Content_เม็ดกรวด_Cover_1.jpg

kinyupen_adminJanuary 2, 2020

ในชีวิตแห่งโลกทำงาน เชื่อว่าหลายคนคงเจอปัญหาไม่มากก็น้อย ตามแต่สภาวะการณ์ และการปรับตัวปรับใจ คนที่แข็งแรงก็อาจก้าวข้ามไปได้ ใช้เวลาไม่นาน หากคนที่อ่อนวุฒิภาวะ อารมณ์เปราะบาง ก็มักเก็บสะสมพอกใจจนทำให้ปัญหาที่อาจเป็นเพียงเม็ดกรวด หรือเม็ดทรายทางความคิดลุกลามจนไม่มีความสุข อยากลาออก ลามจากป่วยใจสู่ป่วยกาย

ส่วนหนึ่งของปัญหาในที่ทำงาน บ้างก็ว่าอาจมาจากการถูกจำกัดกรอบความคิด การไม่รับฟังทั้งจากหัวหน้า หรือเพื่อนร่วมงาน ทำให้รู้สึกหมดคุณค่า ขาดความคิดใหม่ๆ ทำอะไรผิดไปหมด คิดต่อยอดจินตนาการทางลบทบไปเรื่อยๆในทุกๆ วัน และเข้าสู่โหมด “หมดไฟ หมดใจ” สุดท้ายงานไม่เดิน ล้มเหลว

ถ้าพิจารณาปัจจัยสำคัญของปัญหาเหล่านี้ เหมือนถอยตัวเองออกจากวงล้อแห่งปัญหา ผสานกับพลิกมุมคิด และการเอาใจเขามาใส่ใจเรา ปัญหาที่ว่าแย่ ไฟที่ว่าหมด ก็อาจลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง  กินอยู่เป็น 360องศา มีหลักการพื้นฐานที่อาจเป็นแนวทางหลุดพ้น

  1. จดปัญหา ทั้งหมดที่ “รู้สึกแย่”   ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ เขียนให้หมด
  2. วิเคราะห์ที่มาของปัญหาแต่ละข้อ หาจุดเชื่อมโยง บางทีที่คิดว่า 10 ปัญหาอาจมาจากเรื่องเดียว
  3. แยกปัญหา ว่าอันไหนแก้ได้ด้วยตัวเรา ด้วยใจเรา และกำหนดเป้าหมาย
  4. ปัญหาที่ว่า เราแก้ไม่ได้ ลองปรับใช้หลัก ใจเขา ใจเรา หรือพลิกมุมคิด น้ำหนักของปัญหาก็อาจลดลงและหายไปในที่สุด เพราะบางปัญหาต้องใช้ระยะเวลาในการพิสูจน์ ผสานกับความพยายามและตั้งใจ

แมนพาวเวอร์กรุ๊ป บริษัทหางานชั้นนำระดับโลก ให้หลักคิดที่เรียกว่า ศิลปะการแก้ปัญหา เพื่อช่วยให้ง่ายขึ้น และสามารถจัดการปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไว้ 3 ข้อดังนี้

1.คิดอย่างสร้างสรรค์ (Flexible Thought): ระหว่างคิดถึงสาเหตุของการแก้ปัญหาอยู่นั้น อย่าให้มองในแง่ลบ คิดว่าปัญหานี้สามารถแก้ได้อย่างไร ให้หลุดจากกรอบเดิมที่ครอบเราไว้ จะช่วยให้มีไอเดียใหม่ๆ ในการแก้ปัญหา

2.ใช้ใจเป็นที่ตั้ง (Everything is mind ): ร่างกายและจิตใจ จะมีส่วนเชื่อมโยงกันอยู่เสมอ หากเราเคร่งเครียดอยู่กับการทำงานมากจนเกินไป ย่อมส่งผลกระทบต่อจิตใจจนเกิดความเครียด อาจเป็นสาเหตุให้เราคิดวิธีแก้ปัญหาด้วยตนเองไม่ออก ดังนั้น ลองออกไปหากิจกรรมทำเพื่อให้จิตใจมีความผ่อนคลาย

3.มีสติ (Be Conscious): สติเป็นสิ่งสำคัญ ช่วยให้เรามีลักษณะวิธีความคิด การวางแผนจัดการปัญหาได้ดี จนทำให้ยอมรับฟังความคิดของตนเองและคนอื่น ช่วยในเรื่องของการแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้องและเหมาะสม

 นึกไว้เสมอว่า “ปัญหาทุกอย่างมีทางออกเสมอ” ทีมงานกินอยู่เป็นขอเป็นหนึ่งกำลังใจเล็กๆ ให้มนุษย์เงินเดือนทุกท่าน เผชิญกับปัญหาอย่างสตรอง!


_รวมพิกัดวัดดัง-จัดงาน-สวดมนต์ข้ามปี_web.jpg

kinyupen_adminDecember 30, 2019

 

ใกล้ถึงช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ปี 2563 แล้ว หลายคนเตรียมหาสถานที่นับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่กันแล้ว แต่ถ้าใครที่ชื่นชอบการเข้าวัดเข้าวา แนะนำให้ไปร่วมกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตจะดีกว่า กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต รวบรวมวัดดังทั่วประเทศที่จัดงาน “สวดมนต์ข้ามปี” มาไว้ให้แล้ว

 

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอนำเสนอเรื่องราวเอาใจคนที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวพุทธผู้ที่ชอบการเข้าวัดเข้าวา ไหว้พระ สักการะสิ่งศักดิ์ ต้องบอกเลยว่าอีกไม่กี่วันแล้วก็จะก้าวเข้าสู่ปี พ.ศ.2563 แล้ว ชาวพุทธจำนวนหนึ่งทุกเพศ ทุกวัย เริ่มหันมาให้ความสนใจในการเข้าวัดเข้าวากันมากพอสมควร ช่วงวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ก็เช่นกัน ชาวพุทธเลือกที่จะมาสวดมนต์ข้ามปีกัน เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตในปี 2563

 

สวดมนต์ข้ามปี” มีที่มาที่ไปอย่างไร

 

จริง ๆ แล้ว การสวดมนต์ข้ามปีเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2548 กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ริเริ่มกิจกรรมนี้ขึ้น โดยจัดขึ้นที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เป็นที่แรกแห่งแรก และถือเป็นวัดต้นแบบการสวดมนต์ข้ามปี กระทั่งในเดือนธันวาคม พ.ศ.2553 ที่ประชุมมหาเถรสมาคม มีมติให้วัดทุกวัด จัดสวดมนต์ข้ามปีทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยส่วนกลางอยู่ที่วัดสระเกศฯ (วัดภูเขาทอง) , ภาคเหนือ มีศูนย์กลางอยู่ที่วัดพระธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ , ภาคอีสาน มีศูนย์กลางอยู่ที่วัดพระธาตุพนม จ.นครพนม และ ภาคใต้ มีศูนย์กลางอยู่ที่วัดบรมธาตุไชยา จ.สุราษฎร์ธานี

 

พร้อมกันนี้ ได้ให้วัดเจ้าคณะจังหวัดทุกจังหวัดเป็นศูนย์กลางการสวดมนต์ข้ามปีของจังหวัดนั้น ๆ ให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นศูนย์กลางการอำนวยการ ประสานกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนในการจัดสวดมนต์ข้ามปี จนกลายมาเป็นที่นิยมแพร่หลายในปัจจุบัน

 

เราจะได้อะไรจากการ “สวดมนต์ข้ามปี”

 

การสวดมนต์ข้ามปีมีประโยชน์มาก เพราะการเข้าวัดเข้าวาสวดมนต์นั้นช่วยให้จิตเป็นสมาธิ เพราะขณะนั้นผู้สวดต้องสำรวมใจแน่วแน่ เมื่อจิตเป็นสมาธิ ความสงบเยือกเย็นในจิตจะเกิดขึ้น เป็นการกระทำที่ได้ปัญญา ถ้าการสวดมนต์โดยรู้คำแปลรู้ความหมายก็ย่อมทำให้ผู้สวดได้ปัญญาความรู้ ถือเป็นการตัดความเห็นแก่ตัว เพราะในขณะนั้นอารมณ์จะไปหน่วงอยู่ที่การสวดมนต์อย่างตั้งใจ เป็นสิริมงคล ทั้งแก่ชีวิตตน และ บริวารคนรอบตัว สามารถไล่ความขี้เกียจได้ เพราะในขณะที่สวดมนต์ อารมณ์เบื่อ เซื่องซึม ง่วงนอน ความเกียจคร้านจะหมดไป เปรียบเสมือนการได้เฝ้าพระพุทธเจ้า เพราะขณะนั้นผู้สวดมี กาย วาจา ปกติ เปรียบเสมือนได้เฝ้าพระพุทธเจ้าด้วยการปฏิบัติบูชา ครบไตรสิกขาอย่างแท้จริง

 

และในโอกาสส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ก็คือปี พ.ศ.2563 ที่จะมาถึงนี้ วัดวาอารามหลายแห่งได้มีการจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีขึ้น ทั้งในกรุงเทพฯ รวมไปถึงต่างจังหวัด หากใครไม่รู้ว่าจะไปวัดไหนดี หรือวัดไหนจัดกิจกรรมบ้าง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต รวบรวมวัดดังทั่วประเทศที่จัดงาน “สวดมนต์ข้ามปี” มาไว้ให้แล้ว

 

พิกัดกรุงเทพมหานคร

  1. มณฑลพิธีท้องสนามหลวง
  2. วัดสระเกศฯ
  3. วัดอรุณราชวราราม
  4. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
  5. วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม
  6. วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
  7. วัดบวรนิเวศวิหาร
  8. วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
  9. วัดสุทัศนเทพวราราม
  10. วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก
  11. วัดบึงทองหลาง
  12. วัดเทพลีลา
  13. วัดลาดพร้าว
  14. วัดพระศรีมหาธาตุ

 

พิกัดภาคกลาง

  1. วัดใหญ่ชัยมงคล อ.พระนครศรีอยุธยา
  2. วัดใหญ่ชัยมงคล จ.อยุธยา
  3. วัดบางแก้ว จ.ฉะเชิงเทรา
  4. วัดโสธรวราราม จ.ฉะเชิงเทรา
  5. วัดใหญ่ จ.สมุทรปราการ
  6. วัดเนินพระ จ.ระยอง
  7. วัดไผ่ล้อม จ.ตราด
  8. วัดป่าเลไลยก์ จ.สุพรรณบุรี
  9. วัดพระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม
  10. วัดปัญญานันทาราม จ.ปทุมธานี
  11. วัดไผ่เหลือง จ.นนทบุรี
  12. พุทธมณฑล จ.นครปฐม
  13. ต้นบุญธรรมสถาณ จ.ชลบุรี
  14. วัดหนองอำเภอจีน จ.กาญจนบุรี
  15. วัดพระนอนจักรสีห์ จ.สิงห์บุรี

 

พิกัดภาคเหนือ

  1. วัดพระธาตุดอยสุเทพฯ จ.เชียงใหม่
  2. วัดสันกำแพง จ.เชียงใหม่
  3. วัดกำแพงมณี จ.พิษณุโลก
  4. วัดพระศรีรัตนมหาตุวรมหาวิหาร จ.พิษณุโลก
  5. วัดศรีมหาโพธิ์ จ.สุโขทัย
  6. วัดบ้านน้อย จ.พิจิตร
  7. วัดท่าหลวง จ.พิจิตร
  8. วัดพระธาตุผาเงา จ.เชียงราย
  9. วัดคลองโพธิ์ จ.อุตรดิตถ์
  10. วัดหาดสองแคว จ.อุตรดิตถ์
  11. วัดพระธาตุดอยกองมู จ.แม่ฮ่องสอน
  12. วัดพระธาตุแช่แห้ง จ.น่าน
  13. วัดศรีอุโมงค์คำ จ.พะเยา
  14. วัดศรีโคมคำ จ.พะเยา
  15. วัดพระธาตุแช่แห้ง จ.น่าน

 

พิกัดภาคอีสาน

  1. วัดพิศาล จ.ขอนแก่น
  2. วัดหนองแวง จ.ขอนแก่น
  3. วัดขุนพรหมดำริ (บ้านอุปราช) จ.มหาสารคาม
  4. วัดโสมนัส จ.มหาสารคาม
  5. วัดโพธิการาม จ.ร้อยเอ็ด
  6. วัดบูรพาภิรมย์ จ.สกลนคร
  7. วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร จ.สกลนคร
  8. วัดทุ่งศรีเมือง จ.อุบลราชธานี
  9. วัดเทพมงคล จ.อำนาจเจริญ
  10. วัดโพนวิมาน จ.กาฬสินธุ์
  11. วัดชัยมงคลโคกค่าย จ.กาฬสินธุ์
  12. วัดมัฌชิมาวาส จ.อุดรธานี
  13. วัดยางตลาด จ.ยโสธร
  14. วัดโพธิ์ชัย จ.หนองคาย
  15. วัดป่าสันติธรร จ.ชัยภูมิ

 

พิกัดภาคใต้

  1. อาศรมสุญญตา จ.ประจวบคีรีขันธ์
  2. วัดพระพรหม จ.นครศรีธรรมราช
  3. วัดมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช
  4. วัดเขาไม้แก้ว จ.ตรัง
  5. วัดนิคมพัฒนาราม (ผังเจ็ด) จ.สตูล
  6. วัดคลองแห จ.สงขลา
  7. วัดโคกสมานคุณ จ.สงขลา
  8. วัดพรหมนิวาส จ.นราธิวาส
  9. วัดถ้ำสุมะโน จ.พัทลุง
  10. วัดตะโปทาราม จ.ระนอง
  11. วัดท่าไทร ต.ท่าทองใหม่ จ.สุราษฎร์ธานี
  12. วัดท่าเรือ จ.ภูเก็ต
  13. วัดขันเงิน จ.ชุมพร
  14. วัดไผ่ล้อม จ.กระบี่

 

นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ การ “สวดมนต์ข้ามปี” จึงกลายเป็นกิจกรรมยอดนิยมที่แพร่หลายไปทั่วประเทศ ถือเป็นการเริ่มต้นของการนำมิติทางศาสนาเข้ามาสู่กิจกรรมส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ นับถอยหลังหรือเคาท์ดาวน์ด้วยเสียงเจริญพระพุทธมนต์และสวดมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เจริญรุ่งเรือง พร้อมกับการต้อนรับปีใหม่ โดยมีพระพุทธศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ และเป็นการรักษาประเพณีวัฒนธรรมในมิติทางศาสนา สืบสานวิถีถิ่น วิถีไทย อย่างมั่นคง และยั่งยืน และนี่คือวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


Content_ความสุข_ushape_Cover_1.jpg

kinyupen_adminDecember 27, 2019

 

 

เรามักเชื่อกันว่าช่วงวัยเด็ก คือวัยที่มีความสุขมากที่สุด เพราะไม่ต้องเผชิญกับปัญหาหรือเงื่อนไขของชีวิตและเมื่ออายุมากขึ้นความสุขก็ห่างออกไปเหมือนอย่างที่ปีเตอร์แพน เด็กชายผู้ปฏิเสธการเป็นผู้ใหญ่บอกกับเวนดี้  ว่า “Don’t grow up it’s a trap”

แต่..ช้าก่อนอย่าเพิ่งหดหู่ เพราะ Jonathan Rauch ผู้เขียนหนังสือ The Happiness Curve : Why Life Gets Better After 50 ได้ทำการศึกษาทั้งในแง่จิตวิทยาและเศรษฐศาสตร์แล้วพบว่า ความสุขผันตามช่วงตามสถานการณ์เหมือน U shape  คือมีขึ้น มีลง และมีขึ้น และช่วงที่แย่สุด คือวัย 40 แต่จะดีขึ้นเมื่อ วัย 50

 

ช่วงอายุ 20-30 ความสุขจะอยู่ระดับสูงสุด : ช่วงเริ่มต้นใหม่ มีรายได้ มีสังคมใหม่ หรืออาจเริ่มมีครอบครัว วัยที่มีอนาคต มีความหวังและสนุกสนาน

 

ช่วงอายุ 35 – 46 ความสุขจะค่อยๆลดลง และต่ำสุดช่วงปลายอายุ 40 หรือที่เรียกกันว่าช่วง Mid-Life crisis ด้วยคนในช่วงวัยนี้อาจถูกคาดหวัง หรือ กดดันตัวเองบนจุดสุดยอดของความสำเร็จทั้งในด้านครอบครัว และการงานซึ่งในด้านหนึ่งสำเร็จ แต่อีกด้านหนึ่งล้มเหลวจึงเป็นช่วงที่คนวัยนี้แบกรับความกดดันหนักสุด โดยช่วงอายุนี้ถ้าในสหรัฐอเมริกาพบว่าเป็นช่วงวัยที่ใช้ยาลดอาการซึมเศร้า หรือยานอนหลับสูงสุดแต่ก็มีหลายคนที่ช่วงนี้ชีวิตพลิกผันกลายเป็น Mid -life transition

 

ช่วงอายุ  50 ขึ้นไปความสุขจะค่อยกลับมาเพิ่มขึ้น และยาวไปถึงช่วง 70 ทั้งนี้เพราะความคาดหวังในชีวิตลดลง ประสบการณ์ที่สั่งสมทำให้เข้าใจและปรับภาวะอารมณ์ได้ดีขึ้นโดยช่วงวัยนี้ถ้าเป็นคนไทยนับถือศาสนาพุทธจะเห็นว่าส่วนหนึ่งเริ่มเข้าหาศาสนามากขึ้น

 

อย่างไรก็ตามความสุขในแต่ละช่วงวัยก็เหมือนหลักการคร่าวๆ ที่อาจเอาไว้เป็นข้อคิดดึงตัวเองเวลาอารมณ์ดิ่งลงต่ำ หรืออาจใช้วิธีแบบ Anne Frank ที่ว่า. “จงคิดถึงสิ่งสวยงามที่ยังคงอยู่รายรอบตัว และมีความสุขไปกับมัน” เพราะเชื่อว่าในช่วงที่ทุกข์ มันมีมุมดีๆ มีความสวยงามแฝงอยู่เสมอ


Content_50_Cover_1.jpg

kinyupen_adminDecember 26, 2019

 

เงินทอง ของหายาก แก่แล้ว เอาไงดี?  อายุเพิ่มมากขึ้น สิ่งที่ต้องคำนึง เพื่อให้ กินอยู่เป็น  น่าจะต้องครอบคลุม 3 ปัจจัยหลัก เงินทองต้องรู้ และจัดการ. 2 สุขภาพต้องดี และแข็งแรง กินให้เป็น โดยทั้ง 3 ส่วนนี้จะช่วยทำให้ชีวิตสูงวัย สวยงามและประหยัดยาว ยาว

 

  1. การเงิน อันดับแรกเช็คสถานะเงินออม ว่ามีเท่าไร ฝากออมแบบไหนได้ดอกเบี้ยเท่าไร และก่อนเกษียณต้องคุยกับแผนกบุคคลถึงแผนประหยัดภาษีที่จะได้จากเงินสะสม โดยดอกเบี้ยเงินฝาก เงินกองทุน หรือเงินลงทุนจะแตกต่างกัน ให้จัดสรร แยกเป็นกองๆและความจำเป็น ประการต่อมาหางานอดิเรก งานถนัดที่สามารถสร้างรายได้ เพื่อลดภาระการใช้เงินออมในชีวิตประจำวัน ทั้งอาจมีเหลือเก็บเพิ่มขึ้น หากอาจต้องลดตัวตนลงบ้าง เช่น ทำงานฝีมือ รับล้างรถ รับทำความสะอาดบ้าน ทำอาหารหรือทำขนมส่งตามบ้าน ซ่อมแซมเสื้อผ้า หรือของใช้ประจำบ้าน

 

ถัดมาจัดการสิ่งของไม่จำเป็น ซึ่งควรหาเวลาว่าง ค่อยๆเคลียร์ของใช้ในบ้าน เริ่มจากของใช้ ของสะสม และของมีค่า หลายอย่างมีไว้สุดท้ายก็ไม่ได้ใช้อย่าเสียดาย แต่ถ้าตัดใจไม่ลงจริงๆ อาจจัดลำดับอายุ 50 ขายเครื่องใช้ หนังสือ เสื้อผ้า   อายุ 60 ขายเครื่องครัว ของสะสม  เครื่องเรือนที่ไม่จำเป็น อายุ 70 ขายเครื่องประดับ พระเครื่อง หรือ ที่ดินบ้านพักตากอากาศ  ของที่มีค่าให้คนช่วยขายใน online หรือตั้งขายในกลุ่มตลาดนัดกลางคืน ส่วนของที่ขายไม่ออก บริจาคแบ่งปัน ซึ่งมีหลายแห่งที่รับบริจาคทั้งเรือนจำ. โรงเรียน  หรือปันกัน

 

  1. สุขภาพ  สำคัญ เพราะอายุมาก ร่างกายถดถอย  แต่อาจไม่จำเป็นที่ต้องเช็คสุขภาพแบบจัดเต็มทุกปี หากให้รู้วิธีเลือกตรวจ ที่สำคัญ ต้องเน้น ความดัน ไขมัน น้ำตาล. และรู้จุดด้อยของร่างกายตัวเอง หลักการง่ายๆ พ่อแม่ มีโรคประจำตัวอะไร เรามักมียีนส์ด้อยแบบนั้นตาม ผนวกกับต้องเริ่มรู้จักออกกำลัง ชอบแบบไหนทำแบบนั้น แต่ที่ควรเพิ่มคือการยืด เหยียดเส้น เนื่องจากอายุเยอะ เลือดลม และเส้นเอ็นจะไม่เหมือนเดิม เช่น โยคะ ไทชิ  แต่ทั้งนี้อาจต้องยอมเข้าคลาสเพื่อให้เข้าใจ และมีพื้นฐานที่ดี ก่อนทำเองที่บ้าน  และท้ายสุดควรมีการนอนที่ดี

 

  1. การกิน หนึ่งในหัวใจสำคัญที่เกี่ยวทั้งเงินและสุขภาพ หากกินดี กินเป็น จะส่งผลต่อสุขภาพและประหยัด เริ่มจากหัดทำอาหาร หรือต้มน้ำสมุนไพรดื่มเอง ควรเริ่ม หรือปลูกเพิ่มพวกผักสมุนไพรพื้นบ้าน อาทิ รางจืด. ใบเตย ตะไคร้  กะเพรา หรือโหระพา

เลี่ยงอาหารมัน และลดขนมหวาน เพิ่มปริมาณผักช่วยการย่อย

 

เสร็จ 3 ขั้นตอน ก็เข้าสู่เตรียมตัว ขั้นสุดท้าย

  • ทำรายการ ยกอวัยวะและร่างกาย เพื่อตัดหรือลดทอนปัญหากรณีไม่มีลูกหลาน
  • ทำหนังสือแสดงเจตนา ไม่รับการรักษาเพื่อยื้อชีวิต หากไม่ชอบวิธีการรักษาแบบใส่สายโยงระยาง
  • รายการทรัพย์สินเก็บไว้ เพื่อไม่ให้ตกหล่น หรือสูญหาย
  • รายการหนี้สิน กรณีนี้จำเป็นถ้าเป็นไปได้ควรจะจัดการให้เรียบร้อย โดยเฉพาะในเรื่องค้ำประกัน เพราะสิ่งทีคุณคิดว่าไม่เป็นไร  อาจทำให้เป็นภาระของลูกหลาน

Content_Horo_ดวงปี_Cover_1.jpg

kinyupen_adminDecember 23, 2019

กินอยู่เป็น X Horoscope ทำนายดวงชะตาของผู้ที่เกิดลัคนาทั้ง 12 ราศี ตลอดปี 2563

พร้อมมอบสิทธิพิเศษ ทำนายดวงชะตาแบบ Exclusive ฟรี!!! กับ อาจารย์จ๊ะ วรรณอนงค์ เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตของคุณต้อนรับปีใหม่

กติกาง่ายๆ

  1. Like & Share โพสต์นี้
  2. แคปหลักฐานยืนยันสิทธิ์ในคอมเมนต์

พร้อมบอก “ชื่อและเดือนเกิดของคุณ”

*ประกาศผลผู้โชคดีวันที่ 2 มกราคม 2563

///////////////////////////////////////////////////////////////////

 

  1. ราศีเมษ : สุขภาพไม่ดี ลดความเครียด มองโลกแง่บวกให้มากขึ้น

ลัคนาราศีเมษ เนื่องจากดาว ๓ ซึ่งเป็นดาวประจำราศีเมษ เข้าสู่ราศีพิจิก ซึ่งเป็นเรือมรณะตั้งแต่ 25 ธ.ค.62  จนถึง 7 ก.พ.63 จะทำให้มีความเจ็บป่วย จิตใจหดหู่ และการทำงานก็จะไม่ค่อยกระตือรือร้นนัก ประกอบกับดาวมฤตยูก็ยังอยู่ราศีเมษ ทำให้ความคิดความอ่านเรื่องต่างๆ ไม่แน่นอนสับสน ในช่วงนี้จะให้ดีชาวราศีเมษควรจะไปปฏิบัติธรรม ถือศีล หรือ ถวายสังฆทาน ปล่อยนกปล่อยปลา เพื่อให้เกิดกำลังใจ มีความเข้มแข็งมากขึ้น

ระวังเรื่องอุบัติเหตุ และความเจ็บป่วยอีกครั้งช่วง 13 เม.ย.-15 พ.ค. และ 9 ต.ค.-26 ธ.ค. 63  เนื่องจากดาว ๓ เดินผิดปกติส่งผลเรื่องสุขภาพจากวันที่ 8 ก.พ.63 เป็นต้นไป คนที่ทำงานเกี่ยวกับการเดินทางทั้งไกลและใกล้ จะประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ส่วนคนทำงานด้านอื่นก็จะไปได้เรื่อยๆ

การลงทุนต่างๆ ควรจะค่อยเป็นค่อยไป ไม่ต้องรีบร้อน การเงินยังต้องระมัดระวังการใช้จ่าย ไม่หาภาระ ควรสันโดษ ใช้จ่ายอย่างประหยัด

ด้านความรัก

ก็ยังคงไปได้เรื่อยๆ เช่นกันเนื่องจากคนราศีนี้จริงจังไปทุกเรื่อง ไม่มีความโรแมนติกเท่าไหร่นัก คนอยู่ด้วยต้องหนักแน่น และต้องปรับตัวปรับใจค่อนข้างมาก เพื่อความสงบสุขก็มักจะยอมเสมอ

ข้อแนะนำ ให้ชาวราศีเมษ ควรตรวจสุขภาพทุกๆ 3 เดือน ในปีนี้ และหาเวลาผ่อนคลายจิตใจอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากความเครียดคิดมาก มองโลกในแง่บวกๆ จะทำให้มีความสุขมากขึ้น

///////////////////////////////////////////////////////////////////

 

  1. ราศีพฤษภ : การเงินให้รัดเข็มขัด ระวังติดลบ

ลัคนาราศีพฤษภ เนื่องจากดาว ๖ ซึ่งเป็นดาวประจำราศีพฤษภ อยู่ราศีมังกร 11 ม.ค.63 เป็นเรื่องศุภะ ทำให้เดินทางท่องเที่ยว ชอบสนุกสนาน ใช้เงินมาก ทำให้ติดลบกันตั้งแต่ต้นปีเลย ประกอบกับ ๘ อยู่เรือนการเงินทำให้รายจ่ายสูงใช้เงินเกินตัว ที่ต้องระมัดระวังในการใช้จ่ายและเนื่องจากดาว ๕ ซึ่งเคยอยู่ราศีพิจิก เล็งลัคนาเดิมอยู่ ได้ย้ายราศีไปราศีธนูแล้วเมื่อ ​30 ต.ค.62 ทำให้ชาวราศีพฤษภขาดตัวช่วย หุ้นส่วน,คนรัก,ผู้อุปถัมภ์ ก็มีภาระหน้าที่อื่นไม่สามารถช่วยเหลือได้ ฉะนั้นคนราศีพฤษภต้องรัดเข็มขัดกันตั้งแต่ต้นปี ตลอดทั้งปีนี้ด้วย

ด้านสุขภาพ

ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ออกกำลังกายสม่ำเสมอก็จะดีอยู่แล้ว

ความรัก

ยังคงเป็นกำลังใจให้กันได้ ส่วนเรื่องเนก็ต้องตัวใครตัวมันไปก่อน

การงาน

ไม่ควรเปลี่ยนแปลงการงานในปีนี้ ควรประคับประคอง ไม่ฟุ่มเฟือย และขยันอดทนให้มาก ไม่ควรสร้างศัตรู โชคลาภมี่บ้างช่วงเดือน มิถุนายน-กรกฎาคม 63

ข้อแนะนำ ชาวราศีพฤษภ อย่าสร้างภาระหนี้สิน สิ่งใดไม่จำเป็นเกินมือควบคุมไม่ได้ให้ตัดสิ่งนั้นไป อยู่อย่างเศรษฐกิจพอเพียง งดการเที่ยวเตร่ที่เป็นอบายมุข ชีวิตจะมีความสุข

///////////////////////////////////////////////////////////////////

 

  1. ราศีเมถุน : อย่าเพิ่งเปลี่ยนงาน ระวังเครียด หงุดหงิดง่าp

ลัคนาราศีเมถุน ช่วงนี้จนถึง 14 มกราคม จะมีโชคลาภ จากการเสี่ยงโชค หรือจากการลงทุน หุ้นส่วน ช่วงเดือนมกราคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ จะเข้าวัดหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาเสริมดวงก็จะดี เพราะอิทธิพลของพระราหู (๘) ยังคงทับชาวราศีเมถุนอยู่จนถึง 10 กันยายน  ซึ่งจะส่งผลให้คนราศีนี้หงุดหงิดง่าย อยู่ที่ไหนไม่ได้นาน ต้องการเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง ความจำไม่ดี  ไม่มีสติ ความคิดวกวน  แต่ยังไม่ควรเปลี่ยนแปลงเรื่องงาน  ควรทำงานด้วยความรอบคอบ สงบเสงี่ยมเจียมตัวว่ายังดวงไม่ดี  สวดมนต์บ่อยๆ จะทำให้มีสติ และปล่อยวางอะไรง่ายขึ้น  ถ้าไม่เช่นนั้นชีวิตจะยุ่งยากกว่าเดิม แต่ถ้าจะเปลี่ยนแปลงเรื่องการงาน การลงทุนควรรอให้ถึงปี 2564

ความรัก.

ดีหน่อยที่ ดาว ๕  มาอยู่เรือนคู่   ส่งผลให้คนโสดจะได้เจอคนดี  ส่วนคนมีคู่ก็จะดีต่อกันมากขึ้น เข้าใจและเป็นกำลังใจให้ผ่านวิกฤติไปได้  ถึงแม้ว่าดาว ๗ ยังอยู่ที่เรือนคู่อันถือเป็นพินธุบาทว์ ก็ถือว่าดาวเริ่มอ่อนกำลังลงไม่ค่อยส่งผลร้ายเท่าใด เพียงแต่รู้สึกหงุดหงิดเวลาใครอยู่ใกล้ๆ เท่านั้น

สุขภาพ

มีแต่เรื่องความเครียด คิดมากทุกเรื่อง และคิดด้านลบ ทำให้จิตใจอ่อนแอไม่มีกำลัง

ข้อแนะนำ

ควรหางานอดิเรกทำ เช่นปลูกต้นไม้. วาดรูป จัดดอกไม้ เพื่อให้จิตใจคลายทุกข์ คลายกังวล และเป็นงานที่สามารถอยู่กับตนเองได้ ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะผ่านพ้นไปด้วยดี เพราะมันอยู่ที่ใจ  ใจทำให้อ่อนแอเอง ถ้ามีธรรมะช่วยด้วยจะยิ่งดีมาก

///////////////////////////////////////////////////////////////////

 

  1. ราศีกรกฎ : งานและเงินดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ระวังขัดแย้งคนรัก

ลัคนาราศีกรกฎ คนเกิดราศีกรกฎ ช่วง ปี  ม.ค.63 การลงทุนและการเปลี่ยนแปลงการงาน หรือทำแผนงานใหม่ๆ ทำได้ดี หุ้นส่วนการค้าดีขึ้น การเงินก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ แต่เนื่องจากพระราหูอยู่ราศีพฤษภ ถือว่ายังมีอิทธิพลเรียกว่าเบียนลัคน์ ทำให้ไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่ โดยเฉพาะในเรื่องคู่ครอง เพราะดาว ๗ .ซึ่งเป็นดาวเรือนคู่ยังอยู่ในตำแหน่งอริ คนรักไม่เข้าใจกัน และอาจจะสุขภาพคนรักไม่ค่อยดี ทำให้ขาดคู่คิด จิตใจเลยไม่มีความสุข

การเดินทางไกลช่วง ม.ค.- ก.พ. ยังไม่ดีควรหลีกเลี่ยง อาจมีเรื่องหวาดเสียว หรือเจ็บป่วยได้ ช่วงการลงทุนที่ดีอีกช่วงหนึ่งจะเป็นช่วง 17 มี.ค.- 16 ก.ค.63 เนื่องจากดาว ๕ ย้ายไปราศีมังกรเล็งลัคน์ และทำให้คนที่ยังไม่มีคู่จะพบคู่ที่ดีมีแล้วก็จะดีขึ้นคุยรู้เรื่องมากขึ้น แล้วจะกลับมาดีอีกครั้งในเรื่องการลงทุน หลังจาก 14 พ.ย.63 ดาว ๕ ย้ายมายังราศีมังกรและเดินเป็นปกติ

และในปี 2564 ชาวราศีกรกฎ ก็จะดีกว่าทุกๆ ปี ในรอบ 3 ปี ที่ผ่านมา ฉะนั้นควรยังต้องอดทน และฝ่าฟันให้ผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปให้ได้

ข้อแนะนำ ในด้านความรัก ไม่ควรคาดหวังกับคนรักจนเกินความสามารถของเขา ซึ่งเป็นการบีบคั้นทำให้ทุกฝ่ายไม่มีความสุข ช่วงเวลานี้ควรให้กำลังใจและผ่านไปนี้ไปให้ได้

///////////////////////////////////////////////////////////////////

 

  1. ราศีสิงห์ : งานเงินดี มีผู้อุปถัมภ์ ใครโสดอาจเจอเนื้อคู่

ลัคนาราศีสิงห์ ช่วง ม.ค.63 -16 ก.พ.63 มีโชคลาภ จากบุตร บริวาร

การงาน

ยังไปได้ดีมีผู้อุปถัมภ์ทั้งเจ้านายและลูกน้อง ได้เลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง เปลี่ยนงานหรือขยับขยายเป็นเรื่องดีทั้งสิ้น เป็นเวลาแห่งการสร้างบริวาร สร้างทีม เผื่อจะได้ไม่ต้องเหนื่อยมากนัก มีเวลาไปคิดเรื่องอื่นต่อไปเพราะได้รับอิทธิพลจากดาว ๕ ในราศีมังกร ที่เพิ่งจะย้ายมาเมื่อ 30 ต.ค.62 ที่ผ่านมา อยู่ในเรือนบริวาร ส่องแสงถึงคนราศีสิงห์ 100% แต่จะมีช่วงที่ ๕ ขยับชั่วคราว ไปราศีมังกรตั้งแต่ 17 มี.ค.63 – 16 ก.ค.63 ช่วงนี้ให้ชะลอไว้บ้าง แล้วเริ่มใหม่ 17 ก.ค.- 13 พ.ย. จะลงทุนหรือขยับก็ทำได้เลย

ความรัก คนราศีสิงห์ ถ้ายังไม่มีคู่ก็จะได้คู่ อาจเป็นคนต่างชาติต่างภาษา แต่ถ้ามีแล้วคนรักก็จะดูแลคุณดีขึ้น มีลาภผลให้ตลอดปี

ข้อแนะนำ ชาวราศีสิงห์จะถือว่าเป็นที่ดี สำหรับการทำอะไรที่เป็นการสร้างสรรค์ ทุกอย่าง จะได้รับความช่วยเหลือและการยอมรับอย่างดี ขอให้มีความขยันและไม่หลงระเริงก็จะตั้งตัวได้ในปีนี้

///////////////////////////////////////////////////////////////////

 

  1. ราศีกันย์ : งานดี มีโชคอาจได้บ้าน รถ ที่ดิน แต่ให้ระวังคำพูด

ลัคนาราศีกันย์ ช่วง ม.ค. 63 – 16 ก.พ. 63 จะมีทรัพย์สินเพิ่ม อาจเป็น บ้านใหม่ รถใหม่ ที่ดินใหม่ หรือจะเป็นการขายก็ได้ราคาดี เนื่องจากดาว ๑ และ ดาว ๕ อยู่ในตำแหน่งทรัพย์สิน แต่ไม่ควรไปยุ่งเรื่องของญาติ พี่ น้อง

 

การงาน

มีการเปลี่ยนแปลงดีขึ้น  ถ้าเป็นธุรกิจการค้าต่างประเทศจะขยับขยายมากขึ้น แต่ถ้าทำงานประจำจะยังคงเบื่อหน่าย แต่ควรอดทนเพราะจะมีการเลื่อนขั้นเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีกว่าเดิม เนื่องจาก ๘ อยู่ตำแหน่งงาน

การเงิน

ไปได้ดี ไม่เดือดร้อน เพราะการวางแผนการเงินดีรอบคอบอยู่ ปีนี้จะมีรายได้เพิ่มจากการขายทรัพย์สินอีกด้วย

ในเรื่องสุขภาพ

ก็อย่าหักโหมงานจนลืมพักผ่อน ควรพักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังสม่ำเสมอ เนื่องจากส่วนใหญ่จะเป็นเกี่ยวกับเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ คือ พักผ่อนน้อย

ข้อแนะนำ ปีนี้ก็ควรระวังเรื่องคำพูด เนื่องจากพูดรุนแรง จะทำให้เกิดศัตรูโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะบนท้องถนน และที่สาธารณะ ต้องควบคุมอารมณ์และคำพูออย่างมาก เนื่องจากอิทธิพลของ ๘ ที่อยู่เรือนการงาน , คำพูด ทำให้คนราศีนี้พูดอะไรไม่ค่อยคิดก่อน จะเดือดร้อนภายหลัง

///////////////////////////////////////////////////////////////////

 

  1. ราศีตุล : งานก้าวหน้า มีโชคลาภ แต่ชีพจรลงเท้า

ลัคนาราศีตุลย์ ช่วงต้นปีจะมีการปรับปรุงที่อยู่อาศัย  ให้ดูเรียบร้อย เป็นระเบียบมากขึ้นเนื่องจากดาว 6 ซึ่งเป็นดาวประจำราศีตุล อยู่ภพ ..ราศีมังกร หมายถึง ปรับปรุงที่อยู่อาศัย ปีนี้จะออกงานสังคมมากขึ้น มีเพื่อนใหม่ๆ สังคมใหม่. ซึ่งจะทำให้เป็นผู้กว้างขวาง มีการเดินทางบ่อยขึ้น จากการที่ดาว ๕ เข้าสู่ราศีธนู  ร่วมดาว ๗ และเล็ง ๘  ทำให้คนราศีนี้ต้องการพบเห็นสิงแปลกใหม่อยู่ตลอดเวลา. ถ้าเป็นเรื่องงานมีการขยับขยายดี  มีความก้าวหน้า ได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง  มีการเดินทางไปดูงาน  หรืออบรมต่างจังหวัด ต่างประเทศได้

การเงิน

ดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว มีโชคลาภเรื่อย ๆแต่ไม่มาก 17 มีนาคม  ถึง 16 กรกฎาคม  ดาว 5 ย้ายไปราศีมังกร ชั่วคราว จะทำให้มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น เช่น บ้าน รถ ที่ดิน หรือร่วมลงทุนก็เป็นสิ่งดี ๆ ที่เข้ามา

ความรัก

คนมีคู่ยังพอช่วยเหลือกันได้ แต่ก็ทำตามหน้าที่ เพราะยังได้รับอิทธิพลของดาว ๖ (มฤตยู)  อยู่เรือนคู่ในราศีเมษ ก็อยู่เป็นเพื่อนกันไป  ถือว่าดีกว่าไม่มี ไว้ดูแลกันยามเจ็บป่วย

สุขภาพ

ควรออกกำลังกาย คลายความเครียด จะได้มีสังคมใหม่ๆ ด้วย

ข้อแนะนำ

ปีนี้ควรจะไปร่วมงานต่างๆ ให้มากขึ้น เพื่อความก้าวหน้าในชีวิต จะได้มีมุมมองใหม่ๆ มาพัฒนาปรับปรุง ในงานและความเป็นอยู่ให้มีความสุขมากขึ้น

///////////////////////////////////////////////////////////////////

 

  1. ราศีพิจิก : งานเงินรุ่ง แต่อย่าหลงระเริง

ลัคนาราศีพิจิกต้นปี ดวงดาวซึ่งเป็นดาวประจำราศีพิจิก อยู่ในตำแหน่งเดิมเป็นการเริ่มต้นที่ดี มีความขยันทำงาน ไฟแรงขึ้น เนื่องจากดาว ๕ ก็ย้ายไปอยู่เรื่องการเงิน ในราศีธนูร่วมกับดาว ๗ ทำให้การหาเงินคล่องตัวมากขึ้น การลงทุน ขยับขยายดี. ทำงานประจำก็เงินเดือนขึ้น  โบนัสเพิ่ม แถมยังมีโชคลาภอยู่เนือง ๆ

แต่ก็อย่าหลงระเริง เพราะช่วง 8 กันยายน ถึง 26 ธันวาคม ดาว 3 เดินผิดปกติ จะทำให้ชาวราศีพิจิกมีปัญหาเรื่องสุขภาพ หรือมีความขัดแย้ง อุปสรรคในเรื่องการงาน หรือการทะเลาะวิวาท  เป็นช่วงที่ควรจะเก็บตัว ทำบุญถือศีลจะดีมาก

ความรัก : คนมีคู่ ความรักดีขึ้นจากที่การเงินดี  ปัญหาครอบครัวก็น้อยลง ส่วนคนยังที่ยังโสดต้องรอไปก่อน ปีนี้หาเงิน เก็บเงินดีกว่า.

ข้อแนะนำ

เป็นปีที่ต้องวางแผนการเงินอย่างรอบคอบ เพื่อการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนสูง อย่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย  หาได้ง่าย ก็ใช้ง่ายต้องใช้อย่างมีสติ อย่าประมาทกับชีวิต

///////////////////////////////////////////////////////////////////

 

  1. ราศีธนู :  ปีแห่งการทำมาหากินการตั้งตัวให้มุ่งมั่น สร้างพลังให้ตัวเอง

ลัคนาราศีธนู ต้นปีเริ่มมีโชคลาภเข้ามาบ้างแล้ว เนื่องจากอิทธิพลดาว ๕ ดาว ๗ ดาว ๓ ดาว ๔ มารวมตัวอยู่ราศีธนูในช่วงที่ดี คือ 17 ธันวาคม 62 ถึง 14 มกราคม 63

ด้านการงานมีความก้าวหน้ากว่าปีที่แล้วความคิดความอ่านเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น มีความรอบคอบคิดแบบมีเหตุมีผล เกิดความใส่ใจในงาน ทำให้ผู้บังคับบัญชาหรือเจ้านายให้การสนับสนุนมากยิ่งขึ้น การตั้งตัวหรือสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตชาวราศีนี้เริ่มจากปีนี้ได้เลย ถึงแม้ว่าดาวห้าจะย้ายชั่วคราวไปราศีมังกรช่วงวันที่ 17 มีนาคมถึง 16 กรกฎาคม ก็ยังถือว่าให้คุณกับชาวราศีธนูในเรื่องการเงิน มีเครดิต

และดาวห้าก็จะอยู่ราศีธนูจนถึง 13 พฤศจิกายน 63 ฉะนั้นตั้งใจทำงานสร้างผลงานจะเริ่มกิจการใหม่ๆ เริ่มได้เลยความสำเร็จรออยู่อาจจะมีอุปสรรคเล็กๆน้อยๆ ก็ผ่านไปได้เพราะมีดาว ๗ ตัวยืดยาดอยู่ แต่ก็กำลังอ่อนแล้ว ก็จะผ่านได้

สรุปการเงินดีกว่าปีที่แล้วเพราะมีโชคลาภและมองเห็นช่องทางทำเงิน

ความรักก็คงยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่หาความจริงใจยาก อย่าพึ่งท้อรอไปก่อนทำใจเป็นกลางๆ และจะไม่เสียใจมากนัก

ข้อแนะนำ

เป็นปีแห่งการทำมาหากินการตั้งตัวให้มุ่งมั่น สร้างพลังให้ตัวเอง ทำทุกอย่างอย่างรอบคอบ ความเจริญก็จะได้โดยง่าย

///////////////////////////////////////////////////////////////////

 

  1. ราศีมังกร : ปีแห่งบททดสอบความอดทน หมั่นทำบุญเสริมดวง ปลายปีถึงจะมีเฮ

ลัคนาราศีมังกร เนื่องจากดาว ๕ และ ดาว ๗ อยู่ราศีธนู เรียกว่าเป็นวินาศนะ กับ ลัคนา หรือ เบียนลัคน์ ซึ่งดาว ๗ เป็นดาวประจำราศีมังกร ทำให้ชาวราศีนี้ ยังคงไม่อยากยุ่งกับใคร ค่อนข้างเก็บตัว และมีความเบื่อหน่ายทุกอย่าง ประกอบกับสุขภาพไม่ค่อยดีเท่าไหร่

ปี 2563 นี้ จึงยังคงประคับประคองทั้งด้านการงาน และการเงิน ยังไม่โดดเด่นนัก จะดีขึ้นจริง ต้องให้ดาว ๗ ย้ายมาราศีมังกร ก็คือวันที่ 5 ธ.ค.63 เป็นต้นไป

แต่จะมีช่วงดีสั้นๆ คือ 2 มี.ค.63 – 11 ก.ค.63 ดาว ๗ ย้ายมาชั่วคราว ส่งผลให้มีโชคลาภการเงินดีขึ้น ฉะนั้นอดทนรอก่อน ถือเป็นบททดสอบ ตอนนี้ควรทำบุญเสริมดวง ปล่อยนก ปล่อยปลา ทำงานสาธารณะกุศล เพื่อให้จิตใจเบิกบานแจ่มใส ไม่ควรอยู่คนเดียว จะคิดมากฟุ้งซ่าน เนื่องจากคนราศีมังกร เป็นคนชอบทุกข์กังวลล่วงหน้าเป็นทุนอยู่แล้ว เมื่อดวงดาวอยู่ตำแหน่งเสียก็จะยิ่งเป็นมากขึ้น

ด้านความรักดี ยังให้ความช่วยเหลือและเป็นกำลังใจได้ดี สุขภาพมีพระราหูอยู่ ราศีเมถุน เรือนอธิ หรือ เรื่องสุขภาพ เกี่ยวกับผิวหนัง แพ้แดด ผื่นคัน

ข้อแนะนำ อดทน และ สร้างกำลังใจ เพื่อรอคอยโอกาส เมื่อดาว ๗ ย้ายมาราศีมังกร 5 ธ.ค.63 ชีวิตก็จะเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ

///////////////////////////////////////////////////////////////////

 

  1. ราศีกุมภ์ : ปีแห่งความเฮง งานดี เงินดี ความรักดี จับอะไรเป็นเงินเป็นทอง

ลัคนาราศีกุมภ์ ปีนี้จะมีโชคลาภอยู่เนืองๆ ตลอดปี เนื่องจากอิทธิพลดาว ๗ ดาว๕ อยู่เรือนลาภผลในราศีธนู ดาว ๘ อยู่เรือนลาภผลเช่นกันในราศีเมถุน จะมีน้อย หรือ ชะลอหน่อย ก็ช่วงที่ดาว ๗ ขยับชั่วคราวมาราศีมังกร 2 มี.ค. – 11 ก.ค.63 ส่งผลให้ชาวราศีนี้จะมีหน้าตาแจ่มใส เนื่องจากมีสภาพคล่องทางการเงิน การงาน โดดเด่น ได้เลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง การลงทุนค้าขายกำไรดี จับอะไรเป็นเงินเป็นทอง อย่าขี้เกียจแค่นั้นเอง อะไรก็ดีหมด งานดี เงินดี

ด้านความรักก็ดีด้วย แต่ก็อย่าเอาแต่ใจมากนักจนน่าเบื่อ นิสัยชอบโวยวาย ต้องปรับปรุงแก้ไข เพราะจะทำให้เสน่ห์ลดลง มองโลกด้านบวกจะมีความสุข

ด้านสุขภาพ จะมีปัญหาด้านน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ขาเข่าจะปวด และเป็นเหน็บชาด้วย

ข้อเสนอแนะ ปี 2563 เป็นช่วงปีที่ดี สำหรับคนราศีกุมภ์ มีก็เก็บไว้ใช้ในวันข้างหน้าบ้าง ช่วงเวลาดีๆ มันเร็ว อย่าประมาท

///////////////////////////////////////////////////////////////////

 

  1. ราศีมีน : ปีนี้งานเด่น เฉิดฉาย ควรเข้าสังคม พบปะผู้คนให้มากขึ้น

ลัคนาราศีมีน ดาวประจำราศีเป็นดาว ๕ อยู่ในราศีธนูขณะนี้ เพิ่งจะย้ายจากราศีพิจิก เมื่อ 30 ต.ค.63 มาอยู่ราศีธนูเป็นเรือนการงานของชาวราศีมีนร่วมดาว ๗ จะส่งผลการงานดีขึ้น งานเพิ่ม มีผู้ช่วยเหลืออุปถัมภ์อย่างจริงจัง มีชื่อเสียง ถือว่าเป็นช่วงปีที่งานเด่น ทำงานประจำก็จะเงินเดือนขึ้นเยอะ ได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง ได้รับความไว้วางใจจากหัวหน้า – เจ้านาย และช่วง 17 มี.ค. – 16 ก.ค.63 ดาว ๕ จะขยับชั่วคราวไปราศีมังกร ก็จะทำให้ชาวราศีมีน มีโชคลาภจากการงานมากขึ้น

จากนั้นดาว ๕ ก็จะลงมาราศีธนูอีกครั้ง 17 ก.ค. – 13 พ.ย.63 ฉะนั้นจะเป็นช่วงที่งานของชาวราศีมีนเด่นมาก มีงานใหม่ๆ เข้ามาตลอด มีคนรัก คนเกรงใจ ช่วยเหลือได้ทุกเรื่อง ควรจะต้องมีสังคม พบปะผู้คนที่ทำให้เกิดประโยชน์ในงานมากขึ้น เพื่อสอดคล้องกับดาว ๕ ที่มาช่วยเรื่องการงาน ถึงแม้ว่าดาว ๗ ยังอยู่เรือนการงาน ก็ไม่ได้ส่งผลร้ายมากนัก เพราะดาวเริ่มอ่อนกำลัง แต่อาจยังคงมีเหตุการณ์ในลักษณะที่ว่างานเกิดความล่าช้า ต้องแก้ไขอยู่เรื่อย นั่นคือ ความหมายของดาว ๗ เท่านั้น

ด้านการเงินก็เริ่มมีเข้ามาเรื่อยๆ ไม่ติดลบ ถือว่าใช้จ่ายสบายขึ้น

ความรักดีกว่าปีที่ผ่านมา มีการช่วยเหลือกันเรื่องการงาน

สุขภาพยังเป็นเรื่องความเครียด ทำให้เส้นยึดต้องออกกำลังกายสม่ำเสมอ

และเนื่องจากดาว ๘ ยังคงอยู่ในเรือน ทรัพย์สิน บ้าน รถ ก็ยังคงมีการซ่อมแซมอยู่เนืองๆ ค่อยๆ ทำไป ไม่ต้องรีบร้อน ถึงรีบไปดาว ๘ ก็ยังไม่ย้าย เดี๋ยวก็ต้องซ่อมใหม่ โดยดาว ๘ จะย้ายหลัง 10 ก.ย.63 ฉะนั้นค่อยๆ ซ่อมแซมบางส่วนไปเรื่อยๆ

ข้อแนะนำ ช่วงนี้ชาวราศีมีน ต้องเปิดตัวออกงานบ่อยๆ จะได้ทั้งงานประจำ และงานพิเศษ จะได้มีเงินเยอะๆ


Content_ประกันภัยการเดินทาง_Cover_1.jpg

kinyupen_adminDecember 20, 2019

ปัจจุบันด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยียิ่งทำให้การท่องเที่ยวกลายเป็นเรื่องง่าย เพราะไม่ว่าจะวางแผนเดินทาง จองตั๋วเครื่องบิน ตั๋วรถ ค้นหาจุดแวะพัก แวะกิน แวะถ่ายรูป ทุกอย่างกลายเป็นเรื่องง่ายเพียงปลายนิ้วผ่านสมาร์ทโฟน แต่อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามทุกทริปเดินทางทั้งในประเทศ หรือ ต่างประเทศ นั่นคือ “ประกันภัยการเดินทาง” ซึ่งทีมงานกินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต อยากแนะนำว่าซื้อติดไว้เถอะ ซื้อแล้วไม่ได้ใช้ก็ยิ่งดี แต่หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นแล้วละก็คงช่วยให้เบาใจได้ไม่มากก็น้อย

เดินทางแค่แป๊บเดียวทำไมต้องทำ

เพราะทุกการเดินทางไม่ว่าจะระยะสั้น ระยะยาว เราไม่สามารถรู้ได้ว่าจะต้องเผชิญอะไรบ้างและอาจเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นได้เสมอ เช่น กระเป๋าเดินทางได้รับล่าช้า ทรัพย์สินสูญหาย เครื่องบินดีเลย์ เที่ยวบินถูกยกเลิก หรือ รุนแรงถึงขั้นเจ็บป่วย และอุบัติเหตุ โดยเฉพาะหากเกิดในประเทศที่ค่าครองชีพสูงกว่าประเทศไทย เช่น สหรัฐอเมริกา หรือ ประเทศยอดนิยมของคนไทยอย่างญี่ปุ่น ค่าใช้จ่ายบานปลายเกินควบคุมแน่นอน  ขณะเดียวกันประเทศแถบยุโรปและอเมริกา ก็ได้กำหนดให้นักท่องเที่ยวต้องทำประกันภัยการเดินทาง เพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการยื่นขอวีซ่าเพื่อเข้าประเทศด้วย

 

ซื้อง่าย เลือกได้ ให้ครอบคลุมแค่ไหน

ปัจจุบันประกันภัยการเดินทาง มีให้เลือกหลากหลายอยู่ในทุกบริษัทประกันภัยชั้นนำ  โดยแผนประกันมีทั้งแบบรายเที่ยว รายวันและรายปี ขอบเขตคุ้มครองมีตั้งแต่คุ้มครองอุบัติเหตุระหว่างเดินทาง การชดเชยค่ารักษาพยาบาล การเคลื่อนย้ายทางการแพทย์ฉุกเฉิน การชดเชยค่าโทรศัพท์กรณีฉุกเฉิน ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับกระเป๋าเดินทางและทรัพย์สินส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นเงินสด บัตรเครดิต บัตรเดบิต พาสปอร์ตและวีซ่า นอกจากนี้ยังมีประเภทความคุ้มครองเกี่ยวกับการยกเลิก หรือ การล่าช้าที่เกิดขึ้นในเดินทางด้วย ส่วนค่าเบี้ยประกันก็มีตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักพันขึ้นอยู่กับขอบเขตความคุ้มครองที่ต้องการ

 

ช่องทางการซื้อประกันภัยการเดินทาง โดยทั่วไปมี 3 ช่องทางหลัก คือ  1. ถ้าเดินทางกับบริษัททัวร์ ส่วนใหญ่จะเสนอขายมาในแพ็คเกจอยู่แล้ว หรือ โปรแกรมบางประเทศจะบังคับซื้อตามข้อกำหนดประเทศนั้นๆ เลย ซึ่งสามารถสอบถามเจ้าหน้าที่บริษัททัวร์ได้ว่ามีครอบคลุมคุ้มครองอะไรบ้าง 2.ถ้าจองตั๋วเครื่องบินเอง ก็สามารถเลือกซื้อประกันเพิ่มเติมได้ในขณะจองตั๋วกับสายการบินได้เลย หรือ 3. ซื้อโดยตรงกับบริษัทประกันได้เลย

 

กลับมาแล้วค่อยแสดงอาการป่วย ประกันจะคุ้มครองไหม

ทั้งนี้จากเคสที่เกิดขึ้นของดาราหนุ่มบอย ปกรณ์ ที่ไปถูกแมลงกัดตอนเที่ยวต่างประเทศแล้วแผลเกิดติดเชื้อกลายเป็นเนื้อตายเมื่อกลับมาเมืองไทยจนต้องเข้าผ่าตัด เกิดคำถามตามมาว่า ถ้าการเจ็บป่วยของผู้เอาประกันเกิดขึ้นหลังกลับมาจากประเทศนั้นแล้วยังครอบคลุมอยู่หรือไม่ เรื่องนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันแนะนำว่า ผู้เอาประกันคงต้องศึกษารายละเอียด หรือ สอบถามตัวแทนประกันให้ชัดเจนก่อนว่าแผนประกันที่จะทำนั้นคุ้มครองมากน้อยเพียงใด หรือ มีข้อยกเว้นใดบ้าง

ยกตัวอย่าง รายละเอียดในกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองการเดินทางต่างประเทศของ Chubb ระบุโดยสรุปว่า ยังคงคุ้มครองถึงค่ารักษาพยาบาลที่จำเป็นเพื่อบำบัดรักษาหรือติดตามอาการในประเทศไทย หากผู้เอาประกันภัยเกิดการเจ็บป่วยภายใน 3 วัน นับจากวันที่เดินทางกลับประเทศไทย ซึ่งครอบคลุมต่อเนื่องไปอีกไม่เกิน 21 วันนับจากการรักษาพยาบาลครั้งแรกในไทย

 

หรือ ถ้าผู้เอาประกันภัยได้รับการรักษาพยาบาลตั้งแต่อยู่ในต่างประเทศแล้ว ก็ครอบคลุมต่อเนื่องอีกไม่เกิน 21 วันนับจากวันที่เดินทางกลับไทย หรือ ภายในกำหนดที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ซึ่งตรงนี้จะช่วยให้เบาใจได้ว่าถ้าเกิดเจ็บป่วยต่อเนื่องหลังกลับมาก็ยังมีผลคุ้มครองอยู่ (หมายเหตุ รายละเอียดการคุ้มครองอาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับลักษณะและประเภทกรมธรรม์แต่ละบริษัท)

 

แต่จากประสบการณ์ตรงทีมงานขอแนะนำว่า ถ้ารู้สึกเจ็บป่วยเมื่ออยู่ต่างประเทศให้รีบทำการรักษาที่นั่นเลย จากนั้นค่อยกลับมารับการรักษาต่อที่ไทยเพื่อความต่อเนื่องของการคุ้มครอง

 

อย่างไรก็ตามรายละเอียดความคุ้มครองแต่ละบริษัท หรือ แต่ละแผนประกันก็จะลงลึกในปลีกย่อยที่ต่างกัน ซึ่งก่อนตัดสินใจทำประกันกับเจ้าใด ควรพิจารณาให้ถี่ถ้วนเสียก่อน หากหลักสำคัญในการเลือกซื้อที่ควรคำนึงถึง คือ ควรพิจารณาความน่าเชื่อถือของบริษัทประกันนั้นๆ โดยเน้นบริษัทที่มีศูนย์บริการลูกค้าฉุกเฉิน มีช่องทางติดต่อสะดวก และเคลมง่าย ซึ่งสามารถพิจารณาได้จากคนรอบตัว รวมถึงรีวิวที่มีอยู่มากมายเอามาช่วยตัดสินใจ รวมถึงต้องพิจารณาว่าบริษัทประกันนั้นได้รับการยอมรับจากสถานทูตของประเทศที่เราจะไปหรือไม่เพื่อความชัวร์ก่อนการเดินทาง

 

เมื่อพิจารณาองค์รวมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการท่องเที่ยวแต่ละทริปแล้ว กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต เชื่อว่าค่าใช้จ่ายหลักร้อยหลักพันที่เพิ่มขึ้นกับการทำประกันภัยการเดินทางนั้นย่อมมีข้อดีมากกว่า เพราะหากไปเที่ยวแล้วเกิดเจ็บป่วย หรือ มีเหตุไม่คาดฝันขึ้นมาแล้วละก็ค่าใช้จ่ายอาจพุ่งสูงขึ้นหลายเท่าตัว จะได้ไม่ต้องมานั่งบ่นเสียดายภายหลังว่า รู้งี้ทำประกันไว้ดีกว่า เหมือนที่หลายคนชอบพูดว่า รู้อะไรไม่สู้รู้งี้ นั่นแหล่ะ

 

ขอบคุณข้อมูล

ชับบ์สามัคคีประกันภัย : www.chubb.com/th-th/personal/travel-insurance.aspx


Content_4-กับดักสร้างหนี้_Cover_1.jpg

kinyupen_adminDecember 19, 2019

เคยตั้งคำถามไหม? ทำไมใช้เงินเดือนชนเดือนทุกที เงินเก็บก็ไม่มี ใช้หนี้เท่าไรไม่หมดซะที แถมเผลอแป๊บเดียวมีหนี้เพิ่มอีกแล้ว…จน เครียด ใช้หนี้ วนไป ถ้าคุณรู้สึกแบบนี้ แสดงว่านี่เป็นสัญญาณเตือนเกี่ยวกับภาวะการเงินของคุณ ว่ากำลังเริ่มเข้าสู่โหมดอันตรายแล้ว ดังนั้น ในช่วงโอกาสส่งท้ายปีใหม่นี้ กินอยู่เป็น 360องศาแห่งการใช้ชีวิต จึงอยากเชิญทุกท่านมาสำรวจพฤติกรรมการใช้เงินของตัวเองกันดีกว่า ว่าในปีที่ผ่านมานี้ยังติดอยู่ในกับดัก 4 ข้อนี้หรือไม่ และควรทำอย่างไรดี เผื่อจะนำไปเริ่มต้นปรับพฤติกรรมใหม่รับปีหนูกันดีกว่า

 

 

ละเลยเพิกเฉยการออม

“พรุ่งนี้ค่อยเริ่ม” “เดือนหน้าแล้วกัน” “ยังมีเวลาอีกเยอะ” ประโยคง่ายๆ อาจทำให้คุณละเลย หรือ ขาดความเคร่งครัดการออมเงิน ที่ถือว่าเป็นส่วนสำคัญ ที่จะช่วยให้คุณมีสภาพคล่องทางการเงินที่ดี โดยเฉพาะกลุ่มมนุษย์เงินเดือนวัยเริ่มต้น เพราะแม้บางท่านจะบอกว่า Fix รายรับ และ รายจ่ายประจำแต่ละเดือนแน่นอนอยู่แล้ว แต่เมื่อชีวิตมักมีเรื่องไม่คาดคิดมาเซอร์ไพร์สอยู่เสมอ ดังนั้นถ้าคุณต้องตกงานสายฟ้าแล่บ ป่วยกะทันหัน ภาระทางบ้านต้องการเงินด่วน หรือ ต้องใช้จ่ายซื้อของชิ้นใหญ่ที่จำเป็น นั่นอาจเป็นภาวะที่ผลักให้คุณต้องกู้หนี้ยืมสิน ทำบัตรเครดิต ที่อาจเป็นต้นเหตุก่อหนี้ก้อนโตที่อาจสร้างความปวดหัวตามมาในอนาคตได้

ควรเริ่มออมเงินเสียแต่ตอนนี้เลยดีกว่า จะออมแบบรายวัน รายสัปดาห์ หรือ รายเดือนก็ดีทั้งนั้น โดยทำควบคู่ไปกับบันทึกรายรับ – รายจ่าย เพื่อจะได้รู้ว่าจริงๆ แล้วแต่ละเดือน เราหมดไปกับอะไรบ้าง นั่นอาจทำให้คุณมีเงินออมเพิ่มขึ้นอีกก็ได้ โดยหลักวางแผนการเงินที่ง่ายสุด  คือ คำนึงไว้เสมอว่า ให้นำเงินได้มาหักเงินออมก่อน จากนั้นจึงนำมาคำนวณรายจ่ายต่อไป

เทคนิคดัดนิสัย : เมื่อได้เงินเดือนมาอาจตัดทุก 5 – 10% ของเงินเดือน หรือ เริ่มที่เดือนละ 500 บาท ก็ได้ คิดซะว่างดบุฟเฟต์ปิ้งย่างชาบู ซัก 1 มื้อ มาแบ่งเก็บด้วยวิธีง่ายสุด คือ บัญชีฝากประจำรายเดือนธนาคารต่างๆ ที่มีให้เลือกมากมาย แม้ตอนนี้ดอกเบี้ยจะน้อยหน่อย แต่นี่เป็นการสร้างวินัยการเงินที่ง่ายสุด และเมื่อคุณพอมีเงินเก็บจำนวนหนึ่งแล้ว ก็อาจแบ่งบางส่วนไปต่อยอดในกองทุน หรือ หุ้น ก็ได้ แต่อย่าลืมว่าทุกการลงทุนมีความเสี่ยงนะจ๊ะ

 

ใจเร็วรูดง่าย จ่ายไม่ครบ ไม่จบ ไม่เป็นไร

หลายท่านที่มีบัตรเครดิต อาจขาดการวางแผน หรือ ตั้งงบว่าแต่ละเดือนจะใช้จ่ายที่วงเงินไม่เกินเท่าไร ดังนั้นเมื่อเจอสินค้ายั่วใจก็อาจโอนอ่อนผ่อนตามความต้องการของตัวเองเผลอรูดบัตรเครดิตรัวๆ โดยไม่ประมาณตน จนลืมไปว่าเดือนนั้นเรามีเงินเหลือมากพอที่จะจ่ายหรือไม่ และถ้าไม่มีเงินออมก็ยิ่งเจ็บ เพราะเมื่อไม่สามารถจ่ายโปะได้หมด ก็ได้แต่จ่ายขั้นต่ำ ซึ่งทราบหรือไม่ว่ามีดอกเบี้ยรวมอยู่ในนั้นด้วย ทำให้เราต้องจ่ายพอกไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหมด หากสามารถผ่อนชำระได้ตามกำหนดก็หมดปัญหา แต่ติดขัดขึ้นมาอาจเสี่ยงที่จะติดเครดิตบูโร จนทำให้ไม่สามารถทำธุรกรรมการเงินขนาดใหญ่ อาทิ ขอสินเชื่อธนาคาร กู้ซื้อรถ และกู้ซื้อบ้าน จนกว่าจะชำระหนี้เดิมหมด และต้องใช้เวลามากกว่า 3 ปีกันเลย ดังนั้นถ้าใครยังมีพฤติกรรมแบบนี้ควรเลิกซะ

เทคนิคดัดนิสัย : ควรกำหนดวงเงินใช้จ่ายที่ชัดเจนว่าไม่เกินเท่าไร เราถึงสามารถจ่ายได้หมดโดยไม่กระทบรายจ่ายส่วนอื่น แต่ถ้าใครกำลังเผชิญปัญหานี้อยู่ควรเริ่มแบ่งหนี้ให้เป็นสัดส่วน ดูสภาวะรายรับ รายจ่าย เพื่อเกลี่ยบางส่วนมาทยอยจ่ายให้หมด หรือ ถ้ามีเงินรายรับพิเศษที่เป็นเงินก้อนใหญ่ อาทิ โบนัส คอมมิชชั่น ก็ควรนำมาโปะหนี้ก้อนนี้ให้เร็วที่สุด และที่สำคัญ “อย่าไปกู้ยืม” มาจ่ายล่ะ ไม่งั้นจะเป็นหนี้วนไปไม่จบเสียที

 

หยิบตรงนั้น โปะตรงนี้ ไม่คุมรายจ่าย

แม้บางท่านจะมีการวางแผนแยกรายรับ รายจ่ายอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่สามารถเข้มงวดกับการใช้จ่ายได้ตามแผน  เพราะมักนำเงินที่กันไว้สำหรับจ่ายหนี้สิน เช่น ค่าผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถ ผ่อนบัตรเครดิต มาใช้ปะปนกับค่ากินใช้ในชีวิตประจำวัน หรือ นำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ อาทิ กดเงินบัตรเครดิตไปจ่ายหนี้นอกระบบ แล้วนำเงินผ่อนบ้านไปจ่ายบัตรเครดิต ทราบไหมว่าการใช้จ่ายแบบนี้ ส่งผลเสียระยะยาวตามมา ทำให้แผนการเงินรวนทั้งระบบ และอาจทำให้ต้องกู้ยืมเงินจากแหล่งอื่นมาโปะต่อไปเรื่อยๆ  ซึ่งเรื่องแบบนี้ไม่ควรปล่อยให้เกิดขึ้น ต้องแยกรายจ่ายให้ชัดเจนและไม่ไปยุ่งโดยเด็ดขาด

เทคนิคดัดนิสัย : นำเงินจ่ายหนี้ที่เตรียมไว้ไปแยกเก็บใส่กล่อง หรือ ออมสิน เมื่อถึงเวลาค่อยนำมาชำระตามปกติ หรือ ถ้าเผลอใช้ไปก็ควรหักรายจ่ายประจำวันนั้นๆ มาคืนทดแทนส่วนที่ใช้ไป

 

ติดบ่วงช่วงเซลล์

อีกหนึ่งปัญหาของขาช็อปทั้งออนไลน์ และ ออฟไลน์ โดยเฉพาะในยุคที่การช็อปปิ้งเป็นเรื่องง่ายแค่ปลายนิ้ว ห้าง ร้าน หรือ เว็บช็อปปิ้งออนไลน์ต่างๆ จึงแข่งกันปล่อยโปรโมชั่นเด็ดออกมาล่อตาล่อใจทุกเทศกาล ดังนั้นถ้าใครใจไม่แข็งพอละก็อาจทำให้ช็อปจนทะลุเพดานเงินที่เรามีอยู่ก็ได้  จริงๆ แล้วการมีนิสัย หรือ พฤติกรรมที่ชอบช็อปปิ้งไม่ใช่เรื่องผิดแต่อย่างใดหากใช้จ่ายตามกำลังทรัพย์ที่มี แต่ถ้าใช้จ่ายโดยไม่ประมาณตนบ่อยเข้าจะส่งผลกระทบที่ก่อให้เกิดหนี้สินตามมา

เทคนิคดัดนิสัย : ตั้งสติแล้วคิดทบทวนก่อนซื้อทุกครั้ง ว่าของที่จะซื้อจำเป็นมากน้อยเพียงใด และ เงินที่มีอยู่พอจ่าย หรือ จ่ายไปแล้วจะกระทบกับการใช้ชีวิตด้านอื่นๆ หรือไม่

ถ้าเช็คแล้วพบว่าใครยังติดกับดัก 4 ข้อนี้อยู่  ก็อาจค่อยๆ เริ่มนำไปใช้ปรับทีละข้อ เราขอเอาใจช่วย


Content_โรคสมองเสื่อม_Cover_1.jpg

kinyupen_adminDecember 18, 2019

หากคุณอยู่กับพ่อแม่ หรือญาติผู้ใหญ่ คำที่ได้ยินบ่อยคือ พักนี้ หลง ๆ ลืม ๆ  และถ้าตัวคุณเองอยู่ในช่วงวัย 50  ขึ้นความคิดและความกังวลที่จะเริ่มเข้ามา “นี่ตรู จะสมองเสื่อมหรือเปล่า” กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต รวบรวมข้อเขียนทั้งจากสื่อและบทความของผู้รู้ รวมถึงคุณหมอมาเพื่อจะหาคำตอบ และทางออกเบื้องต้นให้คุณได้ปลอดกังวล

 

อันดับแรกต้องเข้าใจก่อนว่า สมองเสื่อมกับอัลไซเมอร์ เป็นคนละโรคแต่มีความเกี่ยวข้องกัน สมองเสื่อม เป็นโรคที่ทำให้ความจำเสื่อม และความสามารถด้านอื่นๆของสมองลดลง ส่วนอัลไซเมอร์ เป็นโรคที่เกิดจากเนื้อสมองเสื่อมสลาย โดยผู้ป่วยสมองเสื่อมจำนวนมากมีสาเหตุจากอัลไซเมอร์ ซึ่งมีสาเหตุจากหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองตีบ หรืออุดตันทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอและนำไปสู่เนื้อสมองตาย หรือเสื่อมสลาย

 

ขณะที่สมองเสื่อมอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่นติดเชื้อในสมอง ขาดสารอาหารบางชนิด ระบบในร่างกายทำงานแปรปรวน เช่นต่อมไทรอยด์ทำงานมากหรือน้อยเกินไป ตับหรือไตทำงานผิดปกติ ศีรษะถูกกระแทกบ่อย หรือมีเนื้องอกในสมอง เป็นต้น สมองเสื่อมบางชนิดอาจรักษาได้แต่ชนิดที่เกิดจากเนื้อสมองเสื่อมสลายไม่สามารถรักษาให้หาย แต่สามารถชะลออาการได้

 

อาการหลงลืม ไม่ใช่โรคสมองเสื่อมแต่อาการจำไม่ได้ ว่าเป็นผู้ทำแม้เพิ่งเกิดไม่นานอาจจะใช่ เช่น จำไม่ได้เลยว่าตัวเองว่าเป็นคนเปิดแก๊ส  พฤติกรรมเปลี่ยนจากที่เคยชอบแต่งตัว ก็ไม่แต่ง ไม่อาบน้ำ  อารมณ์รุนแรงไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งตลอดเวลา เช่นเกรี้ยวกราด หรือ ยิ้ม หัวเราะตลอดเวลา ซึ่งถ้าหากผู้สูงวัยในบ้านเริ่มมีพฤติกรรมแปลกๆ ดังกล่าวควรรีบปรึกษาแพทย์ เพราะแพทย์จะซักถามและทดสอบสมรรถภาพของสมองเพื่อหาสาเหตุ อาการและประคองอาการ

อย่างไรก็ตามล่าสุดวารสารวอล์ลสตรีท เจอร์นัลได้นำเสนอข้อมูลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และการแพทย์ว่าในอนาคต 20 ปีข้างหน้าจำนวนผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมในโลกใบนี้จะเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวคือจาก 43.8 ล้านเป็น 88 ล้านคน ในงานวิจัยชิ้นนี้จึงได้เสนอแนวทางปรับพฤติกรรมเพื่อลดความเสี่ยงได้ถึง 35% ในวันที่ยังแข็งแรง โดยแต่ละพฤติกรรมก็มีเกณฑ์สนับสนุนในระดับที่แตกต่างกันไป หากทั้งนี้เมื่อเทียบกับบทความของแพทย์ไทย และการประชุมของกลุ่มแพทย์ที่ประเทศอังกฤษ ก็จัดได้ว่าอยู่ในหลักการและหมวดเดียวกัน ที่พอจะเป็นข้อแนะนำหนักแน่นให้เราดำเนินรอยตาม

  1. ออกกำลังกาย
  2. งดบุหรี่
  3. ควบคุมความดันโลหิต
  4. เลี่ยงอาหารมัน เบาหวาน
  5. ควบคุมน้ำหนัก ไม่ให้อ้วน
  6. ดูแลไม่ให้เกิดภาวะซึมเศร้า

นอกจากนี้ยังมีงานวิจัย ที่ดูเหมือนจะสอดคล้องกับข้างต้นคือ เราควรมีการดูและระบบเส้นเลือดให้มีสุขภาพดี นั่นหมายถึงว่าให้มีการไหลเวียนดี มีหลอดเลือดที่แข็งแรง ดังเห็นได้ว่าข้อ 1-5 จะเกี่ยวข้องกับ การไหลเวียนของเลือด  หากการวิจัยของอังกฤษอาจมีเสริมให้ ฝึกสมาธิ และทานอาหารให้ครบ 5 หมู่

เมื่อรู้แล้ว ..เริ่มดูแลและป้องกันให้ห่างไกลโรคแต่วันนี้ และอย่าปล่อยให้ความกลัวครอบงำ


Content_อาชีพใหม่_Cover_1.jpg

kinyupen_adminDecember 17, 2019

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตเห็นข่าวจากสำนักข่าวเอพี ที่ว่า พ่อแม่ชาวอเมริกันหันพึ่งพาแอพพลิเคชั่น “พี่เลี้ยงติดล้อ”  บริการรับ-ส่งลูกทำกิจกรรมหลังเลิกเรียน หรือรับ-ส่งแทนผู้ปกครองที่ไม่มีเวลา  เช่น แอพฯ HopSkipDrive, Kango และ Zum  โดยบริการนี้จะทำหน้าที่เสมือนพี่เลี้ยงมากกว่าแค่รับ – ส่ง ขณะเดียวกันยังมีระบบความปลอดภัยที่ตรวจสอบ ติดตามพิกัดของเด็กแบบเรียลไทม์

นั่นหมายถึงบริการนี้อาจจะเป็นช่องทางของกลุ่มเกษียณ  กลุ่มผู้ตกงาน หรือจบใหม่ที่ต้องการหารายได้เสริม เพราะตรงกับปัญหาของสังคมเมืองในยุคปัจจุบัน รวมถึงอาจเพิ่มบริการรับ-ส่งผู้สูงวัยเพื่อไปโรงพยาบาล หรือไปออกกำลังกาย ทานอาหารนอกบ้าน ซึ่งในกลุ่มของการให้บริการรับ – ส่ง ผู้สูงวัยไปร่วมกิจกรรมต่าง ๆ  มีผู้ให้บริการแล้วหลากหลายราย หากผู้ใดที่คิดว่านี่อาจเป็นทางหนึ่งเพื่อสร้างรายได้อาจเริ่มจากการให้บริการในชุมชนละแวกใกล้เคียงก่อนเพราะสามารถสลับเวลาได้ และสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ  เรียกได้ว่าตอบโจทย์ครบทั้งผู้ให้และผู้รับบริการ

แต่ทั้งนี้การขั้นตอนการเป็นผู้ให้ และผู้รับบริการ กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตขอแนะนำให้ทำข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร  รวมถึงการรับและชำระเงินให้เรียบร้อยเพื่อจะได้ไม่ผิดใจกัน


Content_Horo_16-221219_Cover_1.jpg

kinyupen_adminDecember 16, 2019

กินอยู่เป็น x Horoscope บอกเล่า ดวงชะตา 12 ราศี ทุกสัปดาห์ โดย อาจารย์จ๊ะ วรรณอนงค์ ผู้เชี่ยวชาญการพยากรณ์จาก 2 ศาสตร์ระหว่างการโคจรของดวงดาวกับไพ่ยิปซี ตรวจสอบดวงชะตา ในวันที่ 16 – 22 ธันวาคม 2562

ชะตาแต่ละราศีจะเป็นอย่างไร #ราศีใดดาวย้ายเตรียมรับทรัพย์

สัปดาห์นี้มีดาวย้ายราศีด้วยกัน 4 ดาว

  1. ดาวอาทิตย์       ย้ายจากราศีพิจิก ไปราศีธนู วันที่ 17 ธ.ค.
  2. ดาวพุธ ย้ายจากราศีพิจิก ไปราศีธนู วันที่ 21 ธ.ค.
  3. พระเกตุ ย้ายจากราศีกรกฎ ไปราศีเมถุน วันที่ 21 ธ.ค.
  4. ดาวศุกร์ ย้ายจากราศีธนู ไปราศีมังกร วันที่ 18 ธ.ค.

ส่งผลดีกับคนราศีเมถุน ธนู มังกร เรื่องโชคลาภ

ราศีเมษ        

การงาน             ดีขึ้น หุ้นส่วนเข้าใจกัน ร่วมงานได้ดี ลงทุนได้ แต่ต้องสร้างพลังให้ตัวเองมากกว่าเดิม

การเงิน              ช่วงนี้ดีรายได้เพิ่ม มีคนอุปถัมภ์ช่วยเหลือ  เครดิตดีขึ้น

ความรัก             คนรักเข้าใจกัน มีเวลาให้กันมากขึ้น เริ่มอบอุ่น

สุขภาพ             มีความเครียด ควรพักผ่อนและออกกำลังกาย

สีดี                    ฟ้า น้ำเงิน

สีไม่ดี                ดำ

 

ราศีพฤษภ

การงาน             จะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี การลงทุนดี การติดต่อจะได้รับข่าวดี

การเงิน              รายจ่ายจะสูง ทุกอย่างครบกำหนดจ่ายช่วงนี้ทั้งนั้น

ความรัก             ช่วงนี้ยังคุยกันไม่รู้เรื่อง ห่างๆ กันหน่อยจึงจะปลอดภัย

สุขภาพ             ท้องผูก

สีดี                    เหลือง

สีไม่ดี                ม่วง

 

ราศีเมถุน

การงาน             ดีขึ้น มีงานใหม่ๆ เข้ามา การค้า การลงทุนดี แต่ยังควรค่อยเป็นค่อยไป

การเงิน              ดี มีโชคลาภ ทำบุญเสริม มีรายได้เพิ่ม

ความรัก             ดีขึ้น มีความเข้าใจ ได้ลาภจากคนรัก มีเสน่ห์

สุขภาพ             แพ้อากาศ ภูมิแพ้ ไข้หวัด

สีดี                    ส้ม ขาว

สีไม่ดี                ดำ เทา

 

ราศีกรกฎ

การงาน             งานมากจนยุ่ง เปลี่ยนแปลงแก้ไขตลอด ทำไปเดี๋ยวก็เรียบร้อย ปัญหามีไว้แก้

การเงิน              คล่องตัว มีลาภ คนช่วยเหลืออุปถัมภ์ดี

ความรัก             ยังไม่มีความเข้าใจ หวาดระแวงและขัดแย้ง เงียบๆ ไว้จะดีเอง

สุขภาพ             แขน นิ้วเจ็บ

สีดี                    เหลือง

สีไม่ดี                ชมพู

 

ราศัสิงห์

การงาน             บริวารดี การติดต่อ การลงทุนดี มีความสำเร็จ อะไรค้างๆ รีบสะสางจะดีมาก

การเงิน              มีลาภ รายได้เพิ่ม เครดิตดี

ความรัก             มีความห่างไกล เหินห่าง ไม่มีเวลาให้กัน

สุขภาพ             ปวดขา เข่าเจ็บ

สีดี                    ดำ เทา

สีไม่ดี                ชมพู ขาว

 

ราศีกันย์

การงาน             ช่วงนี้เดินทางบ่อย งานมีปัญหาให้แก้ไข ต้องรอบคอบให้มากขึ้น ระวังจะถูกตำหนิ

การเงิน              ช่วงนี้การเงินดี มีโชคลาภ มีการซื้อ-ขายทรัพย์สินดี

ความรัก             ราบรื่น มีความสุข

สุขภาพ             ปวดศรีษะ เครียด พักผ่อนน้อย

สีดี                    ฟ้า เขียว

สีไม่ดี                เหลือง

 

ราศีตุลย์

การงาน             จะมีงานใหม่ๆ เข้ามา ได้รับข่าวดีเรื่องที่ติดต่อไว้สำเร็จ การลงทุนดี แต่หุ้นส่วนยังไม่ค่อยดี

การเงิน              จะติดลบ ห้ามค้ำประกัน

ความรัก             เรื่อยๆ ไม่มีความตื่นเต้น มีเหมือนไม่มี

สุขภาพ             ปวดเมื่อยคอ บ่า มึนงง

สีดี                    แดง

สีไม่ดี                เขียว

 

ราศีพิจิก

การงาน             การติดต่อเจรจาดี มีความสำเร็จ การลงทุนดี ค้าขายมีกำไร รีบคิดรีบทำ

การเงิน              มั่นคงมากขึ้น มีรายได้หลายทาง มีคนอุปถัมภ์

ความรัก             ดี มีลาภจากคนรัก ราบรื่น มีความสุข

สุขภาพ             ระบบย่อยไม่ดี

สีดี                    ฟ้า ขาว

สีไม่ดี                ดำ

 

ราศีธนู

การงาน             งานมาก งานเพิ่ม การติดต่อเจรจาดี ผู้ใหญ่อุปถัมภ์

การเงิน              ดีขึ้น เครดิตดี มีโชคลาภ

ความรัก             ดีขึ้น เห็นใจกัน ยอมกันได้บ้างแล้ว

สุขภาพ             เป็นหวัด เจ็บคอ

สีดี                    ฟ้า น้ำเงิน

สีไม่ดี                ชมพู เทา

 

ราศีมังกร

การงาน             ระวังคำพูด อย่าออกความคิดเห็นมากนัก จะมีศัตรู การลงทุนยังไม่ดี

การเงิน              รายจ่ายสูง ภาระยังมากอยู่ ต้องประหยัด แต่จะมีโชคลาภบ้าง

ความรัก             ดี มีการช่วยเหลือกัน เข้าใจ เห็นใจกันดี

สุขภาพ             ภูมิแพ้ ร้อนใน

สีดี                    เหลือง

สีไม่ดี                ดำ เทา

 

ราศีกุมภ์

การงาน             ล่าช้า มีอุปสรรค ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ระวังเรื่องเอกสารผิดพลาด การติดต่อคลาดเคลื่อน

การเงิน              มีลาภนิดหน่อย ดีขึ้น รายจ่ายลดลง เริ่มเข้าที่ สบายขึ้น

ความรัก             สดชื่น ราบรื่น แจ่มใส มีลาภจากคนรัก

สุขภาพ             ระบบย่อยไม่ดี

สีดี                    ม่วง

สีไม่ดี                เขียว

 

ราศีมีน

การงาน             งานใหม่ เข้ามา การติดต่อเจรจามีความสำเร็จ มีชื่อเสียง ผลงานดี ได้เลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง

การเงิน              ยังคงมีสิ่งของต้องซ่อมแซม รายจ่ายยังไม่คงที่ มีโชคเล็กน้อย

ความรัก             จะต้องช่วยเหลือเรื่องการงานร่วมกัน มีความเข้าใจกัน ราบรื่นดี

สุขภาพ             ท้องผูก อาหารเป็นพิษ

สีดี                    ฟ้า น้ำเงิน

สีไม่ดี                แดง