-โควิด_Cover-1-1.jpg

kinyupen_adminMay 25, 2020

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอถ่ายทอดมุมมองพระมงคลกิจโกศล (เทพหิรัณย์ ชวโร) หรือที่บรรดาศิษยานุศิษย์รู้จักกันดีในนาม “หลวงปู่ฤาษีตาไฟ” เจ้าอาวาสวัดเทพหิรัณย์ (หนองทาระภู) จังหวัดชัยนาท ต่อการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นว่าท่านมองเห็นแง่มุมใด มนุษย์ได้อะไรจากสิ่งนี้ในเชิงธรรมะ

 

 

 

 

โลกและธรรมชาติได้ “พักฟื้น”

เมื่่อโควิดเข้ามาธรรมชาติก็ได้ปัดกวาดเช็ดถู ฟื้นฟู อีกอย่างหนึ่งก็ไปช่วยลดโลกร้อนด้วย แทนที่มนุษย์จะเดือดร้อนเร็วขึ้นเรื่อยๆ โลกก็จะได้รับภัยจากธรรมชาติลดลงในช่วง 2-3 เดือน

 

มนุษย์มีเวลา “ทบทวน” ชีวิต

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ช่วยให้ผู้คนหันมาทำความดี และหันมาทบทวนค่าใช้จ่าย ทั้งเรื่องครอบครัว ลูก สามี ภรรยา ต่างมีเวลาให้กันมากขึ้น ทำให้ชีวิตครอบครัวอบอุ่น และเราก็มีเวลามานั่งดูตัวเอง ไหนๆ ก็ไปไหนไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้ ก็หันมาทบทวน ว่าจิตเราละเป็นอย่างไร บางทีเราก็จะมาสรุปตัวเราได้ตรงนี้เพราะได้มาทบทวน

 

ถ้าเราไม่เจอโควิด เราก็จะวิ่งทำมาหากินดิ้นรนกันเป็นหนูติดจั่น กินไม่ตรงเวลา นอนไม่ตรงเวลา พักไม่ตรงเวลา และเราทำตรงนั้นกันไปเพื่ออะไร เราได้อะไรกลับคืนมา แล้วที่เป็นอยู่ตรงนี้เราได้อะไร เราได้ทำความดี สวดมนต์ไหว้พระ ได้ปฏิบัติความดี ได้รู้จักชีวิตครอบครัว หันมามองพ่อแม่เป็นอย่างไร คนใกล้ชิด สามีภรรยาเป็นอย่างไร

 

เวลาที่เหลือ ชีวิตที่เหลือ เธอจะได้รู้ตัว ว่าใช้ชีวิตผิดพลาดอย่างไร ที่ผ่านมาไม่มีการเตรียมตัวทั้งตัวเองและครอบครัว พูดไปก็แย้งกันตลอด แต่เมื่อเรามานั่งมอง ก็จะได้รู้ว่า “การไม่รู้ทุกข์ ไม่เห็นทุกข์ แล้วคนจะละจากทุกข์ได้ไหมละ” เป็นประโยชน์นะ

 

มอง “ทุกข์” ให้เป็นเรื่องปกติ

ที่นั่งกันอยู่ต่างมีปัญหา ทั้งคนว่า คนดูถูก คนนินทา น้อยใจ เสียใจ ทำความดีแต่ทำคุณคนไม่ขึ้น ปิดทองหลังพระ มันมีทั้งนั้น แต่หลายคนเค้าไม่เอามาเป็นอุปสรรคในการดำเนินชีวิต เค้าอยู่ได้ ยืนได้ เดินได้ ดำรงชีวิตเค้าได้หมด ในส่วนของคนที่ทุกข์ให้มองว่าปัญหามันเป็นเรื่องปกติ เหมือนการทำดี การเสียสละ การให้ การช่วยแล้วกลับถูกกระทำ แล้วอยากให้ลองคิดว่า พระพุทธเจ้าท่านโดนอะไรมาบ้าง แล้วเราโดนแค่นี้ เรากลัวอะไร

 

New Normal แท้จริง “ไม่ใช่สิ่งใหม่”

เหตุการณ์ครั้งนี้มันให้อะไรเยอะนะ โยมก็ศึกษาดู พอมองดูว่าโลกมันกำลังจะปรับ การใส่หน้ากากเนี่ยมันเป็นเรื่องที่เราควรจะต้องทำกันทุกวันอยู่แล้ว ล้างไม้ล้างมือให้สะอาด ไม่จำเป็นว่าจะต้องโควิดหรอก

 

ท้ายสุดนี้ เมื่อพิจารณามุมมองของหลวงปู่แล้วเห็นได้ว่า เหตุการณ์นี้ได้ทำให้สรรพสิ่งทั้งหลาย “มีโอกาสพักฟื้น ทบทวนชีวิต พิจารณาทุกข์เพื่อเรียนรู้เข้าใจให้มากขึ้น และวิกฤตโรคระบาดก็ไม่ใช่สิ่งใหม่ หากเป็นสิ่งที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปคู่โลกใบนี้มาโดยตลอด”


_Cover_3.jpg

kinyupen_adminMay 25, 2020

วงการคอนเสิร์ตในออสเตรเลียปรับรูปแบบการจัดคอนเสิร์ตของนักดนตรี จากในสตูดิโอเป็นที่ลานจอดรถแทน ตามกฎการรักษาระยะห่างทางสังคม ผู้ชมใช้วิธีบีบแตรรถแทนเสียงกรีดร้องหรือการปรบมือ เตรียมเปิดเพิ่มอีกหลายแห่งหลังได้รับความนิยมจากแฟนผู้ขาดเสียงดนตรีสดไม่ได้ ชี้ เป็นการคลายเครียดและปรับตัวสู่การใช้ชีวิตแบบนิวนอร์มอล ช่วงการระบาดของ COVID-19

 

เมื่อสถานการณ์การระบาดของโควิด 19 ยังไม่คลี่คลาย หลายกิจกรรมจึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ที่เรียกว่า นิวนอร์มอล เช่นเดียวกับกลุ่มนักร้องนักดนตรี ที่จะต้องคิดค้นรูปแบบการแสดงของพวกเขาเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์และเพื่อความปลอดภัยของแฟนๆ โดยล่าสุด นักร้องนักแต่งเพลงชาวออสเตรเลีย อย่าง  คาเซย์ โดโนแวน Casey Donovan ได้จัดการแสดงคอนเสิร์ตของเธอบนเวทีเป็นครั้งแรกโดยเรียกการแสดงแบบนี้ว่า  Drive-in Entertainment ซึ่งถือเป็นการจัดคอนเสิร์ตในรอบหลายเดือนที่ผ่านมาหลังการระบาดของโคโรนาไวรัส แต่การแสดงครั้งนี้แตกต่างออกไปเมื่อต้องอยู่บนเวทีเพียงลำพัง ในขณะที่ผู้ชมเองก็ต้องรักษาระยะห่างทางสังคมด้วยการสนุกอยู่บนรถยนต์ส่วนตัวที่มาจอดรอชมการแสดงอยู่ด้านหน้าเวที

 

ขอขอบคุณภาพจาก AAP

 

โดโนแวนเป็นนักร้องนักดนตรีชื่อดังของออสเตรเลีย หลังจากได้รับรางวัลไอดอลด้านตนตรีของออสเตรเลียเมื่อ 10 ปีที่แล้ว และยังคงสร้างผลงานเพลงอย่างต่อเนื่อง การเปิดคอนเสิร์ตในครั้งนี้ นับเป็นการแสดงสดครั้งแรกหลังการระบาดของโรคโควิด 19  แม้จะมีผู้ชนขับรถมาชมการแสดงเพียง 40 กว่าคัน แต่ก็ถือเป็นการเริ่มต้นการใช้ชีวิตแนวใหม่ ที่ทุกคนจะต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่จะต้องต่อสู้กับการระบาด แต่มุมความสุขของชีวิตก็ไม่ควรถูกทำให้หายไปด้วยเช่นกัน

 

“ผมไม่ได้ดูดนตรีสดมานาน จนรู้สึกอึดอัด การเข้ามาชมคอนเสิร์ตในลานจอดรถแบบนี้ก็ทำให้ผ่อนคลายและปลอดภัย ซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่ดี”แฟนของโดโนแวนที่ขับรถเข้ามาชมคอนเสิร์ตแสดงความรู้สึกเมื่อถูกถามว่าทำไมถึงตัดสินใจมาชมการแสดงของนักร้องดังคนนี้

 

การแสดงคอนเสิร์ตของโดโนแวนครั้งนี้ ผู้ชมจะไม่ได้รับให้ออกจากรถยนต์ได้เพื่อเพื่อรักษาระยะห่างทางสังคม แต่พวกเขาสามารถที่จะเปิดคลื่นเอฟเอฟในวิทยุที่ออกอากาศการแสดงสดนี้เพื่อเพิ่มความชัดเจนของเสียงเพลงที่แสดงอยู่บนเวที หรือรถบางคันก็เปิดกระจกหน้าต่างรถเพื่อชมการแสดง และได้ยินเสียงเพลงที่ชัดขึ้นแม้ว่าในช่วงการแสดงของโดโนแวนจะมีฝนตกลงมาแต่ดูเหมือนว่าแฟนๆ ก็ไม่ยอมหนีไปไหน และหากพอใจกับการแสดง แทนที่จะส่งเสียงกรีดร้อง หรือเสียงปรบมือ พวกเขาก็จะใช้วีการบีบแตรรถแทนการแสดงความรู้สึกนั้น

 

ขอขอบคุณภาพจาก :DRIVE IN ENTERTAINMENT AUSTRALIA

 

การแสดงดนตรีสดแบบ Drive-in Entertainment ในออสเตรเลีย กำลังจะถูกจัดขึ้นในลานจอดรถอีกหลายแห่งในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าและผู้คนจำนวนมากสามารถเข้าร่วมได้เนื่องจากข้อจำกัดของรัฐบาลจะผ่อนคลายลงเรื่อยๆ

 

ทั้งนี้นักดนตรีทั่วโลกต้องปรับวิธีการที่พวกเขามีส่วนร่วมกับผู้ชมของพวกเขาเนื่องจากการปิดสถานที่จัดคอนเสิร์ตจำนวนมากโดยมีการแสดงออนไลน์มากมายจากบ้านของพวกเขาในคอนเสิร์ตเสมือนจริง และการแสดงคอนเสิร์ตแบบชมในลานจอดรถก็ดูเหมือนจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของนักดนตรีในยุคนิวนอร์มอลในขณะนี้

 

ขอขอบคุณภาพจาก : Ed JONES / AFP

 

ล่าสุดฝั่งเอเชียบ้านเราก็มีคอนเสิร์ตแบบนิวนอร์มอลจัดขึ้นเช่นกัน อย่างที่เมืองโคยาง ประเทศเกาหลี มีการจัดคอนเสิร์ตแบบไดร์ฟทรู (Drive-Thru) โดยสามารถขับรถเข้ามาจอดในลานแล้วชมการแสดงจากภายในรถ และถึงแม้ว่าอรรถรสในการชมคอนเสิร์ตจะลดลงไปบ้าง แต่หลายคนก็พยายามที่จะสนุกไปกับการแสดง


1590208625358.jpg

kinyupen_adminMay 23, 2020

“เต้าทึง” ชื่อเรียกขนมหวานชนิดหนึ่งของคนจีน ประกอบด้วย ถั่วเขียว ลูกบัว ลูกเดือย ลูกพลับ วุ้น และแป้ง ต้มกับน้ำตาล คนจีนสมัยก่อนนิยมบริโภคแบบร้อนเพื่อให้ร่างกายอบอุ่นในช่วงฤดูหนาว เพราะเป็นขนมที่รวมเอาธัญพืชต่างๆ ไว้มากมาย อุดมไปด้วยโปรตีน สร้างพลังงานให้กับร่างกาย

ปัจจุบันสามารถเลือกทานได้ทั้งแบบร้อน และแบบเย็น ขึ้นอยู่กับความชอบ แต่ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน คุณประโยชน์ก็ไม่ได้หายไป

 

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต จะมาแนะนำสูตรเต้าทึง ทำง่าย สดชื่น คลายร้อน แทนการกินน้ำแข็งใส แถมยังอุดมคุณประโยชน์จากธัญพืชหลากหลายชนิดอีกด้วย 

 

 

วัตถุดิบ

  1. ลูกเดือย 250 กรัม 
  2. แปะก๊วย 200 กรัม
  3. ถั่วแดง 100 กรัม 
  4. เม็ดลำไยอบแห้ง  2 ช้อนโต๊ะ
  5. พุทราจีนเชื่อม  100 กรัม 
  6. เม็ดเก๋ากี้ 100 กรัม 
  7. น้ำตาลทรายแดง และ ขาว 500 กรัม 
  8. ใบเตย 3 – 4 ใบ 

วัตถุดิบเหล่านี้ถือว่าเป็นตัวละครหลัก แต่หากคุณจะเพิ่มพวก เม็ดบัว ถั่วเขียว สาคู วุ้น เฉาก๊วย ก็ได้ตามชอบ  

 

ขั้นตอนการทำ

– ล้างลูกเดือยด้วยน้ำสะอาดที่ผสมเกลือเล็กน้อย 3 – 4 ครั้ง หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด ก่อนจะแช่ลูกเดือยทิ้งไว้ 3 – 4 ชั่วโมง หรือจะแช่ค้างคืนก็ได้ เพื่อให้เปื่อย ต้มสุกง่าย 

– ต้มแปะก๊วยและถั่วแดงให้สุก พักไว้รอนำมาต้มรวมกัน

– หลังจากแช่ลูกเดือยให้เปื่อยได้ที่ ล้างอีกครั้ง แล้วใส่หม้อต้มให้เดือด คอยช้อนฟองออก

– นำถั่วแดง แปะก๊วย เม็ดลำไยอบแห้ง พุทราจีน ลงไปต้มพร้อมกัน ประมาณ 30 นาที 

– เติมน้ำตาล ชิมรสตามชอบ ใส่ใบเตยและเม็ดเก๋ากี้ลงไป แล้วปิดเตายกหม้อลง

 

หากไม่เติมน้ำตาลลงไปขณะต้ม สามารถใช้น้ำเชื่อมใส่ขณะทานแทนได้ และหากอยากเก็บไว้ทานได้นาน ให้แบ่งใส่กล่องไว้เป็นมื้อๆ แล้วเก็บในช่องฟรีซตู้เย็น อย่าเก็บทั้งหม้อที่ต้ม เพราะอาหารแช่แข็งนั้นเมื่อนำออกมาทาน ควรทานทีเดียวให้หมด ไม่ควรนำส่วนที่เหลือกลับเข้าช่องแข็งซ้ำจะทำให้เสียเร็ว หรือจะดัดแปลงเป็นไอศกรีมแท่งไว้ทานก็ได้ อร่อย ง่าย  คลายร้อน

 


Thermage-aging-Cover_1.jpg

kinyupen_adminMay 21, 2020

ในยุคที่สาวๆ ต้องหน้าเรียว “วีเชฟ” ทำให้หลายคนเริ่มหันมาสนใจโปรแกรมเสริมความงามที่ช่วยยกกระชับใบหน้ากันมากขึ้น แต่ทราบหรือไม่ว่า ไม่ใช่ทุกโปรแกรมและทุกเครื่องที่เหมาะกับปัญหาหรือความต้องการของเรา วันนี้กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอพาสาวๆ ไปทำความรู้จักก่อนยกหน้าเรียวสวยได้ดั่งใจ

 

 

Ulthera ‘อัลเทอรา ‘ หรือ HIFU เป็นเลเซอร์คลื่นเสียงที่ช่วย ยกกระชับ ระดับลึก

ทำงานอย่างไร : ใช้คลื่น Ultrasound ที่สามารถส่งผ่านพลังงานได้ลึกถึงชั้น SMAS โดยคลื่นเสียงนี้จะส่งผลให้เกิดการหดตัวของบริเวณชั้นผิวคล้ายกับการเย็บ และยังส่งผลให้เกิดการกระตุ้นเนื้อเยื่อให้สร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้หน้าดูเฟิร์มกระชับ

ระยะเวลา : กระบวนการนี้ใช้เวลาเพียง 30-60 นาทีและเห็นผลลัพท์ที่หลังทำทันที โดยผลลัพท์จะชัดเจนขึ้นเมื่อครบ 3 เดือน และผลลัพท์จะคงอยู่ประมาณ 1-2 ปี ตามสภาพผิวของแต่ละคน

ข้อดี     

– ผู้ที่ต้องการปรับกรอบหน้าให้เรียวกระชับ

– เหมาะสำหรับผู้ที่มีแก้มเยอะ เนื่องจากพลังงานที่ใช้สามารถส่งได้ถึงชั้นผิวหนังในระดับที่แพทย์ผ่าตัดได้

– กระชับผิวหน้าหย่อนคล้อยตามวัย

– ยกหางคิ้วที่ตก, รูขุมขนกระชับ, ผิวหน้าเรียบเนียน

– กำจัดไขมันบริเวณเหนียง คอกระชับขึ้น

– มีความปลอดภัยสูง ไม่กระทบต่อบริเวณอื่นๆ ไม่มีรอยแผล

– หลังทำสามารถใช้ชีวิตได้ปกติ ทาครีมแต่งหน้าได้ทันที

ข้อควรระวัง

– มีราคาสูง (15,000+ บาท)

– ในบางรายอาจรู้สึกเจ็บเนื่องจากการปล่อยพลังงานจะให้ความรู้สึกคล้ายหนามเล็กๆ แต่ก่อนทำแพทย์จะลงยาช้าให้ประมาณ 30-45 นาที

– อาจมีอาการแดงเป็นจ้ำ  หรือเขียวช้ำ แต่ส่วนใหญ่จะจางภายใน 1 ชั่วโมง

 

 

 

Thermage

ทำงานอย่างไร : เป็นคลื่นความถี่วิทยุพลังงานสูง ลงลึก 4.3 มม. ได้ตั้งแต่ชั้นผิวบนสุดจนถึงชั้นไขมันหรืออาจจะ SMAS ส่วนบน โดยจะช่วยแก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อย ลดไขมันสะสมใต้ผิวชั้นลึก

ระยะเวลา : ใช้เวลาในการทำ 1-2 ชั่วโมง และหลังจากที่เนื้อเยื่อเริ่มสร้างคอลลาเจน จะได้ผลเต็มที่ใน 6 เดือนและผลลัพท์อยู่ได้นาน 1-2 ปี

ข้อดี

– ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอีลาสตินในทุกชั้นของผิวตั้งแต่ชั้นหนังแท้ลงมาถึงชั้นไขมัน

– ความเจ็บปวดน้อยกว่าอัลเทอราอยู่พอสมควร

– สามารถทำได้หลากหลายส่วน เช่น ผิวหน้า เหนียง คอ ร่างกาย เช่น หน้าท้อง รวมถึงจุดที่บอบบางอย่างเปลือกตา

ข้อควรระวัง

– มีราคาที่ค่อนข้างแพง ในคลินิกชั้นนำ เริ่มต้นที่ 25,000 บาท / 400 shots (ราคาขึ้นอยู่กับจำนวน shots และรุ่นที่ใช้)

ความทนผิวของแต่ละคนไม่เท่ากัน จึงอาจก่อให้เกิดอาการ Burn หรือ ผิวไหม้ได้ ควรปรึกษาแพทย์ถึงระดับที่ผิวเรารับไหว

 

 

Thread Lifting การร้อยไหม

ทำงานอย่างไร? : ยกกระชับผิวหน้าด้วยการสอดไหมชนิดละลายเข้าไปในชั้นผิวหนังเป็นการฟื้นฟูใบหน้าที่มีผลลัพท์ระยะเวลาสั้น เหมาะกับผู้ที่มีความหย่อยคล้อยเล็กน้อยถึงปากลาง

ระยะเวลา : : กระบวนการนี้ใช้เวลาเพียง 20-30 นาทีส่วนมากอยู่ได้ประมาณ 6-8 เดือน สูงสุด 3 ปี ขึ้นอยู่กับลักษณะของไหม

ข้อดี     

ราคาไม่แรงมาก ขึ้นอยู่กับชนิดไหมที่เลือกว่าใช้วัสดุอะไร เป็นญี่ห้อที่นิยมหรือไม่

มีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ มีความปลอดภัยสูง

– ไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน

– ตลอดกระบวนการที่ไหมค่อยๆ ละลาย เนื้อเยื่อจะกระตุ้นไฟโบรบาสต์ในร่างกายให้สร้างคอลลาเจนเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นการตอบสนองโดยธรรมชาติ

ข้อควรระวัง

อาจเกิดอาการไม่พึงประสงค์ได้บ้าง เช่น ปวด บวม แดง แต่ 2-3 วันก็จะหายเป็นปกติ

– อาจเกิดความผิดพลาดขึ้นได้จากการติดเชื้อ เส้นประสาทเสียหาย และใบหน้าที่ไม่สมดุล หากไม่ดูแลตนเองตามคำแนะนำของแพทย์

 

 

ข้อมูลจาก : Honestdocs.co


_Cover_1.jpg

kinyupen_adminMay 21, 2020

“การแก้ตัว” คือ นิสัยที่อาจสร้างปัญหาให้คุณมากกว่าที่คิด คนที่มักแก้ตัวด้วยข้ออ้างต่างๆ นานาจะสูญเสียความน่าเชื่อถือจากคนรอบข้างไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อใดก็ตามที่คำแก้ตัวเพื่อปัดและเลี่ยงความผิดให้พ้นตัวของคุณนั้นเป็นการอ้างซ้ำๆ เติมๆ จนเสมือนคำโกหกที่ฟังไม่ขึ้น ซึ่งบางครั้งแม้มันอาจเป็นเรื่องจริง แต่เมื่อคุณสูญเสียความเชื่อถือไปแล้วคุณก็จะเสมือนเด็กเลี้ยงแกะไปโดยปริยาย

 

ยกตัวอย่างหลายบริษัท เมื่อฝ่าย HR หรือ หัวหน้างาน เอ่ยถามพนักงานที่มาสายบ่อยๆว่า “ทำไมมาทำงานสาย” มักได้ยินคำตอบแก้ตัวซ้ำๆ เดิมๆ ว่า “รถติด ฝนตกหนัก รถขาดระยะ รถไฟฟ้าขัดข้อง หรือ ติดภารกิจที่คนอื่นใช้ให้ทำ” การตอบแบบนี้เสมือนปัดกลายๆ ว่า “ความผิดที่เกิดขึ้นไม่ใช่ฉัน”

ทั้งที่จริงพนักงานควรต้องรับรู้ เคารพกฎบริษัท และคำนวณเวลาเผื่อเหลือเผื่อขาดในการเดินทางแต่ละวันเอาไว้แล้วเพื่อมาให้ทันเวลา และสิ่งที่ควรเป็น คือ ยอมรับผิด การขอโทษ รวมถึงการพยายามปรับตัวให้ดีขึ้นเป็นมาตรฐาน กล่าวคือ นอกจากขอโทษในสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วยังจัดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมด้วย

 

Angry executive pointing at wristwatch scolding employee for being late Free Photo

 

ทฤษฎีเชิงจิตวิทยา คนที่เอาแต่แก้ตัว ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม มักตั้งต้นมาจากความคิดว่า “ฉันไม่ผิด” “ฉันรู้” “ฉันไม่เกี่ยว” “คนนั้นต่างหากที่ผิด” ด้วยจิตใต้สำนึกที่ไม่ต้องการถูกตำหนิ ไม่ต้องการเสียหน้า และต้องการเป็นที่ยอมรับ จึงมักคิดหาวิธีปกป้องตนเองว่า “จะให้เรื่องจบโดยไม่ต้องรับผิดชอบได้อย่างไร”  “จะทำอย่างไรให้ตัวเองไม่โดนตำหนิ” “พยายามหาแนวร่วมว่าคนอื่นก็ทำผิดแบบเดียวกัน”

 

โดยทั่วไปเราจะพบลักษณะนิสัยคนชอบแก้ตัว 2 แบบ คือ

  1. โยนความผิดให้ผู้อื่น คนอื่นทำฉันไม่ได้ทำ หรือ ทุกคนผิดหมด ใครๆ ก็ทำกันเพื่อแรงกดดันให้ตนเอง
  2. ยอมรับว่าผิด แต่เพราะฉันก็เป็นฉันอย่างนี้ ดังนั้นทุกคนต้องเข้าใจฉันเมื่อฉันทำผิด

ซึ่งทำให้เมื่อเกิดเหตุที่คนลักษณะนี้มีส่วนผิดทั้งทางตรง หรือ มีเอี่ยวรับผิดชอบด้วยก็ตาม ก็จะพยายามยกข้ออ้างต่างๆ นานา โทษระบบ โทษอุปกรณ์ โทษสังคม โทษคนรอบข้าง และเมื่อถูกตรวจพบความผิดซึ่งหน้า หรือ เรียกง่ายๆ ว่า โป๊ะแตก ก็จะอ้างข้างๆ คูๆ โดยลืมว่าขัดกับสิ่งที่ตัวเองเคยพูดก่อนหน้า

 

ทั้งหมดนี้ เหตุเพราะคนลักษณะนี้ไม่เคยคิดว่า “การเผชิญหน้ากับปัญหา” หรือ “การแสดงความรับผิดชอบ” เป็นเรื่องที่เหมาะสมและพึงกระทำ นั่นจึงส่งผลให้กลายเป็นภาพลักษณ์ติดตัวเขาเหล่านั้น ค่อยๆ หมักหมมกัดกินชีวิต นำสู่ความล้มละลายทางความเชื่อถือ กลายเป็นคนไม่น่าร่วมงาน ไม่น่าคบค้าสมาคม ซึ่งหากไม่มีการปรับปรุงแก้ไขจะส่งผลให้กลายเป็นคนที่มีชีวิตล้มเหลวในท้ายที่สุด

 

 

ดังนั้นการฝึกตนเองให้ “กล้าเผชิญ กล้ายอมรับความจริง และมองหา solution ในการแก้ไข” น่าจะเป็นสิ่งที่ดีและทางออกที่เหมาะสมสุดในเรื่องนี้

 

หลายองค์กรขนาดใหญ่ที่ประสบความสำเร็จ เมื่อใดก็ตามที่เกิดวิกฤติ ผู้นำของเขาเหล่านั้น มักเลือกที่จะมองหาวิธีพลิกวิกฤติเป็นโอกาสมากกว่าการพยายามหาวิธีแก้ตัว หรือ ชี้นิ้วหาคนผิด ปัดความผิดให้พ้นตัวว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้มาจากฉัน แต่จะมีใคร หรือ องค์กรใดบ้างก็ลองมองหาและมาแชร์กันดู


Blue-zone_Cover_2.jpg

kinyupen_adminMay 21, 2020

คนเรามีชีวิตเฉลี่ยอยู่ที่ 70 ปี..แม้ว่าพันธุศาสตร์เป็นหนึ่งในตัวช่วยกำหนดอายุขัยร่างกายเราไว้แล้ว แต่วิถีชีวิตก็เป็นปัจจัยที่ทำให้อายุยืนยาวเช่นกัน วันนี้ กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตจะพาคุณไขความลับอายุยืนยาวในแบบฉบับชาว Blue Zone หรือ กลุ่มคนที่มีอายุเกิน 100 ปี ว่าเขาใช้ชีวิต หรือ มีความเป็นอยู่กันอย่างไร

 

Photo credit : cnn health

 

Blue Zone คืออะไร?

แดน บิวท์เนอร์ (Dan Buettner) นักเขียนชาวสหรัฐฯ นิยามคำว่า “Blue Zone” หมายถึง ชุมชนที่ผู้คนมีอัตราการเป็นโรคเรื้อรังต่ำและมีอายุยืนยาวกว่าที่อื่น กล่าวคือมีคนอายุเกิน 100 ปีมากที่สุด ซึ่งแดนได้เลือกชุมชนที่อายุยืนที่สุดในโลก หรือ Blue Zone ไว้ 5 แห่งคือ

 

  1. แคว้นบาราเจีย (อิตาลี): ตั้งอยู่บนเขาสูง มีผู้ชายอายุเกิน 100 ปีมากที่สุด
  2. คาบสมุทรนิโกยา (คอสตาริกา): ชุมชนที่มีอัตราการเสียชีวิตในวัยกลางคนต่ำที่สุด และมีจำนวนผู้ชายอายุเกิน 100 ปีมากเป็นที่สองรองจากบาราเจีย
  3. อิคาเรีย (กรีซ): เกาะในกรีซเป็นชุมชนที่มีอัตราการเป็นโรคสมองเสื่อมต่ำสุด ทั้งมีอัตราเสียชีวิตในวัยกลางคนต่ำที่สุดด้วย
  4. โลมา ลินดา (USA): ชุมชนผู้นับถือศาสนาคริสต์นิกายเซเวนเดย์แอดเวนตีส ที่กินแต่พืชผัก ตั้งอยู่ในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ผู้คนมีอายุเฉลี่ยมากกว่าชาวอเมริกันทั่วไป 10 ปี
  5. โอกินาว่า (ญี่ปุ่น): มีผู้หญิงอายุยืนมากที่สุดในโลก

 

Photo credit : http://www.bluezoneflanders.com

 

เทคนิคใช้ชีวิตแบบชาว Blue Zone

อาหารการกิน คนในพื้นที่ Blue Zone มักทานอาหารที่มีพืชเป็นส่วนประกอบ 95% ซึ่งอุดมไปด้วยพืชผักตระกูลถั่ว เมล็ดธัญพืชทั้งหมดนี้สามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเสียชีวิตได้ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยด้านอาหารอื่น ๆ ที่กำหนดเขต Blue Zone แต่ละแห่ง เช่น ในอิคาเรียและซาร์ดิเนียมักกินปลา ซึ่งเป็นแหล่งที่ดีของไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งมีประโยชน์ต่อหัวใจและสมอง ทั้งนี้ข้อมูลจากการสำรวจของ Blue Zone นั้นเป็นหลักฐานชั้นดีที่บ่งชี้ว่า การกินอาหารพืชเป็นหลักกินเนื้อสัตว์ให้น้อยที่สุด สัมพันธ์กับการมีอายุยืน

 

ทำตามกฎ 80% กินอย่างช้าๆ และหยุดกินเมื่อมีอาหารร้อยละ 80 ของกระเพาะอาหาร ไม่รอให้อาหารเต็มกระเพาะอาหาร สิ่งนี้ป้องกันไม่ให้พวกเขากินแคลอรีมากเกินไปซึ่งอาจนำไปสู่การเพิ่มน้ำหนักและโรคเรื้อรัง หรือ ถ้าจะตีความให้ง่ายก็คือ ไม่ทานจนอิ่มมากเกินไปนั่นเอง

 

แค่ขยับเท่ากับออกกำลังกาย ผู้คนกลุ่มนี้ไม่ได้ออกกำลังกายแบบหักโหม หรือ ต้องไปเข้ายิม แต่การออกกำลังกายถูกผนวกเข้ากับชีวิตประจำวันของพวกเขาอยู่แล้ว โดยเน้นเคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกหรือเครื่องทุ่นแรงอะไรมากนัก อาทิ การทำสวน เดิน ปีนบันได ทำอาหาร และทำงานบ้านอื่นๆ ช่วยในด้านสุขภาพ เพิ่มความกระฉับกระเฉง ช่วยยืดอายุได้

 

นอนหลับเพียงพอ นอนหลับตอนกลางคืน  7 ชั่วโมง และนอนไม่เกิน 30 นาทีระหว่างวันอาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและการเสียชีวิตได้

 

ดื่มแอลกอฮอล์พอเหมาะ บางคนดื่มไวน์แดงวันละ 1-2 แก้วซึ่งอาจช่วยป้องกันโรคหัวใจและลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต และยังทำให้คุณภาพการนอนหลับที่ดีขึ้นอีกด้วย

 

Photo credit : www.openfit.com

 

ปัจจัยอื่นๆ ที่ช่วยให้อายุยืน

  • ตั้งเป้าหมายในชีวิต แม้อายุเป็นร้อย แต่ต้องมีเป้าหมายว่าวันนี้จะทำอะไร
  • ชุมชนทางศาสนา พบว่า ศาสนามีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต อาจเพราะช่วยสนับสนุนให้เกิดการสร้างสัมพันธ์และอัตราการลดลงของภาวะซึมเศร้า
  • สังคมที่ดี ในโอกินาว่าเรียกเพื่อนร่วมสาบานว่า “โมอาย” มีเกื้อหนุนกันตลอดชีวิตไม่ทิ้งกัน และที่สำคัญเพื่อนฝูงเองก็ส่งผลต่อชีวิตของเรา เช่น หากมีเพื่อนเป็นโรคอ้วนคุณมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนมากขึ้น โดยอาจเกิดจากพฤติกรรมทางสังคม
  • หลากวัยในครอบครัว จากการศึกษาพบว่าปู่ย่าตายายที่ดูแลลูกหลานมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตลดลง

 

ปัจจัยเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าเกี่ยวข้องกับชีวิตที่ยืนยาวขึ้น นอกเหนือจากอาหารและการออกกำลังกายจะมีบทบาทสำคัญในการมีอายุยืนยาว วัตถุประสงค์ในชีวิต ครอบครัวและเครือข่ายสังคมเองก็มีอิทธิพลต่อเวลาชีวิตที่คุณจะใช้มัน อย่างไรก็ตามทุกช่วงเวลาชีวิตล้วนมีสิ่งที่ดีที่สุดให้เราได้เรียนรู้ ดังนั้นชีวิตของคุณย่อมมีคุณค่าไม่ว่าคุณจะมีเวลาเหลือน้อยแค่ไหนก็ตาม

 

ที่มา : healthline.com


238-cat-_Cover-1.jpg

kinyupen_adminMay 21, 2020

เจ้าหน้าที่พิทักษ์สัตว์ของเมืองซัปโปโร บนเกาะฮอกไกโด เข้าช่วยเหลือชีวิตแมว 238 ตัว ที่ถูกสามพ่อแม่ลูกเลี้ยงแบบตามมีตามเกิดภายในบ้านอย่างอดอยาก ในสภาพแวดล้อมที่ย่ำแย่ จนทำให้บางตัวประสบปัญหาสุขภาพ เรื่องแดงขึ้นเพราะไม่ยอมจ่ายค่าเช่าบ้านจนถูกฟ้องขับไล่ ชี้เริ่มเลี้ยงแค่ไม่กี่ตัวแต่ไม่ได้ทำหมันจนเพิ่มจำนวนทวีคูณเกินจะรับได้ ก่อนที่จะถูกดำเนินคดีทารุณกรรมสัตว์ตามกฎหมาย

 

แมวนับเป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมของชาวญี่ปุ่น หลายครอบครัวเลือกที่จะเลี้ยงแมวเป็นสัตว์เลี้ยง และเป็นเพื่อนสำหรับคนโสดบางคนด้วย ทำให้เราสามารถพบเห็นคาเฟ่แมวได้มามายในประเทศญี่ปุ่น

 

อย่างไรก็ตามการเลี้ยงแมวที่แม้จะมีข้อกำหนดมากมายตามกฎหมายของญี่ปุ่น แต่ก็ยังพบว่ายังปัญหาเกิดขึ้นมากมายกับแมวที่เป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมของชาวญี่ปุ่นอยู่ดี

 

ล่าสุด เจ้าหน้าที่กระทรวงสิ่งแวดล้อมของญี่ปุ่นพบว่าแมวจำนวน 238 ตัว ในบ้านหลังหนึ่งที่ จ.ซัปโปโร เกาะฮอกไกโด ซึ่งเจ้าของแจ้งว่าไม่สามารถที่จะเลี้ยงพวกมันได้อีกต่อไปจากจำนวนที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  ปัญหานี้เกิดแดงขึ้นมาหลังจากที่เจ้าของบ้านซึ่งเป็นเจ้าของแมวทั้งหมด ค้างค่าเช่าบ้านเป็นเวลานาน

 

 

จากของมูลระบุว่า แมวทั้ง 238 ตัว เป็นของสามีภรรยาวัย 50 กว่าปี ที่อาศัยอยู่กับลูกชายวัย 30 ปี ในย่านคิตะ ในเมืองซัปโปโร และเมื่อสมาชิกของศูนย์ควบคุมสัตว์และองค์กรสวัสดิภาพสัตว์เข้าไปตรวจสอบในบ้านหลังจากได้รับแจ้งก็ต้องตะลึงเมื่อพบแมวจำนวนมาก และยังพบซากกระดูกแมวที่ตายที่กระจัดกระจายไปทั่วพื้นบ้านอีกด้วย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่องค์กรสวัสดิภาพสัตว์ กล่าวว่า ภายในบ้านพบแมวที่ผอมจนหนังติดกระดูกอยู่รวมกันอย่างน่าเวทนา พวกมันมีกลิ่นเหม็นจนเจ้าหน้าที่หลายคนไม่สามารถที่จะทนกลิ่นได้เลยทีเดียว

 

จากการสอบถามครอบครัวดังกล่าว พวกเขาบอกว่า ไม่ได้รู้สึกว่าแมวมีกลิ่นเหม็นเหมือนที่คนอื่นรู้สึก และไม่เคยนำแมวไปทำหมัน จนกระทั่งพวกมันเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ เป็นเท่าทวีคูณจนถึงปัจจุบัน และเมื่อทั้งสามคนต้องออกจากบ้านเนื่องจากค้างค่าเช่าจนถูกเจ้าของบ้านยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อให้ย้ายออก แมวทั้งหมดจึงต้องไปอยู่ในความดูแลของ ศูนย์ควบคุมสัตว์ของเมือง และอีกจำนวนหนึ่งจะถูกส่งไปยังหน่วยงานสวัสดิภาพสัตว์

 

 

ด้านหัวหน้าองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ส่งเสริมการปกป้องแมวจรจัดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ระบุว่าจากสภาพแวดล้อมที่ไม่ดีของบ้านหลังนี้ ทำให้แมวหลายตัวสูญเสียการได้ยิน และทั้งสามคนจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำนี้เนื่องจากถือได้ว่าเป็นการเพาะพันธุ์แมวโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎหมายสวัสดิภาพสัตว์ของญี่ปุ่น

 

ที่ผ่านมา เกิดคดีเกี่ยวกับการละเมิดกฎหมายสวัสดิภาพสัตว์เพิ่มมากขึ้นในประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะการทารุณกรรมสัตว์ ทั้งแบบที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ โดยจากข้อมูลพบว่าในปีที่แล้วมีผู้ที่ต้องถูกดำเนินคดีลักษณะนี้สูงถึง 105 คดี ซึ่งถือว่าสูงเป็นประวัติการณ์ในประเทศญี่ปุ่น

 

รับชมคลิปวิดีโอ : 238 cats rescued from house in northern Japan

ขอขอบคุณภาพจาก : NHK


_Cover_1.jpg

kinyupen_adminMay 20, 2020

หนุ่มสาวชาวศรีลังกายกเลิกงานฉลองแต่งงานเป็นการแจกของให้กับคนจนในระหว่างถูกล็อกดาวน์ระหว่างการระบาดของโรคโควิด 19 แทน จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้หนุ่มสาวคู่อื่นทำตาม ชี้รอยยิ้มของผู้รับเป็นของขวัญวันแต่งงานที่มีค่าทำให้มีความสุขจนไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้

 

ท่ามกลางความยากลำบากในสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 ในทุกประเทศทั่วโลก ทำให้ชีวิตที่เคยปกติของผู้คนต้องเปลี่ยนแปลงไป รวมถึงชีวิตของหนุ่มสาวชาวศรีลังกาที่กำลังจะจัดงานแต่งงานในช่วงเวลานี้ด้วยเช่นกัน ทำให้เป็นอุปสรรคที่ทำให้พวกเขาไม่สามารถจัดงานแต่งงานที่ใหญ่โตขึ้นได้ แต่แทนที่จะเลือกจะล้มเลิกพิธีทั้งสองกลับเปลี่ยนแปลงการฉลองในระหว่างญาติพี่น้องเพื่อนฝูง เป็นการใช้เงินที่เตรียมในการซื้อของแจกจ่ายให้กับผู้คนยากจน และกำลังลำบากระหว่างที่ต้องกักกันตัวเองอยู่ในบ้าน จนไม่สามารถออกไปอาหาร หรือสิ่งจำเป็นได้อย่างเพียงพอ

 

 

ดาชานา คุมารา วิเจนารายา และ วานี รางายา เป็นสองหนุ่มสาวชาวศรีลังกาที่เลือกจะแบ่งปันความสุขในวันสำคัญของพวกเขาหลังจากที่ใช้เวลาวางแผนเพื่อจัดงานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่มากว่า 1 เดือนต้องหยุดชะงักลงเพราะการระบาดของโรคโควิด 19 ที่แพร่ระบาดไปยังเกาะศรีลังกาด้วย

 

ดาชานา เล่าว่า ทั้งสองได้เตรียมการแต่งงานทั้งหมดไว้เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า แหวนแต่งงาน เค้ก และการจองห้องจัดเลี้ยง และจะเชิญแขกเข้าร่วมงานจำนวน 250 คน แต่เมื่อเกิดการระบาดและรัฐบาลขอให้ทุกคนช่วยกันระงับการจัดงานรวมตัวเพื่อป้องกันการระบาดของโรค ทำให้ต้องตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับงานแต่งงานและทุกอย่างที่เตรียมไว้แล้ว แม้ว่าจะมีเพื่อนๆ บอกให้เลื่อนงานแต่งงานออกไป แต่เขาเห็นว่าสิ่งที่ได้เตรียมไว้แล้วน่าจะมีประโยชน์กว่าหากสามารถเปลี่ยนจากเงินทองที่ต้องใช้ในงานจัดเลี้ยงเป็นการแบ่งปันให้กับผู้คนที่ยากจนแทน

 

 

ดาราชานา เป็นเจ้าของร้านค้าปลีกขนาดเล็ก ขณะที่คู่หมั้นของเขา เป็นผู้ช่วยห้องปฏิบัติการในโรงเรียนของรัฐ ตัดสินใจที่จะยังคงวันแต่งงานของพวกเขาไว้ โดยจัดพิธีจดทะเบียนสมรส ทำพิธีตามประเพณีของศรีลังกากับครอบครัวเพียงไม่กี่คน และมีการเลี้ยงฉลองเล็กๆ เท่านั้น ก่อนที่ทั้งคู่จะสวมหน้ากากอนามัย และนำสิ่งของจำเป็นจำพวก อาหารสำเร็จรูป ของใช้ส่วนตัว รวมทั้งของเล่นสำหรับเด็ก จนถึงน้ำยาฆ่าเชื้อ หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ออกไปแจกจ่ายตามบ้านเรือของผู้ยากไร้ในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งเป็นละแวกที่มีผู้คนยากจนอาศัยอยู่ บ้านบางหลังใช้เพียงแผ่นไม้เล็กๆ เลอะเทอะด้วยโคลน ใช้เป็นที่หลับนอนเท่านั้น  บางบ้านมีเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ อาศัยกับแม่เพียงลำพัง เมื่อทั้งคู่นำสิ่งของไปมอบให้ทำให้ทุกคนดีใจมาก และต่างอวยพรให้ทั้งคู่มีความสุขกับชีวิตแต่งงานตลอดไป

 

 

เมื่อข่าวแพร่สะพัดออกไป ร้านของดาราชานา กลายเป็นจุดสนใจ มีผู้คนมากมายมาเยี่ยมชมและช่วยซื้อสินค้าจากร้านของเขา เพราะชื่นชมในความมีน้ำใจของทั้งคู่

 

“เรารู้สึกมีความสุข และดีใจมากที่ได้ทำสิ่งที่มีค่า แม้ว่ามันจะเป็นสิ่งของเล็กน้อยแต่สำหรับพวกเขาแล้วมันสำคัญมาก รอยยิ้มบนใบหน้าของพวกเขาคือคำอวยพรที่เราไม่สามารถจะอธิบายได้ และเราก็รู้สึกว่างานแต่งงานของเราเป็นวันที่มีความสุขที่สุด”

 

ประเทศศรีลังกามีผู้ติดเชื้อคนแรกจากนักท่องเที่ยวชาวจีน ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ กระทั่งต่อมามีการระบาดไปยังชาวศรีลังกามากขึ้นในเดือนมีนาคม จนรัฐบาลต้องประกาศล็อกดาวน์ในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศ ทำให้กิจกรรมต่างๆ ถูกหยุดลงโดยสิ้นเชิงรวมถึงงานแต่งงานของทั้งสอง กระทั่งสถานการณ์ดีขึ้นในช่วงปลายเดือนเมษายน ทำให้หลายอย่างคลี่คลาย แต่ข่าวความมีน้ำใจของสองหนุ่มสาวกลับยังไม่หายไป ทุกวันนี้ยังคงมีคนแวะไปเยี่ยมร้านของดาราชานาและภรรยาของเขาเพื่อชื่นชมและ ยังเผยแพร่ข่าวนี้ออกไป จนทำให้คู่บ่าวสาวอื่นๆ ทำตามเพิ่มอีกหลายคู่อีกด้ว


_ฟาร์มออแกนิก_homestay_Cover_1.jpg

kinyupen_adminMay 20, 2020

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอแนะนำ “โฮมสเตย์เสลียงแห้ง 3 เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์” อีกแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจสำหรับผู้ที่ชอบเสพวิถีชุมชน ซึ่งพร้อมไปด้วยทิวทัศน์อันสวยงาม อากาศบริสุทธิ์และยินดีที่จะให้ทุกท่านเดินท่องชมสวนเกษตรเมืองหนาว อาทิ อะโวคาโด องุ่นอินทรีย์ กาแฟอาราบิก้า รวมถึงพรรณพืชพื้นถิ่นหายาก ซึ่งเป็นสวนออแกนิก 100%

 

นอกจากนี้ทางโฮมสเตย์ยังเตรียมเมนูอาหารที่ทำจากผักและผลไม้สดๆ ปลอดสารพิษไว้คอยรับรองนักท่องเที่ยวผู้สนใจอีกด้วย

 

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง


_Cover_2.jpg

kinyupen_adminMay 19, 2020

ครูชาวเขมรวัย 64 ปี ลงทุนขับรถตระเวนไปตามหมู่บ้านต่างๆ เพื่อสอนนักเรียน หลังโรงเรียนถูกปิดจากปัญหาการระบาดของโควิด 19 ระบุ แม้รัฐบาลจะให้เด็กเรียนออนไลน์ แต่โรงเรียนในชนบททำไม่ได้ แม้จะเหนื่อยแต่ก็เป็นหน้าที่ของครูที่จะต้องให้ความรู้เด็ก

 

ในระหว่างที่นักเรียนในประเทศไทยกำลังประสบปัญหาการเรียนในระบบออนไลน์ ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการของไทย จนกลายเป็นประเด็นร้อนแรงในขณะที่ แต่ในอีกมุมหนึ่งของประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา กลับมีวิธีการแก้ปัญหาที่แตกต่างออกไป แม้จะดูไม่ทันสมัยแต่ก็อาจจะเป็นหนทางหนึ่งที่หลายคนมองว่ามีประสิทธิภาพมากกว่าการให้นักเรียนนั่งเรียนจากจอโทรทัศน์

 

สำนักข่าวซินหัว ของจีนรายงานว่า ที่พื้นที่ชนบทแห่งหนึ่งทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของกัมพูชา มีคุณครูชื่อว่า เซ็น วันนา (Sen Vanna) ได้ใช้วิธีการขับรถมอเตอร์ไซค์คันเก่าๆ ของเขาออกไปจากบ้านในระยะทางกว่า 20 กิโลเมตรทุกวัน เพื่อไปสอนนักเรียนของเขาที่ยังไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ต หรือไม่มีแม้กระทั่งโทรทัศน์ที่รับชมรายการต่างๆ โดยการเดินทางไปสอนนักเรียนของเซ็นครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เด็กๆ ต้องประสบปัญหาการเรียนเนื่องจากโรงเรียนต้องปิดลงจากผลกระทบของโรค COVID-19 .

 

เรียนออนไลน์มีปัญหา..ครูเขมรอาสาสอนถึงบ้าน

 

ทั้งนี้กระทรวงศึกษาธิการ ของรัฐบาลกัมพูชาได้สนับสนุนให้นักเรียนศึกษาผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์หรือช่องทีวีที่จัดให้ เช่นเดียวกับหลายประเทศทั่วโลก แต่เนื่องจากนักเรียนของครูเซ็น วันนา ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ชนบทห่างไกล ทำให้มีปัญหาในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและช่องทีวี ไม่สามารถเข้าถึงการจัดการของกระทรวงศึกษาธิการได้ ทำให้เขาและเพื่อนครูจากโรงเรียนเดียวกัน ได้ตัดสินใจที่จะออกเดินทางไปหานักเรียนด้วยตัวเอง และจัดการเรียนการสอนที่บ้านของเด็กๆ จากบทเรียนที่ได้เตรียมไว้แล้ว

 

“ในชุมชนนักเรียนไม่สามารถเรียนออนไลน์เพราะไม่มีสมาร์ทโฟนและบริการอินเทอร์เน็ตที่นี่แย่มากในขณะที่การเรียนรู้เกี่ยวกับช่องทีวีที่ให้นั้นเป็นไปไม่ได้เพราะไม่มีสัญญาณ” ครูเซ็น วันนา ซึ่งปัจจุบันอายุ 64 ปี และเขาเป็นครูชั้นประถมศึกษาปีที่สี่ กล่าวและเล่าต่อว่าเขาต้องขับมอเตอร์ไซค์ของเขาประมาณ 20 กม. ทุกวันทำงานไปมาระหว่างบ้านของเขากับบ้านของนักเรียน ซึ่งในตอนแรกอาจจะมีอุปสรรคอยู่บ้าน เช่นเรื่องสถานที่ เพราะบ้านของเด็กๆ มักจะมีสถานที่ไม่เพียงพอต่อการเรียน ต่อมาจึงมีการแก้ปัญหาเป็นการจัดกลุ่มเล็กๆ เพื่อให้เด็กเรียนร่วมกัน โดยจะสอนให้กับนักเรียนแต่ละกลุ่มครึ่งชั่วโมง โดยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปในแต่ละกลุ่ม และเขาก็สามารถที่จะสอบนักเรียนได้ประมาณ 4 กลุ่มใน 1 วัน

 

เรียนออนไลน์มีปัญหา..ครูเขมรอาสาสอนถึงบ้าน

 

ในการเรียนการสอน เด็กๆ ทุกคนจะต้องรักษาสุขอนามัยที่ดี เพื่อป้องกันการระบาดของโรคระบาด โดยนักเรียนทุกคนจะต้องสวมหน้ากากอนามัย และรักษาระยะห่างทางสังคมตามที่รัฐบาลกำหนด อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะมีการเดินทางไปสอนนักเรียน แต่ว่าเด็กบางคนก็อาจจะไม่ได้เข้ามาร่วมเรียนด้วยเพราะต้องช่วยพ่อแม่ทำนา เพราะในขณะนี้เป็นช่วงการทำนาของประเทศกัมพูชา

 

เรียนออนไลน์มีปัญหา..ครูเขมรอาสาสอนถึงบ้าน

 

ครูเซ็น วันนา บอกว่า การที่จะต้องเดินทางไกลทุกวันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างเหนื่อย และน่าเบื่อหน่ายเหมือนกันเพราะต้องไปแต่ละหมู่บ้าน แต่นั่นคือภาระหน้าที่ของเขาในฐานะที่เป็นครูมานานกว่า 40 ปี ที่จะต้องให้ความรู้กับเด็ก และเขาก็รู้สึกสงสารเด็กนักเรียนที่จะไม่ได้เข้าห้องเรียนเป็นเวลานาน เนื่องจากปัญหา COVID-19

 

ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการของกัมพูชา ระบุว่าสำหรับนักเรียนในพื้นที่ชนบทที่ไม่สามารถเข้าชั้นเรียนออนไลน์หรือไม่มีทีวีพวกเขาสามารถรวมตัวกันเพื่อการศึกษา แต่ต้องไม่เกิน 10 คนและจะต้องรักษาสังคมและทำตามคำแนะนำด้านสุขภาพ จัดทำโดยหน่วยงานด้านสุขภาพท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด

 

ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุขของกัมพูชาประกาศว่าประเทศกัมพูชามีผู้ติดเชื้อโควิด 19 ภายในประเทศจำนวน 122 ราย และได้รับการรักษาแล้ว ขณะนี้ไม่มีผู้ป่วยรายใหม่มานานกว่าหนึ่งเดือนแล้ว