เสื้อติดพัดลม …แฟชั่นคลายร้อนแบบใหม่ที่ใครๆ ก็ต้องมี!!!

September 14, 2020149
เสื้อผ้าติดพัดลม ที่ตอนแรกผลิตเพื่อแก้ปัญหาความร้อน หลายปีผ่านไปเริ่มพัฒนาเป็นแฟชั่น ใส่เก๋ๆ ได้ เย็นสบายด้วย

เสื้อติดพัดลมฮิตระเบิดในช่วงหน้าร้อนของญี่ปุ่น หลังก่อนหน้านี้ นิยมใช้แต่กลุ่มคนงานก่อสร้างและผู้ทำงานกลางแจ้ง จนล่าสุดพัฒนาไปในแฟชั่นทุกกลุ่มยันแม่และเด็กเพราะสบายและประหยัด ผู้ผลิตเล็งรุกตลาดอาเซียนเพราะร้อนเหมือนกันขณะที่อเมริกาและยุโรปเมินเพราะเห็นเป็นเรื่องตลก

 

เป็นที่ทราบกันดีว่าในช่วงฤดูร้อนของญี่ปุ่น อุณหภูมิความร้อนก็ระอุไม่แพ้ประเทศไทยเหมือนกัน สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือความร้อนของญี่ปุ่นที่มักจะเป็นแบบอบอ้าว ไม่ค่อยมีลมพัดทำให้คนญี่ปุ่นโดยเฉพาะผู้สูงอายุต้องเผชิญกับโรคฮีทสโตรก เสียชีวิตจำนวนมากในแต่ละปี

 

และด้วยปัญหาความร้อนนี่เองทำให้บริษัทแฟชั่นแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นที่ชื่อว่า Kuchofuku Co. Ltd. ในโตเกียว ได้มีแนวคิดการออกแบบเสื้อผ้าที่ติดพัดลมออกมา เพื่อให้ชาวญี่ปุ่นได้ซื้อหาไปใช้คลายร้อนในช่วงฤดูร้อนระอุ แม้จะดูแปลกๆ สักหน่อย แต่ว่าเสื้อผ้าแบบนี้กลับกลายเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่คนงานก่อสร้างและคนงานกลางแจ้งอื่น ๆ นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2547

 

 

เสื้อผ้าติดพัดลม ที่ตอนแรกถูกผลิตออกมาเพื่อแก้ปัญหาความร้อน ผ่านมาหลายปีมันก็ถูกพัฒนาออกมาเป็นแฟชั่นที่ใช้ประโยชน์ได้หลากหลายรูปแบบที่ไม่ได้จำกัดอยู่แต่เพียงแค่หมู่คนงานก่อสร้างหรือผู้ทำงานกลางแจ้งเท่านั้น แต่มันยังถูกพัฒนาไปยังกลุ่มแฟชั่นอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็น ชุดกีฬา แฟชั่นสตรีทและแม้แต่ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก

 

สำหรับแฟชั่นหรือเครื่องใช้สำหรับเด็กนั้นบริษัท Dadway Inc. เปิดตัวผ้าคลุมสายรัดเด็กและเบาะนั่งสำหรับรถเข็นซึ่งทั้งสองมีเทคโนโลยีพัดลม Kuchofuku ที่สามารถใช้งานได้จริงสำหรับคุณแม่และลูกน้อยในระหว่างที่อยู่บ้านหรือออกไปเดินเล่นข้างนอกไม่ให้ร้อนจนเกิดอันตรายขึ้นได้

 

สำหรับเสื้อผ้าที่ติดตั้งพัดลมไว้ภายในนั้น ส่วนใหญ่เป็นรูปแบบของแจ็คเก็ตที่ติดตั้งพัดลมสองตัว ตัวหนึ่งวางไว้ที่ด้านหลังส่วนล่าง แต่ละข้างจะสูบลมไปทั่วร่างกายส่วนบน โดยพัดลมจะเชื่อมต่อกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนซึ่งจะสอดเข้าไปในกระเป๋าด้านในและโดยทั่วไปสามารถใช้งานได้ประมาณเจ็ดหรือแปดชั่วโมงก่อนที่จะต้องชาร์จใหม่อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้ผลิตจะออกแบบมาเพื่อดึงดูดลูกค้าแบบไหน

 

 

สำหรับเทคโนโลยีการติดตั้งพัดลมในเสื้อผ้านี้คิดค้นโดยนายฮิโรชิ อิชิกายะ วิศวกรของบริษัทโซนี่ บริษัทเครื่องไฟฟ้าชั้นนำของญี่ปุ่น โดยเริ่มมีไอเดียนี้ตั้งแต่ 20 ปีที่แล้ว เมื่อเขามีโอกาสเดินทางมายังประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสังเกตเห็นว่าคนในประเทศเหล่านี้มีการใช้เครื่องปรับอากาศอย่างแพร่หลาย ด้วยความที่ต้องการให้มีการประหยัดพลังงานมากขึ้นในการระบายความร้อนของผู้คน เขาจึงเริ่มคิดที่จะเริ่มทำพัดลมตัวเล็กให้ติดเข้ากับเสื้อผ้าขึ้น โดยแนวคิดนี้ก็มีการพัฒนามาเรื่อยๆ กระทั่งในปี 2004 บริษัท Kuchofuku ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ชุดทำงานที่เหมาะกับพัดลมเป็นครั้งแรกต่อสาธารณชน แต่ตั้งนั้นกลับปรากฏว่าแนวคิดของเขาไม่ได้รับการตอบรับและถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่น่าจะสามารถนำมาใช้ได้ในชีวิตจริง

 

อิชิกายะบอกว่า เพราะว่าคนเรามักจะถอดเสื้อออกเวลาร้อน และสวมใส่มันเมื่อรู้สึกหนาวเย็น ไม่มีใครคิดว่าจะสวมเสื้อเข้าไปในตอนที่รู้สึกร้อนดังนั้นในช่วงแรกๆ คนจึงยังสับสนกับแนวคิดแบบนี้ และตอนนั้นทำให้ผลิตภัณฑ์ของเขาไม่ได้รับการตอบรับเลยในปีแรกๆ ดูเหมือนว่าธุรกิจจะไม่ประสบความสำเร็จ มีเพียงคนงานก่อสร้างเท่านั้นที่เลือกใช้เสื้อผ้าติดพัดลมของเขา กระทั่งมีการพูดปากต่อปากออกไปทำให้เสื้อผ้าติดพัดลมกลายเป็นเสื้อผ้าที่ต้องมีสำหรับคนงานทั่วประเทศญี่ปุ่น เสื้อผ้าทำงานทุกแห่งเริ่มผลิตชุดทำงานที่ติดพัดลมเพื่อป้องกันไม่ให้คนงานต้องเผชิญกับความร้อนในแสงแดด กลายเป็นเทรนด์ชุดทำงานในช่วงฤดูร้อนไปในที่สุด

 

 

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา บริษัท ชุดทำงานอื่น ๆ อีกมากมายได้เข้าสู่ตลาดและอุตสาหกรรมเสื้อผ้าที่ติดพัดลมคาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 15 พันล้านเยนในปี 2020 ตามรายงานของ Sen-I-News ของอุตสาหกรรมสิ่งทอ นับเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดทั้งที่ก่อนหน้านี้ในปี 2017 อุตสาหกรรมเสื้อผ้าพัดลมมีมูลค่าเพียง 5 พันล้านเยนเท่านั้น

 

ในขณะที่อุณหภูมิในฤดูร้อนยังคงสูงขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่แค่คนงานก่อสร้างเท่านั้นที่ต้องการเอาชนะความร้อน ทุกคนตั้งแต่ผู้ที่ชื่นชอบการตกปลาไปจนถึงผู้ปกครองของเด็กเล็ก ๆ ต้องรับมือกับอุณหภูมิที่ร้อนจัด

 

ในขณะเดียวกัน Burtle ได้ร่วมมือกับผลิตภัณฑ์สตรีทแวร์ Fragment Design และ SOPH และผู้ผลิตอุปกรณ์กอล์ฟและเครื่องแต่งกาย Callaway ในขณะที่ บริษัท Dadway ของ Kuchofuku ได้เปิดตัวเมื่อต้นปีนี้

 

 

ในขณะนี้เสื้อผ้าที่ติดพัดลมยังคงเป็นปรากฏการณ์ในประเทศส่วนใหญ่แม้ว่า Kuchofuku จะจำหน่ายในจีนไต้หวันและสหรัฐอเมริกาและ บริษัท อื่น ๆ อีกหลายแห่งกล่าวว่าพวกเขากำลังสำรวจความเป็นไปได้ในการทำตลาดผลิตภัณฑ์ในต่างประเทศความแตกต่างทางวัฒนธรรมอาจทำให้เสื้อผ้าที่พัดลมไม่เป็นที่สนใจของผู้คนในสหรัฐอเมริกาหรือยุโรปที่มักจะมองว่าเทคโนโลยีนี้เป็น “เรื่องตลก” แต่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้น่าจะเป็นตลาดเป้าหมายที่มีแนวโน้มมากกว่าเพราะมีอากาศร้อนเช่นเดียวกัน