมาใช้ปรุงอาหารเด็ดขาด
  3. ผู้ที่ไม่ควรรับประทานหน่อไม้ คือ ผู้ป่วยเป็นโรคเกาต์ เพราะในหน่อไม้มีสารพิวริน ที่ทำให้กรดยูริกสูงขึ้น เสี่ยงโรคเกาต์กำเริบ

 

ที่มา


32-ปี_Cover_3.jpg

kinyupen_adminMay 8, 2020

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า ท่ามกลางความยากลำบากระหว่างที่สหรัฐอเมริกากำลังต้องต่อสู้กับการแก้ปัญหาโรคระบาดโควิด 19 ในขณะนี้ ก็มักจะพบเรื่องราวน่าประทับใจเกิดขึ้นให้มีรอยยิ้มได้บ้างเหมือนกัน เช่นเดียวกับข่าวนี้ เมื่อชายคนหนึ่งในรัฐไอโอวา ได้รับโปสการ์ด ที่น้องสาวของเขาที่อยู่ต่างเมืองส่งมาให้เพื่อ 32 ปีก่อน แต่มันไม่เคยถูกส่งมาถึงเขา กระทั่งเกิดโรคระบาดจากโคโรนาไวรัส ทำให้ที่ทำการไปรษณีย์ต้องทำความสะอาดครั้งใหญ่ จนกระทั่งพบว่าโปสการ์ดใบดังกล่าวยังตกค้างอยู่ มันจึงถูกส่งมาถึงตัวเจ้าของอีกครั้ง

 

พอล วิลลิส ชายอเมริกันวัย 76 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของไปรษณียบัตรตกค้างใบนี้เล่าว่า โดยปกติแล้วเขาจะไปตรวจสอบจดหมายในตู้ไปรษณีย์หน้าบ้านทุกวันซึ่งเหตุการณ์ก็ดำเนินไปตามปกติ จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อเปิดตู้ไปรษณีย์ เขากลับพบโปสการ์ดที่มีลักษณะเก่าที่ลงชื่อถึงเขา แต่เมื่อตรวจสอบดูก็พบว่า มันเป็นโปสการ์ดที่ถูกส่งมาเมื่อ 32 ปีที่แล้ว จากแอนด์ โลเวลล์ น้องสาวของเขาที่ปัจจุบันอายุ 65 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ในซานฟรานซิสโก แคลิฟอร์เนีย โดยเนื้อในบทความเขียนว่า “รูปภาพหนึ่งภาพมีความหมายมากกว่าคำพูด 1000 คำ” ส่วนด้านหลังเป็นรูปภาพของแอนด์ในขณะนั้น

 

 

พอลบอกว่า มันเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นมาก และเป็นเรื่องประทับใจที่เกิดขึ้นในระหว่างที่ต้องกักตัวอยู่บ้านในช่วงการระบาดของโรคโควิด และถือเป็นเรื่องสนุกที่ทำให้ผ่อนคลายความเครียดไปได้

 

ในโปสการ์ด ใบดังกล่าว มีตราประทับของไปรษณีย์เมืองซานฟรานซิสโก ระบุว่า มันถูกส่งเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 1987 และปรากฏตราประทับใหม่ หลังจากที่มันถูกค้นพบจากเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ท้องถิ่น ลงวันที่ 29 เมษายน 2020 ที่ผ่านมา

 

 

ด้านแอนด์ น้องสาวผู้ส่งโปสการ์ดถึงพี่ชายเมื่อ 32 ปีที่แล้วบอกว่า เธอไม่เคยถามพี่ชายเลยว่าได้รับโปสการ์ดใบนั้นหรือไม่ และมันเป็นโปสการ์ดที่เธอทำเอง และส่งให้พี่ชายตามปกติและไม่เคยคิดถึงมันอีกเลย ทั้งสองคนต่างคิดว่ามันได้ผ่านไปนานแล้วและไม่น่าจะมีสิ่งใดผิดปกติจากการส่งโปสการ์ดในครั้งนั้น

 

เมื่อได้รับโปสการ์ดที่ค้างอยู่ถึง 32 ปี ทั้งคู่ได้โทรศัพท์คุยกัน และพอล ก็โทรศัพท์ไปสอบถามที่ไปรษณีย์ถึงความเป็นมาของมัน ก็ได้รับคำตอบว่าโปสการ์ดใบนี้ถูกค้นพบระหว่างที่ที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่งได้รับคำสั่งให้เก็บทำความสะอาดอย่างละเอียดเนื่องจากปัญหา Covid-19 กระทั่งค้นพบและนำมันส่งต่อถึงผู้รับในเวลาต่อมา

 

พอลยังบอกด้วยว่า ไม่เพียงแต่โปสการ์ดเก่าเท่านั้น แต่เขายังค้นพบกระเป๋าเงินที่ทำหายไว้ในทุ่งหญ้าใกล้บ้านตั้งแต่ปี 2005 อีกด้วย

 

“บางทีโควิด 19 ก็เหมือนช่วงเวลาพิเศษที่ทำให้เราได้กลับมาเจอกับอดีตอีกครั้ง หรือจะเรียกว่า ‘Twilight Zone’ ก็ได้” เขากล่าว


2563_Cover_2-1.jpg

kinyupen_adminMay 7, 2020

“โปรตีนทดแทน และโปรตีนสายพันธุ์ใหม่” คือ หนึ่งในเทรนด์เมนูสุขภาพที่เหล่ากูรูวงการอาหารการันตีไว้ในงาน Fi Asia 2019 (นิทรรศการและการประชุมประจำปีของกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารในเอเชีย) ว่ากำลังมาแรงในปี 2563 นี้ ส่วนน่าสนใจอย่างไรและหาทานได้จากไหน กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต อาสาพาไปหาคำตอบกัน

 

ถ้าจะขยายความให้เข้าใจง่ายๆ นั้น “โปรตีนทดแทน” ก็คือ โปรตีนจากพืช-นมพืช เมล็ดถั่วต่างๆ ที่เราทราบกัน แต่อีกตัวที่น่าสนใจคือ “โปรตีนสายพันธุ์ใหม่” ที่เกิดจากการหมักด้วยเชื้อจุลินทรีย์ มีคุณประโยชน์สำคัญที่อุดมไปด้วย “โพรไบโอติกส์” จุลินทรีย์ชนิดดีที่คอยกำจัดแบคทีเรียไม่ดี ฟื้นฟูสมดุลภายในลำไส้ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน และช่วยในด้านการหลั่งสารสื่อประสาท ฮอร์โมนต่างๆ ในร่างกายอีกด้วย ซึ่งถ้าเราอยากที่ทานอาหารที่มีเจ้าจุลินทรีย์ตัวนี้เป็นส่วนประกอบ สามารถเลือกทานได้จากเมนูดังต่อไปนี้

 

TEMPE

1. เทมเป้ (TEMPE)

อาหารที่มีต้นกำเนิดจากอินโดนีเซียมากว่า 200 ปี เป็นถั่วเหลืองหมักกับเชื้อราชนิดหนึ่งที่เป็นมิตรกับร่างกาย ลักษณะคล้ายกับเต้าหู้ แต่มีเส้นใยอาหารจากถั่วเหลืองทั้งเมล็ดทำให้มีความแน่นมากกว่า รสจืด ใยอาหารสูง มีวิตามิน B12 และโปรตีนจากพืชที่มีคุณประโยชน์ ช่วยกระตุ้นการทำงานของแบคทีเรียชนิดดีในกระเพาะอาหาร ทั้งยังมีโพรไบโอติกส์และพรีไบโอติกส์ (ใยอาหารที่ไม่ถูกย่อยในกระเพาะอาหาร) ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย มีสารต้านอนุมูลอิสระทำให้ผิวพรรณสดใส

สำหรับใครที่สนใจสามารถหาซื้อได้ทาง เว็บไซต์อาหารเพื่อสุขภาพ  BEANERGY FOOD , ร้าน FARMER FRESH หรือ ร้านจำหน่ายสินค้าออนไลน์ทั่วไป

 

 

KOMBUCHA

2. คอมบุชะ (KOMBUCHA)

“ชาเขียว” หรือ “ชาดำ” ที่ผ่านกระบวนการหมักเพื่อให้ได้จุลินทรีย์ชั้นดี จัดเป็นเครื่องดื่มที่มีสรรพคุณทางยา มีจุลินทรีย์โพรไบโอติกส์ที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ มีส่วนช่วยรักษาสมดุลระบบทางเดินอาหารและระบบขับถ่าย นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณด้านลดระดับคอเลสเตอรอล น้ำตาลในเลือด ช่วยเผาผลาญแคลอรี ลดการสะสมสารตกค้างในตับ ไต ช่วยล้างพิษหรือ ของเสียตกค้างในร่างกาย ทำให้นอนหลับได้ดีขึ้น กระตุ้นการสร้างพลังงาน สร้างภูมิคุ้มกัน แก้โรคหอบหืด โรคผิวหนังอักเสบและโรคปวดข้อ

สามารถหาซื้อได้ทาง Facebook : Pure Luck Bangkok , เว็บไซต์จำหน่ายสินค้าออร์แกนิค และ ร้านจำหน่ายสินค้าออนไลน์ทั่วไป

 

การทานอาหาร นอกจากความอร่อยแล้ว อีกปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงคุณประโยชน์และผลเสียที่อาจเกิดขึ้นต่อร่างกายด้วย ควรบริโภคที่พอดีและเลือกของที่มีประโยชน์เป็นสำคัญ

 

 

เคล็ดน่ารู้..เมนูเทมเป้

เทมเป้กินอะไรก็อร่อย…วันนี้เรามีเมนูง่ายๆ มาฝาก

 

  • เทมเป้สามเกลอ เมนูอาหารเช้าแสนง่าย ประโยชน์เกินร้อย ทานพร้อมโยเกิร์ต แอปเปิล และโกโก้ร้อนหนึ่งแก้ว อิ่มสบายท้อง
  • เมี่ยงเทมเป้ อารมณ์เดียวกับเมี่ยงปลาทู หรือ ก๋วยเตี๋ยวลุยสวน ทานได้ง่าย อิ่มท้อง และดีต่อสุขภาพ

วัตถุดิบ : แผ่นแป้ง , ผักสดตามที่ชอบทาน , เทมเป้สดหรืออบร้อน , ขนมจีน (หากคุมน้ำหนักอยู่จะทานขนมจีนก็ได้)

น้ำจิ้มซีฟู้ด : กระเทียม , ผักชี  , มิโสะ แทนน้ำปลา , น้ำตาลมะพร้าว , พริกขี้หนูสวน ตำรวมกันปรุงรสชาติตามที่ชอบ

เสร็จแล้วนำส่วนประกอบทุกอย่างจัดใส่จาน เรียงให้สวยงาม พร้อมเสิร์ฟ

 

  • ข้าวมันเทมเป้ ข้าวมันธัญพืช

ส่วนผสมในการทำข้าว สำหรับ 1 จาน : ข้าวหอมมะลิ (1/2 ถ้วย), เทมเป้ 1/2 ชิ้น , ขิงหั่นแว่น 3-4 ชิ้น, กระเทียมทุบ 3 กลีบ, รากผักชีทุบ 1 ราก , น้ำมันงา 2 ช้อนชา และน้ำซุปผัก

ส่วนผสมในการทำน้ำจิ้ม 1 ถ้วย : มิโสะ 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนชา , กระเทียมสับ 2 กลีบ, ขิงสับ 2 ช้อนชา, พริกแดงซอย 2 เม็ด, น้ำส้มสายชูข้าวหมัก 2 ช้อนโต๊ะ และซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ

 

ขั้นตอนการทำ

  1. ใส่ข้าวหอมมะลิ เทมเป้ กระเทียมทุบ รากผักชีทุบและขิงหั่นแว่นลงในหม้อหุงข้าว
  2. เติมน้ำซุปผักลงในหม้อให้เหนือระดับข้าวเล็กน้อย เติมน้ำมันงาเพื่อความหอมมัน แล้วหุงข้าวตามปกติ
  3. ทำน้ำจิ้มโดยผสมมิโสะ น้ำตาลมะพร้าว กระเทียมสับ ขิงสับ พริกแดงซอย น้ำส้มสายชูข้าวหมัก และซีอิ๊วขาวที่ตวงไว้เข้าด้วยกัน พอข้าวสุกตักใส่จานทานคู่กับทานคู่กับแตงกว่าและผักชี

 

ขอบคุณข้อมูลจาก https://beanergyfood.com


Beauty-aging-Cover_1-1.jpg

kinyupen_adminMay 7, 2020

แต่ละช่วงวัยมีสภาพผิวต่างกัน การดูแลย่อมต่างกันไปด้วย จึงต้องใส่ใจเป็นพิเศษ กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตจะมาเผยเคล็ดลับเผยความสวยสมวัยกัน

วัย 20 : หัวใจสำคัญ “ความชุ่มชื้น”

 

สภาพผิว : เป็นช่วงวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงของสภาพผิวมากที่สุด โดยผิวจะปรับสภาพและผลัดเซลล์ทุกๆ 28 วัน หรือ 1 เดือน ในช่วงวัย 20 ต้นๆ สาวๆ มักมีปัญหาในเรื่องความมัน สิวอุดตันบนใบหน้า ทั้งจากฮอร์โมนสาวสะพรั่งและมลภาวะที่ต้องเจอในชีวิตประจำวัน และเมื่อย่างเข้า 20 ตอนปลายด้วยภาระงานและความรับผิดชอบที่มีมากขึ้น อาจก่อให้เกิดความเครียด ริ้วรอยเล็กๆ จึงค่อยๆ ตามมา

วิธีดูแล : ข้อดีของวัยนี้คือผิวยังสามารถสร้างน้ำมันออกมาทำให้ผิวยืดหยุ่นได้มาก แต่ด้วยช่วงวัยที่รักสวยรักงาม การแต่งหน้าการเลือกใช้เครื่องสำอางอาจจะทำให้ผิวหน้าได้รับผลกระทบ ทั้งจากสิวอุดตันและสารเคมีที่ประโคมลงไป ดังนั้นการทำความสะอาดผิวหน้าจึงสำคัญอย่างมาก จึงควรเช็ดหน้าด้วยคลีนซิ่งทุกครั้ง และใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่สามารถช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย ในวัยนี้หัวใจสำคัญที่ควรใส่เป็นพิเศษ คือ ความชุ่มชื้น เพราะความมันที่ออกมาไม่ได้ความว่า ผิวของคุณจะอิ่มน้ำ ดังนั้นควรเลือกทามอยส์เจอร์ไรเซอร์เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิวหน้า และอาจทาอายครีมเพื่อป้องกันริ้วรอบที่อาจจะเกิดก่อนวัย และทุกเช้าก็ควรปกป้องผิวจากรังสี UV ด้วยครีมกันแดดที่มี SPF 50+++ ขึ้นไป หรือหากอยู่ในร่มก็ไม่ควรประมาทเพราะแสงจากหลอดไฟก็อาจทำให้เกิดฝ้า กระ ได้เช่นกัน แต่อาจละค่า SPF ลงมาไม่ต่ำกว่า 15

 

 

วัย 30 : หัวใจสำคัญ “การผลัดเซลล์ผิว”

 

สภาพผิว : ช่วงวัยนี้สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป คือ การผลัดเซลล์ผิวที่ช้าลง และมีความเสี่ยงที่การผลัดผิวอาจทำให้เกิดริ้วรอยที่ยากต่อการกำจัด ในวัยที่มีความเครียดสะสม ร่างกายเริ่มขาดสารอนุมูลอิสระ ควรใส่ใจทั้งการรับประทานอาหาร โดยอาจรับประทานวิตามินเสริม รวมถึงการบำรุงผิวหน้าอย่างสม่ำเสมอ

วิธีดูแล : ในช่วงวัยนี้ผิวหน้าเริ่มผลิตน้ำมันได้น้อยลง ทำให้การทำความสะอาดหรือการบำรุงจำเป็นต้องได้รับความใส่ใจเป็นพิเศษ เนื่องจากผิวมีการผลัดเซลล์ที่ช้าลง สาวๆ ในช่วงวัยนี้จึงควรสครับใบหน้าอย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง เพื่อช่วยเร่งกระบวนการผลัดเซลล์ผิว เพิ่มความกระจ่างใสให้กับผิวหน้า แต่ควรระวังผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นกรดมากเกิดไป และเบามือกับผิวหน้าระหว่างการสครับเพราะการหนักมือมากเกิดไปอาจทำให้เกิดริ้วรอยตามมา สิ่งสำคัญคือ หมั่นเติมสารบำรุงที่เหมาะสม โดยใช้โทนเนอร์ในการปรับสภาพผิว เติมเต็มวิตามินและความชุ่มชื้นคือสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับวัยนี้

 

 

วัย 40 : หัวใจสำคัญ “การบำรุง”

 

สภาพผิว : เป็นวัยที่ “ฮอร์โมน” เริ่มผลิตช้าลงโดยที่คุณอาจสังเกตได้จาก ผิวที่แห้งขึ้น ขาดความยืดหยุ่น และบอบบางในบางครั้งอาจเกิดอาการแพ้ แม้กระทั่งในผลิตภัณฑ์เดิมๆ ที่เคยใช้ประจำ หากสาวๆ พบว่าสิ่งนี้เริ่มเกิดขึ้นกับตัวเองคุณควรเริ่มบำรุงผิวอย่างจริงจัง สีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ ฝ้า กระ อาจเกิดได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมหากคุณไม่ระมัดระวัง เพราะผิวในวัยนี้เริ่มขาดคอลลาเจน

วิธีดูแล : การทำความสะอาดผิวสำหรับวัยนี้ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็นเนื้อครีม เพื่อป้องกันการเสียดสีให้ผิวบอบบางมากขึ้น ทั้งผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อครีมยังช่วงคงความชุ่มชื้นให้ผิวได้ดี และขาดไม่ได้เลยคือ “การบำรุง” คอลลาเจนในผิวเริ่มพร่องไป ดังนั้นสาวๆ จึงควรเติมเต็มด้วยผลิตภัณฑ์ หรือ ทรีทเมนต์ ที่มีส่วนผสมของเปปไทด์และโปรตีน ใส่ใจในส่วนที่บอบบางบนใบหน้าหรือบริเวณที่มีการขยับบ่อยๆ เช่น รอบดวงตา หางตา ร่องแก้ม หน้าผาก ผลิตภัณฑ์ลดเลือนริ้วรอยควรเริ่มใช้อย่างจริงจัง และทาครีมกันแดดทุกเช้าเพื่อป้องกันไม่ให้คุณสูญเสียคอลลาเจนมากไปกว่านี้

 

 

วัย 50 : หัวใจสำคัญ “การเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย”

 

สภาพผิว : วัยทองของสาวๆ หลายๆ คน ช่วงวัยนี้เป็นช่วงวัยที่หลายคนประสบความสำเร็จในหลายๆ ด้าน และหากคุณดูแลผิวอย่างดีเสมอมา ภาวะต่างๆ รวมถึงฮอร์โมนที่ผลิตน้อยลง การขาดประจำเดือน รูขุมขนขยายกว้างไม่กระชับ อาจทำให้คุณเป็นกังวลมากขึ้น ผิวที่แห้งลงและผิวหน้าที่รับการเติมเต็มได้ไม่เหมือนก่อน หรือที่หลายๆ คนเรียกว่า ทาครีมไม่ซึม แต่งหน้าไม่ติด

วิธีดูแล : ผิวจะเริ่มขาดทั้งน้ำและน้ำมัน ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นเนื้อครีมเข้มข้น มีส่วนผสมของ วิตามินอี และโพลีเปปไทด์ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเพิ่มความชุ่มชื้นทำให้ผิวเนียน และอาจใช้ผลิตภัณฑ์ลดเลือนริ้วรอย และกระชับรูขุมขนที่มีส่วนผสมของ เรตินอล โดยควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนที่จะเริ่มใช้ เพราะเรตินอลเป็นสารที่อันตรายหากใช้ในปริมาณมากหรือใช้ควบคู่กับผลิตภัณฑ์บางชนิด ดังนั้นควรเลือกความเข้มข้นที่เหมาะสมกับสภาพผิวหน้าและปัญหาของคุณเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด