-โควิด_Cover-1-1.jpg

kinyupen_adminMay 25, 2020

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอถ่ายทอดมุมมองพระมงคลกิจโกศล (เทพหิรัณย์ ชวโร) หรือที่บรรดาศิษยานุศิษย์รู้จักกันดีในนาม “หลวงปู่ฤาษีตาไฟ” เจ้าอาวาสวัดเทพหิรัณย์ (หนองทาระภู) จังหวัดชัยนาท ต่อการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นว่าท่านมองเห็นแง่มุมใด มนุษย์ได้อะไรจากสิ่งนี้ในเชิงธรรมะ

 

 

 

 

โลกและธรรมชาติได้ “พักฟื้น”

เมื่่อโควิดเข้ามาธรรมชาติก็ได้ปัดกวาดเช็ดถู ฟื้นฟู อีกอย่างหนึ่งก็ไปช่วยลดโลกร้อนด้วย แทนที่มนุษย์จะเดือดร้อนเร็วขึ้นเรื่อยๆ โลกก็จะได้รับภัยจากธรรมชาติลดลงในช่วง 2-3 เดือน

 

มนุษย์มีเวลา “ทบทวน” ชีวิต

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ช่วยให้ผู้คนหันมาทำความดี และหันมาทบทวนค่าใช้จ่าย ทั้งเรื่องครอบครัว ลูก สามี ภรรยา ต่างมีเวลาให้กันมากขึ้น ทำให้ชีวิตครอบครัวอบอุ่น และเราก็มีเวลามานั่งดูตัวเอง ไหนๆ ก็ไปไหนไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้ ก็หันมาทบทวน ว่าจิตเราละเป็นอย่างไร บางทีเราก็จะมาสรุปตัวเราได้ตรงนี้เพราะได้มาทบทวน

 

ถ้าเราไม่เจอโควิด เราก็จะวิ่งทำมาหากินดิ้นรนกันเป็นหนูติดจั่น กินไม่ตรงเวลา นอนไม่ตรงเวลา พักไม่ตรงเวลา และเราทำตรงนั้นกันไปเพื่ออะไร เราได้อะไรกลับคืนมา แล้วที่เป็นอยู่ตรงนี้เราได้อะไร เราได้ทำความดี สวดมนต์ไหว้พระ ได้ปฏิบัติความดี ได้รู้จักชีวิตครอบครัว หันมามองพ่อแม่เป็นอย่างไร คนใกล้ชิด สามีภรรยาเป็นอย่างไร

 

เวลาที่เหลือ ชีวิตที่เหลือ เธอจะได้รู้ตัว ว่าใช้ชีวิตผิดพลาดอย่างไร ที่ผ่านมาไม่มีการเตรียมตัวทั้งตัวเองและครอบครัว พูดไปก็แย้งกันตลอด แต่เมื่อเรามานั่งมอง ก็จะได้รู้ว่า “การไม่รู้ทุกข์ ไม่เห็นทุกข์ แล้วคนจะละจากทุกข์ได้ไหมละ” เป็นประโยชน์นะ

 

มอง “ทุกข์” ให้เป็นเรื่องปกติ

ที่นั่งกันอยู่ต่างมีปัญหา ทั้งคนว่า คนดูถูก คนนินทา น้อยใจ เสียใจ ทำความดีแต่ทำคุณคนไม่ขึ้น ปิดทองหลังพระ มันมีทั้งนั้น แต่หลายคนเค้าไม่เอามาเป็นอุปสรรคในการดำเนินชีวิต เค้าอยู่ได้ ยืนได้ เดินได้ ดำรงชีวิตเค้าได้หมด ในส่วนของคนที่ทุกข์ให้มองว่าปัญหามันเป็นเรื่องปกติ เหมือนการทำดี การเสียสละ การให้ การช่วยแล้วกลับถูกกระทำ แล้วอยากให้ลองคิดว่า พระพุทธเจ้าท่านโดนอะไรมาบ้าง แล้วเราโดนแค่นี้ เรากลัวอะไร

 

New Normal แท้จริง “ไม่ใช่สิ่งใหม่”

เหตุการณ์ครั้งนี้มันให้อะไรเยอะนะ โยมก็ศึกษาดู พอมองดูว่าโลกมันกำลังจะปรับ การใส่หน้ากากเนี่ยมันเป็นเรื่องที่เราควรจะต้องทำกันทุกวันอยู่แล้ว ล้างไม้ล้างมือให้สะอาด ไม่จำเป็นว่าจะต้องโควิดหรอก

 

ท้ายสุดนี้ เมื่อพิจารณามุมมองของหลวงปู่แล้วเห็นได้ว่า เหตุการณ์นี้ได้ทำให้สรรพสิ่งทั้งหลาย “มีโอกาสพักฟื้น ทบทวนชีวิต พิจารณาทุกข์เพื่อเรียนรู้เข้าใจให้มากขึ้น และวิกฤตโรคระบาดก็ไม่ใช่สิ่งใหม่ หากเป็นสิ่งที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปคู่โลกใบนี้มาโดยตลอด”


Content_อโรคยา_Cover_1.jpg

kinyupen_adminNovember 22, 2019

การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ เพราะถ้าเป็นโรค สิ่งที่ตามมาคือค่ารักษาพยาบาลและค่าฟื้นฟูร่างกาย โดยเฉพาะโรคยอดนิยมอย่างมะเร็ง แพ้ภูมิตนเอง หรือกรณีโรคที่เหตุจากอำนาจของมึนเมา ยาเสพติด กินอยู่เป็น 360องศา จึงเลือกนำเสนอการรักษาแบบแพทย์แผนไทย ที่อาจถูกจริต และลดภาระค่าใช้จ่ายของบางครอบครัว ซึ่งที่เลือกสรรมานี้เป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่ทั้งหมดไม่มีค่าใช้จ่าย

อโรคยศาล

แนวทางรักษา : เป็นสถานอภิบาลพักฟื้นผู้ป่วยมะเร็ง โดยรักษาแบบบูรณาการ ที่ผสานแพทย์แผนไทยที่ควบคู่กับการใช้ธรรมะ และยาสมุนไพร

จุดเด่น : ใช้ยาสมุนไพร ที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและมะเร็งหลายชนิด อาทิ หัวร้อยรู หญ้าหนวดแมวผสานการ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยเฉพาะจิตใจ ซึ่งผู้มารักษาจะต้องมีญาติมาดูแลเพื่อไม่รู้สึกเดียวดาย และเพื่อสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว ระยะเวลารักษาจะประมาณสองอาทิตย์ จากนั้นให้กลับไปรักษาที่บ้าน โดยอโรคยศาลจะส่งสมุนไพรให้ประจำต่อเนื่อง

ค่าใช้จ่าย : ไม่คิดค่าใช้จ่าย

ผู้ก่อตั้ง : พระอาจารย์ ปพนพัชร์

สถานที่ติดต่อ : อโรคยศาล วัดคำประมง อ.พรรณานิคม จ. สกลนคร

มูลนิธิไทยกรุณา

แนวทางรักษา :  ใช้แนวแพทย์แผนไทย  มีห้องอบสมุนไพรกับการสวดมนต์ให้ผู้ที่เข้ามาลงทะเบียนรับยา อาจเหมาะกับผู้ที่ป่วยมะเร็ง หรือ มีปัญหาด้านภูมิคุ้มกัน

จุดเด่น :ใช้ยาสมุนไพรปรุงสด รับบัตรคิวเพื่อรับยาทุกวันพฤหัสบดีและวันอาทิตย์ โดยปิดรับคิวเวลา 8.00น. และแจกยา เวลาประมาณ 16.00 –  17.30 น. ต้องรับยาทุก 15 วัน ผู้รับยาควรเตรียมกระติกน้ำแข็ง สำหรับแช่เย็นยา กรณีคนไข้ใหม่ควรเตรียมบัตรประชาชนและรูปถ่าย 1 นิ้ว 2 รูปและประวัติการรักษา

ผู้ก่อตั้ง : หลวงพ่อนิพนธ์ สืบทอดเจตนา สูตรและคำสอนจากแม่ชีเมี้ยน ผู้ก่อตั้งถ้ำกระบอก

ค่าใช้จ่าย : ไม่มีค่าใช้จ่าย

สถานที่ติดต่อ : มูลนิธิไทยกรุณา ฝั่งตรงข้ามตลาดโรงเกลือกาญจนบุรี

ศูนย์สงเคราะห์ผู้ที่ต้องการ เลิกสุรา และยาเสพติด

แนวทางรักษา : ใช้สมุนไพรไทย ผสมการปฏิญาณให้คำมั่น

จุดเด่น :   ใช้สมุนไพรรากไม้ 3 ชนิด  ลวดทะนง พญารากเดียวและ พญาไพร ฝนกับหินก่อนผสมน้ำเพื่อล้างพิษสารเสพติดออกจากร่างกาย การบำบัดแต่ละครั้งใช้เวลาไม่เกิน 45 นาที จากนั้นผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้  ผู้เข้ารับบำบัดต้องเตรียมดอกไม้ขาว 5 คู่ ธูป 1 มัด เทียน 1 ห่อ ผ้าขาว 1 ผืน และปัจจัยบูชาครู จากนั้นเข้าสู่ขั้นที่ 1.กรอกข้อมูลยินยอมในใบสัญญาเลิกเหล้า ขั้นที่ 2 ไหว้พระ อาราธนาและ สมาทานศีล 5 ขั้นที่ 3 รับฟังความรู้โทษและภัยยาเสพติดขั้นที่ 4 ตั้งสัจจะกล่าวคำปฏิญาณ ขั้นที่ 5 ดื่มน้ำยาสมุนไพร

ค่าใช้จ่าย : ไม่มีค่าใช้จ่าย

ผู้ก่อตั้ง :  พระครูประภัสร์  สารธรรม

สถานที่ติดต่อ : วัดทุ่งไทรขะยูง อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ 087-8774596

สำนักสงฆ์ถ้ำกระบอก

แนวทางรักษา :  ด้วย “แนวคิดจิตเป็นนายกายเป็นบ่าว” ใช้สมุนไพรในการรักษาทั้งวิธีดื่มและอบตัวเพื่อขับพิษ ร่วมกับการฟื้นฟูจิตใจด้วยธรรมะ

จุดเด่น : เพื่อให้ผู้เข้ารับบำบัดสามารถเลิกได้  รักษา ครั้งละ 15 วันผู้ป่วยต้องรับประทานยาสมุนไพร เป็นการล้างสารพิษของยาเสพติด เรียกว่า ยาตัด มีการอบตัวด้วยสมุนไพรเพื่อขับสารพิษออกทางผิวหนัง และอบรมธรรมะทั้งฝึกนั่งสมาธิทุกวัน รวมถึงมีการฝึกอาชีพเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพกายใจ และเลี้ยงตัวเองได้ ซึ่งผู้เข้ารับบำบัดต้องลงทะเบียนด้วยบัตรประชาชน และทะเบียนบ้าน และรับสัจจะไม่เสพยาทุกชนิดตลอดชีวิต

ค่าใช้จ่าย : ฟรี มีเฉพาะค่าอาหารและของใช้ส่วนตัว เฉลี่ยประมาณ 200 บาทต่อวัน

ผู้ก่อตั้ง : แม่ชีเมี้ยน ปานจันทร์ เป็นผู้ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2500 ต่อมาเมื่อแม่ชีเมี้ยนเสียชีวิตลง หลวงพ่อจำรูญ ปานจันทร์ ซึ่งเป็นหลานได้เป็นผู้ปฏิบัติภารกิจสืบต่อมา

สถานที่ติดต่อ :  ตำบลขุนโขลน อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี เปิดทำการทุกวัน 9.30 -16.00

 


-ชนะ-มะเร็ง_web.jpg

kinyupen_adminApril 9, 2019

“มะเร็ง” ชื่อนี้ฟังดูแล้วก็รู้สึกน่ากลัว ขยะแขยง น่ากลัว ไม่อยากได้ยิน และก็ไม่มีใครอยากเป็นโรคนี้สักเท่าไหร่ เพราะเมื่อป่วยโรคนี้ขึ้นมาจริงๆ การรักษาให้หายขาดมีความน่าจะเป็นที่น้อยถึงน้อยมาก ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการรักษาค่อนข้างสูงราวเลข 5 หลักขึ้นไป โรคนี้หากเกิดขึ้นกับใคร ก็ล้วนมีแต่ความทุกข์ทั้งนั้น

จากสถิติของกระทรวงสาธารณสุข พบว่า คนไทยเสียชีวิตจากโรคมะเร็งมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ โรคมะเร็งที่พบบ่อยมากที่สุด คือ มะเร็งตับ มะเร็งของท่อน้ำดี มะเร็งปอด และมะเร็งลำไส้ใหญ่ ในเพศหญิงพบผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก และมะเร็งเต้านม มากที่สุด ส่วนในเพศชายพบมะเร็งช่องปากและลำคอ และมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มากที่สุด โรคมะเร็งเกือบทุกชนิดรักษาได้ผลดีหากตรวจพบในระยะแรกเริ่ม แต่หากปล่อยจนโรคลุกลามมากขึ้น การรักษาก็จะซับซ้อนยุ่งยากมากขึ้น และผลการรักษามีทั้งที่ได้ผลและไม่ได้ผล

แต่เชื่อหรือไม่ว่า “ธรรมะ” สามารถช่วยรักษาโรคมะเร็งได้ เรื่องนี้ถูกเขียนไว้ในหนังสือ “ธรรมะพิชิตมะเร็ง” เป็นหนังสือแจกฟรีภิกษุณี ซึ่งได้บอกถึงเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นกับ น.ส.วิมล บุญยง หรือ “หลวงพี่ป๊อป” เมื่อครั้งเคยเข้ารับการรักษาโรคมะเร็งปอด โดยหลวงพี่ป๊อปเล่าว่า ระหว่างที่ป่วยนั้นทำให้ตนมีความคิดดีๆ เช่น ไม่รักษาก็ตาย ถึงแม้รักษาหายหรือไม่หายก็ต้องตายอยู่ดี เราไม่ได้รักษาเพื่อจะไม่ตาย แต่เรารักษาโรคเพื่อที่จะยืดชีวิตไปอีกสักหน่อย

และตอนที่รักษาโรคมะเร็งรู้สึกว่าทรมานมาก ในครั้งนั้นรู้สึกสิ้นหวังกับแพทย์แผนปัจจุบัน จึงแสวงหาหนทางการรักษาแบบใหม่ๆ โดยการกลับเข่าไปหาวิถีโบราณที่สุด คือ เดินธุดงค์ออกกำลังกาย 15 กิโลเมตร จากห้วยขาแข้งมาที่วัดป่าเลไลยก์ จ.นครสวรรค์ และได้อธิษฐานจิตต่อหน้าพระพุทธรูปปางลีลาองค์ใหญ่ จะไม่ขอว่าให้หายภายใน 3 วัน 7 วัน แต่ขอให้หายโดยปาฏิหาริย์ ระหว่างทางจะสวดคาถาชินบัญชร 108 จบ หลังจากสิ้นสุดการเดินธุดงค์ กลับไปนอนพบว่า อาการเจ็บป่วยลดลงประมาณ 50% วันต่อมาอาการเจ็บป่วยลดลงเหลือประมาณ 1๐% วันต่อมาไม่มีอาการเจ็บเหลืออยู่เลย

หลวงพี่ป๊อบบอกว่า การป่วยหนักๆ ทำให้ได้ความคิดใหม่ๆ เกิดขึ้นว่า ถึงรักษาก็ยังต้องตายอยู่ดี ดังนั้น เมื่อรักษาก็ตาย ไม่รักษาก็ตาย แต่เลือกที่จะรักษาเพื่อยืดชีวิตออกไปอีกสักหน่อย แล้วเอาช่วงเวลาที่ยืดออกไปนั้นมาทำประโยชน์ตน ประโยชน์โลก

นอกจากนี้ อดีตนักแสดงอาวุโส “เมตตา รุ่งรัตน์” ที่เคยป่วยเป็นโรคมะเร็ง จากเหตุที่สามีของตนสูบบุหรี่กระทั่งป่วยเป็นโรคถุงลมโป่งพอง และเสียชีวิต ถึงแม้ว่าคุณเมตตาไม่ได้สูบเอง แต่เจ้าตัวต้องสูดควันบุหรี่จากคนรอบข้าง ซึ่งก่อนหน้านี้เคยป่วยมา 10 กว่าโรค และเป็นโรคหนักๆ ทั้งนั้น อาทิ โรคภูมิแพ้ หอบหืด และมะเร็ง เจ้าตัวมองว่าเป็นเรื่องของระบบร่างกายและธรรมชาติ การเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดาที่จะเกิดขึ้นกับทุกคน ถ้าจิตเราตก เราก็จะแพ้กับโรคภัยไข้เจ็บ เจ้าตัวจึงตัดสินใจนำเอาธรรมะมาช่วยรักษาจิตใจ เพื่อให้จิตใจข้มแข็ง ถ้าให้อธิบายก็คือ “ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว” จิตใจต้องเข้มแข็งเหนือร่างกาย จิตใจต้องอยู่เหนือโรค ถ้าจิตใจของเราเข้มแข็ง เราก็จะสู้กับโรคร้ายดังกล่าวได้

สุดท้าย ไม่กว่าตัวเราหรือคนรอบข้างจะป่วยหรือเกิดเป็นโรคอะไรสักอย่าง เราคงต้องทราบสาเหตุของการเกิดโรคเสียก่อน จึงจะหาทางป้องกันได้ หากเรารู้จักใส่ใจ ป้องกันตัวเองตั้งแต่แรกมิให้เกิดโรคขึ้น ก็จะเป็นการตั้งรับที่ดีที่สุด เพื่อรักษาโรคดังกล่าวให้หายได้ตั้งแต่เนิ่นๆ