5 วิธีแก้ขี้เกียจหลังคลายล็อคดาวน์

วิธีแก้ขี้เกียจหลังคลายล็อคดาวน์

คลายล็อกดาวน์เพิ่มแล้วนะ เริ่มกลับมาใช้ชีวิต (เกือบ) ปกติได้แล้ว พ่อค้า แม่ขาย ตั้งแผงขายของ ร้านอาหารนั่งทานได้  พนักงานหลายบริษัททยอยกลับมาทำงานปกติ ประชาชนทั่วไปได้รับการฉีดวัคซีนมากขึ้น ชีวิต Work From Home กำลังจะสิ้นสุดลง ถึงเวลาที่คนทำงาน มนุษย์เงินเดือน ต้องปัดฝุ่นตัวเองใหม่แล้ว

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตมีคำแนะนำสำหรับการเตรียมตัวกลับมาสู่การทำงานในภาวะปกติมาฝากแล้วจะเริ่มทำอะไรดี?

  1. ปรับโหมดชีวิตกลับสู่สภาวะปกติ ก่อนโควิดจะมาแต่ละคนจะมีกิจกรรมที่ทำซ้ำๆ ในแต่ละวัน         คือ ตื่นนอน กินข้าว ออกจากบ้าน ทำงาน กลับบ้าน กินข้าว นอน แต่พอมาเจอโควิดระลอกแล้วระลอกเล่า        วงจรชีวิตค่อยๆ เปลี่ยนไปทันที ใช้ชีวิตสบายๆอยู่บ้าน ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องแข่งกับเวลา จะตื่น จะกินข้าว          เวลาไหนก็ได้ งานก็ทำที่บ้าน ทำให้บางคนอาจจะแยกเวลางานกับเวลาส่วนตัวออกจากกันไม่ได้ อยู่ที่ทำงานยังมีเวลาหยุดและเลิกทำงาน แต่อยู่บ้านเราทำไปเรื่อยๆ จนบางทีลืมเวลาพักผ่อน ทำให้ Passion ในการทำงานของเราน้อยลง และทำมันออกมาไม่ได้ประสิทธิภาพที่ไม่ดีพอ ส่งผลให้ หากเป็นระยะยาวสุขภาพจิตเราจะเสีย บางคนอาจคิดไม่อยากจะทำงานแล้ว ลาออกซะดีไหม?

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต อยากให้ทุกคนจัดตารางและเคลียตัวเองใหม่ ล็อกเป้าหมายเวลา และสิ่งที่จะต้องทำในแต่ละวันเพื่อทำลายวงจรร้ายๆ ที่กินมาเนิ่นนาน   และเริ่มแบ่งเวลาให้เป็นเหมือนความเคยชินแบบปกติตอนเราไปทำงาน คงจะเหมือนกับที่หลายๆ คนเขาพูดกัน work life balance

นอกจากจะทำให้เราจัดการเวลาได้แล้วส่วนหนึ่งยังช่วยขจัดความขี้เกียจที่มันแอบก่อตัวจากผลของการทำงานไม่รู้เวลา ที่มันมาเกาะกินในใจเราได้อีกด้วย ลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเอง 6 โมง ก็คือ 6 โมง ตั้งนาฬิกาชีวิตให้กลับมาเดินแบบที่เคยเป็นได้แล้ว

 

  1. ปลุกตัวเองว่า “ฉันต้องทำได้” ความขี้เกียจมีสิ่งที่มันกลัวอยู่ ขอให้คุณสร้างความประหลาดใจให้ตัวเอง สร้างรู้สึกให้ตัวเองว่า “ฉันต้องทำได้” เข้าใจว่าไม่ได้ทำงานแบบจริงจังมานาน อะไรที่เคยทำได้ดี ทำให้อย่างคล่องตัว อาจจะล่าช้าไม่เหมือนเดิมอย่างที่เคยเป็น พยายามทำงานตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ในแต่ละวันให้ได้ ขี้เกียจก็ต้องฝืน อย่าให้ความขี้เกียจมาฉุดรั้งเอาไว้ ปลุกความฮึกเหิมด้วยรางวัลตอบแทนหากทำได้ตามเป้า ลองฝึกทำก่อนไปทำงานจริงสัก 1 อาทิตย์เพื่อสร้างความเคยชิน แล้วก็ค่อยลงสนามพร้อมลุย

 

  1. TO DO LIST จัดระเบียบทำงาน และเมื่อกลับมาทำงานแบบปกติ ทุกอย่างจะมาเข้ารุมเร้าเต็มไปหมด ต่อให้ก่อนหน้านั้นทำงานอยู่ที่บ้านก็เถอะ เรื่องต่างๆ จะมาวางกองอยู่บนโต๊ะอย่างพร้อมเพรียง และความรู้สึกขี้เกียจจะถามหาทันที ตั้งสติ…เอางานทั้งหมดออกมาดูว่างานที่จำเป็นต้องส่งก่อน งานที่มีคนต้องการจากเรา งานที่ต้องทำให้เสร็จแล้วถึงจะเริ่มงานอื่นๆ ต่อได้ หรืองานไหนที่ไม่เร่งจะทำเสร็จเมื่อไหร่ก็ได้ เขียนใส่สมุด เรียงลำดับเอาไว้ ค่อยๆทำไปเดี๋ยวก็เสร็จ แต่ถ้ากองทุกอย่างไว้หมดรับรองว่าไม่ได้ทำแน่

 

  1. เติมสีสันกระตุ้นการทำงาน การทำงานที่บ้านกับที่ทำงานมันย่อมแตกต่างกัน อยู่บ้านจะ         ชิลยังไงก็ได้ สบายๆ แต่เมื่อกลับมาทำงานตามปกติ บรรยากาศอาจนำมาซึ่งความตึงเครียด ค่อยๆ จัดการทุกอย่างตามที่ควรจะเป็น รักษาสมดุลอย่าให้เกิดความผิดพลาดเสียหาย หากิจกรรมเพิ่มสีสัน สร้างแรงกระตุ้น แรงบันดาลใจ ต้อนรับการกลับมาทำงานอีกครั้ง เช่น เปลี่ยนมุมโต๊ะทำงาน จัดโต๊ะและอุปกรณ์ให้รู้สึกว่าพร้อมทำงานแล้ว หากระถางต้นไม้หรือของตกแต่งตามสไตล์ที่ชอบมาวางบนโต๊ะ เปิดเพลง หรือ Podcast ดีๆ เพิ่มพลังบวกในการทำงาน

 

  1. เตรียมร่างกายพร้อมคืนสังเวียน การทำงานอยู่บ้านสำหรับบางคนจะทำอะไรตอนไหนก็ได้ หามรุ่งหามค่ำก็ไม่มีใครมาสนใจคุณ แต่ถ้าต้องกลับไปทำงานปกติ การนอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่มีส่วนเติมเต็มพลังให้การทำงานมีประสิทธิภาพ ช่วยลดความรู้สึกอ่อนเพลีย จนกลายเป็นขี้เกียจไม่อยากทำงาน รีบเปลี่ยนพฤติกรรมตั้งแต่วันนี้ เตรียมร่างกายให้พร้อม ออกกำลังกาย รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ ดูแลตัวเองให้แข็งแรง อย่าลืมว่าโลกนอกบ้านที่เราต้องออกไปเผชิญมีทั้งโควิดที่น่ากลัว ปัญหาการจราจรที่ติดขัด บั่นทอนสุขภาพกาย สุขภาพใจได้ รถติด โหนรถนานๆ ถ้าร่างกายไม่แกร่งพอก็แย่เหมือนกัน

กินอยู่เป็น 360 องศา แห่งการใช้ชีวิต ขอเป็นกำลังใจคนทำงานทุกคน ทุกอาชีพ ให้กลับมาทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มความสามารถอีกครั้ง อยู่บ้าน หยุดโรค ใช่ว่าไม่ดี แต่บางทีมันก็ขาดแรงขับเคลื่อนในการใช้ชีวิตไปเหมือนกัน