แจกสูตร “ข้าวเบ๊อะ” ข้าวต้มปกาเกอะญอ

“ข้าวเบ๊อะ” หรือที่เรียกตามภาษาถิ่นว่า “ต่าพอเผาะ” ถือเป็นอีกหนึ่งเมนูคู่บ้านของชาวปกาเกอะญอ หรือ ชาวกะเหรี่ยง

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอพาออกนอกกรุงมาปรุงอาหารกันที่กัมเบอะฟาร์ม ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี โดยเมนูที่นำมาเสนอวันนี้ คือ “ข้าวเบ๊อะ” อาหารพื้นเมืองชาวปกาเกอะญอ หรือ ชาวกะเหรี่ยง ที่เรียกได้ว่าเป็นเมนูคู่ครัวกันเลยทีเดียว

 

 

“ข้าวเบ๊อะ” หรือที่เรียกตามภาษาถิ่นว่า “ต่าพอเผาะ” ถือเป็นอีกหนึ่งเมนูคู่บ้านของชาวกะเหรี่ยง โดยเมนูนี้เป็นหนึ่งในการนำภูมิปัญญามาใช้แก้ปัญหาปากท้อง ด้วยการรังสรรค์ออกมาเป็นเมนูอาหารเรียบง่ายแต่อร่อย

เล่ากันว่า ที่มาเมนูนี้เกิดจากชาวกะเหรี่ยงซึ่งส่วนใหญ่ดำรงชีพด้วยการปลูกข้าว ทำไร่  แต่ต้องประสบปัญหาในทุกช่วงฤดูเก็บเกี่ยวเพราะผลผลิตที่ได้จะถูก นก หนู หมูป่า เข้ามากัดแทะ หรือ ขโมยไปกิน ยิ่งถ้าบางปีเกิดโรคระบาดพืชผลเสียหายก็แทบต้องเอาน้ำลูบท้องกันไปยาวๆ เพราะผลผลิตที่ได้อาจเหลือไม่พอกินสำหรับคนทั้งหมู่บ้าน

ด้วยเหตุนี้ ชาวบ้านจึงเลือกที่จะใช้วิธีรวบรวมผลผลิตต่างๆ ที่มีในไร่ไม่ว่าจะเป็น หอม กระเทียม พริก หรือ เครื่องเทศ และ ส่วนผสมต่างๆ เท่าที่จะหาได้ มาต้มรวมกับข้าวสารในหม้อ จนกลายมาเป็น “ข้าวเบ๊อะ” ออกมาแล้วก็แจกจ่ายให้ทั้งคนในครอบครัวและเพื่อนบ้านทุกคนได้กินอิ่มกันทั่วถึง ซึ่งนอกจากความอร่อยแล้วยังช่วยสะท้อนถึงชีวิตที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความรักและความสามัคคีที่แสดงออกมาผ่านอาหารแห่งชาติพันธุ์จานนี้

 

 

ส่วนประกอบ ข้าวเบ๊อะ

  • ข้าวกล้อง
  • ลูกเดือย
  • กระดูกหมู
  • หัวปลี
  • ข่า ตะไคร้
  • กระเทียม
  • พริกแห้ง
  • ขมิ้น
  • หอมชู
  • เกลือ

อีกหนึ่งพระเอกที่ขาดไม่ได้คือ “มะแขว่น” ที่จะช่วยเพิ่มความกลมกล่อมของเมนูนี้ ด้วยกลิ่นหอมฉุนและรสเผ็ดซ่าเล็กน้อย ซึ่งเจ้าเครื่องเทศชนิดนี้มีสรรพคุณทางยามากมาย ไม่ว่าจะช่วยระงับการอักเสบของผิวหนัง ขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้อาเจียน

 

ภาพจาก : greenery.org

 

ขั้นตอนการทำ

  1. โขลกมะแขว่น ตะไคร้ ขมิ้น ข่า กระเทียม พริกแห้ง เกลือ ใบและรากหอมชูเข้าด้วยกันเพื่อใช้เป็นเครื่องเทศ
  2. ตั้งเตานำข้าวกล้อง ลูกเดือย หัวปลีซอย ข่าตะไคร้ และเครื่องเทศที่เตรียมไว้โยนใส่หม้อ จากนั้นเติมน้ำสะอาดให้ท่วม
  3. ต้นทิ้งไว้จนเมล็ดข้าว ลูกเดือยเปื่อยได้ที่ แต่ระหว่างต้มคอยคนก้นหม้อไม่ให้ไหม้
  4. เมื่อทุกอย่างสุกได้ที่ก็ได้เวลาปิดไฟ ตักใส่ถ้วย เติมกระเทียมเจียว โรยหน้าด้วยต้นหอมผักชี พร้อมทาน

 

“ข้าวเบ๊อะ” ถือเป็นอีกหนึ่งเมนูที่เข้ากับสภาพอากาศในช่วงนี้มาก และเหมาะสำหรับคนที่รักสุขภาพ เพราะมีทั้งธัญพืช ผัก และสมุนไพรเป็นส่วนประกอบ ส่วนเรื่องของรสชาตินั้นก็อร่อยถูกปากเลยทีเดียว ใครจะไปคิดว่าบรรดาเครื่องเทศและสมุนไพรต่างๆ จะนำมาผสมกันเป็นข้าวต้มได้อย่างลงตัว

ขอบคุณข้อมูลจาก : กัมเบอะฟาร์ม วังกะแจะ กาญจนบุรี