-Cover_1.jpg

kinyupen_adminMay 8, 2020

ในช่วงล็อกดาวน์จากวิกฤตโควิด -19 หลายบ้านคงหนีไม่พ้นการเข้าครัวเอง บางท่านไม่เคยทำอาหารมาก่อนก็อาจกลายเป็นพ่อครัวแม่ครัวมือฉมัง โดยมีอาจารย์อย่างกูเกิ้ล หรือ ยูทูป คอยสอน แล้วทราบหรือไม่ว่าเมนูประเภทใดที่ถูกค้นหามากสุดในช่วงดังกล่าว วันนี้เรามีคำตอบกัน

 

หน่อไม้” กลายเป็นเมนูที่ผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะคนเอเชียค้นหามากที่สุด

 

“กูเกิ้ล” รายงาน Google Trends จัดอันดับสูตรอาหารที่ได้รับการค้นหามากที่สุดในโลกช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาว่า ขณะที่หลายประเทศทั่วโลกต้องตกอยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อลดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19 นั้น พบว่า เมนูที่ถูกค้นหามากที่สุดในโลก คือ เมนูที่มีส่วนผสมของหน่อไม้ คือเพิ่มขึ้น 4,850% จากช่วงเวลาปกติ

เมนูที่มีการค้นหามากสุด ได้แก่ หน่อไม้ผัดเห็ดหอม หน่อไม้ผัดหมู และราเมนที่ใส่หน่อไม้เป็นส่วนประกอบ ซึ่งหน่อไม้ถือได้ว่าเป็นเมนูยอดนิยมของชาวเอเชียอยู่แล้ว ส่วนเมนูยอดนิยมรองลงมาจะเป็นพวกได้แก่ สูตรทำขนมปัง สูตรทำเค้กเทศกาลอีสเตอร์ และสูตรเต้าหู้ผัดซอสเสฉวน (Mapo tofu)

 

ขณะที่เมนูเอเชียที่ระบุคำว่า homemade ล้วนติดอันดับการค้นหาพุ่งกว่า 5000% ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาด้วย นอกจากนี้ตามรายงาน YouTube พบว่า “คนเอเชีย” เข้าไปค้นหาและดูคลิปการทำอาหารออนไลน์มากที่สุดในโลก โดยประเทศที่ค้นหาเมนูอาหารมากที่สุด 4 อันดับมาจากเอเชียทั้งสิ้น ได้แก่ ศรีลังกา อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และบังกลาเทศ

 

และวันนี้เมื่อพูดถึงเรื่องหน่อไม้แล้ว กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ก็ไม่มามือเปล่า แต่นำสูตร “หน่อไม้ต้มเค็ม” หนึ่งเมนูอร่อยทำง่ายจากหน่อไม้มาฝากกันด้วย ถ้าพร้อมแล้วไปกันเลย

 

 

ส่วนผสม

  • กระดูกหมู (หรือใช้หมูสามชั้นแทนได้ตามชอบ) 500 กรัม
  • หน่อไม้ไผ่ตง 1 กิโลกรัม
  • รากผักชี กระเทียม พริกไทย โขลกรวมกัน
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ๊วขาว 3 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ 1 ช้อนชา

 

ขั้นตอน

  1. ต้มหน่อไม้กับน้ำเปล่าที่ผสมเกลือจนเดือด เทน้ำทิ้ง ต้มอย่างน้อย 2 ครั้ง
  2. นำหน่อไม้มาหั่นเป็นท่อน ประมาณ 1 นิ้วบุบพอแตก เวลาต้มจะได้เข้าเนื้อ
  3. ล้างกระดูกหมู หรือ หมูสามชั้น กับน้ำเกลือให้สะอาด
  4. นำกระเทียม รากผักชี พริกไทยที่โขลกไว้ลงไปผัดกับน้ำตาลปี๊บจนละลายเปลี่ยนเป็นสีเข้ม
  5. ใส่กระดูกหมู ผัดพอสุก ตักส่วนผสมที่ผัดสุกแล้วใส่หม้อ ใส่หน่อไม้ เติมน้ำให้ท่วม
  6. ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว เกลือ ต้มต่อประมาณ 30 นาที จนเข้าเนื้อ
  7. ตักเสิร์ฟพร้อมรับประทาน

 

ด้วยส่วนผสม ขั้นตอน และวิธีทำที่ง่ายแสนง่าย คุณก็จะมีอาหารอีกหนึ่งอยากไว้รับประทานกันในครอบครัว ทำเอง กินเอง ประหยัดเงินและยังได้คุณประโยชน์ที่ครบถ้วนอีกด้วย

 

เกร็ดน่ารู้เรื่องหน่อไม้”

ก่อนรับประทานต้องทำความสะอาดอย่างถูกวิธี เพราะหน่อไม้ไม่ใช่อาหารที่จะทานดิบได้

  1. หากเป็นหน่อไม้สด ก่อนที่จะนำมาประกอบอาหารให้ต้มในน้ำเดือดนานอย่างน้อย 10 นาที เพื่อลดระดับของสารไซยาไนด์
  2. กรณีที่ซื้อหน่อไม้ปี๊บมารับประทานต้องต้มในน้ำเดือดเป็นเวลาอย่างน้อย 30 นาที เพื่อฆ่าเชื้อคลอสทริเดียม โบทูลินัม และเทน้ำที่ใช้ต้มทิ้งห้ามนำมาใช้ปรุงอาหารเด็ดขาด
  3. ผู้ที่ไม่ควรรับประทานหน่อไม้ คือ ผู้ป่วยเป็นโรคเกาต์ เพราะในหน่อไม้มีสารพิวริน ที่ทำให้กรดยูริกสูงขึ้น เสี่ยงโรคเกาต์กำเริบ

 

ที่มา


32-ปี_Cover_3.jpg

kinyupen_adminMay 8, 2020

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า ท่ามกลางความยากลำบากระหว่างที่สหรัฐอเมริกากำลังต้องต่อสู้กับการแก้ปัญหาโรคระบาดโควิด 19 ในขณะนี้ ก็มักจะพบเรื่องราวน่าประทับใจเกิดขึ้นให้มีรอยยิ้มได้บ้างเหมือนกัน เช่นเดียวกับข่าวนี้ เมื่อชายคนหนึ่งในรัฐไอโอวา ได้รับโปสการ์ด ที่น้องสาวของเขาที่อยู่ต่างเมืองส่งมาให้เพื่อ 32 ปีก่อน แต่มันไม่เคยถูกส่งมาถึงเขา กระทั่งเกิดโรคระบาดจากโคโรนาไวรัส ทำให้ที่ทำการไปรษณีย์ต้องทำความสะอาดครั้งใหญ่ จนกระทั่งพบว่าโปสการ์ดใบดังกล่าวยังตกค้างอยู่ มันจึงถูกส่งมาถึงตัวเจ้าของอีกครั้ง

 

พอล วิลลิส ชายอเมริกันวัย 76 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของไปรษณียบัตรตกค้างใบนี้เล่าว่า โดยปกติแล้วเขาจะไปตรวจสอบจดหมายในตู้ไปรษณีย์หน้าบ้านทุกวันซึ่งเหตุการณ์ก็ดำเนินไปตามปกติ จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อเปิดตู้ไปรษณีย์ เขากลับพบโปสการ์ดที่มีลักษณะเก่าที่ลงชื่อถึงเขา แต่เมื่อตรวจสอบดูก็พบว่า มันเป็นโปสการ์ดที่ถูกส่งมาเมื่อ 32 ปีที่แล้ว จากแอนด์ โลเวลล์ น้องสาวของเขาที่ปัจจุบันอายุ 65 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ในซานฟรานซิสโก แคลิฟอร์เนีย โดยเนื้อในบทความเขียนว่า “รูปภาพหนึ่งภาพมีความหมายมากกว่าคำพูด 1000 คำ” ส่วนด้านหลังเป็นรูปภาพของแอนด์ในขณะนั้น

 

 

พอลบอกว่า มันเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นมาก และเป็นเรื่องประทับใจที่เกิดขึ้นในระหว่างที่ต้องกักตัวอยู่บ้านในช่วงการระบาดของโรคโควิด และถือเป็นเรื่องสนุกที่ทำให้ผ่อนคลายความเครียดไปได้

 

ในโปสการ์ด ใบดังกล่าว มีตราประทับของไปรษณีย์เมืองซานฟรานซิสโก ระบุว่า มันถูกส่งเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 1987 และปรากฏตราประทับใหม่ หลังจากที่มันถูกค้นพบจากเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ท้องถิ่น ลงวันที่ 29 เมษายน 2020 ที่ผ่านมา

 

 

ด้านแอนด์ น้องสาวผู้ส่งโปสการ์ดถึงพี่ชายเมื่อ 32 ปีที่แล้วบอกว่า เธอไม่เคยถามพี่ชายเลยว่าได้รับโปสการ์ดใบนั้นหรือไม่ และมันเป็นโปสการ์ดที่เธอทำเอง และส่งให้พี่ชายตามปกติและไม่เคยคิดถึงมันอีกเลย ทั้งสองคนต่างคิดว่ามันได้ผ่านไปนานแล้วและไม่น่าจะมีสิ่งใดผิดปกติจากการส่งโปสการ์ดในครั้งนั้น

 

เมื่อได้รับโปสการ์ดที่ค้างอยู่ถึง 32 ปี ทั้งคู่ได้โทรศัพท์คุยกัน และพอล ก็โทรศัพท์ไปสอบถามที่ไปรษณีย์ถึงความเป็นมาของมัน ก็ได้รับคำตอบว่าโปสการ์ดใบนี้ถูกค้นพบระหว่างที่ที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่งได้รับคำสั่งให้เก็บทำความสะอาดอย่างละเอียดเนื่องจากปัญหา Covid-19 กระทั่งค้นพบและนำมันส่งต่อถึงผู้รับในเวลาต่อมา

 

พอลยังบอกด้วยว่า ไม่เพียงแต่โปสการ์ดเก่าเท่านั้น แต่เขายังค้นพบกระเป๋าเงินที่ทำหายไว้ในทุ่งหญ้าใกล้บ้านตั้งแต่ปี 2005 อีกด้วย

 

“บางทีโควิด 19 ก็เหมือนช่วงเวลาพิเศษที่ทำให้เราได้กลับมาเจอกับอดีตอีกครั้ง หรือจะเรียกว่า ‘Twilight Zone’ ก็ได้” เขากล่าว


-งบน้อย_Cover_1-1.jpg

kinyupen_adminMay 7, 2020

แม้ด้วยเทคโนโลยีของสมาร์ทโฟนจะทำให้การถ่ายภาพเป็นเรื่องง่ายสำหรับใครหลายคน แต่การถ่ายให้สวยนั้นก็อาจยังเป็นเรื่องยากอยู่ดี  กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอแนะนำ “3 เทคนิคง่ายๆ ในการถ่ายภาพอาหารให้ดูดีขึ้นในงบ 0 บาทด้วยโทรศัพท์มือถือ” โดยเพจ Kaan Photographer มาฝากกัน

 

1. เลือกแสง

เอาแสงธรรมชาติไว้ก่อนนะครับ จากรูปตัวอย่างนี้จะเห็นว่ารูปที่ถ่ายด้วยแสงธรรมชาติจะให้สีสันสดใส สมจริงของตัวอาหาร ส่วนรูปที่ถ่ายด้วยแสง warm light ของห้องจะมีสีเพี้ยน ถ้าเป็นไปได้ใช้แสงธรรมชาติครับ

2. เลือกมุม

วิเคราะห์อาหารของเราว่า มันเป็นรูปทรงไหน ถ้าเป็นอาหารแบนๆอย่างพิซซ่าหรือแกงต่างๆ มุม top จะสื่อสารออกมาได้ดีที่สุด

มุม 45 องศาคือมุมมาตรฐาน สามารถใช้ได้กับอาหารทุกรูปทรง
มุมต่ำกว่า 45 เหมาะกับอาหารที่ทรงสูงเช่นเบอร์เกอร์ เป็นต้นครับ

 

3. เลือกระยะ

แม้ช่วงนี้เราต้องห่างๆกัน แต่การถ่ายอาหารเข้าใกล้ๆได้นะครับ ฮ่าๆ กล้องของมือถือในยุคนี้สามารถเข้าไปถ่าย close up ได้ใกล้มาก เราก็เอาข้อได้เปรียบนี้ไปใช้ในการถ่ายอาหารได้

หันด้านที่เราอยากจะโชว์ แล้วเข้าไปถ่ายใกล้ๆ อื้มมมม อาโหร่ย

3 เทคนิคง่ายๆในการถ่ายภาพอาหารให้ดูดีขึ้นในงบ 0…

โพสต์โดย Kaan Photographer เมื่อ วันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2020


2563_Cover_2-1.jpg

kinyupen_adminMay 7, 2020

“โปรตีนทดแทน และโปรตีนสายพันธุ์ใหม่” คือ หนึ่งในเทรนด์เมนูสุขภาพที่เหล่ากูรูวงการอาหารการันตีไว้ในงาน Fi Asia 2019 (นิทรรศการและการประชุมประจำปีของกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารในเอเชีย) ว่ากำลังมาแรงในปี 2563 นี้ ส่วนน่าสนใจอย่างไรและหาทานได้จากไหน กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต อาสาพาไปหาคำตอบกัน

 

ถ้าจะขยายความให้เข้าใจง่ายๆ นั้น “โปรตีนทดแทน” ก็คือ โปรตีนจากพืช-นมพืช เมล็ดถั่วต่างๆ ที่เราทราบกัน แต่อีกตัวที่น่าสนใจคือ “โปรตีนสายพันธุ์ใหม่” ที่เกิดจากการหมักด้วยเชื้อจุลินทรีย์ มีคุณประโยชน์สำคัญที่อุดมไปด้วย “โพรไบโอติกส์” จุลินทรีย์ชนิดดีที่คอยกำจัดแบคทีเรียไม่ดี ฟื้นฟูสมดุลภายในลำไส้ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน และช่วยในด้านการหลั่งสารสื่อประสาท ฮอร์โมนต่างๆ ในร่างกายอีกด้วย ซึ่งถ้าเราอยากที่ทานอาหารที่มีเจ้าจุลินทรีย์ตัวนี้เป็นส่วนประกอบ สามารถเลือกทานได้จากเมนูดังต่อไปนี้

 

TEMPE

1. เทมเป้ (TEMPE)

อาหารที่มีต้นกำเนิดจากอินโดนีเซียมากว่า 200 ปี เป็นถั่วเหลืองหมักกับเชื้อราชนิดหนึ่งที่เป็นมิตรกับร่างกาย ลักษณะคล้ายกับเต้าหู้ แต่มีเส้นใยอาหารจากถั่วเหลืองทั้งเมล็ดทำให้มีความแน่นมากกว่า รสจืด ใยอาหารสูง มีวิตามิน B12 และโปรตีนจากพืชที่มีคุณประโยชน์ ช่วยกระตุ้นการทำงานของแบคทีเรียชนิดดีในกระเพาะอาหาร ทั้งยังมีโพรไบโอติกส์และพรีไบโอติกส์ (ใยอาหารที่ไม่ถูกย่อยในกระเพาะอาหาร) ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย มีสารต้านอนุมูลอิสระทำให้ผิวพรรณสดใส

สำหรับใครที่สนใจสามารถหาซื้อได้ทาง เว็บไซต์อาหารเพื่อสุขภาพ  BEANERGY FOOD , ร้าน FARMER FRESH หรือ ร้านจำหน่ายสินค้าออนไลน์ทั่วไป

 

 

KOMBUCHA

2. คอมบุชะ (KOMBUCHA)

ชาเขียว” หรือ “ชาดำ” ที่ผ่านกระบวนการหมักเพื่อให้ได้จุลินทรีย์ชั้นดี จัดเป็นเครื่องดื่มที่มีสรรพคุณทางยา มีจุลินทรีย์โพรไบโอติกส์ที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ มีส่วนช่วยรักษาสมดุลระบบทางเดินอาหารและระบบขับถ่าย นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณด้านลดระดับคอเลสเตอรอล น้ำตาลในเลือด ช่วยเผาผลาญแคลอรี ลดการสะสมสารตกค้างในตับ ไต ช่วยล้างพิษหรือ ของเสียตกค้างในร่างกาย ทำให้นอนหลับได้ดีขึ้น กระตุ้นการสร้างพลังงาน สร้างภูมิคุ้มกัน แก้โรคหอบหืด โรคผิวหนังอักเสบและโรคปวดข้อ

สามารถหาซื้อได้ทาง Facebook : Pure Luck Bangkok , เว็บไซต์จำหน่ายสินค้าออร์แกนิค และ ร้านจำหน่ายสินค้าออนไลน์ทั่วไป

 

การทานอาหาร นอกจากความอร่อยแล้ว อีกปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงคุณประโยชน์และผลเสียที่อาจเกิดขึ้นต่อร่างกายด้วย ควรบริโภคที่พอดีและเลือกของที่มีประโยชน์เป็นสำคัญ

 

 

เคล็ดน่ารู้..เมนูเทมเป้

เทมเป้กินอะไรก็อร่อย…วันนี้เรามีเมนูง่ายๆ มาฝาก

 

  • เทมเป้สามเกลอ เมนูอาหารเช้าแสนง่าย ประโยชน์เกินร้อย ทานพร้อมโยเกิร์ต แอปเปิล และโกโก้ร้อนหนึ่งแก้ว อิ่มสบายท้อง
  • เมี่ยงเทมเป้ อารมณ์เดียวกับเมี่ยงปลาทู หรือ ก๋วยเตี๋ยวลุยสวน ทานได้ง่าย อิ่มท้อง และดีต่อสุขภาพ

วัตถุดิบ : แผ่นแป้ง , ผักสดตามที่ชอบทาน , เทมเป้สดหรืออบร้อน , ขนมจีน (หากคุมน้ำหนักอยู่จะทานขนมจีนก็ได้)

น้ำจิ้มซีฟู้ด : กระเทียม , ผักชี  , มิโสะ แทนน้ำปลา , น้ำตาลมะพร้าว , พริกขี้หนูสวน ตำรวมกันปรุงรสชาติตามที่ชอบ

เสร็จแล้วนำส่วนประกอบทุกอย่างจัดใส่จาน เรียงให้สวยงาม พร้อมเสิร์ฟ

 

  • ข้าวมันเทมเป้ ข้าวมันธัญพืช

ส่วนผสมในการทำข้าว สำหรับ 1 จาน : ข้าวหอมมะลิ (1/2 ถ้วย), เทมเป้ 1/2 ชิ้น , ขิงหั่นแว่น 3-4 ชิ้น, กระเทียมทุบ 3 กลีบ, รากผักชีทุบ 1 ราก , น้ำมันงา 2 ช้อนชา และน้ำซุปผัก

ส่วนผสมในการทำน้ำจิ้ม 1 ถ้วย : มิโสะ 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนชา , กระเทียมสับ 2 กลีบ, ขิงสับ 2 ช้อนชา, พริกแดงซอย 2 เม็ด, น้ำส้มสายชูข้าวหมัก 2 ช้อนโต๊ะ และซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ

 

ขั้นตอนการทำ

  1. ใส่ข้าวหอมมะลิ เทมเป้ กระเทียมทุบ รากผักชีทุบและขิงหั่นแว่นลงในหม้อหุงข้าว
  2. เติมน้ำซุปผักลงในหม้อให้เหนือระดับข้าวเล็กน้อย เติมน้ำมันงาเพื่อความหอมมัน แล้วหุงข้าวตามปกติ
  3. ทำน้ำจิ้มโดยผสมมิโสะ น้ำตาลมะพร้าว กระเทียมสับ ขิงสับ พริกแดงซอย น้ำส้มสายชูข้าวหมัก และซีอิ๊วขาวที่ตวงไว้เข้าด้วยกัน พอข้าวสุกตักใส่จานทานคู่กับทานคู่กับแตงกว่าและผักชี

 

ขอบคุณข้อมูลจาก https://beanergyfood.com



kinyupen_adminMay 7, 2020

ไนกี้บริจาครองเท้า The Air Zoom Pulse มากกว่า 30,000 คู่ ให้กับบุคลากรการแพทย์ในอเมริกาและยุโรป

 

ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า ไนกี้ แบรนด์รองเท้าชื่อดัง ได้มอบรองเท้าออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับพนักงานด้านการดูแลสุขภาพจำนวน 30,000 คู่ให้กับระบบสุขภาพและโรงพยาบาลในเมืองต่างๆ ทั่วสหรัฐอเมริกา

 

โดยรองเท้าที่ไนกี้จะส่งมอบให้กับบุคลากรการแพทย์คือ รองเท้ารุ่น The Air Zoom Pulse ซึ่งได้เปิดตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยรองเท้ารุ่นนี้เป็นรุ่นแรกที่ไนกี้ออกแบบมาสำหรับนักกีฬาเพื่อดูแลสุขภาพโดยเฉพาะ และถือเป็นรองเท้าที่เหมาะสมกับบุคลากรการแพทย์ที่ต้องทำงานอย่างหนักในขณะนี้

 

The Air Zoom Pulse

 

แนวคิดดังกล่าวบริษัทไนกี้ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปยังโรงพยาบาลเด็ก OHSU Doernbecher ในพอร์ตแลนด์รัฐโอเรกอนเพื่อศึกษาข้อมูลสำคัญด้านสุขภาพเกี่ยวกับผู้ประกอบอาชีพด้านการดูแลสุขภาพโดยเฉพาะ โดยยึดเอาแนวคิดและความยากลำบากของการทำงาน รวมถึงการที่จะต้องเดินเป็นเวลานาน รวมไปถึงคุณลักษณะทางกายภาพเกี่ยวกับการไหลเวียนของของเหลวต่างๆ ในร่างกาย ดังนั้นจึงต้องมีรองเท้าที่รองรับการทำงานลักษณะนี้จากการที่ต้องใช้เวลาทำงานเป็นเวลานาน

 

รองเท้ารุ่น The Air Zoom Pulse เป็นรองเท้าชนิดนวมและมีสายยางยืดที่ช่วยรักษาส้นเท้าให้อยู่ในที่ปลอดภัย ซึ่งจะทำให้ง่ายต่อการใช้งานด้วยมือเดียว ขณะที่พื้นรองเท้าด้านนอกทำจากยางที่ทนทานพร้อมพื้นรองเท้าที่ช่วยยึดเกาะได้แม้ในขณะที่มีน้ำหรือของเหลว

 

 

สำหรับการมอบรองเท้าดังกล่าว เป็นการร่วมมือกันระหว่างบริษัทไนกี้และองค์กรไม่แสวงกำไรที่ชื่อว่า Good360 ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการกระจายสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่ผ่านมาได้ทำการมอบรองเท้าให้กับผู้ใช้แรงงานที่ขาดแคลนรองเท้าในชิคาโก ลอสแองเจลิส เมมฟิสและนิวยอร์กซิตี้ และสำนักงานบริหารสุขภาพทหารผ่านศึก

 

ผู้บริหารของไนกี้กล่าวว่าการนำรองเท้าไปมอบให้กับบุคลากรการแพทย์ถือเป็นการขอบคุณที่ทุกคนเสียสละในการรักษาชีวิตของผู้คน ซึ่งรองเท้ารุ่นนี้จะถูกส่งมอบให้พวกเขาได้ทำงานอย่างสะดวกสบายมากขึ้น เพราะได้ถูกออกแบบมาสำหรับนักกีฬาที่ต้องการความยืดหยุ่นทางร่างกาย ซึ่งจะทำให้จิตใจผ่อนคลายไปด้วยเมื่อสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น

 

 

นอกจากในอเมริกาแล้ว ไนกี้ยังจะมอบรองเท้ารุ่นเดียวกันนี้ให้กับโรงพยาบาลทั่วยุโรป ทั้งที่บาร์เซโลนา เบอร์ลิน ลอนดอนมิลาน ปารีสและเบลเยียมอีกด้วย


Beauty-aging-Cover_1-1.jpg

kinyupen_adminMay 7, 2020

แต่ละช่วงวัยมีสภาพผิวต่างกัน การดูแลย่อมต่างกันไปด้วย จึงต้องใส่ใจเป็นพิเศษ กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตจะมาเผยเคล็ดลับเผยความสวยสมวัยกัน

วัย 20 : หัวใจสำคัญ “ความชุ่มชื้น”

 

สภาพผิว : เป็นช่วงวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงของสภาพผิวมากที่สุด โดยผิวจะปรับสภาพและผลัดเซลล์ทุกๆ 28 วัน หรือ 1 เดือน ในช่วงวัย 20 ต้นๆ สาวๆ มักมีปัญหาในเรื่องความมัน สิวอุดตันบนใบหน้า ทั้งจากฮอร์โมนสาวสะพรั่งและมลภาวะที่ต้องเจอในชีวิตประจำวัน และเมื่อย่างเข้า 20 ตอนปลายด้วยภาระงานและความรับผิดชอบที่มีมากขึ้น อาจก่อให้เกิดความเครียด ริ้วรอยเล็กๆ จึงค่อยๆ ตามมา

วิธีดูแล : ข้อดีของวัยนี้คือผิวยังสามารถสร้างน้ำมันออกมาทำให้ผิวยืดหยุ่นได้มาก แต่ด้วยช่วงวัยที่รักสวยรักงาม การแต่งหน้าการเลือกใช้เครื่องสำอางอาจจะทำให้ผิวหน้าได้รับผลกระทบ ทั้งจากสิวอุดตันและสารเคมีที่ประโคมลงไป ดังนั้นการทำความสะอาดผิวหน้าจึงสำคัญอย่างมาก จึงควรเช็ดหน้าด้วยคลีนซิ่งทุกครั้ง และใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่สามารถช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย ในวัยนี้หัวใจสำคัญที่ควรใส่เป็นพิเศษ คือ ความชุ่มชื้น เพราะความมันที่ออกมาไม่ได้ความว่า ผิวของคุณจะอิ่มน้ำ ดังนั้นควรเลือกทามอยส์เจอร์ไรเซอร์เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิวหน้า และอาจทาอายครีมเพื่อป้องกันริ้วรอบที่อาจจะเกิดก่อนวัย และทุกเช้าก็ควรปกป้องผิวจากรังสี UV ด้วยครีมกันแดดที่มี SPF 50+++ ขึ้นไป หรือหากอยู่ในร่มก็ไม่ควรประมาทเพราะแสงจากหลอดไฟก็อาจทำให้เกิดฝ้า กระ ได้เช่นกัน แต่อาจละค่า SPF ลงมาไม่ต่ำกว่า 15

 

 

วัย 30 : หัวใจสำคัญ “การผลัดเซลล์ผิว”

 

สภาพผิว : ช่วงวัยนี้สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป คือ การผลัดเซลล์ผิวที่ช้าลง และมีความเสี่ยงที่การผลัดผิวอาจทำให้เกิดริ้วรอยที่ยากต่อการกำจัด ในวัยที่มีความเครียดสะสม ร่างกายเริ่มขาดสารอนุมูลอิสระ ควรใส่ใจทั้งการรับประทานอาหาร โดยอาจรับประทานวิตามินเสริม รวมถึงการบำรุงผิวหน้าอย่างสม่ำเสมอ

วิธีดูแล : ในช่วงวัยนี้ผิวหน้าเริ่มผลิตน้ำมันได้น้อยลง ทำให้การทำความสะอาดหรือการบำรุงจำเป็นต้องได้รับความใส่ใจเป็นพิเศษ เนื่องจากผิวมีการผลัดเซลล์ที่ช้าลง สาวๆ ในช่วงวัยนี้จึงควรสครับใบหน้าอย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง เพื่อช่วยเร่งกระบวนการผลัดเซลล์ผิว เพิ่มความกระจ่างใสให้กับผิวหน้า แต่ควรระวังผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นกรดมากเกิดไป และเบามือกับผิวหน้าระหว่างการสครับเพราะการหนักมือมากเกิดไปอาจทำให้เกิดริ้วรอยตามมา สิ่งสำคัญคือ หมั่นเติมสารบำรุงที่เหมาะสม โดยใช้โทนเนอร์ในการปรับสภาพผิว เติมเต็มวิตามินและความชุ่มชื้นคือสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับวัยนี้

 

 

วัย 40 : หัวใจสำคัญ “การบำรุง”

 

สภาพผิว : เป็นวัยที่ “ฮอร์โมน” เริ่มผลิตช้าลงโดยที่คุณอาจสังเกตได้จาก ผิวที่แห้งขึ้น ขาดความยืดหยุ่น และบอบบางในบางครั้งอาจเกิดอาการแพ้ แม้กระทั่งในผลิตภัณฑ์เดิมๆ ที่เคยใช้ประจำ หากสาวๆ พบว่าสิ่งนี้เริ่มเกิดขึ้นกับตัวเองคุณควรเริ่มบำรุงผิวอย่างจริงจัง สีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ ฝ้า กระ อาจเกิดได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมหากคุณไม่ระมัดระวัง เพราะผิวในวัยนี้เริ่มขาดคอลลาเจน

วิธีดูแล : การทำความสะอาดผิวสำหรับวัยนี้ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็นเนื้อครีม เพื่อป้องกันการเสียดสีให้ผิวบอบบางมากขึ้น ทั้งผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อครีมยังช่วงคงความชุ่มชื้นให้ผิวได้ดี และขาดไม่ได้เลยคือ “การบำรุง” คอลลาเจนในผิวเริ่มพร่องไป ดังนั้นสาวๆ จึงควรเติมเต็มด้วยผลิตภัณฑ์ หรือ ทรีทเมนต์ ที่มีส่วนผสมของเปปไทด์และโปรตีน ใส่ใจในส่วนที่บอบบางบนใบหน้าหรือบริเวณที่มีการขยับบ่อยๆ เช่น รอบดวงตา หางตา ร่องแก้ม หน้าผาก ผลิตภัณฑ์ลดเลือนริ้วรอยควรเริ่มใช้อย่างจริงจัง และทาครีมกันแดดทุกเช้าเพื่อป้องกันไม่ให้คุณสูญเสียคอลลาเจนมากไปกว่านี้

 

 

วัย 50 : หัวใจสำคัญ “การเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย”

 

สภาพผิว : วัยทองของสาวๆ หลายๆ คน ช่วงวัยนี้เป็นช่วงวัยที่หลายคนประสบความสำเร็จในหลายๆ ด้าน และหากคุณดูแลผิวอย่างดีเสมอมา ภาวะต่างๆ รวมถึงฮอร์โมนที่ผลิตน้อยลง การขาดประจำเดือน รูขุมขนขยายกว้างไม่กระชับ อาจทำให้คุณเป็นกังวลมากขึ้น ผิวที่แห้งลงและผิวหน้าที่รับการเติมเต็มได้ไม่เหมือนก่อน หรือที่หลายๆ คนเรียกว่า ทาครีมไม่ซึม แต่งหน้าไม่ติด

วิธีดูแล : ผิวจะเริ่มขาดทั้งน้ำและน้ำมัน ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นเนื้อครีมเข้มข้น มีส่วนผสมของ วิตามินอี และโพลีเปปไทด์ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเพิ่มความชุ่มชื้นทำให้ผิวเนียน และอาจใช้ผลิตภัณฑ์ลดเลือนริ้วรอย และกระชับรูขุมขนที่มีส่วนผสมของ เรตินอล โดยควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนที่จะเริ่มใช้ เพราะเรตินอลเป็นสารที่อันตรายหากใช้ในปริมาณมากหรือใช้ควบคู่กับผลิตภัณฑ์บางชนิด ดังนั้นควรเลือกความเข้มข้นที่เหมาะสมกับสภาพผิวหน้าและปัญหาของคุณเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด


New-Normal_Cover_1-1.jpg

kinyupen_adminMay 6, 2020

ในวันที่ใครๆ ต่างก็พูดว่าให้เตรียมรับ New Normal หรือ ความปกติรูปแบบใหม่ที่จะเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตของเราให้ต่างไปจากอดีต ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า “เราควรต้องทำตัวอย่างไร ไม่ทำได้ไหมในเมื่อสถิติผู้ติดเชื้อลดลงเรื่อยๆ จนแทบจะหมดอีกหน่อย New Normal ก็ไม่จำเป็นแล้วสิ”

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต มีคำตอบ และ 10 วิธีปฏิบัติน่าสนใจมาฝากกัน

คำตอบที่ว่านี้มีที่มาจากบทความ โควิด-19 …การเตรียมตัวสู่ “New Normal” = New “Me”… เผยแพร่ทางเว็บไซต์ hfocus.org โดย รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ รศ.ดร.พญ.ภัทรวัณย์ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งวันนี้ขออนุญาตหยิบสาระสำคัญมาสรุปความเพื่อส่งต่อประโยชน์ให้ได้ทราบกัน

คุณหมอบอกว่าNew Normal ไม่ใช่แค่คำสวยหรูสำหรับการประกาศเชิญชวน”

เพราะจากสถิติผู้ติดเชื้อโควิด-19 บ่งชี้ให้เห็นว่ายังคงมีเหตุจากการพบปะผู้คนอื่นในสังคม ชุมชน ห้าง หรือ ตลาดที่แออัด ถ้ายังดำเนินชีวิตไปมาหาสู่แบบเมื่อก่อนก็จะเลี่ยงได้ยากมาก และด้วยการที่โรคนี้ยังไม่มีวิธีรักษามาตรฐาน ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน ถ้าเป็นต้องรักษาตัวอยู่นานหลายสัปดาห์และมีโอกาสตาย

ดังนั้นถ้าเรารักตัวเรา รักพ่อแม่พี่น้องและคนใกล้ชิด เราควรต้องเปลี่ยนพฤติกรรม แม้จะไม่ชอบ ไม่สะดวกสบาย หรือ ฝืนใจ ไม่มีทางเลือกอื่นใด นอกจากทำให้เป็น New “Me”

คุณหมออธิบายต่ออีกว่า การจะเป็น New “Me” ประกอบด้วย 10 ขั้นตอนปฏิบัติในชีวิตประจำวันอย่างน้อยอีก 1 ปีถัดจากนี้

  1. ตั้ง Default ของชีวิตว่า “อยู่กับบ้าน” ออกจากบ้านเมื่อยามจำเป็นจริงๆ เท่านั้น
  2. เช็คอาวุธประจำตัว “ใส่หน้ากากผ้า/หน้ากากอนามัย พกเจลแอลกอฮอล์ หรือ สเปรย์แอลกอฮอล์” ก่อนก้าวออกจากบ้าน วางแผนเดินทางให้ชัดเพื่อลดความเสี่ยง หรือ ใช้โทร / วีดิโอคอลแทนจะดีกว่า
  3. ล้างมือเป็นประจำทุกครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมงขณะอยู่ข้างนอก อย่าเอามือขยี้ตา ล้วงแคะแกะเกาจมูกปาก
  4. ใช้ขนส่งสาธารณะเท่าที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น ถ้าต้องให้พยายามเลี่ยงความแออัด ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องคอยสังเกตอาการ ประเมินความเสี่ยงของตนเอง เมื่อสงสัยควรรีบไปตรวจ
  5. ใช้บริการมอเตอร์ไซค์ ควรใส่หน้ากากอนามัยเสมอ ถ้าคนขับไม่ใส่หน้ากาก หรือ หมวกกันน็อค ควรบอกให้ใส่ ถ้าไม่ใส่ไม่ควรใช้บริการ ควรนั่งหันข้างไม่นั่งคร่อม หรือ ถ้าจะนั่งคร่อมอาจต้องหันหน้าไปด้านข้าง
  6. อยู่ข้างนอกระแวงคนอื่นไว้เยอะๆ อยู่ห่างให้ได้อย่างน้อย 1-1.5 เมตรเสมอ
  7. “ยืดอก…พกถุง” พกถุงผ้าติดตัว เวลาซื้ออาหาร หรือ ของจิปาถะ ไม่ต้องแชร์ หยิบจับภาชนะกับคนอื่น
  8. อย่าแชร์แก้ว แชร์ขวด แชร์ช้อนส้อมจานชาม หรือ แม้แต่แชร์บุหรี่กับใครก็ตามที่ไม่ใช่ตัวเราเอง
  9. กลับถึงบ้านอย่าเพิ่งไปกอดหอมทักทายคนรักคนใกล้ชิด ล้างมือก่อนเข้าบ้าน หรือ เข้าบ้านแล้วไปอาบน้ำก่อนดีกว่า
  10. หากรัฐเค้าจะปลดล็อกการใช้ชีวิตในสังคมในรูปแบบใดก็ตาม จะเสี่ยงมากเสี่ยงน้อยก็แล้วแต่ ขอให้ทุกคนที่พออยู่นิ่งๆ แบบที่ทำกันมาตลอดในเดือนมีนาคมและเมษายน จงอยู่นิ่งๆ กับบ้านต่อไปดีกว่า เพราะทั่วโลกที่ปลดล็อกนั้น เค้าโชว์ให้เราเห็นแล้วว่า มีโอกาสระบาดซ้ำสูงมาก

อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ https://www.hfocus.org/content/2020/04/19077

 

ขอขอบคุณ hfocus.org

 


19_รถยนต์ไร้คนขับ_Cover_1.jpg

kinyupen_adminMay 5, 2020

อเมริกา – รัสเซีย นำรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยตนเอง หุ่นยนต์และรถรับส่งออกจากห้องทดสอบสู่การใช้งานจริงหลังการระบาดของโรคโควิด – 19

 

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เมื่อกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา บริษัท เจนเนอรัลมอเตอร์ส จำกัด (GM.N) ได้เปิดตัว รถยนต์ รุ่น “SF COVID-19 Response” ซึ่งจะทำหน้าที่ส่งอาหารให้กับผู้สูงอายุที่ต้องการความช่วยเหลือ หลังจากที่ไม่สามารถเดินทางออกนอกบ้านได้ จากการระบาดของโรคโควิด 19 โดยรถแต่ละคันมีคนขับสองคนเพื่อความปลอดภัย หนึ่งสวมหน้ากากและถุงมือเพื่อวางถุงที่ประตู และจากสถานการณ์นี้เองทำให้แนวคิดเรื่องของยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยตนเอง สามารถถูกนำกลับทดลองอีกครั้งหลังจากที่ต้องหยุดการทดสอบไปก่อนหน้านี้ โดยความหวังว่ารถยนต์ที่ไร้คนขับจะกลายเป็นพาหนะสำคัญสำหรับการจัดส่งแบบไม่สัมผัสกันระหว่างผู้คนเพื่อป้องกันการระบาดของโรค

 

 

บริษัท Pony.ai ซึ่งได้รับการสนับสนุนการทดสอบการใช้รถยนต์แบบได้คนขับจากบริษัทรถยนต์ โตโยต้า กล่าวว่ารถยนต์ของบริษัทที่เคยทำการทดสอบก่อนหน้าและยุติไป ได้กลับมาอยู่บนถนนในแคลิฟอร์เนียอีกครั้ง โดยตอนนี้ได้มีการเพิ่มการทดสอบการส่งของจากการซื้อของออนไลน์บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในท้องถิ่นไปยังลูกค้า และยังทำงานร่วมกับหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่นเพื่อส่งอาหารให้กับโครงการที่พักพิงฉุกเฉินในพื้นที่อีกด้วย

 

ขณะที่ในช่วงต้นเดือนเมษายนบริษัทนูโร ก็กลายเป็น บริษัทที่สองในแคลิฟอร์เนียได้ได้รับใบอนุญาตในการใช้ยานพาหนะไร้คนขับบนถนนสาธารณะได้ โดยบริษัทนี้ได้นำรถยนต์ R2 รุ่นล่าสุดมาใช้ในการนำอุปกรณ์การแพทย์ไปส่งยังโรงพยาบาล ชั่วคราวในซาคราเมนโตและศูนย์การแพทย์ชั่วคราวในซานมาเทโอ

 

ทั้งนี้การที่บริษัทรถยนต์นำรถยนต์ของตนมาใช้ในการส่งมอบของในกิจกรรมต่างๆ นั้น ไม่ได้เป็นการทำเชิงธุรกิจหรือได้เงินจากกิจกรรมต่างๆ เหล่านั้นแต่อย่างใด แต่สิ่งที่ได้คือ ประสบการณ์และข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการจัดส่งที่จะถูกนำไปใช้พัฒนารถยนต์รูปแบบนี้ในอนาคต

และเมื่อวันพุธที่ผ่านมาบริษัท เยนเด็กซ์ ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านยานยนต์ของรัสเซียซึ่งมีการทดสอบรถยนต์แบบไร้คนขับอยู่ด้วย ก็ออกมาระบุว่าการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 ถือเป็นการช่วยให้มีการตัดสินใจในการลงนามเชิงธุรกิจเกี่ยวกับการใช้รถยนต์แบบไร้คนขับนี้มากขึ้นด้วย โดยล่าสุดบริษัทได้เซ็นต์สัญญากับรัฐบาลเมือง Skolkovo ซึ่งเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีเพื่อประกอบธุรกิจการส่งจดหมายและพัสดุขนาดเล็กโดยใช้รถชนิดนี้ร่วมกับหุ่นยนต์ส่งของด้วย


Cover_1-1.jpg

kinyupen_adminMay 5, 2020

สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่า หน่วยงานด้านวัตถุโบราณของจีน ค้นพบวัตถุโบราณจำนวนมากกว่า 10,000 ชิ้นส่วนใหญ่เป็นเครื่องทองคำและเครื่องเงิน ที่ถูกฝังอยู่บริเวณแม่น้ำหมินเจียง ที่เมือง เหมยซาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลเสฉวนของจีน

 

ทั้งนี้จากการคาดการอายุของวัตถุโบราณดังกล่าว เชื่อว่ามีอายุย้อนหลังไปถึงปลายราชวงศ์หมิง  หรือในราว คศ.1368-1644   โดยการค้นพบดังกล่าวได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน “การค้นพบทางโบราณคดี 10 อันดับแรกของจีน”

 

ตราประทับสีทองที่ขุดขึ้นมาจากแนวแม่น้ำเจียงหมิวในเมืองหมิซานซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลเสฉวนของจีน (Xinhua / Liu Kun)

 

เหรียญทองขุดจากแม่น้ำเจียงหมิวที่เมือง Meishan ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลเสฉวนของจีน (Xinhua / Liu Kun)

 

เครื่องประดับทองคำที่ขุดขึ้นจากแนวแม่น้ำเจียงโจวในเมืองหมิซานซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลเสฉวนของจีน (Xinhua / Liu Kun)

 

แท่งเงินที่ขุดขึ้นมาจากแม่น้ำหมินเจียงในเมืองหมิซานซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลเสฉวนของจีน (Xinhua / Liu Kun)

 

แหวนทองที่ขุดขึ้นจากแนวแม่น้ำหมิงเจียงในเมืองหมิซานซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลเสฉวนของจีน (Xinhua / Liu Kun)

 

 

แท่งโลหะทองที่ขุดขึ้นมาจากแม่น้ำจูเจียงในเมืองหมิซานซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลเสฉวนของจีน (Xinhua / Liu Kun)

 

ส่วนหนึ่งของตราประทับสีทองที่ขุดขึ้นจากแนวแม่น้ำเจียงหมิวในเมืองหมิซานซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลเสฉวนของจีน (Xinhua / Liu Kun)

 

สร้อยข้อมือสีทองที่ขุดขึ้นมาจากแม่น้ำหมินเจียงในเมือง Meishan ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลเสฉวนของจีน (Xinhua / Liu Kun)

 

ผู้คนทำงานที่ไซต์ขุดของแม่น้ำเจียงหมิงในเมือง Meishan มณฑลเสฉวนทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีนวันที่ 15 เมษายน 2020 (Xinhua / Liu Kun)

 

ภาพถ่ายทางอากาศแสดงที่ตั้งขุดของแม่น้ำเจียงหมิงในเมือง Meishan มณฑลเสฉวนทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีนวันที่ 15 เมษายน 2020 (Xinhua / Liu Kun)

Content_Horo_4-10-May_Cover_1-1.jpg

kinyupen_adminMay 5, 2020

ทำนายดวงชะตา พยากรณ์ระหว่างวันที่ 4  – 10 พฤษภาคม 2563 โดย..พันดาว อดีตคอลัมน์นิสต์ชื่อดัง ในมติชนสุดสัปดาห์ ศาสตร์แห่งโหร และ นิตยสาร seventeen ไขรหัส…ความเร้นลับของตัวเลข ดวงดาว ที่มีอิทธิพลต่อชีวิตคุณ แบบไม่น่าเชื่อ…

 

 

ราศีมังกร 21 ธ.ค.-21 ม.ค.

 

ยังคงเป็นช่วงเวลาที่นิ่งๆ ไม่ดีและไม่ร้ายของชาวมังกร แต่สิ่งที่ต้องระวังที่สุด คือ สุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่เกิดปีมะเมีย ปีขาล  มีเกณฑ์เจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุ  แนะนำให้ทำบุญสะเดาะเคราะห์  จะผ่อนหนักเป็นเบาได้ การงานมีผู้ใหญ่ให้การสนับสนุน    นักดื่มชาวมังกร  อย่าสนุก หรือ เมา จนเสียศูนย์ มีเกณฑ์เกิดอุบัติเหตุสูงมาก  เรื่องความรักที่มีคู่อยู่แล้ว จะมีปากเสียงกันแบบไม่มีเหตุผล  ส่วนคนโสด เปิดประตูใจรับรักใหม่ได้เลยค่ะ ช่วงปลายเดือน ดาววีนัส สั่งกามเทพแผลงศรรัก ส่งคนที่ใช่มาให้แน่ๆ

 

 

ราศีกุมภ์ 22 ม.ค.-20 ก.พ.

 

ดาวการงานยังโดดเด่นที่สุดในราศีเกิด และดีไปจนถึงเดือนต.ค.แต่ต้องระวังคนอิจฉา ขัดแข้งขัดขาทำให้คุณต้องปวดหัว สุขภาพช่วงนี้ดีมาก  ไม่ต้องกินยาแก้ปวดหัว สาวราศีกุมภ์ให้ระวังเรื่องระบบไหลเวียนโลหิต เลือดลม หรืออาการเจ็บป่วยในช่องท้อง ถ้าจะให้ดีเช็คสุขภาพดูหน่อย จะได้สบายใจ ดวงความรักยังอยู่ในมุมอับ ที่คิดจะมีใครสักคน อย่าด่วนตัดสินใจจะถูกหลอกได้ ส่วนที่เป็นแฟนกันอยู่ อาจมีมือที่สามเข้ามาแทรก คุมเข้มแบบมีศิลปะหน่อย ไม่ไปไหนแน่นอน

 

 

ราศีมีน 21 ก.พ.– 21 มี.ค.

 

ดาวแห่งโชคยังโคจรในราศีเกิด ทำให้ชาวมีน ช่วงนี้ยังคง Happy  แต่ยังไงก็ต้องไม่ประมาท พ้นเดือนพ.ค.ไปแล้วอาจมีการเปลี่ยนแปลงแบบไม่คาดฝัน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องร้ายสักเท่าไหร่ คุณยังพอรับมือไหว ชาวมีน ที่เกิด ปีมะโรง ให้ระวังอุบัติเหตุ เกี่ยวกับรถหรือเครื่องจักรกล มีเกณฑ์ได้รับมรดกหรือเงินตกเบิก ญาติผู้ใหญ่อาจเจ็บป่วยด้วยโรคลมปัจจุบัน  ความรักราบรื่น  ที่ตั้งท่าจะแต่งงานมาหลายปี ปีนี้อาจได้เวลาลั่นระฆังวิวาห์เสียที ส่วนที่ยังกินขนมจีบ เห็นทีสะพานรักได้ฤกษ์ลงหลักปักฐานแล้วล่ะ รักใครชอบใครบอกไปตรงๆ ส่วนที่มีคนมาปิ๊งปั๊ง แล้วยังทำเล่นตัว อาจหมดโอกาส เพราะคนรอเขาเปลี่ยนใจไปรักคนอื่นแทน

 

 

ราศีเมษ 22 มี.ค.– 20 เม.ย.

 

คุณมีดวงของการได้พบกับนักบวช หรือ การปฏิบัติบางอย่าง ที่ทำให้คุณเข้าใจชีวิตมากขึ้น  ดาวการงานส่งผลดี มีเกณฑ์ได้พบปะกับบุคคลชั้นสูง  ที่สมัครงานหรือสอบเรียนต่อ จะได้รับข่าวดี  มีผู้มาขอให้ช่วยเหลือ  ซึ่งจะส่งผลดีต่อคุณในภายหลัง สุขภาพให้ระวังเรื่องภูมิแพ้ หรือ การแพ้อากาศ เป็นหวัด จะได้รับเกียรติจากองค์กรหรือสมาคมให้เข้าไปมีบทบาททำงานเพื่อสังคม ความรัก ช่วงนี้ไม่หวือหวา แต่ห่วงหาอาทรกันมากกว่าปกติ  จนทำให้คุณไม่คิดว่าจะต้องหันหน้าไปหาใครอีก  ชาวเมษที่ยังโสด จะมีคนเข้ามาข้องแวะ ลองคบ ศึกษานิสัยใจคอไว้ ไม่เสียหาย

 

ราศีพฤษภ 21 เม.ย.-21 พ.ค.

 

เหนื่อยเกินไปหรือเปล่า สำหรับชาวพฤษภ  จะมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างด้านการงานในชีวิตคุณ ถึงจะไม่ดีขึ้นมาก แต่ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ท้าทาย ผู้ใหญ่จะมองเห็นความสามารถในตัวคุณมากขึ้น  เงินทองเริ่มมีเข้ามาบ้าง แต่รายจ่ายก็มารออยู่แล้ว จะมีข่าวดีจากผู้ใหญ่หรือคนที่ไม่ได้พบเจอกันนาน  มีเกณฑ์ได้เงินจากหนี้สิน ที่คิดว่าจะไม่ได้คืน  สุขภาพต้องระวัง โดยเฉพาะโรคเป็นลม หน้ามืด อาจเป็นเพราะเครียด และไม่ได้พักผ่อน  ความรักเหนื่อยตลอดเวลา ปล่อยวางบ้างแล้วจะมีความสุขมากขึ้น

 

 

ราศีเมถุน 22 พ.ค.-20 มิ.ย.

 

ชาวเมถุนช่วงนี้ จะมีกำลังใจมากขึ้น  ทั้งจากครอบครัว เพื่อนฝูงหรือแม้แต่คนรัก แต่ยังต้องระวังเรื่องเงินๆทองๆ การงานยังไปได้เรื่อยๆ สุขภาพอยู่ในเกณฑ์ดี  ยกเว้นคุณจะเดินทางทางน้ำ ต้องระวังให้มาก  อาจเกิดอุบัติเหตุได้  ถ้าจะให้ดี แนะนำให้ปล่อยสัตว์โดยเฉพาะสัตว์น้ำ จะแก้เคล็ด แก้กรรมได้ บ้านหรือคอนโดมิเนียมที่ซื้อไว้ จะได้ย้ายเข้าไปอยู่ภายในเดือนสองเดือนนี้ แต่อาจต้องเสียเงินมากหน่อยกับการโอนหรือซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่  แต่เปลี่ยนแล้วจะดีขึ้น เหมือนเป็นการเปลี่ยนดวงเพื่อเสริมดวง

 

 

ราศีกรกฎ 21 มิ.ย.– 21 ก.ค.

 

ดวงความรักยังคงสดใสต่อเนื่องจากปีที่แล้ว มีเกณฑ์จะลงทุนหรือขยับขยายธุรกิจ เรื่องงานอาจมีการโยกย้ายสับเปลี่ยน  ถ้าเป็นข้าราชการก็อาจจะถูกย้ายไปต่างจังหวัดหรือไปอยู่ในที่ไกลๆ  หรืออาจมีการเดินทางไปในสถานที่ที่คนทั่วไปอาจไปยากสักหน่อย ประเภทไม่ใช่จุดหมายปลลายทางสำหรับการท่องเที่ยว   ดวงชะตาช่วงนี้ เรื่องสุขภาพ อุบัติเหตุแทบไม่มี แต่ให้ระวังมีเกณฑ์เสียเงินกับการซ่อมแซมบ้าน รถ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ  ญาติผู้ใหญ่จะมอบของเก่าแก่ให้

 

 

ราศีสิงห์ 22 ก.ค.– 20 ส.ค.

 

มีเกณฑ์ปรับเปลี่ยนเรื่องงาน สำหรับชาวสิงห์ ทำให้ความเครียดที่เป็นทุนเดิมของคนราศีนี้อยู่แล้ว อาจจะเครียดมากขึ้น เงินทองเข้ามือซ้ายออกมือขวา สุขภาพไม่น่าเป็นห่วง  ผู้ใหญ่ให้การสนับสนุนเรื่องการงานดี  แต่จะทุกข์ใจเรื่องของคนในครอบครัว โดยเฉพาะญาติผู้ใหญ่ จะเสียเงินกับการซื้อเครื่องประดับ เสื้อผ้า ความรักทรงๆ ไม่หวือหวา ที่มีอยู่แล้ว ก็ทะเลาะกันเหลือเกิน จนอยากจะเลิกกันวันละ 3 เวลา

 

 

ราศีกันย์ 21 ส.ค.-21 ก.ย.

 

ช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ เป็นช่วงที่ดาวแห่งโชคทำมุมในราศีเกิดของชาวกันย์ ถ้าจะเริ่มต้นอะไรใหม่ๆต้องรีบทำ โดยเฉพาะการเริ่มต้นงานหรือธุรกิจใหม่ๆ จะมีคนช่วยเหลืออุปถัมภ์ดีมาก มีโชคจากการเสี่ยง หรือ ได้ทรัพย์สินจากการประมูลซื้อ-ขาย   ไม่ควรค้ำประกันสัญญาใครในช่วงนี้ เพราะจะทำให้ดวงดีๆของคุณสะดุดลงได้  ความรัก มีคนเข้ามาติดพัน แต่จะเจอแบบที่ใช่เลย ต้องเลยเดือนพ.ค.ไปแล้ว ส่วนที่มีคนรักอยู่แล้ว ดูแลกันหน่อย อย่ามัวแต่คิดเรื่องงานหรือธุรกิจจนลืมคนข้างๆตัว ที่เป็นของตาย อาจจะกลายเป็นกระดี่ได้น้ำไปได้

 

 

ราศีตุลย์ 22 ก.ย.– 20 ต.ค.

 

ดาวบาปเคราะห์โคจรผ่านราศีเกิดไปแล้ว จะคิดทำอะไรให้เริ่มตอนนั้น มีเกณฑ์ได้เงินจากธุรกิจหรือการลงทุน ที่เริ่มต้นไว้ตั้งแต่ปีก่อน  ระวังลูกน้อง บริวารจะนำเรื่องเดือดร้อนมาให้ ที่เป็นสาวหรือหนุ่มออฟฟิศ ระวังของจากที่สูงตกใส่ เพราะดวงคุณมีเกณฑ์อุบัติเหตุเล็กๆ ส่งท้ายดาวบาปเคราะห์  ยังต้องเหนื่อยอีกระยะหนึ่งถึงจะเรียกว่าประสบความสำเร็จ  สุขภาพระวังโรคปวดท้องจากอาหารเป็นพิษ  ความรัก ไม่ถูกแฟนทิ้ง ก็ทิ้งแฟน ที่แอบรักมีหวังอกหัก รอให้ผ่านปีนี้ไปก่อน เพราะช่วงนี้ คิวปิดน้อยในดวงของคุณ ติดกักตัวโควิด ลาพักร้อนชั่วคราว .

 

 

ราศีพิจิก 21 ต.ค.– 21 พ.ย.

 

ชาวพิจิกมักมีดวงในเรื่องของความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นหวย หุ้น หรือ พันธบัตร โดยเฉพาะถ้าเป็นพิจิกที่เกิดปีขาล ปีมะโรง ปีมะเส็ง พวกสัตว์ดุๆ เหล่านี้ จะยิ่งช่วยเสริมดวงมากขึ้น เป็นคนได้อะไรมาง่ายๆ คนอื่นเหนื่อยแทบตาย แต่คุณแค่ออกแรงพอเหงื่อซึมๆก็ได้เงินแล้ว สัปดาห์นี้ ถ้าเป็นไปได้ ชาวพิจิกควรใส่บาตรพระ ถวายผ้าไตรเป็นการเสริมดวง เพราะคุณมีดวงดีแบบไม่คาดฝัน ถ้าเป็นมนุษย์เงินเดือนคนอื่นตกงานแต่คุณกลับได้รับการเรียกตัวไปสัมภาษณ์งาน แปลกมั้ยละ  ส่วนความรัก แทบไม่อยู่ในสมองเพราะดวงด้านอื่นดีจนคุณลืมนึกถึงเรื่องนี้ไปเลย

 

 

ราศีธนู 22 พ.ย.– 20 ธ.ค.

 

จะต้องเข้าไปมีส่วนสะสางปัญหาให้ญาติผู้ใหญ่  หรือมีการสูญเสียเกิดขึ้น  ธุรกิจการงานที่ตั้งความหวังไว้ ยังต้องรอไปก่อนอีกระยะหนึ่ง มีเกณฑ์ขายทรัพย์สินของเก่าแก่  เช่น บ้าน รถยนต์ หรือจักรเย็บผ้า แต่ไม่ได้ราคาอย่างที่ตั้งใจไว้ ประเภทต้องตัดใจขาย สุขภาพของบุตรหลาน บริวารต้องระวัง ส่วนตัวคุณเองไม่มีอะไรต้องกังวล  รวมทั้งเรื่องของอุบัติเหตุด้วย อาจมีปากเสียงกับเพื่อนร่วมงานหรือคนใกล้ชิด เพราะความหงุดหงิดเครียดที่ต้องแบกรับภาระปัญหา  พยายามพักผ่อนให้มากๆ จะทำให้มีแรงต่อสู่กับโชคชะตา พ้นเดือนก.ค.ไปแล้ว ทุกอย่างจะดีขึ้น