_เยาวราช-ปกเนื้อหา.jpg

kinyupen_adminSeptember 29, 2019

ในช่วงเทศกาลกินเจปีนี้ หลายบ้านคงเตรียมวางแผนทำอาหารเจไว้รับประทานกันแล้ว กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอเอาใจสาวก คนกินเจ พาไปช้อปวัตถุดิบย่านตลาดเก่าเยาวราช แหล่งขายอาหารเจเก่าแก่ของเมืองไทยกันสักหน่อย โดยวัตถุดิบที่คัดสรรมานี้ ทุกท่านสามารถนำไปประกอบเมนูเจได้เองแบบง่าย ๆ ทำให้เทศกาลกินเจปีนี้ ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป งั้นเราขอพาคุณเริ่มต้นเดินทางสู่วิถีคนกินเจกันเลย Let’s go!

วิธีประกอบอาหารเจปัจจุบันนั้น มีทั้งเมนูต้ม ผัด แกง ทอด นึ่ง ยำ เฉกเช่น เมนูปกติทั่วไป ต่างกันที่วัตถุดิบที่ต้องไม่มีส่วนผสมจากเนื้อสัตว์เท่ากัน ซึ่งเราจะพาไปดูวิธีเลือกสรรวัตถุดิบที่มักเป็นพระเอก นางเอกประจำเทศกาลนี้กัน

 

เคล็ดคัดสรรวัตถุดิบ

เริ่มต้นด้วย “เห็ดหอม” นางเอกประจำเทศกาล โดยมีบทบาทเป็นส่วนประกอบพื้นฐานทำได้แทบทุกเมนู ไม่ว่า จะต้ม ตุ๋น ผัด หรือนึ่ง เพราะเห็ดหอมจะช่วยเพิ่มความกลมกล่อมให้อาหารเจ ด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ

เคล็ดไม่ลับ เห็ดหอมที่ดีต้องมีดอกหนา ลายกระจายทั่วดอก ซึ่งจะช่วยบ่งบอกได้ว่าเป็นเห็ดที่สด รสชาติดี

 

ต่อมาคือเจ้าพระเอกอย่าง “เต้าหู้” ที่มีบทบาทสำคัญไม่แพ้เห็ดหอมซึ่งมักปรากฏอยู่ในทุกจานสำคัญของอาหารเจ โดยส่วนผสมหลักของเต้าหู้มาจากถั่วเหลืองที่มีโปรตีนสูงกว่าเนื้อสัตว์บางประเภทถึงสองเท่า มีให้เลือกหลากหลายแบบทั้งชนิดอ่อน ชนิดแข็ง ตามใจชอบ

เคล็ดไม่ลับ ควรเลือกเต้าหู้ที่นำมาขายใหม่ๆ โดยสังเกตจากความขาวนวล มีกลิ่นหอม ไร้เมือก ไร้กลิ่นเหม็นเปรี้ยว รูปทรงไม่บิดเบี้ยว และบรรจุในภาชนะสะอาด

 

ถ้ายังไม่รู้จะเลือกร้านไหน ทีมงานขอแนะนำร้านเจ้าประจำของแอดมินที่เปิดมาหลายสิบปี ตั้งอยู่ซอยด้านข้างวัดมังกร ไฮไลท์เด็ด คือ “เต้าหู้ซีอิ๊วดำ” ซึ่งเป็นเต้าหู้อ่อนที่ต้มกับซีอิ๊วดำ น้ำตาลทรายแดง และเครื่องเทศต่าง ๆ จนเนื้อเต้าหู้มีความหอม หวาน กลมกล่อม สามารถนำไปรับประทานกับเมนูต่าง ๆ ได้อย่างลงตัว

 

ลำดับต่อมา คือ “หมี่กึง” วัตถุดิบประเภทเส้นทำจากแป้งข้าวเหนียวและข้าวสาลี ให้พลังงานคาร์โบไฮเดรตสูง รูปร่างมีหลายแบบ ในที่นี้ขอเลือกหมี่กึงที่มีลักษณะก้อนแป้งม้วนคล้ายโรตี

เคล็ดไม่ลับ หมี่กึงมักอยู่ในรูปอาหารสดเสมอ ไม่นิยมอบแห้ง เพราะทำให้รสสัมผัสเปลี่ยน

 

ที่ขาดไม่ได้ คือ “ดอกไม้จีน” หนึ่งในสมุนไพรจีนที่นำไปปรุงอาหารได้หลายเมนู ทั้งต้มและผัด ควรเลือกซื้อดอกสีเหลืองหรือสีน้ำตาลอ่อน

เคล็ดไม่ลับ ถ้าซื้อแบบสดต้องดึงดอกออกก่อน ไม่อย่างนั้นอาจทำให้ท้องเสีย ทั้งไม่ควรเลือกดอกไม้จีนสีซีด เพราะอาจมีสารปนเปื้อนจำพวกสารฟอกขาว

 

สินค้าดีจากร้านดัง

เมื่อมาเยาวราช ร้านไม่ควรพลาด คือ “กาน่าฉ่าย” ร้านเว้งยู่กี่ ซอยเล่งบ่วยเอี๊ยะ (เจริญกรุง16) ร้านเก่าแก่คู่เยาวราชมาเกือบ 30 ปี ซึ่งจะแสดงวิธีทำสดๆ และนอกจากกาน่าฉ่ายแล้ว ภายในร้านยังมีอาหารเจอีกหลากหลาย เช่น ใบปอ พุทราจีน เก๋ากี้ ขาเห็ดเจ ปลาอินทรีย์เค็มเจ

อีกร้านที่ไม่ควรพลาด คือ “เกี่ยมฉ่าย” หรือ ผักกาดดองเจ อันขึ้นชื่อจากร้านเจ๊แดง เยาวราชซอย 6 นอกจากเกี่ยมฉ่ายแล้ว ยังมีน้ำพริกเจ รสชาติต่างๆ ให้เลือกอีกด้วย

รวมถึง “ง่วนสูน” ร้านพริกไทยตรามือ เจ้าเก่าแก่แห่งเยาวราช ที่ขึ้นชื่อด้วยคุณภาพของเม็ดพริกไทยที่บดให้เห็นกันสดๆ และมีเครื่องเทศให้เลือกอีกหลากประเภท

 

เทศกาลกินเจปีนี้ กินอยู่เป็น 360องศาแห่งการใช้ชีวิต ขออวยพรให้ทุกท่านมีความสุขกับเทศกาลกินเจ


-cover_content_กินเจนวราตรี.jpg

kinyupen_adminSeptember 24, 2019

ทราบไหมว่า ทุกปีในช่วงขึ้น 1 ค่ำ – ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินจันทรคติของจีน จะมีสองเทศกาลสำคัญเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน คือ ประเพณีถือศีลกินผัก หรือ ที่เราคุ้นชินกันว่า “เทศกาลกินเจ” ของคนเชื้อสายจีน และ “เทศกาลนวราตรี หรือ ดูเซร่า” ของคนเชื้อสายพราหมณ์-ฮินดู สองสิ่งนี้มีความคล้ายคลึงกัน อย่างน่าสนใจ ส่วนจะเป็นอย่างไรนั้น กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต จะพาไปไขข้อสงสัยนี้กัน

 

กินเจ = รักษาศีล อุโบสถ

ต้นกำเนิด เทศกาลกินเจ หรือ ประเพณีถือศีลกินผัก มีที่มาอ้างถึงในหลายตำนาน ซึ่งทั้งหมดล้วนอิงกับความเชื่อของลัทธิเต๋าและพุทธศาสนานิกายมหายานในจีนทั้งสิ้น หากเมื่อพิจารณาจากหลายตำนานหลายความเชื่อ ทั้งที่ระบุว่าทำเพื่อบูชาพระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ ทำเพื่อรำลึกถึงนักรบที่สละชีพเพื่อชาติ หรือ ทำเพื่อผู้มีพระคุณ ด้วยเชื่อว่าเหล่าทวยเทพจะอำนวยพรให้ผู้ที่ปฏิบัติ เกิดความร่มเย็นเป็นสุข

ส่วนการเผยแผ่เทศกาลกินเจ เข้ามายังบ้านเรานั้น นอกจากมากับความเชื่อ ของชาวจีนโพ้นทะเลอพยพแล้ว บางตำรายังระบุว่า เกิดจากกลุ่มลูกครึ่งมลายู – จีนทางภาคใต้ของไทยที่เรียกว่า “บาบ๋า-ย่าหยา” (หรือ ชาวเปอรานากันในมาเลเซีย) ซึ่งส่วนใหญ่พำนักอาศัย อยู่แถบภูเก็ต ตรัง ปัตตานี สงขลา นราธิวาส เป็นผู้นำเข้ามา โดยนอกจากไทยแล้ว ประเพณียังแพร่หลายอยู่ในสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซียด้วย

ทั้งนี้ ด้วยคำว่า “เจ” ภาษาจีนทางพุทธศาสนานิกายมหายาน มีความหมายเดียวกับคำว่า “อุโบสถ” ซึ่งในทางมหายานนั้น การถือศีลอุโบสถของชาวมหายาน ก็คือการไม่กินเนื้อสัตว์ หรือ ทานมังสวิรัต ดังนั้นเมื่อมารวมกันเข้ากับคำว่ากินเจ จึงกลายเป็นการถือศีลกินเจ

 

ดูเซร่า เฉลิมฉลอง 9 วัน 9 คืนแด่องค์พระแม่อุมาเทวี

“เทศกาลนวราตรี หรือ ดูเซร่า” ของวัดพระศรีมหาอุมาเทวี หรือ วัดแขก จัดขึ้นช่วงเดียวกับเทศกาลกินเจ โดยสานุศิษย์ผู้ศรัทธา จะลดเว้นการทานเนื้อสัตว์  9 วัน 9 คืน ด้วยความเชื่อที่ว่า เป็นการบูชาองค์พระแม่มหาทุรคา ซึ่งเป็นปางหนึ่งของ พระแม่อุมาเทวี ที่ทรงต่อสู้กับมหิงสาสูร 9 วัน 9 คืนก่อนสามารถเอาชนะอสูรร้ายได้ในวันที่ 10 จึงจัดพิธีแห่เพื่อเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ และรอรับความเป็นสิริมงคลจากองค์เทพ อันถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบต่อกันมายาวนาน

 

สองความเชื่อบนแก่นเดียวกัน

ทั้งสองเทศกาล แม้จะต่างที่มา ต่างความเชื่อ ต่างเชื้อชาติ แต่ก็มีความคล้ายคลึงกันอย่างน่าสนใจ

  1. จัดช่วงเวลาเดียวกัน เทศกาลกินเจปีนี้ตรงกับวันที่ 28 กันยายน – 7 ตุลาคม ขณะที่เทศกาลนวราตรี ตรงกับวันที่ 28 กันยายน – 8 ตุลาคม
  2. มีขบวนแห่และการแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ เทศกาลกินเจจะมี “พิธีแห่พระ” และมี “ม้าทรง” อัญเชิญเหล่าทวยเทพมาประทับแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ อาทิ นำเหล็กแหลมเสียบแทงร่างกาย มีประเพณีวิ่งลุยไฟ ปีนบันไดมีด เช่นเดียวกับเทศกาลนวราตรีที่จะมีขบวนแห่คนทรงและองค์เทพกว่า 8 ขบวน เช่น ขบวนคนทรงองค์พระแม่ศรีมหาอุมาเทวี ขบวนรถแห่องค์พระพิฆเนศวร รวมทั้งเหล่าคนทรงที่มาทรมานกาย อาทิ นำเหล็กแหลมมาทิ่มแทง เพื่อแสดงอิทธิฤทธิ์ที่ได้รับจากองค์เทพ
  3. งดเนื้อสัตว์เพื่อชำระล้างกายใจ ผู้เข้าร่วมต้องงดบริโภคเนื้อสัตว์ เพื่อลดการเบียดเบียน ชำระกายใจ
  4. เชื่อในการบูชาเพื่อแสดงความกตัญญูแก่องค์เทพผู้มีพระคุณ

 

ทั้งหมดนี้จะเห็นได้ว่าแก่นหลักแท้จริงทั้งสองเทศกาล คือ การบำเพ็ญศีลภาวนา รักษาความบริสุทธิ์ของจิต ละเว้นบาป อบายมุข กิเลส ซึ่งนั่นก็ตรงกับหัวใจของทุกศาสนาบนโลกที่ล้วนมุ่งให้คนทำดี ลดเบียดเบียน และ มีเมตตาต่อเพื่อนร่วมโลกนั่นเอง

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////