-ดูดวง-ปก.jpg

kinyupen_adminOctober 21, 2019

บอกเล่า ดวงชะตา 12 ราศีทุกสัปดาห์ โดยอาจารย์จ๊ะ วรรณอนงค์ ผู้เชี่ยวชาญการพยากรณ์จาก 2 ศาสตร์ ระหว่างการโคจรของดวงดาวกับไพ่ยิปซี ตรวจสอบดวงชะตา ระหว่างวันที่ 21 ต.ค. –  27 ต.ค.2562  เรือนชะตาแต่ละราศีจะเป็นอย่างไร รุ่งหรือร่วงมาลุ้นกัน…

ราศีเมษ

ช่วงนี้ชาวราศีเมษ ดวงจะเด่นเรื่องการงาน สถานะทางการเงินก็ดีขึ้นด้วยเช่นกัน

การงาน : การทำงานช่วงนี้ยังคงต้องเหน็ดเหนื่อยสักหน่อย แต่จะมีโชคเรื่องลงทุน และการเจรจาติดต่อ มีหุ้นส่วนคอยอุปถัมภ์

การเงิน : สัปดาห์นี้มีรายจ่ายน้อยลง การเงินคล่องตัวมากกว่าสัปดาห์ก่อน หากทำธุรกิจค้าขายจะมีกำไรมากกว่าเดิม

ความรัก : คนมีคู่ความรักจะเต็มไปด้วยความสดใส ราบรื่น ไร้อุปสรรค แถมคนรักยังมีเกณฑ์ให้ทรัพย์อีกด้วย

สุขภาพ : ให้ระวังอาการร้อนใน แผลในช่องปาก อันเกิดจากความเครียด อาหารไม่ย่อย เป็นไข้หวัด พักผ่อนน้อย

สีนำโชค : แดง เหลือง น้ำเงิน ฟ้า

สีไม่ควรใช้ : ชมพู

ไพ่อยากบอก : งานยุ่งจุกจิก งานเก่าต้องเอากลับมาทำใหม่ แต่ก็เป็นเรื่องที่ดี มีผู้ใหญ่อุปถัมภ์ ช่วงนี้จะเก็บตัว เบื่อโลก รักสงบ

 

ราศีพฤษภ

ช่วงชาวราศีพฤษภ จะมีเรื่องให้กลุ้มใจ วิตกกังวลเกี่ยวกับเรื่องความรัก

การงาน : การงานเหนื่อยหนัก เหมือนถูกคนอื่นผลักงานมาให้รับผิดชอบ เลี่ยงไม่ได้ แต่หากเป็นการติดต่อกับต่างประเทศจะดี

การเงิน : สภาพการเงินคล่องตัวขึ้น มีผู้อุปถัมภ์คอยช่วยเหลือ แต่ยังเสี่ยงต่อการใช้เงินติดลบ ระวังอย่าใช้จ่ายเงินเกินตัว

ความรัก : ยังคงมีความขัดแย้งกับคนรัก ไม่ถูกใจกันบ้างในบางเรื่อง แต่ยังประคับประคองความสัมพันธ์นี้ไปได้

สุขภาพ : ระบบย่อยอาหาร ไม่ค่อยดี มีอาการปวดท้องช่วงบน ท้องอืด จุกเสียดแน่นท้อง ทั้งยังท้องเสียด้วย

สีนำโชค : แดง ส้ม

สีไม่ควรใช้ : ดำ

ไพ่อยากบอกเพิ่ม : การเดินทางต้องระมัดระวัง มีความขัดแย้งระวังคำพูด

 

ราศีเมถุน

ช่วงนี้ชาวราศีเมถุนดวงจะเด่นเรื่องงาน แต่ความรักไม่ค่อยดีเท่าที่ควร

การงาน : หากทำงานเกี่ยวกับการบริการ จะได้รับผลตอบแทนดีมาก เรื่องค้าขายอาจต้องเหนื่อยหน่อย แต่ผลตอบถือว่าคุ้มค่า

การเงิน : สภาพการเงินคล่องตัวกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเกณฑ์จะได้ทรัพย์จากผู้อุปถัมภ์ช่วยเหลือ

ความรัก : ยังเต็มไปด้วยความขัดแย้ง ไม่เข้าใจกัน มีอุปสรรค ต้องใช้ความอดทนให้มาก แล้วทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี

สุขภาพ : ระวังเกี่ยวกับโรคภูมิแพ้ แพ้อากาศ และปวดศีรษะจากไมเกรน

สีนำโชค : เหลือง ชมพู ขาว

สีไม่ควรใช้ : เทา ดำ

ไพ่อยากบอกเพิ่ม : การงานอาจมีการเปลี่ยนแปลง ตั้งใจและอดทน ลำบากวันนี้สบายวันหน้า

 

ราศีกรกฎ

ช่วงนี้ชาวราศีกรกฎ มีดวงเรื่องของการติดต่อเจรจา งานระหว่างต่างประเทศ ถ้าเป็นผู้หญิงจะมีเสน่ห์เรื่องการเงิน

การงาน : หากทำธุรกิจเกี่ยวกับการค้าขาย มีเกณฑ์จะได้รับผลกำไรเพิ่มขึ้น การติดต่อเจรจาระหว่างต่างประเทศจะดีมาก

การเงิน : ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี โดยเฉพาะผู้หญิงจะได้รับโชคลาภจากญาติพี่น้อง

ความรัก : ยังคงมีความขัดแย้ง ความเห็นไม่ตรงกัน ห่างๆ กันบ้างจะดีกว่า

สุขภาพ : ให้ระวังเกี่ยวกับอาการปวดของขา เข่า หาเวลาออกกำลังกายบ้าง

สีนำโชค : สีส้ม สีโอรส

สีไม่ควรใช้ : ม่วง

ไพ่อยากบอกเพิ่ม : มีความขัดแย้งกับคนรัก ต้องมีเหตุผล หนักแน่น ไม่อย่างนั้นคงถึงคราวที่ต้องแยกทางกัน

 

ราศีสิงห์

ชาวราศีสิงห์ดวงเรื่องการงานจะรุ่งมาก ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้น ต้องหมั่นทำบุญ

การงาน : ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี หาเวลาไปไหว้พระขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ส่งเสริมให้ดีมากกว่าเดิม

การเงิน : สภาพการเงินยังคล่องตัว จะมีลาภจากการเดินทาง มีผู้อุปถัมภ์ช่วยเหลือ

ความรัก : รักราบรื่น เดินคู่กันไปด้วยดี ไร้อุปสรรค ทั้งยังมีเกณฑ์จะได้รับของฝากจากคนรัก

สุขภาพ : ให้ระวังเรื่องอาการปวดท้อง ท้องเสียง่าย

สีนำโชค : ชมพู ส้ม

สีไม่ควรใช้ :เหลือง

ไพ่อยากบอกเพิ่ม : ความรักต้องมีการปรับตัวเข้าหากันอยู่เสมอ ไม่อย่างนั้นจะเกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายกันได้

 

ราศีกันย์

ชาวราศีกันย์ช่วงนี้มีเกณฑ์เดินทางบ่อย สถานะทางการเงินเริ่มดีขึ้นกว่าสัปดาห์ก่อน

การงาน : มีเกณฑ์เดินทาง การติดต่อเจรจาดีมีโชค ประสบผลสำเร็จ ไร้อุปสรรค หากทำธุรกิจค้าขายจะได้ผลตอบแทนดี มีกำไร

การเงิน : การเงินจัดว่าดีขึ้นกว่าช่วงที่ผ่านมา มีโชคลาภจากการเสี่ยงดวง หาเงินใช้ได้คล่องขึ้นกว่าแต่ก่อน

ความรัก : รักราบรื่น ไร้ซึ่งปัญหา

สุขภาพ : ระวังอาการปวดศีรษะ ปวดฟัน ไข้หวัด และหลอดลมอักเสบ

สีนำโชค : แดง

สีไม่ควรใช้ : ม่วง

ไพ่อยากบอกเพิ่ม : ใช้ชีวิตด้วยความเข้าใจ พยายามเข้าสังคม อยู่กับคนอื่นให้มากขึ้น อย่าเก็บตัวอยู่คนเดียว เพราะจะเสี่ยงต่อภาวะโรคซึมเศร้า

 

ราศีตุลย์

ชาวราศีตุลย์สัปดาห์นี้ดวงเรื่องงานเด่นพุ่งแรงมาก เหนือกว่าราศีอื่นเลยก็ว่าได้

การงาน : ถือว่าดีมาก จนเกินหน้าเกินตาผู้อื่น มีเกณฑ์ได้เลื่อนตำแหน่ง การลงทุนกับหุ้นส่วนดำเนินไปในทิศทางที่ดี  มีคนช่วยเหลือ

การเงิน : อาจจะเดือดร้อนเรื่องเงินบ้าง รายจ่ายยังคงสูงอยู่ ไม่ควรค้ำประกันใคร ดีไม่ดีอาจจะโดนโกง

ความรัก : คนโสดช่วงนี้เสน่ห์แรง ดึงดูดเพศตรงข้าม ส่วนคนที่มีคู่แล้ว ความรักสดใส ราบรื่นไร้อุปสรรคต่อกัน

สุขภาพ : ให้ระวังอาการปวดศีรษะ และอาการบาดเจ็บเกี่ยวกับดวงตา

สีนำโชค : แดง เขียว เหลือง

สีไม่ควรใช้ : ดำ เทา

ไพ่อยากบอกเพิ่ม : มีเสน่ห์ มีหลายคนสนใจคุณ บริหารให้ดี เป็นช่วงสดชื่น

 

ราศีพิจิก

ชาวราศีพิจิก เรื่องคำพูดคำจาถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องระวังอาจนำมาซึ่งความเสียหาย

การงาน : ระวังเรื่องคำพูด โดยเฉพาะในที่ทำงาน เพราะมีศัตรูคู่แข่งคอยจ้องเล่นงานอยู่

การเงิน : ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี จับจ่ายใช้สอยคล่องมือ มีโชคลาภ

ความรัก : ความสัมพันธ์ระหว่างคนรักจากที่มีปัญหาอยู่จะค่อยๆดีขึ้น เข้าใจกันมากขึ้น แม้ว่าจะไม่ค่อยมีเวลาอยู่ด้วยกัน

สุขภาพ : ให้ระวังอาการปวดหลัง หลีกเลี่ยงการยกของหนัก

สีนำโชค : ม่วง

สีไม่ควรใช้ : เหลือง

ไพ่อยากบอกเพิ่ม : ช่วงดาวรุ่ง ผู้อุปถัมภ์เยอะ งานสำเร็จโดยง่าย

 

ราศีธนู

ช่วงนี้ชาวราศีธนู จะได้รับภาระจากงานค่อนข้างเยอะ หัวหมุนกันไปเลยทีเดียว

การงาน : ได้รับงานค่อนข้างเยอะ ทำแทบไม่ทัน แต่ขอให้มีความอดทน ความสำเร็จที่ตามมาจะให้ผลคุ้มค่าความเหนื่อยที่เสียไป

การเงิน : รายจ่ายสูงกว่ารายรับ อาจถึงขั้นติดลบ แต่ยังดีที่มีโชคลาภเข้ามาบ้าง แม้จะไม่คุ้มกับเงินที่เสียไป

ความรัก : ความสัมพันธ์เริ่มดีขึ้น มีเกณฑ์จะได้ลาภจากคนรัก

สุขภาพ : ระมัดระวังโรคเครียด เพราะ เกิดจากการพักผ่อนน้อย

สีนำโชค : แดง

สีไม่ควรใช้ : เหลือง

ไพ่อยากบอกเพิ่ม : การเดินทางให้ระมัดระวังอุบัติเหตุ การเงินดีขึ้น อาจมีคนมายืมเงิน ระวังของหาย ถูกขโมย ขี้หลง ขี้ลืม

 

ราศีมังกร

ช่วงนี้ชาวราศีมังกรถือว่าเป็นช่วงขาขึ้น ดวงรุ่งพุ่งแรงทำอะไรก็ประสบความสำเร็จ

การงาน : อยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก ติดต่อเจรจาดีประสบความสำเร็จ อยู่ที่ไหนใครก็รัก ถือว่าเป็นช่วงขาขึ้น จะทำอะไรก็รีบทำ

การเงิน : รายจ่ายยังคงมากกว่ารายรับอยู่ แต่จะสามารถผ่านไปได้ด้วยดี

ความรัก : ความสัมพันธ์ระหว่างคนรักดีมาก มีเกณฑ์จะได้ไปท่องเที่ยวร่วมกัน กระชับความสัมพันธ์ ทั้งยังได้ลาภจากคนรักอีกด้วย

สุขภาพ : ให้ระวังอาการปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ คอ บ่า และไหล่

สีนำโชค :  เหลือง

สีไม่ควรใช้ : ดำ แดง

ไพ่อยากบอกเพิ่ม : การเดินทางมีลาภ คนช่วยเหลืออุปถัมภ์ดี บริวารดี

 

ราศีกุมภ์

ช่วงนี้ชาวราศีกุมภ์ดวงไม่ค่อยดีในเรื่องของการทำงาน ทำอะไรมักเจออุปสรรค

การงาน : เสี่ยงมีปัญหาขัดแย้งระหว่างเพื่อนร่วมงาน มีศัตรูคู่แข่ง ควรแก้ด้วยวิธีการพูดให้น้อย เน้นทำงานหนัก

การเงิน : ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี มีผู้อุปถัมภ์เรื่องค่าใช้จ่าย

ความรัก : เต็มไปด้วยความราบรื่น ไร้อุปสรรค มีเกณฑ์จะได้ออกเดินทางท่องเที่ยวร่วมกัน

สุขภาพ : ให้ระมัดระวังอาการป่วยเกี่ยวกับโรคกล้ามเนื้อ จากการนั่งขับรถนาน ๆ ดังนั้นต้องระมัดระวังการขับรถ อย่าประมาท

สีนำโชค : ส้ม ม่วง

สีไม่ควรใช้ : ดำ

ไพ่อยากบอกเพิ่ม : มีโชคลาภ มีแนวโน้มได้ลาภจากการเดินทาง

 

ราศีมีน

ช่วงนี้ชาวราศีมีนดวงเรื่องการงานราบรื่น ทำอะไรก็สำเร็จ แต่การเงินยังคงมีรายจ่ายมากอยู่

การงาน : ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ มีงานเพิ่มขึ้น การติดต่อเจรจาได้ผลดี บริวารทำงานดีขึ้น

การเงิน : รายจ่ายยังคงสูงอยู่ เสียทรัพย์ไปกับการซ่อมแซมทรัพย์สิน สิ่งของอยู่เรื่อยๆ

ความรัก : ความสัมพันธ์ระหว่างคนรักดีขึ้น ไร้ความขัดแย้ง หากิจกรรมทำร่วมกัน กระชับความสัมพันธ์

สุขภาพ : ระวังอาการร้อนใน แผลในช่องปาก อันเกิดจากความเครียด อาหารไม่ย่อย เป็นไข้ พักผ่อนน้อย

สีนำโชค : ชมพู

สีไม่ควรใช้ : เหลือง

ไพ่อยากบอกเพิ่ม : งานดี ทำทุกอย่างถูกต้องแล้วรอเวลาอย่างเดียว

 


_เที่ยวบ้างอะไรบ้าง.jpg

kinyupen_adminOctober 19, 2019

เคยไหม? ทุ่มเทให้กับการทำงานมากจนเกินไปโดยไม่มีเวลาให้กับตัวเอง มันรู้สึกเครียดมากแค่ไหน จริง ๆ แล้ว การออกไปเที่ยวช่วยให้สมองและร่างกายได้พักผ่อนจากภาวะความเครียด บอกได้คำเดียวเลยว่ามันดีมาก ๆ

 

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอนำเสนอเรื่องราวดี ๆ ให้กับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย เชื่อว่าใครหลาย ๆ คนโดยเฉพาะคนวัยทำงานเมื่อทุ่มเทให้กับการทำงานถือเป็นเรื่องที่ดี แต่หลายคนทุ่มเทให้กับการทำงานมากจนเกินไปโดยไม่มีเวลาให้กับตัวเอง ทำให้เลือกที่จะนอนอยู่บ้านเฉย ๆ ในวันหยุด แทนการออกไปเที่ยวนอกบ้าน อีกทั้งความคิดที่ว่าการออกไปเที่ยวในแต่ละครั้งนั้นเสียทั้งเงินในกระเป๋าและเวลา แต่จริง ๆ แล้วการออกไปเที่ยวนั้นช่วยให้สมอง และร่างกายได้พักผ่อน จากการทำงานที่ต้องเผชิญทั้ง ความเครียด และ ความกดดัน

 

แต่ผลการวิจัยจาก Expedia เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับมนุษย์เงินเดือนที่ต้องทำงานและการท่องเที่ยวพักผ่อนเอาไว้ว่า มนุษย์ทำงานกว่า 80% รู้สึกเครียด โดย  92% ทำงาน 40 ชม./สัปดาห์ และกว่า 57% ไม่ได้ใช้วันลาหยุดพักผ่อนจนสิ้นปี ซึ่งจากการศึกษาของ Harvard Medical School ชี้ให้เห็นว่า เมื่อสมองของคนเราได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ จะช่วยให้คนเราสามารถเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ และจดจำสิ่งต่าง ๆ ได้เร็วขึ้น

 

แล้วการออกไปเที่ยวมันดีจริงหรือ? สำหรับใครที่ยังสงสัยว่าการออกไปเที่ยวช่วยคลายเครียดได้จริง ๆ หรือไม่ กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต รวบรวมคำตอบเอาไว้ให้แล้วว่าทำไมเราต้องออกไปเที่ยว

 

  1. ก้าวออกจาก Comfort Zone : Comfort zone จะทำให้เรายึดติดกับความสบาย จนสุดท้ายชีวิตเหมือนกับหยุดนิ่ง เปรียบเหมือนต้นไม้ที่หยุดโต หากปล่อยให้เราแก่ลงในทุกวันไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้ทำอะไรเลย ถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ฉะนั้น ลองกล้าที่จะออกจาก Comfort Zone ของตัวเองดู

 

  1. หลีกหนีความวุ่นวาย : เพราะชีวิตประจำวันของเรานั้นช่างน่าอึดอัดและน่าเบื่อใช่ไหม? บางทีการที่เราได้หนีจากตรงนี้สักพักจะทำให้เราได้พักสมองและร่างกายอย่างแท้จริง ปล่อยวางจากสิ่งต่างๆ เพื่อรีเฟรชตัวเอง เติมพลังให้กับชีวิตพร้อมที่จะรับมือกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น

 

  1. เปิดมุมมองใหม่ : การออกไปเที่ยว แน่นอนว่าจะคุณจะได้พบเจอกับสิ่งใหม่ ๆ มากมาย ทั้งวัฒนธรรม ผู้คน ความเป็นอยู่ การดำเนินชีวิตของคนในพื้นที่นั้น ๆ ทำให้คุณได้เรียนรู้ และได้ลองทำ คุณอาจจะชอบหรือไม่ชอบ แต่ประสบการณ์เหล่านี้จะทำให้ทัศนคติและมุมของเราเปลี่ยนไป

 

  1. สร้างความทรงจำ : ในทุก ๆ ที่ ที่เราไปย่อมสร้างความทรงจำให้กับเรา และเมื่อเรามองย้อนกลับไปความทรงจำเหล่านั้นจะช่วยเพิ่มพลังให้กับเรา และทำให้โหยหาการออกไปเที่ยวเพื่อสร้างความทรงจำที่มีคุณค่าเพิ่มขึ้นอีก

 

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเหตุผลส่วนหนึ่งเท่านั้นที่เราควรค่ากับการออกไปเที่ยวเพื่อพักผ่อน รวมถึงผ่อนคลายความเครียดที่มีอยู่ บอกได้คำเดียวเลยว่ามันดีมาก ๆ แต่หากคุณอยากรู้ว่ามันจะดีขนาดไหน ลองรีบหาวันหยุดแล้วออกไปเที่ยวกัน รับรองเลยว่า คุณจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน และนี่คือวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


_พฤติกรรมcover.jpg

kinyupen_adminOctober 16, 2019

โลกอินเทอร์เน็ตทุกวันนี้ แทบไม่ต่างจากชีวิตจริง ที่เต็มไปด้วยความไม่ปลอดภัย จากมิจฉาชีพที่เข้ามาในรูปแบบต่าง ๆ เราจำต้องเรียนรู้ให้เท่าทันความเสี่ยงรูปแบบใหม่ๆ อันเกิดขึ้นตามวิวัฒนาการของเทคโนโลยี เพื่อเตรียมรับมือกับอันตรายมองไม่เห็นเหล่านี้ กินอยู่เป็น 360 องศาของการใช้ชีวิต มีผลสำรวจน่าสนใจของ สพธอ. | ETDA เกี่ยวกับเรื่องนี้มาฝากกัน

การแบ่งกลุ่มคนตามหลักสากลในปัจจุบันนั้น แบ่งออกเป็น 8 Generation แต่ Generation ที่โดดเด่นและเป็นกลุ่มเป้าหมายของบรรดานักการตลาดทั้งหมาย คือ GEN Z , GEN Y และ Baby Boomer กลุ่มคนประเภทนี้มีพฤติกรรมท่องออนไลน์แตกต่างกันออกไป ความเสี่ยงที่จะถูกมิจฉาชีพบนโลกอินเทอร์เน็ตลวงลับนำข้อมูลไปใช้ในทางมิชอบก็ย่อมแตกต่างกันไปด้วย

 

เมื่อความลับไม่ใช่ความลับ…อีกต่อไป

เริ่มกันด้วย Gen Z คือ กลุ่มคนที่เกิดระหว่าง พ.ศ. 2538 – 2552 เป็นช่วงวัยกำลังจะก้าวสู่วัยทำงาน เข้าถึงโลกออนไลน์ ข้อมูลข่าวสารระดับสูงอย่างมาก เพราะโตมาในยุคที่อินเทอร์เน็ต และเทคโนโลยีออนไลน์กำลังเฟื่องฟู มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีต่างๆ เรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว ส่วนใหญ่คนกลุ่มนี้ชอบใช้เวลาว่างเล่นอินเทอร์เน็ตเพื่อความบันเทิง ซึ่งกิจกรรมยอดฮิตของคนกลุ่มนี้ ได้แก่ การเล่นโซเซียลมีเดียเช่น Facebook, Twitter, Instagram ,Youtube

แม้จะเป็นกลุ่มคนที่เข้าถึงโลกออนไลน์และข้อมูลข่าวสารในระดับสูง แต่กระนั้นก็ยังมีความเสี่ยงต่อการโดนขโมยข้อมูล จากพฤติกรรมดังต่อไปนี้

1.กรอกวันเดือนปีเกิดแท้จริง โดยตั้งค่าเป็นสาธารณะผ่านโลกออนไลน์ พฤติกรรมนี้เสี่ยงต่อการให้ผู้ไม่หวังดีนำข้อมูลไปใช้หาผลประโยชน์

2.ไม่เปลี่ยน Password หรือ รหัสผ่าน ในคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือทุก ๆ 3 เดือน เหมือนเป็นการเปิดช่องโหว่ให้ผู้ไม่หวังดีเข้าถึงอุปกรณ์และข้อมูลส่วนบุคคลได้

3.เปิดอีเมลของคนไม่รู้จักหรือคลิกลิงก์ที่ไม่รู้จัก อาจเปิดช่องทางให้ผู้ไม่หวังดีเข้าขโมยข้อมูลส่วนตัวทางออนไลน์ของเจ้าของข้อมูลได้

ก็เป็นคนเปิดเผย…ทำอะไรโลกต้องรู้

ตามติดกันด้วย GEN Y เจเนอเรชั่นนี้ ค่อนข้างคุ้นหูเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นช่วงวัยของคนรุ่นใหม่นั่นเอง โดยคน GEN Y คือ กลุ่มคนที่เกิดระหว่าง พ.ศ.2524-2543 ซึ่งเป็นช่วงที่วิวัฒนาการด้านเทคโนโลยี อินเทอร์เน็ต อุปกรณ์ไอที ข้อมูลข่าวสารต่างๆ เข้าถึงได้ง่าย เพียงแค่มีสมาร์ทโฟน โน๊ตบุ๊ค คอมพิวเตอร์ ฯลฯ เท่านั้น ทำให้กลุ่มคนเหล่านี้มีความสามารถในการนำโลกออนไลน์เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ทั้งการทำงาน ติดต่อสื่อสาร โดยกิจกรรมยอดนิยมของกลุ่มคนเหล่านี้ ไม่พ้นการเล่นโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, Twitter, Instagram เป็นต้น

ความฉลาดในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารบนโลกออนไลน์ของคนกลุ่มนี้แม้จะมีมาก แต่ก็ยังถือมีความเสี่ยงต่อการโดนขโมยไม่ต่างกัน จากพฤติกรรมดังต่อไปนี้

1.อัพรูปถ่าย หรือ วิดีโอ ขณะถ่ายเสร็จผ่านสื่อสังคมออนไลน์ทันที โดยตั้งค่าเป็นสาธารณะพฤติกรรมเสี่ยงต่อการทำให้ผู้ที่ไม่หวังสามารถทราบความเคลื่อนไหวได้ทันที ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตราย กรณีที่มีผู้ไม่หวังดีต่อเจ้าของข้อมูล

2.บอกรหัสผ่านในการเข้าใช้งานอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์ให้กับเพื่อนสนิทหรือคนรู้ใจ เสี่ยงต่อการถูกขโมยส่วนตัว และนำข้อมูลไปทำธุรกรรมทางด้านการเงินโดยไม่รู้ตัว

3.แชร์ตำแหน่งที่ใช้งานแบบ Realtime ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมทั้งตั้งค่าเป็นสาธารณะ ทำให้ผู้ไม่หวังดีทราบความเคลื่อนไหวของเจ้าของข้อมูลอย่าง Realtime ว่าขณะนี้อยู่ไหน ทำอะไร เสี่ยงต่อการเกิดเหตุอันตรายได้

 

แต่ตัดใจไม่ลง และลบไม่ทัน เท่ากับการเปิดช่องโหว่

ปิดท้ายกันด้วย Baby Boomer กลุ่มคนที่เกิดระหว่าง พ.ศ.2489 – 2507 เป็นเจเนอเรชั่นที่เกิดในช่วงที่เทคโนโลยียังไม่ทันสมัยมากเท่าไหร่นัก ทำให้มีพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรมข้อมูลมากที่สุด กิจกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตยอดนิยมของคนกลุ่มนี้ คือ เล่นโซเชียลมีเดีย ไม่ต่างจากกลุ่มอื่นเช่นกัน โดยพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการถูกขโมยข้อมูลของ Baby Boomer มีดังต่อไปนี้

1.เข้าเว็บไซต์ธนาคารเพื่อทำธุรกรรม แต่ไม่สังเกตเครื่องหมายความปลอดภัยว่า https:// ถือเป็นพฤติกรรมที่จะทำให้เจ้าของข้อมูลเข้าสู่เว็บไซต์ธนาคารปลอม ที่มีหน้าตาเหมือนเว็บจริงเสี่ยงถูกโจรกรรมข้อมูลและขโมยเงินจากบัญชี

2.เมื่อใช้งานอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ของผู้อื่นไม่ลบประวัติการใช้หรือรหัสผ่าน พฤติกรรมนี้เสี่ยงถูกกลุ่มผู้ไม่หวังดีเข้าสู่ข้อมูลหรือขโมยตัวตน ไปทำเรื่องไม่ดีได้

3.ไม่ตั้งค่าล็อกหน้าจออุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือ ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ไม่หวังดีเข้าถึงอุปกรณ์ขโมยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลได้

พฤติกรรมเสี่ยงต่อการขโมยข้อมูลส่วนตัวดังกล่าวบนโลกออนไลน์นี้ หากลองสังเกตกันให้ดีไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคน  Generation ใดก็ตาม ต่างมีแนวโน้มถูกขโมยข้อมูลด้วยกันทั้งสิ้น เพื่อเป็นการระมัดระวังเรื่องนี้ “เราควรรู้เท่าทัน ก่อนที่ทุกอย่างจะสายไป” นี่แหละวิถีกินอยู่เป็น 360 องศาของการใช้ชีวิต


_พญานาคศรัทธา.jpg

kinyupen_adminOctober 15, 2019

บั้งไฟพญานาค…มหัศจรรย์แห่งลุ่มน้ำโขง ที่เกิดขึ้นทุกปีในวันออกพรรษา ตามตำนาน บอกว่า วันออกพรรษาซึ่งเป็นวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ พญานาคแห่งแม่น้ำโขงต่างชื่นชมยินดี จึงเฮ็ด หรือ จุดบั้งไฟถวายการเสด็จกลับของพระพุทธเจ้า กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต มีบทความเกี่ยวกับเรื่องความเชื่อ ความศรัทธา ในบั้งไฟพญานาค ของดร.ศศดิศ ชูชนม์ มาฝากกันอีกตามเคย

ลูกไฟ สีแดงอมชมพู ไม่มีเสียงไม่มีควัน ไม่มีเปลว พวยพุ่งขึ้นจากกลางแม่น้ำโขง หลายสิบลูกบ้าง นับร้อยลูกบ้าง แตกต่างกันไปในแต่ละปี เป็นสิ่งเร้นลับที่ยังหาคำตอบไม่ได้ ว่าเกิดจากพญานาคผู้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา เกิดจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ หรือ เกิดจากฝีมือมนุษย์กันแน่

ความแปลกประหลาดของบั้งไฟพญานาค คือ เป็นลูกไฟที่ไม่โค้งและไม่ตกลงมา เหมือนพลุตะไลไฟพะเนียงทั่วไป แต่จะดับกลางอากาศ

ผู้คนที่อาศัยอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำโขง โดยเฉพาะในเขตอำเภอโพนพิสัย จ.หนองคาย เห็นลูกไฟแบบนี้มาตั้งแต่รุ่นปู่ ย่า ตา ยาย ตั้งแต่เกิดจนโต

จุดที่เกิดบั้งไฟพญานาคทุกปี บ่อยที่สุด คือ บริเวณค่าย ตชด. (อ่างปลาบึก), วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่, ท่าน้ำวัดหลวง ต.วัดหลวง เรื่อยลงไปจนถึง เขตบ้านน้ำเป กิ่งอ.รัตนวาปี จนกลายเป็นความเชื่อว่า ในบริเวณนั้นด้านบนเป็นเมืองมนุษย์ ส่วนด้านล่างเป็นเมืองบาดาล

เชื่อกันว่าในเขต อ.โพนพิสัย นั้น ด้านบนเป็นเมืองมนุษย์ ส่วนด้านล่างใต้พื้นดินเป็นเมืองบาดาลมีทางเชื่อมต่อระหว่าง เมืองมนุษย์กับเมืองบาดาล ถือเป็นเมืองหน้าด่านของเมืองพญานาค ส่วนเมืองหลวงนั้น อยู่บริเวณแก่งอาฮง

 

อ.บึงกาฬ

อาจเป็นเพราะ “แก่งอาฮง”…หรือ สะดือแม่น้ำโขง คือ จุดที่ลึกที่สุดของแม่น้ำโขง

บางตำนาน บอกว่า แม่น้ำโขงกับพญานาคมีสายสัมพันธ์กันอย่างแยกไม่ออก ในตำนานผาแดง นางไอ่ กล่าวถึงท้าวพังคี พญานาคผู้ครองเมืองบาดาล ซึ่งแปลงร่างเป็นกระรอกเผือก เพื่อมายลโฉมของนางไอ่คำ

ในตำนาน กล่าวถึงบรรพชนของ “ท้าวพังคี” ก่อนที่จะมาอยู่ในแม่น้ำโขง เคยอยู่เมืองหนองแส ซึ่งมีทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ ยาวกว่า 40 กิโลเมตร มาก่อน สันนิษฐานว่า หนองแส น่าจะเป็นบริเวณทะเลสาบเอ่อไห่ ในมณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ในปัจจุบัน

ในตำนานผาแดง นางไอ่ กล่าวถึง พญานาคสองสหายแบ่งกันปกครอง พญานาคราชศรีสุทโธ ปกครองครึ่งหนึ่ง และ พญานาคสุวรรณโค ปกครองอีกครึ่งหนึ่ง มีบริวารฝ่ายละ 5,000 ตนเท่ากัน

ต่อมาทั้งสองแตกคอกัน ด้วยเรื่องการแบ่งสรรปันส่วนอาหาร โดยพญานาคศรีสุทโธ สามารถล้มช้างได้หนึ่งตัว เมื่อล้มช้างได้ก็จัดแบ่งเนื้อช้างไปให้พญานาคสุวรรณนาโคครึ่งตัว พร้อมกับนำขนช้างไปให้ดูเป็นหลักฐาน พญานาคพร้อมทั้งบริวารทั้งสองฝ่ายได้กินเนื้อช้างอย่างอิ่มหมีพีมัน

ต่อมา พญานาคสุวรรณโค  ซึ่งมีนิสัยคิดละเอียดถี่ถ้วน  อ่อนโยนเยือกเย็นเมื่อได้กินเนื้อช้างที่สหายมอมให้ก็รู้สึกอิ่มเอม และคาดหวังว่าตนเองจะสามารถหาอาหารที่มีจำนวนมาก ที่มีคุณค่าเท่าเทียมกับเนื้อช้างมามอบให้สหายได้เช่นกัน

แต่ด้วยความที่พญานาคสุวรรณโค เป็นพญานาคที่ไม่เด็ดเดียว ไม่กล้าตัดสินใจจึงล่าสัตว์ได้เพียงเม่นตัวเล็กๆ แต่ก็คิดว่า สิ่งที่ตนเองล่าได้นั้น มีค่ามากแล้ว จึงแบ่งเนื้อเม่นให้พญานาคศรีสุทโธ ครึ่งหนึ่ง พร้อมทั้งนำขนเม่นมาให้ดูด้วย แต่เพราะเม่นตัวเล็กกว่าช้าง เนื้อจึงมีนิดเดียว แต่ขนกับใหญ่กว่าขนช้าง พญานาคราชศรีสุทโธไม่เคยเห็นตัวเม่นมาก่อน เมื่อเปรียบเทียบขนเม่นกับขนช้าง  จึงคิดว่า ขนช้างเส้นนิดเดียวตัวยังใหญ่ขนาดนี้ แล้วขนเม่นใหญ่ขนาดนี้ ตัวจะใหญ่ขนาดไหน เม่นน่าจะต้องใหญ่กว่าช้างแน่นอน

เมื่อคิดดังนั้น จึงกล่าวกับ พญานาคสุวรรณโค ว่า “สหายดีกับเราจริงหรือ ดูสิเราเคยแบ่งช้างให้ครึ่งตัว เนื้อมากกองเท่าภูเขาเลากา แต่ทำไม่สหายแบ่งเนื้อเม่นให้เรานิดเดียว”  จึงให้เสนาอำมาตย์นำเนื้อเม่นที่ได้รับไปคืนพญานาคสุวรรณนาโคพร้อมกับฝากบอกว่า

“เราไม่ขอรับอาหารส่วนแบ่งที่ไม่เป็นธรรม จากเพื่อนที่ไม่ซื่อสัตย์”

พญานาคสุวรรณนาโค  ได้ยินดังนั้นจึงรีบเดินทางไปพบพญานาคราชศรีสุทโธเพื่อชี้แจงให้ทราบว่า  ขนเม่นแม้นจะใหญ่โตแต่ตัวมันเล็กนิดเดียว  และเนื้อเม่นนี้เป็นเนื้อที่กินอร่อยกว่าเนื้อสัตว์ใดๆ  ขอให้เพื่อนรับเนื้อเม่นไว้เป็นอาหารเถิด  แต่พูดเท่าไร  พญานาคราชศรีสุทโธ  ซึ่งมีความโกรธตั้งแต่เห็นเนื้อเม่นเป็นทุนเดิม จึงสั่งให้บริวารไพร่พลทหารรุกรบทันที

พญานาคทั้งสองตนรบกันนานถึง 7 วัน 7 เดือน 7 ปี จนต้องมีคนกลางมาหย่าศึก…และกลายเป็นตำนานการสร้างแม่น้ำโขง มหานทีสีทันดร และ แม่น้ำน่าน….ในกาลต่อมา….!!!

 


_พญานาค_.jpg

kinyupen_adminOctober 14, 2019

หากกล่าวถึงพญานาค ล้วนมีเรื่องราวและความเชื่อที่แตกต่างกัน เล่าต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ไม่ว่าจะเป็นประเพณีบั้งไฟพญานาค หรือแม้แต่ปีนักษัตรตามราศี อย่างปีมะโรงที่สื่อถึง ความลึบลับ ทรงพลัง อำนาจของพญานาค กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต มีบทความเกี่ยวกับเรื่องพญานาคของ ดร.ศศดิศ ชูชนม์ มาฝากกัน

 

ไม่ใช่แค่แม่น้ำโขงหรอก ที่มี “พญานาค”

คำบอกเล่าถึงเรื่องราวของพญานาค ถูกส่งผ่านต่อกันมาหลายชั่วอายุนับพันๆปี ถ้าลองสืบค้นเรื่องราวของพญานาค ที่เก่าแก่ที่สุด น่าจะเป็นข้อมูลที่ระบุว่า พญานาค..มีต้นกำเนิดมาจากอินเดียใต้ ซึ่งเป็นป่าและมีงูชุกชุม ความมีพิษและความดุร้ายของงู ..กลายมาเป็นการสั่งสมความเชื่อในเรื่องของอำนาจ และ ความเร้นลับ

 

ถ้าคุณเดินทางไปอินเดียตอนใต้ การกราบไหว้งู  กราบไหว้เทวรูปงู และ การเป่าปี่เรียกงู ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของผู้คนในดินแดนแถบนี้ พวกเขาเชื่อว่า “งู” เป็นสัตว์ในป่าหิมพานต์ ที่มีความศักดิ์สิทธิ์

ส่วนนาค หรือ พญานาค คือ พญาแห่งงูใหญ่ ที่มีหงอน เป็นสัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่ ความอุดมสมบูรณ์ ความมีวาสนา เป็นสัญลักษณ์ของบันไดสายรุ้งสู่จักรวาล และ เทพเจ้าแห่งท้องน้ำ

 

จากอินเดียใต้ ความเชื่อเรื่อง..นาค และ พญานาค แผ่ขยายไปยังภูมิภาคต่างๆทั่วทวีปเอเชีย เรื่องราวของพญานาค ปรากฏทั้งในเทพนิยาย ตำนานพื้นบ้าน วรรณกรรม หรือ แม้แต่เรื่องราวในมหากาพย์ภารตยุทธและพุทธประวัติ ในมหากาพย์มหาภารตะ พญานาค เป็นปรปักษ์ของพญาครุฑ ส่วนในตำนานพุทธประวัติ ก็เล่าถึงพญานาคไว้หลายครั้ง แต่ที่มีการกล่าวถึงมากที่สุด คือ เมื่อครั้งที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรมอันเป็นเครื่องดับทุกข์แล้วนั้น พระองค์ได้เสด็จไปยังเมืองต่างๆ เพื่อแสดงธรรมเทศนาโปรดเหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลาย

 

ครั้งหนึ่ง เมื่อพระพุทธองค์ เสด็จออกจากร่มไม้อธุปปาลนิโครธ ไปยังร่มไม้จิกชื่อ ทรงนั่งเสวยวิมุตติสุข อยู่ 7 วัน คราวเดียวกันนั้นมีฝนตกพรำๆ ประกอบไปด้วยลมหนาวตลอด 7 วัน ได้มีพญานาค “มุจลินทร์” เข้ามาวงด้วยขด 7 รอบพร้อมกับแผ่พังพานปกพระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อป้องกันลมและฝนมิให้ถูกพระวรกาย หลังจากฝนหายแล้ว พญานาคมุจลินทร์ ได้คลายขนดออก และแปลงเพศเป็นมานพมายืนเฝ้าที่เบื้องพระพักตร์ ด้วยความศรัทธาอย่างแรงกล้า

 

ความเชื่อดังกล่าวทำให้ชาวพุทธสร้างพระพุทธรูปปางนาคปรก เป็นสัญลักษณ์ ว่า พญานาค คือ เทวดาแปลงกายมาเพื่อปกป้องพระบรมศาสดา 

 

ชาวฮินดูถือว่า พญานาคเป็นผู้ใกล้ชิดกับเทพองค์ต่างๆ เป็นเทพเจ้าแห่งน้ำ เช่น อนันตนาคราช ที่เป็นบัลลังก์ของพระนารายณ์ตรงกับความเชื่อของลัทธิพราหมณ์ ที่เชื่อว่า นาค เป็นเทพแห่งน้ำ จนเกิดเป็นตำนาน “นาคให้น้ำ”เช่น ถ้าปีนี้ นาค ให้น้ำ 1 ตัว แปลว่า น้ำจะมาก ท่วมพื้นที่ทำการเกษตร ไร่นา แต่ถ้าปีใด นาคให้น้ำ 7 ตัว น้ำจะน้อย เป็นที่น่าสังเกตว่า ตัวเลขนาคให้น้ำจะกลับกันกับเหตุการณ์ เนื่องจาก ถ้านาคให้น้ำ 7 ตัว น้ำจะน้อยเพราะนาคกลืนน้ำไว้ ฯลฯ

ตำนานและความเชื่อเรื่องพญานาค…ในโลกฝั่งตะวันออก นาค ..คือ ความศักดิ์สิทธิ์ ศรัทธา ความอุมสมบูรณ์ เป็นเทพเจ้า แต่ในโลกฝั่งตะวันตก  นาค..คือ สัญญะของกิเลส ความชั่วร้าย และ ตัณหา

แต่ไม่ว่าเราจะเชื่ออย่างไร สิ่งสำคัญที่สุด คือ “พญานาค” น่าจะมีอยู่จริง….!!!

 


_ดูดวง-1.jpg

kinyupen_adminOctober 14, 2019

บอกเล่า ดวงชะตา 12 ราศีทุกสัปดาห์ โดย อาจารย์จ๊ะ วรรณอนงค์ ผู้เชี่ยวชาญการพยากรณ์จาก 2 ศาสตร์ระหว่างการโคจรของดวงดาวกับไพ่ยิปซี ตรวจสอบดวงชะตา ระหว่างวันที่ 14 ต.ค. –  20 ต.ค.2562  เมื่อดาวดวงอาทิตย์เลื่อนเข้ามาทับเรือนชะตาแต่ละราศีจะเป็นอย่างไร รุ่งหรือร่วงมาลุ้นกัน….

สัปดาห์นี้ดาวเด่นอย่าง ดาวอาทิตย์ และดาวเกิดเพ็ญมีการเคลื่อนย้าย เรื่องการงาน การเงิน ของชาวราศีตุลย์และเมษจะโดดเด่นกว่าราศีอื่น ส่วนราศีเมถุนและกรกฎจะกระทบเรื่องอารมณ์และความรัก เสี่ยงขัดแย้ง

ราศีเมษ

เนื่องจากได้รับอิทธิพลของดาวอาทิตย์โคจรทับราศีตุลย์ ส่งผลเรื่องการเงินโดยตรง ทำให้ชาวราศีเมษมีดวงเรื่องเงินๆ ทองๆ หยิบจับลงทุนเรื่องอะไรจะปังมาก

การงาน : ช่วงนี้หน้าที่ความรับผิดชอบวุ่นวายพอสมควร การงานยืดเยื้อ ไม่จบไม่สิ้น หัวหมุนกันทีเลยทีเดียว สำเร็จได้ยาก แต่ดวงการติดต่องานต่างประเทศจะดี

การเงิน : สภาพเงินคล่องตัวดีมาก เหมาะต่อการลงทุน จะได้รับผลตอบแทนจากการบริหารงานของหุ้นส่วน มีเกณฑ์ได้รับทรัพย์จากเพศตรงข้าม เรียกได้ว่าดวงอุปถัมภ์มาแรง  

ความรัก : ความรักในช่วงนี้หวานชื่น มีความสุข เข้าใจกันดี

สุขภาพ : ระวังความเจ็บป่วยเกี่ยวกับระบบกระเพาะลำไส้ และอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน

สีนำโชค : เขียว น้ำเงิน ฟ้า

สีไม่ควรใช้ : ดำ เหลือง แดง ชมพู

ไพ่อยากบอก : แม้ภาพรวมเรื่องการงานจะต้องทำงานเยอะ และเหนื่อยหนักมาก แต่ขอให้อดทน ความสำเร็จจะรออยู่เบื้องหน้า ระวังเรื่องของสุขภาพ ควรทำบุญให้เจ้ากรรมนายเวร บรรพบุรุษ ด้วยการปล่อยนก  ปล่อยปลา ตักบาตร ถวายสังฆทาน

 

ราศีพฤษภ

เนื่องจากดาวราหูโคจรทับชาวราศีพฤษภ ยาวถึงวันที่ 10 กันยายน ปี 2563 ส่งผลกระทบด้านลบต่อเรือนการเงินโดยตรง ต้องระมัดระวังเรื่องค่าใช้จ่าย อย่าสร้างหนี้ ไม่งั้นจะซวยไม่รู้ตัว

การงาน : มีโชคในเรื่องของการติดต่อเจรจา โดยเฉพาะการเจรจากับต่างประเทศจะเกิดผลดี  มีเกณฑ์ถูกพิจารณาโบนัสจากเจ้านาย ถ้าอยู่วงการค้าขายจะได้รับผลตอบแทนดีจนน่าอิจฉา กำไรดี มีคนเหมา

การเงิน : ช่วงนี้ใช้เงินเก่ง ได้มาเท่าไหร่ก็ใช้หมด ระมัดระวังเรื่องของหนี้สิน อย่าใช้เงินเกินตัว

ความรัก : ดวงความรักค่อนข้างดี ไม่มีปัญหา มีคนเข้าใจ คอยสนับสนุน

สุขภาพ : ระมัดระวังเรื่องหัวเข่า-ข้อต่อที่เชื่อมระหว่างกระดูกต้นขา และกระดูกหน้าแข้ง อย่าเดินมากจะส่งผลให้ข้อเข่าเสื่อม ขาบวม

สีนำโชค : เหลือง ส้ม โอรส

สีไม่ควรใช้ : สีดำ

ไพ่อยากบอกเพิ่ม : ภาระงานที่ได้รับมอบหมายให้ทำ จะเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว ได้รับงานด่วนจนน่าตกใจ

 

ราศีเมถุน

ดาวเกิดเพ็ญโคจรอยู่ในช่วงราศีนี้ มีอิทธิพลโดยตรงต่อเรื่องการงานจะได้รับผลเชิงบวก แต่เนื่องจากราหูยังคงโคจรทับอยู่ทำให้มีปัญหาในเรื่องของการควบคุมอารมณ์

การงาน : ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี จะได้ลาภแบบไม่ทันตั้งตัวจากการทำงาน และบริวาร การติดต่อเจรจาได้ผลดีเกินคาด พร้อมทั้งมีคนอุปถัมภ์ช่วยเหลือ

ความรัก : มีเกณฑ์เสี่ยงเลิกกับแฟนกันวันละร้อยหน เพราะอารมณ์ที่แปรปรวนง่าย ลงกับใครไม่ได้ก็มาลงที่แฟน ต้องระมัดระวังเรื่องนี้ให้ดี

สุขภาพ : คอ บ่า ข้อไหล่ ติด ตึง หรือเคลื่อนไหวไม่สุด เพราะขาดเลือดไปเลี้ยง หาหมอนวดคลายเส้นบ้างก็ดี

สีนำโชค :  ฟ้า น้ำเงิน เขียว

สีไม่ควรใช้ : ดำ ม่วง โทนหม่น

ไพ่อยากบอกเพิ่ม : ดื่มน้ำเยอะๆ เพราะธาตุไฟเข้าแทรก ส่งผลต่ออารมณ์เหวี่ยงวีน โดยเฉพาะผู้หญิงอย่ามีอีโก้สูง อย่าใจร้อน ไปข่มคนอื่นมากนัก ระวังจะเกิดเรื่องทะเลาะต่อคนรอบข้าง ให้แก้ด้วยการปรับปรุงบุคลิกภาพ อย่าดุ ออกกำลังเพื่อให้จิตใสดชื่นและอารมณ์ดี

 

ราศีกรกฎ

ช่วงนี้ชาวราศีกรกฎจะได้โชคลาภจากการเดินทาง แต่จะขาดเสน่ห์ในการเข้าสังคม ด้วยความเจ้าระเบียบมากจนเกินไป  และมีปัญหาส่วนตัวให้ต้องวิตกกังวล

การงาน : จะมีโชคในในเรื่องของการทำงานที่เกิดขึ้นเพราะเดินทาง และได้ลาภจากบริวารใกล้ชิดด้วย

การเงิน : สภาพการเงินพอใช้ เป็นคนหาเงินเก่งแต่ก็ใช้เงินเก่งด้วยเช่นกัน มีเกณฑ์จะได้ลาภก้อนโตจากการเสี่ยงโชค

ความรัก : มีเกณฑ์ขัดแย้งกับคนรัก ก็เพราะความเจ้าระเบียบ จุกจิก เป๊ะเว่อร์จนเกินไปของคนราศีนี้ ทำให้มีปากเสียงกัน

สุขภาพ : ระวังเรื่องการเจ็บป่วยด้วยโรคเล็ก ๆน้อย ๆ อย่างเช่น ไข้หวัด

สีนำโชค : ส้ม แสด เหลือง

สีไม่ควรใช้ : ม่วง

ไพ่อยากบอกเพิ่ม : ช่วงนี้ควรสร้างเสน่ห์ ไปอบรมสัมมนาบ้าง อย่าพึ่งเบื่อสังคม และอย่าแก้ปัญหาความเครียดส่วนตัว ด้วยการช้อปปิ้ง เพราะเงินจะหมดอย่างไม่รู้ตัว ซึ่งอาจจะทำให้เครียดกว่าเดิมได้

 

ราศีสิงห์

ช่วงนี้ชาวราศีสิงห์จะมีดวงเรื่องคนอุปถัมภ์ค้ำชู ได้ลาภจากการเดินทาง แต่ความรักอยู่ในสถานะไม่ชัดเจน

การงาน : ดวงการงานเริ่มดีขึ้นกว่าสัปดาห์ก่อน มีบริวารดีคอยให้การช่วยเหลือ ให้เข้าสังคมเยอะ ๆ เพราะจะมาช่วยส่งเสริมเรื่องของคนอุปถัมภ์

การเงิน : สถานะทางการเงินจัดอยู่ในเกณฑ์ดี ได้ลาภจากการเดินทางไกล ช่วงนี้หยิบจับอะไรค่อนข้างเป็นเงินเป็นทอง

ความรัก : แม้จะทะเลาะกันน้อยลง แต่ความสัมพันธ์ยังคงอยู่ในสถานะลุ่ม ๆ ดอน ๆ ไม่ชัดเจนอะไรสักอย่าง

สุขภาพ : ให้ระวังเรื่องของโรคไข้หวัดถามหา และโรคเกี่ยวกับข้อเท้า เอ็นร้อยหวาย

สีนำโชค : เทา แดง ขาว

สีไม่ควรใช้ : ม่วง

ไพ่ยากบอกเพิ่ม : ให้เข้าวัดทำบุญ เพื่อเสริมดวงเรื่องคนอุปถัมภ์ ระวังเรื่องคำพูด พูดแต่สิ่งที่จำเป็น

 

ราศีกันย์

ช่วงนี้ชาวราศีกันย์มีเกณฑ์จะได้ลาภจากการทำงานมาโดยไม่ทันตั้งตัว แต่จะปวดหัวเรื่องของบริวารหรือคนใกล้ชิด

การงาน : การงานค่อนข้างดี เรื่องการติดต่อเจรจาได้ผลดีเกิดคาด โดยเฉพาะการติดต่อต่างประเทศ แต่จะปวดหัวเรื่องบริวาร ลูกน้องมีแนวโน้มที่จะลาออก

การเงิน : สถานะการเงินถือว่าคล่องตัวดีมาก มีโชคลาภ หยิบจับอะไรเป็นเงิน เป็นทอง

ความรัก : ความรักค่อนข้างดี ไร้ปัญหา มีความสุข มีเกณฑ์จะได้เดินทางท่องเที่ยวกับคนรัก

สุขภาพ : ระวังอาการปวดศีรษะจากโรคไมเกรน อาการปวดตา และฟัน

สีนำโชค : ชมพู เหลือง

สีไม่ควรใช้ : แดง ม่วง ดำ

ไพ่อยากบอกเพิ่ม : หมั่นดูแลสุขภาพ อย่างเช่นการนวดคลายเส้น ช่วงนี้การเดินทางไกล หรือทำธุรกิจต่างประเทศจะมีผลประกอบการดีเกินคาด รับทรัพย์กันแบบจุก ๆ

 

ราศีตุลย์

สัปดาห์นี้ดวงชะตาของชาวราศีตุลย์ได้รับอิทธิพลจากดาวอาทิตย์ที่โคจรมาทับราศีเกิดส่งผลโดยตรงต่อเรื่องการทำงาน จะได้รับผลตอบรับค่อนข้างดี มีคนค่อยอุปถัมภ์ เกื้อหนุนกันอยู่ตลอด

การงาน :  ถือว่าอยู่ในเกณฑดี การติดต่อเจรจาสำเร็จ ไอเดียบรรเจิด มีคนคอยให้ความช่วยเหลืออยู่ตลอด ถ้าคิดจะลงทุนสิ่งใดภายในสัปดาห์นี้ก็มีแนวโน้วที่จะเห็นผลไปในทางที่ดี

การเงิน :  ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเช่นกัน สภาพการเงินคล่องตัวดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว

ความรัก : ความสัมพันธ์กับคนรักค่อนข้างตึงเครียด อยู่ในสภาวะเสี่ยงที่จะเลิกกัน ต้องระวังคำพูดที่จะส่งผลกระทบกระเทือนจิตใจ เพราะทั้งสองฝ่ายต่างก็มีอีโก้สูงด้วยกันทั้งคู่

สุขภาพ :  ระวังโรคเกี่ยวระบบทางเดินอาหาร กระเพาะ ลำไส้ อาการปวดศีรษะจากไมเกรน ปวดตา และปวดฟัน

สีนำโชค : แดง เขียว ฟ้า

สีไม่ควรใช้ : ชมพู ดำ

ไพ่อยากบอกเพิ่ม : ดวงเรื่องการงานดีมาก รับทรัพย์จากการทำงาน และบริวาร

 

ราศีพิจิก

ช่วงนี้ชาวราศีพิจิกดวงจะเด่นเรื่องการทำงาน แต่สถานะการเงินยังคงมีรายจ่ายสูงอยู่

การงาน : จัดอยู่ในเกณฑ์ดี จะได้รับความดีความชอบจากการทำงาน มีคนช่วยเหลืออุปถัมภ์

การเงิน : สถานะการเงินยังคงมีรายจ่ายมากกว่ารายรับ เพราะต้องซ่อมแซมสิ่งของ และภาระจากการช่วยเหลือคนใกล้ชิด

ความรัก : ช่วงนี้ตกอยู่ในสถานะห่างเหินจากคนรัก เพราะต่างคนไม่มีเวลาให้กัน ระวังเรื่องคำพูดที่อาจทำให้ผิดใจกัน

สุขภาพ : ระวังเรื่องการรับประทานอาจะทำให้อาหารเป็นพิษได้

สีนำโชค : เหลือง ส้ม

สีไม่ควรใช้ :ดำ

ไพ่อยากบอกเพิ่ม : ความสัมพันธ์กับคนรักจะเกิดความไม่ชัดเจนระหว่างกัน ภาระจากการใช้เงินค่อนข้างหนัก หมดเงินกับการซ่อมแซมสิ่งของ

 

ราศีธนู

ชาวราศีธนูช่วงนี้ความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานจะลดน้อยลง มีเวลาพักหายใจ และมีโอกาสได้ลาภจากคนรัก

การงาน : ภาระงานต่างๆเริ่มดี เข้าที่เข้าทางมากขึ้น เหนื่อยน้อยลง เพราะบริวารดี การติดต่อเจรจาจะให้ผลดี

การเงิน : ยังคงต้องประหยัด เพราะรายจ่ายมีมากกว่ารายรับ

ความรัก : ความสัมพันธ์เริ่มดีขึ้น มีเกณฑ์จะได้ลาภจากคนรัก

สีนำโชค :ม่วงดำ

สีไม่ควรใช้ :ชมพู

ไพ่อยากบอกเพิ่ม : มีรายจ่ายที่คาดไม่ถึงมาแบบไม่ทันตั้งตัวอีกหลายเรื่อง พยายามอยู่นิ่งๆ อย่าสร้างหนี้สินเพิ่ม

 

ราศีมังกร

ช่วงนี้ชาวราศีมังกรจะประสบความสำเร็จในเรื่องของการทำงาน มีโชคเรื่องการเงิน แต่อย่าชะล่าใจไป เพราะยังคงมีเรื่องค่าใช้จ่ายต่าง ๆ มาให้คิดอยู่เสมอ

การงาน : อยู่ในเกณฑ์ดี ประสบความสำเร็จเกินคาด มีผู้อุปถัมภ์ ติดต่อเจรจาค้าขายดี

การเงิน : ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติตามสภาพ มีโชคเกี่ยวกับเรื่องเงินบ้าง แต่รายจ่ายยังคงมากอยู่

ความรัก : ความสัมพันธ์ค่อนข้างเต็มไปด้วยความราบรื่น เข้าใจกันดี พร้อมช่วยเหลือเกื้อกูลกันเต็มที่

สุขภาพ : ระวังโรคไข้หวัด และอาการภูมิแพ้

สีนำโชค :เหลือง แดง ขาว

สีไม่ควรใช้ : ดำ

ไพ่อยากบอกเพิ่ม : จะมีเครดิตจากการติดต่อทำงาน

 

ราศีกุมภ์

ช่วงนี้ชาวราศีกุมภ์จะมีโชคในเรื่องของการค้าขาย เรียกว่าช่วงรับทรัพย์ก็ว่าได้ แต่ให้ระมัดระวังเรื่องอารมณ์แปรปรวนง่าย

การงาน : อยู่ในเกณฑ์ดี มีผู้ช่วยเหลืออุปถัมภ์ถ้าทำธุรกิจค้าจะได้รับผลตอบแทนกำไรดีมาก

การเงิน : สถานะการเงินคล่องตัว มีโชคลาภ เงินเข้าตลอด รายจ่ายน้อยลง

ความรัก : ความสัมพันธ์กับคนยังไม่ค่อยดีเท่าที่ควร ยังคงมีความขัดแย้งกันอยู่ ต้องเปิดใจคุยกัน

สุขภาพ : มีปัญหาในเรื่องของอารมณ์โมโหหงุดหงิดง่าย  ให้ระมัดระวัง

สีนำโชค : เหลือง ม่วง

สีที่ไม่ควรใช้ : ดำ

ไพ่อยากบอกเพิ่ม : งานที่ติดต่อจะได้รับข่าวดีให้ระมัดระวังในเรื่องของการขับรถ หรือเดินทางไกล

 

ราศีมีน

ชาวราศีมีนช่วงนี้ จะมีช่วงเวลาที่ได้พักผ่อน ใช้เวลาร่วมกันกับคนรัก เรื่องงานติดต่อ เจรจา สำเร็จราบรื่น

การงาน : ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี มีบริวารที่ดี หากทำธุรกิจค้าขายก็จะประสบความสำเร็จ

การเงิน : ยังคงมีรายจ่ายเข้ามาเยอะอยู่ในช่วงนี้ ส่วนใหญ่จะหมดไปกับการต้องซ่อมแซมทรัพย์สินส่วนตัว

ความรัก : ความสัมพันธ์ของคู่รักยังคงราบรื่นอยู่ ภายในอาทิตย์นี้จะมีการเดินทางท่องเที่ยวร่วมกัน

สุขภาพ : ระวังเรื่องท้องเสีย และอาหารเป็นพิษ

สีนำโชค : เหลือง น้ำตาล

สีไม่ควรใช้ :ดำ แดง

ไพ่อยากบอกเพิ่ม : ให้ระมัดระวังในเรื่องของการขับรถ อันตรายจากการเดินทาง

 


_พระราชอารมณ์ขัน_slidewebsite.jpg

kinyupen_adminOctober 13, 2019

ย้อนรำลึกถึงวันวานอันงดงามของพ่อหลวง ผู้สถิตอยู่ในดวงใจพสกนิกรชาวไทยทั้งปวง แค่เพียงรอยยิ้มของพระองค์ท่านก็ตราตรึงหัวใจตราบชั่วกาลนาน กินอยู่เป็น 360 องศา ของการใช้ชีวิต ขอรวบรวมเรื่องราวที่สร้างความประทับใจ จากหนังสือพระราชอารมณ์ขัน ของวิลาศ มณีวัต ในวันที่คิดถึงพระองค์มาฝากกัน

ฉันชื่อภูมิพล

เมื่อครั้งในหลวงท่านทรงโทรศัพท์ไปหาหม่อมคนหนึ่ง พอดีหม่อมคนนั้นไม่อยู่บ้าน คนใช้ของหม่อมถามว่านั่นใครคะ  อยากจะฝากข้อความไว้หรืออยากจะพูดกับเจ้านายต้องบอกชื่อมาก่อน ในหลวงทรงตรัสว่า “ฉันชื่อภูมิพล เคยได้ยินบ้างไหม ยังไงรบกวนเจ้านายโทรหาฉันกลับด้วยแล้วกันนะ” เท่านั้นล่ะคนใช้คนนั้นเป็นลมต้องปฐมพยาบาลกันใหญ่

 

มิกกี้เม้าส์

เมื่อครั้งพระองค์ท่านมีพระชนม์มายุ 72 พรรษา มีช่างท่านหนึ่งต้องการนำพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ท่านไปทำหน้าปัดนาฬิการุ่นพิเศษ พอพระองค์ท่านทราบเรื่องจึงตรัสกับเจ้าหน้าที่ว่า “ไปบอกเขานะ ว่าเราไม่ใช่มิกกี้เม้าส์”

สาเหตุที่พระองค์ท่านทรงตรัสเช่นนี้ เป็นเพราะทาง Bradley Watch ยี่ห้อนาฬิกาชื่อดังเจ้าหนึ่ง เคยผลิตนาฬิการุ่นพิเศษที่นำรูปมิกกี้เมาส์ไปเป็นหน้าปัด ซึ่งในช่วงนั้นพระองค์ทรงเสด็จไปศึกษาต่อที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์พอดี

 

เป็นหมอ

ครั้งหนึ่งได้มีพิธีการถวายปริญญา ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ทางนิติศาสตร์ พระองค์ทรงรับสั่งกับมหาดเล็กใกล้ชิดว่า “ ฉันได้เป็นหมอความแล้ว” ต่อมาเมื่อมีการถวายปริญญาทางดิน ก็รับสั่งว่า “ตอนนี้เราเป็นหมอดินแล้ว” ไม่นานก็มีการถวายปริญญาทางดนตรีอีก จึงรับสั่งว่า “ในตอนนี้เราเป็นหมอลำ”

 

ไปไหมเสี่ย

เมื่อสมัยก่อนเสด็จแปรพระราชฐานไปยังหัวหิน มักจะเสด็จออกไปยังตลาดหัวหินบ่อยครั้ง และบางครั้งโดยลำพังพระองค์ มีครั้งหนึ่งระหว่างจะเสด็จกลับ ซาเล้งที่ตลาดทูลถามว่า “ไปไหมเสี่ย”

ปรากฏว่าเสี่ยพระองค์นี้สนพระทัยก็ตรัสจ้างไปยังพระราชวังไกลกังวล โดยที่ซาเล้งคนนั้นไม่รู้นึกว่าเป็นข้าราชการ แต่พอถึงหน้าพระราชวังทหารสั่งวันทยาวุธ เท่านั้นแหละซาเล้งถึงรู้ว่า เสี่ยที่มาส่งน่ะเป็นใคร

 

บัตรสามสิบ

ในขณะที่ในหลวงท่านทรงประชวรเข้ารับราชการรักษาในโรงพยาบาลที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง มีข้าราชบริพารเข้าเยี่ยมจำนวนมาก ทุกคนคงจำได้ที่เป็นข่าวใหญ่โต ที่นายกคนหนึ่งถวายบัตร 30 บาท ให้พระองค์เพื่อใช้สิทธิ์ สร้างความแค้นเคืองให้พสกนิกรชาวไทย แต่ไม่มีใครรู้เบื้องหลังว่าพระองค์ทรงตอบว่าอย่างไร…

ในหลวงทรงตรัสว่า “ไม่เป็นไรหรอก หากข้าพเจ้าไม่สามารถจ่ายค่ารักษาได้ แต่คงสามารถใช้บัตรผู้สูงอายุหรือจะใช้สิทธิข้าราชการของบุตรี (ฟ้าหญิง) ก็ได้” ท่านตรัสเสียงเรียบ ๆ ฟังแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ว่าท่านตอบได้น่ารักมาก

 

 

ขอบคุณที่มาของข้อมูลจาก

-หนังสือเรื่องเล่าจากในวัง : กลุ่มพิทักษ์รักราชันย์

กลุ่มพิทักษ์รักราชันย์. (พิมพ์ในปี 2555). ธรรมะอินเทรนด์.

-หนังสือพระราชอารมณ์ขันของ ท่านวิลาส มณีวัต

วิลาศ มณีวัต. (พิมพ์ครั้งแรกปี 2539). พระราชอารมณ์ขัน. กรุงเทพฯ : กรีน ปัญญาญาณ.

 

 

 

 

 


_Content_อาบป่า-1.jpg

kinyupen_adminOctober 12, 2019

วันหยุดสุดสัปดาห์นี้คงมีหลายคนที่อยากหาแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ คลายความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักมาตลอดทั้งสัปดาห์ กินอยู่เป็น 360 องศาของการใช้ชีวิต มีวิธีพักผ่อนอีกรูปแบบหนึ่งเอาใจคนชอบท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ มาฝากกัน คือ “การอาบป่า” ให้ธรรมชาติมาช่วยบำบัด

 

หากได้ยินชื่อคำว่าอาบป่า (Forest bathing) หรือ ชินรินโยกุ หลายคนอาจนึกว่าต้องเข้าไปอาบน้ำในป่าหรือเปล่า !!! การอาบป่าในที่นี้ไม่ใช่การอาบน้ำหรือออกกำลังกายใดๆ ทั้งสิ้น แต่เป็นศาสตร์ที่ให้เราเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในธรรมชาติ ศาสตร์ของการอาบป่ามีจุดกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งรัฐต้องการส่งเสริมให้ประชาชนหันมาปลูกต้นไม้ในปี 2523 ดังนั้นจึงเริ่มมีการพัฒนาไปเรื่อยๆ จนเปลี่ยนป่าไม้ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงบำบัดมาจนถึงปัจจุบัน

 

ขั้นตอนของการอาบป่าไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด อาศัยเพียงให้เราเข้าไปอยู่ในธรรมชาติใกล้ตัวให้มากที่สุด อาจจะเป็นป่าเขาในต่างจังหวัด หรือสวนสาธารณะใกล้บ้าน ลองปล่อยตัวปล่อยใจไปกับธรรมชาติ เดินทอดน่องไปเรื่อยๆ ฟังเสียงรอบตัว ดมกลิ่นต้นไม้ใบหญ้า มองความสวยงามข้างทาง ปิดเครื่องมือสื่อสาร และนั่งหามุมสงบพักเพื่ออาบแสงแดดแบบชิลๆ

 

ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของนักวิชาการด้านชีววิทยาวิวัฒนาการชาวอเมริกัน เอ็ดเวิร์ด โอ วิลสัน อิงตามทฤษฎีไบโอฟิลเลีย ว่า มนุษย์มีปฏิสัมพันธ์กับธรรมชาติ และธรรมชาติสามารถหล่อเลี้ยงชีวิต จึงไม่แปลกที่ธรรมชาติจะช่วยให้เราคลายความเครียด มีผลตอบสนองเชิงบวกเมื่อยามเข้าไปสัมผัส

 

ข้อดีของการอาบแสงแดดทำให้ร่างกายสามารถสังเคราะห์วิตามินดีออกมาล่อเลี้ยงร่างกาย ซึ่งวิตามินชนิดนี้ จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้ร่างกาย เพราะไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวให้ดีขึ้น ช่วงเวลาที่เหมาะต่อการเดินอาบป่าและอาบแสงแดด คือ ช่วงเวลาประมาณ 6 – 9 โมงเช้า ใช้เวลาประมาณ 10 – 15 นาที ช่วงเวลาดังกล่าวแดดจะไม่แรงมาก ทำให้ไม่อันตรายต่อผิว แต่หากเลยเวลาดังกล่าวผิวเราอาจจะไหม้และแสงแดดที่มากเกินไป อาจทำให้เป็นโรคมะเร็งผิวหนังได้

 

สำหรับคนเมืองที่อยากออกไปคลายเครียดและสนใจอาบป่าให้ธรรมชาติบำบัด แต่ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนกินอยู่เป็น 360 องศาของการใช้ชีวิต ขอแนะนำสถานที่ใกล้ๆ กรุงเทพฯ ดังนี้

– ศูนย์เรียนรู้ป่าในกรุง สุขาภิบาล 2 โครงการดีๆ ของ ปตท. : ตั้งอยู่ไม่ไกลจาก BTS อุดมสุข ทาง ปตท. ได้จัดพื้นส่วนนี้ให้เป็นพื้นที่สีเขียว เพื่อให้ประชาชนเขาไปศึกษาธรรมชาติอย่างจริงจัง

-สวนบางกะเจ้าหรือสวนสาธารณะและสวนพฤกษชาติศรีนครเขื่อนขันธ์ พื้นที่ป่าอนุรักษ์ในเขตชุมชน อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ

– สวนหลวง ร.9 สวนสาธารณะและสวนพฤกษศาสตร์ที่ใหญ่ สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่ย่านประเวศ สามารถเดินทางได้จากหลายเส้นทาง

– สวนลุมพินี พื้นที่สีเขียวใจกลางกรุงเทพฯ สถานที่แห่งนี้ก็สามารถให้คุณได้เข้าไปพักผ่อนได้

– สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เป็นสวนสาธารณะแห่งหนึ่งในเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

 

ธรรมชาติสามารถช่วยผ่อนคลายและฟื้นฟูพลังใจในการดำเนินชีวิต ลองปล่อยตัวให้ธรรมชาติได้ทำหน้าที่ของมันดูบ้าง เพื่อเติมพลังงานดี ๆ พร้อมลุยงานต่อในสัปดาห์ถัดไป

 


_Content_ก๋วยเตี๋ยวหลอด.jpg

kinyupen_adminOctober 10, 2019

หากพูดถึงเมนูอาหารประเภทก๋วยเตี๋ยวเชื่อว่าต้องมีเมนู “ก๋วยเตี๋ยวหลอดทรงเครื่อง” รวมอยู่ในนั้นด้วย เมนูอาหารเส้นที่มีรสชาติอร่อย อัดแน่นด้วยเครื่องเคียง แถมยังดีต่อสุขภาพ เพราะให้โปรตีนและไขมันค่อนข้างน้อย ราคาสบายกระเป๋า มีเงินไม่ถึงร้อยบาทก็ซื้อกินได้ แต่หากจะทำรับประทานกันในครอบครัว กินอยู่เป็น 360 องศาของการใช้ชีวิต ก็มีเคล็ดลับการทำก๋วยเตี๋ยวหลอดทรงเครื่องแบบง่ายๆ มาฝากกัน

ส่วนผสมหาง่าย ทำก็ง่ายเช่นกัน

ส่วนผสมของก๋วยเตี๋ยวหลอดทรงเครื่องสามารถหาได้ง่ายๆ ตามท้องตลาดทั่วไป เริ่มจาก เส้นใหญ่สำเร็จรูปสำหรับทำก๋วยเตี๋ยวหลอด เห็ดหอม  กุ้งฝอย หมูสับ หมูกรอบสามชั้น เต้าหู้แข็ง หัวไชโป๊ว ถั่วงอก ผักชีต้นหอม พริกไทยป่น กระเทียม น้ำมันพืช น้ำตาลปี๊บ และน้ำตาลทรายแดง เมื่อเตรียมส่วนผสมทั้งหมดนี้เรียบร้อยแล้ว เตรียมอุปกรณ์ทำกันได้เลย

วิธีทำนั้นง่ายแสนง่าย ไม่ยากอย่างที่ใจคิด มีเพียงสามขั้นตอนดังต่อไปนี้ “ผัดเครื่อง นึ่งเส้น เตรียมน้ำซอส”

  1. ผัดเครื่อง: นำน้ำมันใส่กระทะพอประมาณ ตามด้วยกระเทียมที่โขลกพร้อมรากผักชี เต้าหู้ หมูสามชั้นกรอบ กุ้งสด เห็ดหอมที่หั่นแช่น้ำจนนิ่มแล้ว หัวไชโป๊วสับ ซอสปรุงรส น้ำตาลทราย ตบท้ายด้วยพริกไทย ผัดให้เข้ากันจนได้กลิ่นหอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน ตักใส่ภาชนะพักรอไว้ก่อน แล้วมาเตรียมทำขั้นต่อไป

เคล็ดไม่ลับ : วิธีเลือกหัวไชโป๊วแนะนำให้ซื้อเป็นหัวมาเลยจะดีกว่า นำมาสับอย่างละเอียดเองที่บ้านเพราะจะได้ระวังเรื่องความสะอาด

  1. นึ่งเส้น: ตั้งน้ำให้เดือดพอประมาณ นำเส้นก๋วยเตี๋ยวหลอดที่เตรียมไว้ไปนึ่งระยะเวลาประมาณ 20 นาที ในขณะที่นึ่งสามารถนำถั่วงอกไปนึ่งร่วมกันได้ตามสะดวก รอจนเส้นนิ่มเป็นอันเสร็จ
  2. เตรียมน้ำซอสหรือซีอิ๊วหวาน: ใช้น้ำตาลปี๊บกับน้ำตาลทรายเคี้ยวให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเดียว เท่านี้ก็ได้ซอสที่มีรสชาติไม่เหมือนใครเอาไว้ทานคู่กับก๋วยเตี๋ยวหลอดช่วยให้อร่อยมากขึ้น

เคล็ดไม่ลับ : เวลาเคี่ยวอย่าให้สีออกดำมาก เพราะถ้าดำมากรสชาติจะขมฝาดลิ้น ควรเคี่ยวจนมีลักษณะยืดคล้ายยางมะตูมอ่อนๆ ถึงจะใช้ได้

เมื่อเสร็จจากขั้นตอนต่างๆแล้ว ถึงคราวจัดจานวางเส้น เติมเครื่องที่ผัดไว้ ตบท้ายด้วยการเติมซอสซีอิ๊วหวาน หรือหากใครจะปรุงรสเพิ่มเผ็ดเค็มก็ได้เอาที่ใจชอบ แค่นี้ก็อิ่มอร่อยไปกับเมนูก๋วยเตี๋ยวหลอดทรงเครื่องฉบับบ้านๆ ตามสไตล์กินอยู่เป็น 360 องศาของการใช้ชีวิต


-cover_บริหารเวลา-1.jpg

kinyupen_adminOctober 9, 2019

 

 

ในหนึ่งวันทุกคนมีเวลาเท่ากัน คือ 24 ชั่วโมง บ่อยครั้งหลายคนมักชอบบ่นว่า “ไม่มีเวลา” ออกไปทำกิจกรรมอดิเรกต่างๆ ตามใจต้องการ เพราะชีวิตวุ่นวายไปกับภาระงานในแต่ละวัน แต่มีข้อสังเกตหนึ่ง ชวนน่าคิดว่าแท้จริงแล้ว เราไม่มีเวลา หรือ ไม่บริหารเวลากันแน่ กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต มีแนวคิดดีๆ เกี่ยวกับการจัดสรรเวลาของ ปาลาช เจ้าของบริษัทที่ปรึกษาด้านวิศวกรรม เมืองชัมเศทปุระ รัฐฌารขันธ์มาฝากกัน

หลายคนมักละเลยการบริหารเวลาจนทำให้พลาดโอกาสสำคัญต่างๆ เราเคยลองพิจารณาหาสาเหตุกันหรือไม่ว่า เพราะอะไรถึงจัดการเวลาไม่ลงตัวสักที อะไรที่ควรให้เวลา หรืออะไรที่ไม่ควรใช้เวลามากเกินไป

ในความเป็นจริงแล้ว เราสามารถบริหารจัดการเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าได้ลองวางแผนอย่างจริงจังดังเช่น ปาลาช ชายหนุ่มผู้คลั่งไคล้การประกวดสุนัขจนตระเวนไปประกวดเกือบทุกรัฐที่มีการจัดประกวด แต่ในขณะเดียวกันเขาก็เป็นหัวหน้างานควบคุมลูกน้องร่วมกว่า 500 ชีวิต กล่าวไว้ในบทสนทนาหนึ่งว่า

“ไม่สำคัญหรอกว่างานไหน คือ งานประจำ หรืองานอดิเรก เพราะสองสิ่งนี้สามารถทำด้วยกันได้อย่างไร้ปัญหา ถ้ารู้จักใช้เวลาให้เป็น”

ปาลาชบอกว่าเขามีหลักแค่ 3 ประการในการบริหารเวลาง่ายๆ ที่เราสามารถนำไปฏิบัติตามได้ ดังนี้

  1. อย่าทิ้งเศษเวลา

ลองพิจารณาดูว่าถ้าเราลองนำเศษเวลาในแต่ละวัน เช่น เวลาที่เสียไประหว่างรอคิวซื้ออาหาร เล่นโทรศัพท์ มารวมกันทีละน้อยจนครบหนึ่งสัปดาห์จะทราบว่าเวลาเหล่านี้ยาวนานร่วมหลายชั่วโมง หากเราเปลี่ยนวิธีการใช้เวลาเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์มาเป็นเช็คงาน อ่านรายงานต่างๆ ทำนานๆ เข้าจนเป็นนิสัยก็จะพบว่าเวลาในชีวิตจะเพิ่มขึ้นจนมีเวลาในการทำกิจกรรมอย่างอื่นแบบไม่ยุ่งวุ่นวาย

  1. หาไพรม์ไทม์ให้เจอ

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าช่วงเวลาไพรม์ไทม์คืออะไร หากตามความเข้าใจ ไพร์มไทม์ในวงการโทรทัศน์ของไทย คือ หลังสองทุ่มถึงสี่ทุ่มครึ่ง ทุกคนมีไพรม์ไทม์เป็นของตนเองขึ้นอยู่ว่าเราจะใช้ช่วงเวลานั้นไปกับเรื่องอะไร ลองกำหนดไพรม์ไทม์ให้ตนเองดูว่า สมมุติช่วงหกโมงถึงเจ็ดโมงเช้า ฉันจะอยู่กับตนเองไม่ให้ใครเข้ามายุ่งวุ่นวาย แล้วลองเอาช่วงเวลานี้มาวางแผนว่าวันนี้ต้องทำอะไรและมีอะไรบ้างที่จะไม่ทำเพื่อใช้เวลาในวันนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากสุด

  1. ไม่เผลอติดเวลาแห่งความรู้สึก

เวลาตามนาฬิกากับเวลาแห่งความรู้สึกไม่เหมือนกัน คนส่วนใหญ่เมื่อได้ทำในสิ่งที่ชอบมักจะบ่นว่าเวลาน้อยไป แต่ถ้าต้องทำในสิ่งที่ไม่ชอบมักจะบ่นว่าเวลานานไป หากเราเผลอให้ความสำคัญต่อการใช้เวลาในสิ่งที่ชอบมากไป เช่น ตั้งวงเม้าท์คนอื่น เล่นเฟซบุ๊ก ยูทูปเวลาทำงาน เวลาก็จะหมดไปโดยไม่รู้ตัว คราวนี้ก็จะมานั่งนึกเสียดายที่หลังว่าไม่น่าปล่อยเวลาผ่านไปกับเรื่องประเภทนี้เลย

การบริหารเวลาเป็นเรื่องที่เราสามารถจัดการได้ถ้าบริหารได้อย่างตรงจุด เวลาจะอยู่ภายใต้การควบคุมของเรา  แต่ถ้าปล่อยผ่านเลยไปใช้เวลาอย่างไม่รู้คุณค่า สิ่งหนึ่งที่จะปรากฎติดตัวเป็นไปเป็นเงาตามตัว คือ เวลาไม่เคยพอเสียที

ขอบคุณที่มาข้อมูลจากบทความ “ไม่มีเวลา” หรือไม่ “บริหารเวลากันแน่” โดย จักรพันธ์ จันทร์รัศมี