ชีวิตคนทำงานในทุกวันนี้เหมือนกำลังวิ่งมาราธอนแบบไม่มีเส้นชัย ตื่นเช้ามาแข่งกับเวลา ฝ่ารถติดหรือเบียดเสียดบนรถไฟฟ้า เร่งเคลียร์งาน ประชุมต่อเนื่อง ตอบแชตไม่หยุด แม้แต่เวลาพักกินข้าวก็ยังต้องรีบให้ทันงานกองโต

เมื่อใช้ชีวิตแบบ “เร่งด่วน” ติดต่อกันทุกวัน ร่างกายและจิตใจก็เริ่มส่งสัญญาณเตือน ทั้งความเครียด ความเหนื่อยล้า ปัญหาการนอน หรือแม้แต่สุขภาพที่ค่อยๆ แย่ลงโดยไม่รู้ตัว กินอยู่เป็น เชื่อว่าบางทีเราอาจไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนชีวิตทั้งหมด แค่ลองทำบางเรื่องให้ช้าลง ก็อาจช่วยให้ทั้งร่างกายและจิตใจได้พักหายใจบ้าง
กินช้าลง อิ่มพอดี สุขภาพดีกว่าเดิม

หลายคนน่าจะเคยกินข้าวหน้าคอมพิวเตอร์ หรือ รีบกินให้เสร็จภายในไม่กี่นาทีเพื่อกลับไปทำงานต่อ แต่ความจริงแล้ว สมองต้องใช้เวลาประมาณ 20 นาทีในการรับรู้ว่าเราอิ่ม หากกินเร็วเกินไป เรามักกินมากกว่าที่ร่างกายต้องการโดยไม่รู้ตัว ส่งผลต่อน้ำหนักตัวและสุขภาพในระยะยาว ลองให้เวลากับมื้ออาหารมากขึ้น เคี้ยวอาหารช้าลง รับรสชาติของอาหารให้เต็มที่ นอกจากช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้นแล้ว ยังทำให้มื้ออาหารกลายเป็นช่วงเวลาพักผ่อนเล็กๆ ระหว่างวันอีกด้วย ความสุขง่ายๆหาได้จากการกิน
หายใจช้าลง เมื่อความเครียดเริ่มเข้ามา

เดดไลน์ใกล้เข้ามา งานเร่ง ลูกค้าตาม เจ้านายเรียกประชุมด่วนซะอย่างนั้น ล้วนเป็นสถานการณ์ที่ทำให้หายใจเร็ว สั้น และตื้นโดยไม่รู้ตัว การหายใจลึกๆ และช้าลง เป็นวิธีง่ายที่สุดในการส่งสัญญาณให้ร่างกายรู้ว่า “ไม่เป็นไรนะ ฉันโอเค” ลองสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ แล้วค่อยผ่อนลมหายใจออกยาวๆ เพียงไม่กี่นาที ก็ช่วยลดความตึงเครียด ทำให้สมองปลอดโปร่ง และช่วยให้จัดการกับปัญหาตรงหน้าได้ดีขึ้น
เดินช้าลงบ้าง ไม่ได้เสียเวลาเสมอไป

ชีวิตคนเมืองเต็มไปด้วยการเดินแข่งกับเวลา รถไฟฟ้าไม่เคยรอใคร และหลายครั้งเราก็เผลอเร่งรีบจนลืมดูแลตัวเองแต่ระหว่างวัน หากต้องนั่งทำงานนานหลายชั่วโมง ลองลุกขึ้นเดินช้าๆ สัก 5-10 นาที เดินไปเติมน้ำ เดินรับลม หรือเดินยืดเส้นยืดสายรอบออฟฟิศ การเคลื่อนไหวเล็กๆ เหล่านี้ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ลดอาการเมื่อยล้า และบางครั้งไอเดียดีๆ ก็มักเกิดขึ้นตอนที่เราได้ลุกออกจากโต๊ะทำงานด้วย
แปรงฟันช้าๆ สุขภาพช่องปากดีขึ้น

สำหรับคนทำงาน ชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มเติมพลังแทบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน หลังมื้ออาหารหรือช่วงบ่ายที่ง่วงจัด หลายคนอาจรีบแปรงฟันแบบผ่านๆ เพื่อกลับไปทำงานต่อ แต่การแปรงฟันแรงและเร็วเกินไป อาจทำร้ายเหงือกและผิวเคลือบฟันได้ การใช้เวลาแปรงฟันอย่างถูกวิธีประมาณ 2 นาที ช่วยให้ทำความสะอาดช่องปากได้อย่างทั่วถึง ลดคราบสะสม และดูแลสุขภาพฟันได้ดีกว่าในระยะยาว
อาบน้ำให้เป็นช่วงเวลาพักใจ

หลังจากเจองานหนักเหน็ดเหนื่อยมาตลอดวัน การอาบน้ำไม่ควรเป็นเพียงภารกิจที่ต้องรีบทำให้เสร็จ ลองเปลี่ยนเวลาอาบน้ำให้เป็นช่วงเวลาผ่อนคลายของตัวเอง เปิดน้ำอุ่นเบาๆ นวดไหล่ที่เมื่อยมาทั้งวัน หรือใช้ผลิตภัณฑ์กลิ่นที่ชอบช่วงเวลาสั้นๆ เหล่านี้ช่วยให้สมองค่อยๆ ปล่อยวางความวุ่นวายจากการทำงาน และเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับการพักผ่อนอย่างมีคุณภาพ
ช้าลงบ้าง…ไม่ใช่เรื่องผิด

โลกการทำงานอาจบังคับให้เราต้องเร่งรีบอยู่เสมอ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องรีบในทุกเรื่อง บางครั้งการกินช้าลง หายใจลึกขึ้น เดินให้ช้าลง หรือให้เวลากับตัวเองมากขึ้นอีกนิด อาจเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่ช่วยให้สุขภาพกายดีขึ้น ใจเบาขึ้น และมีพลังพร้อมรับมือกับวันทำงานในวันต่อๆไป
การอนุญาตให้ชีวิต “ช้าลง” บ้าง เป็นการดูแลตัวเองที่ดีที่สุดอย่างหนึ่ง



