Kinyupen_GenZ_cover_1-.jpg

kinyupen_adminSeptember 16, 2019

เพราะในอนาคต Gen Z จะก้าวขึ้นมาเป็นกลุ่มผู้บริโภครายใหญ่ที่สุดในโลก และปัจจุบันมีการกล่าวกันว่าวิธีการทำตลาดแบบรูปเดิมๆ จะไม่สามารถใช้กับ Gen Z ได้ต่อไป วันนี้กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต จึงขอพาคุณมาทำความรู้จักกับเหล่า Gen Z กันให้มากขึ้น  

ความสนใจ หมดไวแค่ 8 วิ

Gen Z คือ คนที่เกิดช่วง พ.ศ. 2538 – 2552 คือวัยที่กำลังจะก้าวเข้าสู่วัยทำงาน เฉลี่ยในประเทศไทยกลุ่มนี้ก็จะมีประมาณ 13 ล้านคน น่าสนใจว่า Gen Z เป็นกลุ่มคนที่เข้าถึงโลกออนไลน์และข้อมูลข่าวสารในระดับที่สูงอย่างมาก เพราะเกิดและโตมาในยุคที่อินเตอร์เน็ตและเทคโนโลยีออนไลน์กำลังเฟื่องฟู

 

พฤติกรรมที่น่าสนใจของคนกลุ่มนี้ คือ “มีความสนใจที่สั้นมาก” โดยไมโครซอฟท์เคยศึกษาช่วงความสนใจของมนุษย์ในปี 2543 พบว่า ค่าเฉลี่ยจะอยู่ที่ 12  วินาที แต่เมื่อศึกษาอีกครั้งในปี 2558 พบว่า ลดเหลือเพียง  8 วินาทีเท่านั้น!

 

ดังนั้นเนื้อหาที่จะดึงดูดความสนใจคนกลุ่มนี้ได้ดีสุด คือ “คลิปวิดีโอสั้นๆ” เหมือนที่เห็นได้ในแอพพลิเคชั่น Vine, Snapchat และ TikTok ที่ได้รับความนิยมในหมู่ influencer ที่มีอิทธิพลในการสร้างไวรัลให้แพร่กระจาย

 

Rana Deepender ซีอีโอบริษัท วิจัยตลาด Kantar China ระบุว่า “Gen Z เป็นกลุ่มที่มีความกระตือรือร้นมาก แต่กลับมีความสนใจน้อย ดังนั้นเนื้อหาจึงต้องตรงต่อความสนใจและเป็นประโยชน์จริงๆ จึงจะสนใจ”

 

เช็คลิสต์พฤติกรรม Gen Z

  • เปิดกว้างและพร้อมปรับตัว
  • ต้องการทำดีและแตกต่างอย่างสร้างสรรค์
  • รับผิดชอบต่อสังคมต้องการทำให้โลกน่าอยู่ขึ้น
  • ต้องการมีส่วนร่วมใน Content ไม่ใช่เพียงแค่การกดไลค์ แต่อยากมีส่วนร่วม
  • แม้ชอบความสร้างสรรค์แต่ก็ต้องเป็นธรรมชาติ แยกแยะโฆษณาเกินจริงได้และพร้อมเลื่อนผ่านทันที
  • เลือกใช้สื่อออนไลน์เพื่อความบันเทิง แต่ให้ความสำคัญกับเนื้อหาจาก influencers หรือ digital creators มากกว่าคนดัง หรือ ดารา
  • ส่วนใหญ่เติบโตในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ จึงต้องการเลือกสินค้าคุ้มค่าและมีประโยชน์จริง
  • สนใจติดตาม Influence ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ตอบโจทย์ได้ตรงใจ

Content แบบไหนถึงโดนใจ GenZ

  • สั้น กระชับ น่าสนใจ เข้าใจง่าย ช่วยสร้างแรงบันดาลใจ
  • Gen Z 98% ใช้สมาร์ทโฟน ดังนั้น “คลิปวิดีโอสั้น” จึงเหมาะสมที่สุด
  • เปิดโอกาสให้ Gen Z มีส่วนร่วมกับแบรนด์
  • ใช้ #Hashtag ช่วยสร้างการรับรู้และมีส่วนร่วม อาทิ TikTok ใช้แฮชแท็กเชิญชวนคนอื่นๆ มาร่วมสร้างสรรค์ในรูปแบบของตัวเอง

 

ขอขอบคุณ : A way to make an impression on Gen Z consumers. โดย Tanyatorn Tongwaranan : The Power of 8 second / Asia Focus / Bangkok Post.


Kinyupen_Moon-Cake-4.jpg

kinyupen_adminSeptember 12, 2019

ความหมายของเครื่องไหว้ แต่ละประเภท  

  • เครื่องไหว้เพื่อสักการะเทพเจ้าที่มีมาแต่ดั้งเดิม ประกอบด้วย กระดาษไหว้ ดอกไม้ ธูปเทียน น้ำชา 5 ถ้วย
  • ผลไม้ 5 อย่างเพื่อความเป็นมงคล อาทิ แอปเปิ้ล – อยู่ดีมีสุข, สาลี่ – ความร่ำรวย, กล้วยหอม – โชคลาภ, ลำไย – สุขภาพดี, ส้มเขียวหวาน –สิริมงคล
  • ขนมไหว้เพื่อความร่ำรวยความอุดมสมบูรณ์ เช่น ถั่วตัด ขนมฟักเชื่อม
  • เครื่องหอมเพื่อความงาม เช่น น้ำอบหรือแป้งถูกนำมาใช้ด้วยความเชื่อว่าพระจันทร์เป็นผู้หญิง สาวชาวจีนจึงมักไหว้เพื่อขอพรด้วยความปรารถนาที่จะให้ตนเองงดงาม

เทศกาลไหว้พระจันทร์มาถึงแล้ว คนไทยเชื้อสายจีนทั้งลูกครึ่งถึงเสี้ยวหลายบ้านคงกำลังเตรียมเครื่องมู เอ้ย! เครื่องไหว้พระจันทร์กันอยู่แน่ๆ แต่ถ้าจะว่าด้วยที่มาเทศกาลไหว้พระจันทร์ ทราบหรือไม่ว่ามีความเป็นมาความเชื่อจากหลากหลายตำนาน วันนี้ทีมงานกินอยู่เป็น 360 แห่งการใช้ชีวิต ขอชวนทุกท่านอินไปกับเทศกาลไหว้พระจันทร์ ร่วมไขตำนาน พร้อมเคล็ดลับขอเงินขอพร เฮงๆ ปังๆ ไปพร้อมกัน

ตำนาน ความเชื่อ กุศโลบาย ผนวกกลายเป็นเทศกาล

หนึ่งในตำนานเทศกาลไหว้พระจันทร์ เกิดจากความเชื่อชาวจีนในอดีตที่ยกให้ “พระจันทร์” เป็นสัญลักษณ์ความอุดมสมบูรณ์ โดยมี “ฉางเอ๋อ” เทพีผู้มีเลอโฉมคอยบันดาลพืชพันธุ์ธัญญาหาร สั่งการน้ำขึ้น น้ำลงทำให้การกสิกรรมของมนุษย์อุดมสมบูรณ์ ทั้งเป็นตัวแทนความสวยงาม ชาวจีนจึงเชื่อว่าการไหว้ขอพร “พระจันทร์” ในวันเพ็ญเดือน 8 (ตามปฏิทินจีน) ฉลองฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิต จะทำให้เทพีฉางเอ๋อพึงพอใจบันดาลให้น้ำท่าอุดมสมบูรณ์และเกิดสิ่งดีมีสุข

อีกหนึ่งความเชื่อเป็นเรื่องเกี่ยวกับตำนานรักระหว่าง “โฮ้วอี้” และ “ฉางเอ๋อ” ที่พรากจากกันเพราะฝ่ายหญิงกลายเป็นเทพธิดาไม่สามารถอยู่บนโลกได้แต่ปีหนึ่งจะได้เจอกันครั้ง ดังนั้นทุกวันเพ็ญเดือน 8 โฮ้วอี้ จึงปั้นขนมแป้งสาลีทรงกลมแทนดวงจันทร์วางทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือพร้อมเอ่ยเรียกเทพีฉางเอ๋อ เพื่อให้ได้กลับมาพบกันในทุกปี ขนมไหว้พระจันทร์จึงกลายเป็นขนมแห่งความรักของชาวจีนในอีกนัยยะไปโดยปริยาย

นอกจากที่กล่าวมายังมีอีกหลายตำนานที่ไม่ได้กล่าวถึง แต่ด้วยความเชื่อใดก็ตาม ต่อมาได้กลายมาเป็นกุศโลบายเพื่อให้ครอบครัวชาวจีนได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตานั่งชมพระจันทร์และขอบคุณเทพีฉางเอ๋อที่ประทานพรร่วมกัน

ไหว้พระจันทร์..เปลี่ยนแผ่นดินจาก “หยวน สู่ หมิง”

เทศกาลไหว้พระจันทร์ สำหรับชาวจีนนอกจากเพื่อขอพรบันดาลสุขแล้ว ยังถูกกล่าวถึงไว้ในหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ ว่ามีส่วนในการทวงคืนแผ่นดินจากมองโกลกลับสู่ชาวฮั่น โดยเรื่องมีอยู่ว่าราว 600 กว่าปีก่อนในยุคปลายราชวงศ์หยวนที่ปกครองโดยฮ่องเต้ชาวมองโกลเริ่มระส่ำระสาย ชาวจีนเชื้อสายฮั่นต้องการทวงแผ่นดินคืน จึงคิดแผนใช้ขนมไหว้พระจันทร์เป็นตัวกลางนัดหมายโค่นล้มมองโกล โดยสอดไส้กระดาษที่เขียนข้อความไว้ว่า “15 ค่ำเดือน 8 สังหารมองโกล” จึงสามารถทวงคืนแผ่นดินกลับมาเป็นของชาวฮั่นภายใต้ชื่อราชวงศ์หมิง ต่อมา “ขนมไหว้พระจันทร์” จึงกลายเป็นเทศกาลเฉลิมฉลองระดับชาติจวบจนปัจจุบัน

ขนมไหว้พระจันทร์ พระเอกของเทศกาล

เมื่อเวลาผ่านไปการหลั่งไหลของชาวจีนอพยพ ก็ได้นำพาเทศกาลไหว้พระจันทร์ไปเผยแพร่สู่ดินแดนต่างๆ รวมถึงประเทศไทย ทำให้ “ขนมไหว้พระจันทร์” กลายเป็นหนึ่งในขนมยอดนิยมและเป็นธุรกิจที่มีมูลค่าการตลาดสูงในช่วงเทศกาลแต่ละปี

ในอดีตขนมไหว้พระจันทร์มีหลากหลายลักษณะ ทั้งรูปปลา รูปกระต่าย แต่ที่นิยมที่สุดก็คือทรงกลมลักษณะเดียวกันกับพระจันทร์ข้างในเป็นไข่แดง (ไข่เค็ม) ที่สื่อถึงพระจันทร์ ลวดลายบนตัวขนมส่วนใหญ่สื่อถึงความหวัง ความปรารถนาดีที่มอบให้กัน

สำหรับไส้ขนมไหว้พระจันทร์ สมัยก่อนนิยมใช้ธัญพืชที่สื่อถึงการอวยพรและความอุดมสมบูรณ์ อาทิ ไส้เม็ดบัว มีที่มาจากดอกบัว สัญลักษณ์ความบริสุทธิ์ เกียรติยศ ความสงบและอายุที่ยืนยาว หรือ ไส้ธัญพืช 5 ชนิด  ที่สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธ์ธัญญาหารให้ชาวจีนมีกินมีใช้ตลอดปี ไส้ลูกพลัม สัญลักษณ์ของความหวัง ไส้เกาลัด หากออกเสียงในภาษาจีนมีความหมายว่า ลูกชาย ซึ่งก็คือการเป็นที่รักของผู้คน นอกจากนี้ยังใช้แฮมยูนนาน หรือ มันหมู เป็นส่วนผสมเพื่อแสดงถึงโชคลาภ ซึ่งในอดีตแฮมยูนนานจะมีเฉพาะในบ้านที่มีฐานะเท่านั้น

ปัจจุบัน ไส้ขนมไหว้พระจันทร์ มีการรังสรรค์ที่หลากหลายมากขึ้น อาทิ ไส้ช็อคโกแลตฝรั่งเศสซึ่งเป็นที่นิยมของชาวฮ่องกง ไส้คัสตาร์ดแบบฉบับผู้ดีอังกฤษ หรือ ไส้ทุเรียนในบ้านเรา ที่เป็นการผสมผสานวัตถุดิบที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละประเทศ ตามความชอบของผู้บริโภคแต่ละพื้นที่ นอกจากนี้ยังดัดแปลงใส่เนื้อสัตว์ เช่น กุนเชียง, ไข่เค็ม, หมูแฮม, หมูแดง, หมูหยอง เข้าไปเป็นทางเลือกใหม่แก่ผู้บริโภคด้วย อย่างไรก็ตามมีบางความเชื่อที่จะไม่ใช้ขนมไหว้พระจันทร์ที่มีของคาวเป็นส่วนผสมในการไหว้อย่างไข่เค็ม แฮม หรือมันหมู

ไหว้พระจันทร์คราวนี้ กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอพระจันทร์เป็นใจให้ทุกท่านสมบูรณ์ พูนสุข

 

////////////////////////////////////////////////////

 

เคล็ดลับการขอเงินจากพระจันทร์

วันมงคลอย่างนี้นานทีปีหนจะได้ไหว้พระจันทร์สักครั้ง กินอยู่เป็น 360องศาแห่งการใช้ชีวิตขอนำเคล็ดลับการขอเงินจากพระจันทร์ ซึ่งเป็นความเชื่อโบราณมาฝากแก่ผู้สนใจ

·     จุดธูปเทียนบูชา 15 ดอก ที่ถือว่าเป็นกำลังของพระจันทร์

·     เตรียมกระเป๋าสตางค์ใส่ธนบัตรจำนวนหนึ่ง จากนั้นนำมาอธิษฐานเรียกเงินเรียกทอง ขอพระจันทร์ช่วยให้การดำเนินชีวิตของเรามีแต่ความอุดมสมบูรณ์

แต่ถ้าจะให้ได้ผลดีกว่าเดิม อย่ารอให้ฟ้าเปิด หรือ พระจันทร์บันดาลแต่ฝ่ายเดียว เราเองก็ต้องช่วยพระจันทร์ท่านเสียหน่อย  ด้วยการตั้งใจทำ ตั้งใจสร้าง ตั้งใจหาเงินเท่าที่กำลังเราไหว พระจันทร์ท่านจะได้ชื่นใจประทานพรให้สมหวังในเร็ววัน

 

 


Kinyupen_Ultraman.jpg

kinyupen_adminSeptember 9, 2019

ฉันเป็นมนุษย์ต่างดาว จากดาวเนบิวลา M78 ชิน ฮายะตะ นายต้องรวมร่างกับฉัน เพื่อปกป้องโลกใบนี้ หนึ่งในประโยคสนทนาของตัวละครเรื่อง ยอดมนุษย์ อุลตร้าแมน ซูเปอร์ฮีโร่ ที่ครองใจเด็ก ๆ มากกว่าครึ่งศตวรรษ กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอพาผู้อ่านย้อนวันวานเสียหน่อย

 

หากถามถึง อุลตร้าแมน ต้องย้อนไปเมื่อช่วงปี 1996 ได้ถูกฉายเป็นซีรีส์ครั้งแรกทางโทรทัศน์ญี่ปุ่น ดำเนินเรื่องราวผ่านมนุษย์ต่างดาว กาแล็กซี่เนบิวลา M78 ที่ใช้ ชิน ฮายะตะ มนุษย์โลกจากหน่วยสืบสวนพิเศษ เป็นร่างสถิต เพื่อปราบเหล่าสัตว์ประหลาดขนาดยักษ์ ปกป้องโลกโดยเขาสามารถแปลงร่าง เป็นอุลตร้าแมนด้วยเบต้าแคปซูล ในระยะเวลาเพียงแค่ 3 นาที เพราะข้อจำกัดด้านสภาพแวดล้อมของโลก

 

การต่อสู้ของอุลตร้าแมนในแต่ละครั้ง แม้ระยะเวลาจำกัด แต่สามารถปราบเหล่าสัตว์ประหลาดอย่างทันท่วงที ทำให้วิกฤตของโลกผ่านไปได้ด้วยดี เพราะมีอุลตร้าแมน กลายเป็นภาพประทับในใจของคนดูหลายคน

 

อุลตร้าแมนนั้นเดิมทีถูกสร้างสรรค์ผลงานทางหน้าจอโทรทัศน์ โดยสึบุรายะโปรดักชั่นส์ และโตโฮโปรดักชั่นส์ ประเทศญี่ปุ่น เปิดตัวครั้งแรกในชื่อว่า ‘อุลตร้า คิว’ ส่วนใบหน้าครั้งแรกถูกออกแบบ โดย คุณสมโภช แสงเดือนฉาย ซึ่งเป็นคนไทย ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก ภาพถ่ายของพระพุทธรูปยุคสุโขทัยปางเปิดโลก แต่อาจารย์โทรุ นาริตะ คือ คนเลือกแบบร่างใบหน้าของคุณสมโภช มาใช้เป็นแบบในการออกแบบรุ่นถัดไป

 

แม้ว่า อุลตร้าแมน ถูกเข้าใจว่าขั้นตอนทุกอย่างตั้งแต่การร่างแบบ เป็นของประเทศญี่ปุ่น ประสบความสำเร็จจนถูกสร้างภาคต่อ ๆ ไป ยังมีผลงานคนไทยที่ออกแบบใบหน้า ออริจินอล เป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จนั้นอยู่


_Qin-Shi.jpg

kinyupen_adminSeptember 9, 2019
  • สุสานจิ๋นซีฮ๋องเต้ เป็น 1 ใน 2 สิ่งมหัศจรรย์ที่จิ๋นซีฮ่องเต้บัญชาให้สร้างขึ้นในยุคสมัยของพระองค์ควบคู่กับกำแพงเมืองจีนอันเกรียงไกร
  • สุสานจิ๋นซีฮ๋องเต้ เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกลำดับที่ 8 แห่งศตวรรษที่ 20 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ.2530
  • ทหารดินเผาแต่ละตัวจะมีเพียงตัวเดียวในโลกเท่านั้น เพราะรูปร่าง หน้าตา เครื่องแต่งกาย และอาวุธคู่กายล้วนแตกต่างกันทั้งหมดและมีสีสันเสมือนจริงทุกตัว
  • ตั้งแต่ 15 กันยายน คนไทยสามารถเข้าชมกองทหารจิ๋นซีได้อย่างใกล้ชิดโดยไม่ต้องไปถึงซีอาน

กำเนิดกองทัพผู้พิทักษ์แห่งปรโลก

มหาสุสาน “ฉินสือหวงตี้” หรือ จิ๋นซีฮ่องเต้ จักรพรรดิองค์แรกแห่งแผ่นดินจีน ณ ตำบลหลินถง เมืองซีอาน มณฑลส่านซี ถูกก่อสร้างขึ้นมาในสมัยราชวงศ์ฉิน ตั้งแต่ปี 246 – 208 ก่อนคริสตกาล โดยสุสานถูกสร้างขึ้นตามความเชื่อส่วนพระองค์ในเรื่องความเป็นอมตะและชีวิตหลังความตาย จึงบัญชาให้เกณฑ์แรงงานจำนวนมากไปก่อสร้างสุสานควบคู่กับพระราชวังเพื่อเตรียมไว้สำหรับใช้ชีวิตในปรโลก

ภายในสุสานเป็นการจำลองพระราชวังแห่งปรโลก โดยแบ่งเป็นเขตพระราชฐานชั้นนอกและชั้นในเสมือนจริง ซึ่งนอกจากพระศพของจิ๋นซีฮ่องเต้อันเป็นจุดศูนย์กลางสำคัญแล้ว โดยรอบยังรายล้อมด้วยหุ่นปั้นเสมือนจริงของข้าราชบริพาร นางสนม นางกำนัล แม่ทัพ นายกอง พลทหาร รถม้า ม้าศึกสรรพอาวุธที่จัดกำลังพลเสมือนจริง ตลอดจนทรัพย์สมบัติต่างๆ รวมกว่า 7,400 ชิ้น ด้วยเชื่อว่าจะตามติดไปรับใช้พระองค์หลังความตาย ทั้งยังก่อสร้างค่ายกลเพื่อพิทักษ์ทรัพย์สมบัติรอบสุสานด้วย

กล่าวกันว่าสุสานแห่งนี้กว้างขวางมากกว่า 57 ตร.กม. ใช้เวลาก่อสร้างยาวนานถึง 38 ปี ใช้แรงงานรวมแล้วกว่า 7 แสนคน

กำเนิดโดยจักรพรรดิ..คืนชีพโดยชาวนา

กาลเวลาผ่านไปสุสานและกองทหารดินเผาค่อยๆ เลือนจากความทรงจำ ผนวกกับสภาพแวดล้อมที่ได้กลืนกินปกปิดให้เป็นความลับมากกว่า 2,700 ปี “กองทัพทหารดินเผา” ก็ได้ถูกค้นพบด้วยความบังเอิญโดยชาวนาหมู่บ้านซีหยางขณะกำลังขุดดินทำบ่อน้ำเมื่อปี พ.ศ.2517 อันนำสู่การคืนชีพตำนานสุสานบันลือโลกให้กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง

สิ่งที่น่าสนใจภายในสุสานนอกจากการออกแบบผังสุสาน ข้าวของเครื่องใช้ สมบัติจักรพรรดิ ก็คือ ทหารดินเผาที่ขุดพบ ซึ่งแต่ละตัวจะมีเพียงตัวเดียวในโลกเท่านั้น เพราะรูปร่าง หน้าตา เครื่องแต่งกายล้วนแตกต่างกันทั้งหมด ทั้งมีสีสันเสมือนจริงทุกตัว ซึ่งจะช่วยให้สามารถย้อนศึกษาถึงรูปร่าง หน้าตา ชาติพันธุ์ของคนจีนโบราณได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันทางการจีนมีการขุดค้นและเปิดให้ผู้สนใจจากทั่วโลกเข้าชมเพียงแค่ 3 จาก 8 หลุมเท่านั้นซึ่งยังไม่ถึงจุดที่ฝังพระศพจริง เหตุที่ยังไม่ทำการขุดค้นเพิ่มเติม เนื่องเพราะยังหาวิทยาการ เพื่อรักษาสีสันของหุ่นแต่ละตัวจากปฏิกิริยาของอากาศและแสงไม่ได้ ซึ่งยังคงต้องหาทางไขปริศนากันต่อไป

วันนี้คนไทยไม่ต้องบินไปชมไกลถึงซีอาน
ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน – 15 ธันวาคม 2562 กองทหารเหล่านี้จะยกทัพส่วนหนึ่งมาพักที่เมืองไทยเป็นเวลา 3 เดือน เพื่อให้คนไทยมีโอกาสเข้าชมและศึกษาแบบใกล้ชิดโดยไม่ต้องไปไกลถึงซีอานกับ นิทรรศการ “จิ๋นซี ฮ่องเต้ : จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา” ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร จัดโดย กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม

ภายในงานจะจัดแสดงโบราณวัตถุจาก 2 สุสานดัง คือ สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ และ สุสานราชวงศ์ฮั่น จำนวน 86 รายการ 133 ชิ้น โดยเป็นโบราณวัตถุชั้นเยี่ยมถึง 17  รายการ ซึ่งนิทรรศการแบ่งพื้นที่เป็น 4 ส่วนดังนี้

พื้นที่จัดแสดง สิ่งที่นำมาจัดแสดง
1.   พัฒนาการก่อนการรวมชาติ  เครื่องมือเครื่องใช้ภาชนะสำริด อาวุธ เงินตรา ความก้าวหน้าด้านโลหกรรม สมัยราชวงศ์โจวตะวันออก ซึ่งเป็นยุคก่อนจิ๋นซีฮ่องเต้ ผนวกแคว้นต่าง ๆ เข้าด้วยกัน
2.   จิ๋นซีฮ่องเต้  เรื่องราวความสำเร็จของจิ๋นซีฮ่องเต้ในการผนวกรวมแคว้นทั้ง 7  ให้เป็นปึกแผ่นภายใต้อาณาจักรฉิน พร้อมปฏิรูประบบการปกครองแบบรวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง พัฒนาเทคโนโลยีการสงคราม กำหนดมาตรฐานหน่วยชั่ง ตวง วัด ระบบเงินตรา ภาษาเขียน และพัฒนาระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ รวมถึงเชื่อมต่อแนวกำแพงดินอัดของแคว้นต่าง ๆ เพื่อป้องกันการรุกรานจากข้าศึกศัตรู จนกลายเป็นกำแพงเมืองจีน
3.   สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้

มหาอาณาจักรใต้พิภพ 

หุ่นดินเผาทหารแม่ทัพ แม่ทัพสวมชุดเกราะ พลธนูสวมชุดเกราะนั่งชันเข่า นักรบสวมชุดเกราะ ม้าประกอบรถม้า สมัยราชวงศ์ฉิน พ.ศ.322 – 337 ซึ่งแสดงถึงความสามารถขั้นสูงของช่างและเทคโนโลยีในสมัยนั้น
4.   สืบสานความรุ่งโรจน์  แสดงการต่อยอดความรู้ มรดกภูมิปัญญาจากราชวงศ์ฉิน มาสู่ราชวงศ์ฮั่น ผ่านความรุ่งเรืองด้านวัฒนธรรม การเมืองการปกครอง สังคม เกษตรกรรม เทคโนโลยีทางการทหาร เศรษฐกิจการค้าและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมกับชาวต่างชาติบนเส้นทางสายไหม จนได้ชื่อว่าเป็นยุคทองของงานศิลปกรรมและอารยธรรมจีนโบราณ

 

สำหรับผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Facebookกลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร :

ขอเชิญชวนประชาชน ตลอดจนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เข้าชมนิทรรศการพิเศษ เรื่อง “จิ๋นซี ฮ่องเต้ :…

โพสต์โดย กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร เมื่อ วันจันทร์ที่ 2 กันยายน 2019


.jpg

kinyupen_adminSeptember 4, 2019

บ่อยครั้งในโลกของการทำงาน หลายคนมักเจอ ปัญหาในที่ทำงาน เพราะเผชิญกับสิ่งแวดล้อมเดิม ๆ เมื่อทุกครั้งที่ความคิดเหล่านี้เกิดขึ้น สิ่งตามมาต่อจากนั้น คือ ความอัดอั้นตันใจจนกลายเป็นความทุกข์ในการทำงาน สำหรับคนที่ยังหาความสุขในการทำงานไม่ได้ 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต มีแนวคิดดี ๆ มาบอกต่อกัน รับรองว่าจะทำให้คุณมีความสุขในการทำงานแน่นอน

เริ่มจากการปรับทัศนคติก่อนเป็นอย่างแรก

เชื่อไหมว่าทัศนคติสามารถพลิกชีวิตคนหนึ่งได้ มีงานวิจัยในศาสตร์จิตวิทยามากมาย ให้ข้อสรุปไว้ว่า ทัศนคติของคนแต่ละคนเสมือนพลังขับเคลื่อนคน ๆ นั้น การทำงานในโลกปัจจุบันนั้นเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มีปัญหาเกิดขึ้นอย่างไม่หยุดย่อน เวลาเผชิญปัญหาพยายามอย่าคิดด้านลบ ให้รู้สึกสนุกกับการแก้ไขปัญหา สิ่งนี้จะช่วยเรารับกับปัญหาในการทำงานได้ดีขึ้น

เรียนรู้จากความล้มเหลว

ความล้มเหลว ความผิดพลาดในการทำงาน เป็นสิ่งที่เห็นได้บ่อยในเวลาทำงาน หลายคนเมื่อทำงานพลาด จะเกิดอาการท้อแท้ แล้วมองเป็นความล้มเหลวของตน หากลองปรับเปลี่ยนความคิดดูว่า สิ่งนี้ไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นความรู้ใหม่ให้เรียนรู้ เราจะไม่กลัวความยากลำบาก เกิดความตั้งใจมุ่งมั่นให้ประสบความสำเร็จ เพราะการเรียนรู้จากความผิดพลาดไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นเรื่องควรทำ

เปิดใจรับคำวิจารณ์

นอกจากการเรียนรู้ความล้มเหลวจากอุปสรรคแล้ว การเรียนรู้จากคำวิจารณ์ก็สำคัญ ส่วนใหญ่เรามักมองข้ามไป หากลองสังเกตดี ๆ จะพบว่า คำวิจารณ์ที่ขัดแย้งกับเรา ช่วยให้เรียนรู้หลายอย่าง อยู่ที่ว่าจะมองหรือไม่ คำวิจารณ์ช่วยให้เราเรียนรู้ 3 อย่างอยู่เสมอ คือ เรียนรู้เกี่ยวกับตนเอง เกี่ยวกับงานของเรา และเกี่ยวกับผู้วิจารณ์

ทำงานด้วยใจปล่อยวาง

สิ่งนี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้คนส่วนใหญ่ คือ เมื่อทำงานเสร็จแล้ว ถ้าผู้คนไม่ให้ความสนใจกับผลงานของจะเกิดอาการน้อยใจ เสียใจ  ในความเป็นจริงเมื่อเราทำเต็มที่แล้ว แม้จะยังไม่มีใครเห็นคุณค่าหรือยกย่องสรรเสริญ อย่าไปเสียใจ ให้ถือว่านั่นเป็นงานชิ้นของธรรมชาติ อย่าไปคิดว่าต้องเคร่งเครียดเมื่อชิ้นงานไม่ได้เป็นที่คาดหวังของใครหลายคน การปล่อยวางหรือการปลง จะช่วยให้เรายอมรับความจริงในการไม่รู้สึกทุกข์ใจต่อไป

ความทุกข์ในการทำงาน ไม่จำเป็นต้องมาควบคู่กันกับความเครียด แต่ควรมาควบคู่กับคำว่าทำเต็มที่แต่ไม่ซีเรียส เพราะจะช่วยให้คุณกลายเป็นคนที่ทำงานอย่างมีความสุข และมีประสิทธิภาพในคราวเดียวกันนี่แหละวิถี 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


Content_Kinyupen_กินอยู่เป็น_กยศ..jpg

kinyupen_adminAugust 30, 2019

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. วันนี้กลับมาอยู่ในกระแสอีกครั้ง จากกรณีข่าวค้างชำระหนี้ กยศ. ของ สส.พรรคการเมืองหนึ่ง หลังไม่กี่เดือนก่อนหน้าเพิ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงมาตรการหักเงินเดือนข้าราชการ หรือ พนักงานเอกชนที่ติดหนี้ไปหมาดๆ ซึ่งอาจสร้างความหวาดหวั่นให้ผู้กู้ยืม หรือ ค้างชำระหนี้ กยศ.  โดยเฉพาะกลุ่มเด็กจบใหม่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน หรือ ยังหางานอยู่ ว่าต้องบริหารจัดการ หรือ ควรเริ่มต้นอย่างไรดี

ทีมงานกินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอบอกเลยว่าไม่ต้องกังวล หรือ กังวลจนเกินไป เพราะ “เด็กจบใหม่จะมีระยะปลอดหนี้ 2 ปีให้ตั้งตัวหลังจากจบการศึกษา” เมื่อครบระยะจึงเริ่มจ่ายงวดแรก และค่อยทยอยชำรตามหลักเกณฑ์ โดยมีเวลาในการชำระหนี้ให้เสร็จสิ้นภายใน 15 ปี และสามารถผ่อนผันได้ครั้งละ 1 ปี / ไม่เกิน 2 ครั้ง ตามเงื่อนไขที่กำหนด

ที่นี้ผู้ที่มีหนี้ค้างชำระอยู่ ทั้งเบี้ยปรับ ทั้งเงินต้น ที่ทบไปทบมา ต้องทำยังไง?

ล่าสุด กยศ. ออกมาแถลงมาตรการแก้ไขปัญหาของลูกหนี้ กยศ. ซึ่งทีมงานสรุปประโยชน์จากมาตรการใหม่ที่ลูกหนี้จะได้รับดังนี้ (ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.studentloan.or.th/promotion)

  • ลดเบี้ยปรับ 80% สำหรับผู้กู้ยืมทุกกลุ่มที่ชำระหนี้ปิดบัญชีในครั้งเดียว ระหว่างวันที่ 1 กันยายน 2562 – 29 กุมภาพันธ์ 2563
  • ลดเบี้ยปรับ 75% สำหรับผู้ที่ยังไม่ถูกยื่นฟ้องคดีจาก กยศ. แล้วมาชำระหนี้ค้างทั้งหมดให้มีสถานะปกติ (ไม่ค้างชำระ) ระหว่างวันที่ 1 กันยายน 2562 – 29 กุมภาพันธ์ 2563
  • พักชำระหนี้ 1 ปี สำหรับผู้กู้ยืมที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (สำหรับผู้ที่ยังไม่ถูกฟ้องคดีจาก กยศ.)
  • ลดอัตราเบี้ยปรับจาก 12-18% ต่อปี เหลือ 5% ต่อปี เฉพาะกลุ่มก่อนดำเนินคดี มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562

นอกจากนี้สำหรับผู้กู้ที่ยังอยู่ระหว่างศึกษา กยศ. ใจดีเพิ่มค่าครองชีพให้อีกคนละ 600 บาท/เดือน ตั้งแต่ปีการศึกษา 2563 เป็นต้นไป

เมื่อถูกยื่นฟ้องต้องทำอย่างไร

มาตรการข้างต้นเสมือนเอื้อประโยชน์แก่ผู้ที่ยังไม่ถูกสั่งฟ้องคดีเสียมากกว่า แล้วในกลุ่มของผู้ที่ถูก กยศ. ยื่นฟ้องคดีแล้ว ต้องทำอย่างไร

จากประสบการณ์จริงของหนึ่งในทีมงานกินอยู่เป็น  อธิบายว่า “ไม่ต้องกังวล เพราะหลังจากถูกยื่นฟ้องแล้วก็จะเข้าสู่กระบวนการเจรจาไกล่เกลี่ยยอมความในชั้นศาล ให้เราไปตามนัด จากนั้นศาลจะหารือไกล่เกลี่ย พิจารณาลดเบี้ยปรับ พร้อมขยายเวลาและกำหนดยอดที่ต้องชำระเป็นรายเดือนให้ตามความเหมาะสม จากนั้นก็เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องนำยอดดังกล่าวไปชำระตามช่องทางต่างๆ ซึ่งจะเห็นได้ว่าก็จะมีการลดเบี้ยปรับอยู่แล้ว”

เมื่อเป็นหนี้ หรือ กู้ยืมมาก็จำเป็นต้องใช้คืน และยิ่งเมื่อหนี้ก้อนนี้คือเงินที่สามารถนำไปต่ออนาคตให้กับอีกหลายคน ฉะนั้นผู้ที่ค้างชำระจึงควรคำนึงถึงใจเขา ใจเรา แบ่งสรรปันจ่าย เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้กู้หน้าใหม่ได้มีทุนทรัพย์ยังชีพเพื่อการศึกษาต่อไป

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอเป็นกำลังใจให้ทุกฝ่ายท่าน ส่วนใครที่ชำระหนี้ กยศ. จนครบ ปลดหนี้เรียบร้อยแล้วก็ขอชื่นชมและแสดงความยินดีด้วย


cover_Tattoo_HK.jpg

kinyupen_adminAugust 29, 2019

ทุกความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่สำคัญ มักได้เห็นความคิดสร้างสรรค์ในการแสดงจุดยืนผ่านสัญญะต่างๆ อยู่เสมอ การชุมนุมที่ฮ่องกงก็เช่นเดียวกัน ศิลปะแห่งรอยสักถูกนำมาใช้เป็นสะพานถ่ายทอดเรื่องราวไว้อย่างน่าสนใจ วันนี้ กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต จึงรวบรวมลวดลายต่างๆ ของผู้ชุมนุมฮ่องกง มาถ่ายทอดให้ได้ทราบกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

ตัวอักษรภาษาจีน 2 ตัว หมายถึง “ฮ่องกง” และ’การสุมเชื้อไฟ’

 

 

 

 

 

 

 

 

“ดอกชงโค” ธงชาติฮ่องกง ถูกนำมาใช้สื่อถึงความเป็นอิสรภาพของผู้ประท้วงชาวฮ่องกง

 

 

 

 

 

 

 

 

“การปฏิวัติร่ม” สัญลักษณ์การประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยเต็มใบที่โด่งดังในปี 2557 ถูกนำมารีรันอีกครั้ง

 

 

 

 

 

 

 

 

ดวงตาสีดำเส้นหนาและหยาดน้ำตาสีเลือด นี้ สื่อถึง  “พลเรือนผู้บริสุทธิ์” เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้หญิงที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ดวงตา ซึ่งผู้ประท้วงอ้างว่าเธอถูกยิงด้วยกระสุนปืนจากตำรวจ  จนทำให้วันถัดมาผู้ชุมนุมหลายพันคนที่อยู่ในสนามบินนานาชาติต่างสวมชุดปิดตาและมีโปสเตอร์ยาและป้ายแสดงอาการบาดเจ็บนี้กันโดยพร้อมเพรียง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://edition.cnn.com/style/article/hong-kong-protest-tattoo-intl-hnk-trnd/index.html

เครดิตภาพ : ตามภาพประกอบ


-ปุตราจายา.jpg

kinyupen_adminAugust 28, 2019

สัปดาห์ที่ผ่านมา ภูมิภาคอาเซียนของเราได้เกิดความเคลื่อนไหวที่สำคัญขึ้น นั่นคือ รัฐบาลอินโดนีเซีย ประกาศแผนเตรียมย้ายเมืองหลวงจากกรุงจาการ์ตา บนเกาะชวา ไปยังพื้นที่ระหว่างเขตเปอนาจัม ปาเซร์ อุตารา และกูไต การ์ตาเนอการา จังหวัดกาลิมันตันตะวันออก บนเกาะเบอร์เนียว โดยถือเป็นประเทศที่ 3 ของอาเซียนที่มีการโยกย้ายศูนย์กลางการบริหารของประเทศ ต่อจากเมืองปุตราจายา มาเลเซีย และกรุงเนปิดอว์ของเมียนมาร์

เหตุผลการย้ายครั้งนี้เพราะ ต้องการลดความแออัดของประชากร และลดปัญหาจราจรที่ติดอันดับโลกจนเกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจเฉลี่ยราว 70 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติและกระจายความมั่นคั่งออกนอกเกาะชวา โดยเมืองหลวงใหม่นี้ยังไม่มีชื่อเรียก เพราะเป็นเมืองที่จะสร้างใหม่ทั้งหมด คล้ายเมืองปุตราจายา มาเลเซีย โดยเริ่มก่อสร้างในปี 2564 สามารถเริ่มย้ายคนบางส่วนได้ในปี 2567

รัฐบาลอินโดนีเซีย ระบุเพิ่มเติมว่า หลังย้ายเมืองหลวงแล้ว จาการ์ตาจะยังคงบทบาทเป็นศูนย์กลางทางการค้าและการเงินต่อไปสู่เมืองหลวงใหม่ทำหน้าที่เป็น “ศูนย์ราชการรองรับการทำงานของเจ้าหน้าที่ประมาณ 1.5ล้านคน”

นอกจากการปรับเปลี่ยนโครงสร้างในเชิงบริหารแล้ว อีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจ คือ “การย้ายเมืองหลวงครั้งนี้จะกระทบต่อความเชื่อมั่นนักลงทุน และทำให้ทิศทางการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศต้องเปลี่ยนไปหรือไม่” เพราะที่ผ่านมาอินโดนีเซียพยายามกระตุ้นให้นักลงทุนข้ามชาติ รวมถึงหลายบริษัทขนาดใหญ่จากประเทศไทย อาทิเครือ ปตท. เอสซีจี เซ็นทรัล ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย เจดับเบิ้ลยูดีอินโฟ โลจิสติกส์​ โอสถสภา เข้าไปลงทุนเป็นจำนวนมาก ทำให้ปัจจุบันจาการ์ตามีบริษัทขนาดใหญ่ และขนาดกลางจดทะเบียนรวมอยู่กว่า 1,400 บริษัท และมีบริษัทขนาดเล็กอีกกว่า 16,454 บริษัท ส่งผลให้จาการ์ตาและเกาะชวาสามารถสร้างผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) สูงถึง 58%

และแซคเตอร์ที่น่าจับตามอง คือ อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งอินโดนีเซียตั้งเป้าแข่งขันกับไทยในการขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของภูมิภาคมาโดยตลอด จึงน่าสนใจว่าค่ายรถยนต์ที่ลงทุนในอินโดนีเซีย อาทิ โตโยต้า ไดฮัทสุ ซูซูกิ นิสสัน บีเอ็มดับเบิ้ลยู เมอร์เซเดสเบนซ์ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในจาการ์ตาและเกาะชวา จะมีรีแอคชั่นต่อกรณีนี้อย่างไร

เรื่องนี้ยังคงต้องติดตามกันต่อไป เพราะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น ถือว่าเป็นก้าวที่ควรจับตา ว่าอนาคตต่อไปจะสัมฤทธิ์ผลตามเป้าหมายหรือไม่


_แนะ-6-แอปฯ-ตัดต่อวีดิโอขั้นเทพ-เอาใจ-Yotuber_web-1.jpg

kinyupen_adminAugust 27, 2019

ปัจจุบันเราจะเห็น Youtuber เริ่มจัดทำคลิปวีดิโอรายการหรือคอนเทนท์ของตัวเอง และด้วยยุคดิจิทัลแบบนี้ ขอแนะนำ 6 แอปพลิเคชันตัดต่อภาพหรือคลิปวีดิโอ ให้ผู้ใช้งานที่ชื่นชอบการทำคอนเทนท์วีดิโอได้ใช้งานอย่างสะดวกสบาย เอาใจ Youtuber

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอนำเสนอเรื่องราวเอาใจคนชอบเทคโนโลยี เชื่อว่าปัจจุบัน สมาร์ทโฟนเป็นปัจจัยที่ 5 ในชีวิตประจำวันของมนุษย์ไปแล้ว เลยทำให้บริษัทผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือชื่อดังหลากหลายแบรนด์ ทั้ง ไอโฟน ซัมซุง หัวเว่ย ฯลฯ แข่งกันคิดค้นและผลิตสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ พร้อมคุณสมบัติดี ๆ อาทิ ดีไซน์ รูปทรง ซอฟ์ทแวร์ แอปพลิเคชัน ฯลฯ เพื่อตอบรับความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันได้

แน่นอนว่ามนุษย์ยุคนี้ไม่ได้ใช้สมาร์ทโฟนเพื่อโทรออก รับสาย ส่งข้อความเพียงอย่างเดียวแล้ว ผู้ที่มีไอเดียชอบสร้างสรรค์ผลงานดี ๆ ก็สามารถแจ้งเกิดได้ง่าย ๆ ด้วย 6 แอปพลิเคชัน ที่จะช่วยให้คุณกลายเป็นนักตัดต่อขั้นเทพได้

ข้อมูลจากแฟนเพจ DigiFam Awards รวบรวม 6 แอปพลิเคชันตัดต่อภาพหรือคลิปวีดิโอ ให้ผู้ใช้งานที่ชื่นชอบการทำคอนเทนท์วีดิโอได้ใช้งาน มีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

1. Adobe Premiere Clip : คอนเทนต์ครีเอเตอร์คงใช้แอปพลิเคชันกันบ่อย เนื่องจากใช้งานง่าย เพราะเป็นการย่อส่วนมาจากโปรแกรม Premiere Pro และสามารถนำไฟล์ที่ได้จากการสร้างสรรค์ในแอปพลิเคชันนี้ไปทำงานต่อบนคอมพิวเตอร์ได้อีกด้วย

2. Power Director : เป็นแอปพลิเคชันที่มีเครื่องมือพื้นฐานครบถ้วน มีเอ็ฟเฟ็คและ Transition ให้เลือกกว่า 40 แบบ สามารถทำภาพในสไตล์ Slow Motion ได้อย่างสวยงาม

3. Action Director : เหมาะสำหรับงานเล็ก ๆ งานที่เร่งรีบ เพราะมีเครื่องมือพื้นฐานครบถ้วน

4. Kine Master : แอปพลิเคชันนี้เหมาะสำหรับการทำคลิปวิดีโอลง Youtube สร้างสรรค์งานได้หลายเลเยอร์ และมี Audio Filter ดัดเสียง เรียกว่า แอปพลิเคชันนี้ควรค่าแก่คนที่ชื่นชอบการทำ Yotuber เลยทีเดียว

5. Quik by Gopro : เหมาะสำหรับคอนเทนต์ครีเอเตอร์สายสวย ที่ชอบสร้างสรรค์งานด้วยการใส่ฟิลเตอร์ เหมือนทำมิวสิกวิดีโอ ซึ่งแอปพลิเคชันนี้หากใครมือฉมัง ทำออกมารับรองกลายเป็นมิวสิกวีดีโอขั้นเทพไปเลย

6. VivaVideo : เป็นแอปพลิเคชันที่เหมาะสำหรับการทำคลิปวิดีโอสั้น ๆ งานเร่งรีบ แต่โดนใจชาวดิจิทัล เพราะมีลูกเล่นฟีเจอร์ที่หลากหลาย

ทั้งหมดนี้คือ 6 แอปพลิเคชันตัดต่อภาพหรือคลิปวีดิโอ เอาใจคนที่ชื่นชอบหรือมีไอเดียสร้างสรรค์คลิปวิดีโอดี ๆ เผยแพร่ผ่านช่องทางต่าง ๆ ใครที่มีความคิดที่อยากจะเป็น Youtuber หรือคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ลองทำง่าย ๆ ด้วยการถ่ายคลิปตัวเองขณะไปเที่ยวหรือทำกิจกรรมอื่น ๆ แล้วลองตัดเป็นคลิปสั้น ๆ ส่งให้เพื่อนดู ค่อย ๆ ฝึกฝน แล้วคุณจะชำนาญและแม่นในการใช้แอปพลิเคชันดังกล่าวอย่างแน่นอน และนี่คือวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


_ชวนเที่ยว-อุทยานฯ-แก่งกระจาน-สัมผัสความสดชื่นช่วงฤดูฝน_web.jpg

kinyupen_adminAugust 25, 2019

สุดสัปดาห์นี้ เอาใจคนรักการท่องเที่ยวแบบสัมผัสธรรมชาติ ชวนไปเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ที่แห่งนี้มีกลิ่นไอของต้นไม้ ลำธาร และความเป็นธรรมชาติที่แท้จริง และนี่สำคัญยูเนสโก้เสนอชื่อให้เป็นแหล่งมรดกโลกใหม่ ประจำปี 2562 อีกด้วย

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอนำเสนอเรื่องราวของสถานที่ท่องเที่ยวเอาใจคนที่ไม่ชอบอยู่บ้านสักหน่อย วันหยุดสุดสัปดาห์แบบนี้ แถมช่วงนี้เป็นช่วงหน้าฝน ถ้ายังไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดี ลองไปเที่ยวในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานกันดีกว่า ไปสัมผัสกับอาการธรรมชาติ กลิ่นไอของฝนที่อาจจะมีตกลงมาบ้างบางเวลา แต่ได้กลิ่นไอของต้นไม้ ลำธาร และความเป็นธรรมชาติที่แท้จริง ล่าสุด พื้นที่ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานได้ถูกเสนอชื่อโดยคณะกรรมการมรดกโลกขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ให้เป็นแหล่งมรดกโลกใหม่ ประจำปี 2562 อีกด้วย

สำหรับอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มีพื้นที่ครอบคลุม อ.หนองหญ้าปล้อง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี และ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีพื้นที่มากที่สุดในประเทศไทย มีสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ เป็นป่าต้นน้ำของแม่น้ำเพชรบุรีและแม่น้ำปราณบุรี และมีลักษณะเด่นทางธรรมชาติที่สำคัญหลายแห่ง เช่น ทะเลสาบ น้ำตก ถ้ำ หน้าผาที่สวยงาม มีเนื้อที่ประมาณ 1,821,687.84 ไร่ หรือ 2,914.70 ตารางกิโลเมตร โดยมีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ประกอบด้วย

1. เขาพะเนินทุ่ง เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของอุทยานฯ ในเขตประเทศไทย อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 50 กิโลเมตร เป็นภูเขาสูง มีบริเวณที่เป็นทุ่งหญ้ากว้าง ในระดับความสูง 960 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง บริเวณโดยรอบเป็นป่าดิบเขา มีสัตว์ป่าชุกชุม ทิวทัศน์งดงาม จากยอดเขาสามารถเห็นทะเลหมอกในช่วงฤดูฝนต่อฤดูหนาว การเดินทางต้องใช้เวลา 2 วัน พักค้างแรม 1 คืนระหว่างทาง และติดต่อขอเจ้าหน้าที่นำทาง อาหารและเต็นท์สำหรับพักค้างแรมไปเอง

2. พะเนินทุ่งแคมป์ เป็นจุดชมวิวที่สามารถชมทะเลหมอกในตอนเช้าได้สวยอีกจุดหนึ่ง และสามารถกางเต็นท์พักแรมได้ การเดินทางต้องใช้รถที่มีกำลังสูง สามารถเหมารถปิกอัพได้จากบริเวณที่ทำการอุทยานฯ เนื่องจากถนนค่อนข้างแคบ อุทยานฯ จึงได้กำหนดเวลาในการขึ้น-ลง คือ เวลาขึ้น ช่วงเช้าเวลา 05.00-09.30 น. ช่วงบ่ายเวลา 14.30-15.00 น. เวลาลง ช่วงเช้าเวลา 12.00-13.00 น. ช่วงบ่ายเวลา16.30-18.00 น. สำหรับผู้ที่ต้องการจะขึ้นเขาพะเนินทุ่งต้องติดต่อที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเพื่อขอใบอนุญาตผ่านทาง โดยเสียค่าธรรมเนียม คือ ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท รถยนต์สี่ล้อ 30 บาท รถกระบะ 40 บาท รถตู้ 50 บาท รถยนต์มากกว่าสี่ล้อ 70-80 บาท และผู้ที่ต้องการจะขึ้นเขาพะเนินทุ่ง เวลา 05.00 น. ต้องทำใบขออนุญาตล่วงหน้า 1 วัน

3. น้ำตกทอทิพย์ อยู่ห่างจากเขาพะเนินทุ่ง 15 กิโลเมตร สามารถเดินทางโดยรถยนต์ และเดินทางเท้าเข้าถึงตัวน้ำตกประมาณ 4 กิโลเมตร มีความสูง 9 ชั้น ชั้นที่ 5 เป็นชั้นที่สวยที่สุด แต่ละชั้นสวยงามแปลกตา สภาพโดยรอบเป็นป่าไม้ร่มรื่น ทั้งนี้ การเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ลึกเข้าไปในผืนป่า ควรขอคำแนะนำและคนนำทางจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ก่อน นอกจากนี้ ควรใช้รถยนต์ที่มีกำลังเครื่องดีเพราะเส้นทางผ่านหุบเขาลาดชัน

 

สำหรับการเดินทางไปอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน สามารถเดินทางได้โดยรถยนต์ จากกรุงเทพฯ ไปตามทางหลวงหมายเลข 35 ถึงอำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี จากนั้นใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านแยกเข้าตัวเมืองเพชรบุรี จะถึงสี่แยกท่ายาง เลี้ยวขวาเข้าอำเภอท่ายาง แล้ววิ่งไปตามถนนเลียบคลองชลประทาน ตามทางหลวงหมายเลข 3499 ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร ก็จะถึงอำเภอแก่งกระจาน จากปากทางเข้าอุทยานฯ อีก 4 กิโลเมตรจะถึงที่ทำการอุทยานฯ หรือจะเดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง จะมีรถสายกรุงเทพฯ-ท่ายาง ลงที่ตลาดท่ายาง จากนั้นต่อรถสองแถวไปตลาดแก่งกระจาน และต่อรถรับจ้างหรือจักรยานยนต์ไปอีก 4 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานฯ

ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยว และมีสถานที่กางเต็นท์บริเวณอ่างเก็บน้ำ บริเวณเขาพะเนินทุ่ง และบริเวณแค้มป์บ้านกร่าง อุทยานฯ มีเต็นท์ให้เช่า โดยนักท่องเที่ยวสามารถติดต่อจองบ้านพักในอุทยานฯ ได้ที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760 หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โทร. 0 3245 9293 และนี่คือวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต

 

ขอขอบคุณ : ข้อมูลจาก : dnp.go.th , tatcontactcenter