Tinder-1_Cover-2.jpg

kinyupen_adminApril 28, 2020

หลังการระบาดของโรคโควิด 19 แพร่กระจายไปทั่วโลก ทำให้หลายประเทศต้องออกมาตรการจำกัดการเดินทางและขอให้ประชาชนของตนอยู่แต่ในบ้านเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดที่เกิดจากการสัมผัสทางกายภาพ ผู้คนจำนวนมากจึงจำเป็นต้องทำกิจกรรมอยู่ในพื้นที่จำกัดเป็นเวลายาวนาน และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการเบื่อหน่ายการ ใช้เทคโนโลยีออนไลน์จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่สุดสำหรับการผ่อนคลายความเครียดของคนในยุคที่ต้องติดกับจากโรคโควิด 19 ในขณะนี้

 

บริษัท Match Group Inc. MTCH เจ้าของแพลตฟอร์มหาคู่ชื่อดัง Tinder, Hinge และ Match.com  ออกมาระบุว่าในช่วงที่ผู้คนต้องกักตัวอยู่บ้าน มีสมาชิกลงทะเบียนเข้าหาคู่แชทในแอพในเครือของบริษัท ในอัตราที่สูงขึ้น ขณะที่ Bumble บริษัทเจ้าของแอพพลิเคชั่นแชทเช่นกัน รายงานว่ามีผู้คนในอเมริกา ใช้การโทรวิดีโอเพื่อพูดคุยกัน เพิ่มขึ้น 84% ในช่วงสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 27 มีนาคมเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน การส่งข้อความในแอปเพิ่มขึ้น 26% ต่อสัปดาห์ในสัปดาห์เดียวกัน และยังมีการส่งข้อความเพิ่มขึ้น 30% ทั่วโลกในเดือนมีนาคมเมื่อเทียบกับเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์

 

 

เว็บไซต์หาคู่ Coffee Meets Bagel (CMB) ก็กำลังคิดหากลยุทธ์ที่แตกต่างออกไปเพื่อดึงดูดให้ผู้คนหนุ่มสาวได้เข้ามาพูดคุย นัดเดทออนไลน์กันมากขึ้น โดยผู้บริหารของแอพพลิเคชั่นนี้ระบุว่า ช่วงเวลานี้เป็นเวลาสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจการสร้างแอพพลิเคชั่นออนไลน์คิดนอกกรอบใหม่ ในระหว่างที่คนทั่วโลกกำลังใช้การแชทออนไลน์กันอย่างบ้าคลั่งเพราะข้อจำกัดจากโรคระบาดในขณะนี้

 

ผู้บริหารของกลุ่มธุรกิจแอพพลิเคชั่น เหล่านี้ออกมาแสดงความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า การแชทพูดคุย หาคู่ หรือหาเพื่อนออนไลน์ ถือเป็นการช่วยให้ผู้คนได้ปลอดภัยจากการติดต่อของเชื้อไวรัสโคโรนาขณะนี้ได้ เพราะว่าทุกคนยังคงต้องการการเชื่อมต่อทางสังคม ขณะเดียวกัน โดยในระหว่างวันที่ 5 ถึง 10 ในขณะที่ข้อมูลการโหลดการใช้งานในแอปเปิ้ลสโตร์ระบุว่า 10 แอพพลิเคชั่นใน 100 อันดับแรกที่ผู้คนนิยมโหลดใช้งาน ก็คือแอพพลิเคชั่นเพื่อการออกเดทอีกด้วย ทั้งนี้หลายคนเห็นว่าแม้ว่าโคโรนาจะทำให้ธุรกิจประสบกับปัญหาอย่างหนัก แต่ธุรกิจเล็กๆ อย่างการเปิดหาคู่ออนไลน์กลับกลายเป็นหนึ่งธุรกิจที่เติบโตสวนทางกับสถานการณ์ปัจจุบัน ที่หลายค่ายต้องพากันฉวยโอกาสนี้เร่งพัฒนาแอพพลิชั่นของตัวเองในช่วงเวลาสำคัญนี้ เพราะไม่แน่ว่าหลังสถานการณ์กลับมาเป็นปกติแล้ว พวกเขาจะสามารถทำเงินได้จากธุรกิจแอพแชทออนไลน์นี้ได้เท่ากับขณะนี้หรือไม่ เพราะเมื่อถึงเวลานั้นผู้คนอาจจะต้องการออกไปพบปะ ออกเดทกันจริงๆ มากกว่าการอยู่ในโลกออนไลน์เท่านั้น

 

 

 

 


5-destination-Tinder-1_Cover-2.jpg

kinyupen_adminApril 27, 2020

เผย 5 จุดหมายคนไทยปักหมุดหาคู่ใน Tinder พร้อมแนะวิธีเช็คเบื้องต้น ป้องกันการถูกหลอก

 

หลังจากรัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 รวมทั้งการประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศ ทำให้หนุ่มสาวชาวไทยต้องตกอยู่ภาวะของการล็อกดาวน์ไม่แตกต่างกับประเทศอื่นๆ การใช้แอพพิเคชั่นเพื่อฆ่าเวลา และช่วยผ่อนคลายความเหงาจึงเป็นเครื่องมือที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะ แอพลิเคชั่นหาคู่ต่างๆ ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเช่นกัน จากข้อมูลของ Tinder  แอพพลิเคชั่นหาคู่ หาเพื่อนคุยชื่อดัง พบว่ามีผู้ใช้หน้าใหม่ชาวไทยเข้าใช้แอพพลิชั่นนี้เพิ่มมากขึ้น  โดย Tinder เองก็ได้เปิดฟีเจอร์พิเศษ มากมาย เช่น ฟีเจอร์ พาสปอร์ต (Passport) เพื่อปักหมุดโลเคชั่นสำหรับผู้ใช้ ที่จะสามารถค้นหาคู่สนทนาทไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกให้ใช้ได้ฟรีอย่างต่อเนื่องจนถึงสิ้นเดือนเมษายนนี้ จากก่อนหน้าที่ผู้ที่จะใช้ฟีเจอร์นี้ได้จะต้องจ่ายเงินเพื่อเข้าใช้สิทธิพิเศษนี้ ทั้งนี้ Tinder มีสถิติล่าสุดพบว่าการปัด (Swipe) เลือกคู่มากกว่า 3 พันล้านครั้งภายใน 1 วัน และจากข้อมูลยังแสดงให้เห็นว่าสมาชิกทินเดอร์ได้เชื่อมต่อกันทั่วโลกผ่านฟีเจอร์พาสปอร์ตฟรี โดยมีจุดหมายปลายทางยอดนิยมอยู่ในเมืองต่างๆ ทั่วโลก ทั้งในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชีย

 

 

ข้อมูลการใช้ฟีเจอร์พาสปอร์ต (Passport) ของสมาชิกทินเดอร์ จากทั่วโลก ชี้ให้เห็นว่าเมืองยอดฮิตที่คนทั่วโลกนิยมไปปักหมุด ได้แก่  ลอสแองเจลิส, นิวยอร์ก, โตเกียว และโซล ส่วนเมืองต้นทางและปลายทางที่มีการใช้ฟีเจอร์นี้สูงสุด ได้แก่ เซาเปาโลปักหมุดไปนิวยอร์ก, เดลีปักหมุดไปมุมไบ และ กรุงเทพฯปักหมุดไปโซล ส่วนในประเทศไทย 5 เมืองที่คนไทยนิยมไปปักหมุดสูงสุด ได้แก่ โซล ลอนดอน โตเกียว กรุงเทพฯ และ นิวยอร์ก ตามลำดับ

 

 

อย่างไรก็ตามในเนื่องจากมีผู้เล่นหน้าใหม่เข้าใช้แอพพลิชั่น Tinder จำนวนมากขึ้น และด้วยความไม่ชำนาญกับแอพพลิชั่นใหม่แบบทำให้หนุ่มสาวชาวไทยหลายคนต้องประสบปัญหาการทำงานในฟีเจอร์ต่างๆ  เช่น การปัดเลือกผู้ที่ตนสนใจผิดพลาด จนทำให้เกิดการจับคู่ที่ไม่ตรงกับใจ, การใช้งานในลักษณะของการออกเดทชั่วคราว หรือแม้กระทั่งการแอบใช้ตัวตนปลอมในการหาคู่ จนทำให้เกิดปัญหาครอบครัวได้ ซึ่ง Tinder เองก็ได้ออกมาเตือนเรื่องนี้ และขอให้ผู้คนรายงานทันทีหากพบว่ามีผู้ใช้งานที่ไม่ตรงวัตถุประสงค์หรือหลอกลวงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในช่วงที่มีผู้คนเข้าใช้จำนวนมากขณะนี้ ทั้งนี้เพจ Thai Anti Scam (สาวไทยรู้ทันกลลวง) ได้มีคำแนะนำสำหรับผู้ที่กำลังคิดจะเข้าไปเล่น Tinder หรือแอพพลิเคชั่นหาคู่ใดๆ ก็ตามสามารถใช้ข้อตรวจสอบนี้ในการพิจารณาเบื้องต้นได้ เพื่อที่คุณจะได้ไม่ถูกหลอกในช่วงของความเหงาระหว่างที่ต้องเก็บตัวสู้กับโรคโควิด 19 อยู่ในขณะนี้


Tik-tokแซงหน้าอาลีบาบา_Cover_1.jpg

zebertoothApril 16, 2020

Tik Tok กลายเป็นแอพฯยอดนิยม แซงหน้าอาลีบาบา

หลังถูกดาวน์โหลดมากที่สุดในโลก ผู้คนใช้อัดคลิปแก้เครียดโควิด19

 

จากการวิจัยสำรวจข้อมูลของ Sensor Tower ซึ่งหน่วยงานวัดระดับระดับความสำเร็จระดับโลกระบุว่า Tik Tok อาจจะกลายเป็นสื่อสังคมออนไลน์ที่ประสบความสำเร็จแซงหน้า อาลีบาบาที่เคยได้ชื่อว่ามีผู้คนใช้มากที่สุดในโลกไปแล้ว เพราะพบว่ามีผู้คนดาวน์โหลดแอพฯ Tik Tok มาใช้กว่า 2 พันล้านครั้ง

 

เพราะสถานการณ์การระบาดของโรค โควิด 19 ที่ทำให้ผู้คนในหลายประเทศถูกสั่งให้อยู่กับบ้านจากมาตรการล็อกดาวน์ ทำให้การใช้สื่อโซเชียลออนไลน์มากขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะแอปพลิเคชันบันเทิงที่พบว่ามีจำนวนผู้คนเข้าไปใช้เพิ่มขึ้นจำนวนมากในช่วงเวลาที่ผ่านมา

 

TikTok เป็นตัวอย่างของความสำเร็จในการมีผู้คนกว่าทั่วโลกเข้าไปใช้เพิ่มขึ้นในระหว่างการล็อกดาวน์ทั่วโลก โดยจากข้อมูลพบว่ามีผู้คนเข้าไปดาวน์โหลดแล้วมากกว่า 1.65 พันล้านครั้งและถือเป็นการดาวน์โหลดที่สูงที่สุดในโลก โดยผู้คนส่วนใหญ่นิยมใช้แอปพลิเคชันนี้เต้น เพื่อบรรเทาความเบื่อหน่ายคลายเครียด รวมไปถึงการบันทึกวิดีโอในรูปแบบต่างๆ เผยแพร่ลงบนสื่อออนไลน์

 

ก่อนหน้านี้บริษัทเจ้าของแอปพลิเคชัน Tik Tok เน้นการให้บริการแอปพลิเคชันสำหรับการโฆษณาในเชิงพาณิชย์ให้กับกลุ่มบริษัทผู้ขายสินค้าต่างๆ ในประเทศจีน แต่ในบรรดาแอปพลิเคชันต่างๆ ของบริษัท Tik Tok กลับกลายเป็นตัวดึงดูดสำคัญในกลุ่มผู้ใช้สังคมออนไลน์ที่นิยมเข้ามาใช้มากที่สุด เพราะผู้ใช้สามารถแชร์คลิปวิดีโอสั้น ๆ ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลง เต้นรำ และกิจกรรมอื่นๆ

จากการวิจัยสำรวจข้อมูลของ Sensor Tower ซึ่งหน่วยงานวัดระดับระดับความสำเร็จระดับโลกระบุว่า Tik Tok อาจจะกลายเป็นสื่อสังคมออนไลน์ที่ประสบความสำเร็จแซงหน้า อาลีบาบาที่เคยได้ชื่อว่ามีผู้คนใช้มากที่สุดในโลกไปแล้ว เพราะพบว่ามีผู้คนดาวน์โหลดแอพฯ Tik Tok มาใช้กว่า 2 พันล้านครั้ง โดยบริษัทที่เป็นเจ้าของแอปพลิเคชันนี้ตั้งอยู่ในกรุงปักกิ่งได้รับการสนับสนุนเงินทุนจาก SoftBank ลงทุนด้วยมูลค่า 75,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อสองปีก่อนและด้วยการที่ได้รับความนิยมพุ่งขึ้นอย่างสูงนี้ทำให้บริษัทมูลค่าหุ้นของบริษัทเพิ่มขึ้นสูงกว่าทุนเริ่มต้นอย่างมากหลังจากที่มันได้รับความนิยมอย่างสูงในขณะนี้จากสการกักกันและการปิดล็อกของหลายเมืองทั่วโลก ทำให้ TikTok กลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก แม้กระทั่งผู้มีชื่อเสียงระดับโลกอย่างนักร้องแร็ปเปอร์ชื่อดังของ แคนาดา หันมาใช้ Tik Tok ในการทำคลิปวิดีโอ มีคนเข้ามาดูว่ากว่า 70 ล้านวิวต่อสัปดาห์ หรือแม้กระทั่ง ดาราฮอลลีวูดระดับตำนานอย่าง เจน ฟอนด้า วัย 82 ปี ก็ใช้ Tik Tok ในการเผยแพร่คลิปออกกำลังกายของตัวเอง ทำให้มีผู้ชนจำนวนมากทั่วโลกเช่นกัน

 

tiktok @janefonda

 

ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา Tik Tok กลายเป็นแอพฯ ที่ไม่ใช่เกมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกโดยมียอดดาวน์โหลดเกือบสองเท่าเมื่อเทียบเป็นรายปี โดยมีสถิติสูงถึง 113 ล้านคลิป ตามข้อมูลของ SensorTower และมีผู้ใช้งาน 800 ล้านคนต่อเดือน

อย่างไรก็ตามจากความนิยมที่พุ่งขึ้นอย่างสูง ทำให้ล่าสุด รัฐบาลสหรัฐฯ ได้เริ่มที่จะหันมาให้ความสำคัญเพื่อตรวจสอบเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติในการเก็บข้อมูลของ TikTok แต่ทางบริษัท ได้ปกป้องตัวเองด้วยการระบุว่าข้อมูลของผู้ใช้จะถูกจัดเก็บไว้ในเครื่องและปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าบางเนื้อหาได้ถูกรัฐบาลจีนเซนเซอร์ไม่ให้มีการเผยแพร่ในกลุ่มสื่อสารออนไลน์ของจีน

สำหรับประเทศไทยแอพ Tik Tok ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างสูงเช่นกัน มีผู้คนใช้มันในการอัดคลิปวีดีโอสั้นๆ โดยเฉพาะล่าสุดกับการโคฟเวอร์เพลงดังในอดีตอย่าง “เจน นุ่น โบว์” กลุ่มนักร้องสาววงซูปเปอร์ วาเลนไทน์ ที่พบว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้คนใช้ Tik Tok ทั้งร้องเพลง และบันทึกวิดีโอเต้นคลายเครียดกันอย่างสนุกสนาน หลังจากที่รัฐบาลไทยออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน บังคับใช้เพื่อให้ประชาชนใช้เวลาอยู่ที่บ้านมากกว่าการเดินทางไปชุมนุมนอกบ้าน ในระหว่างการแก้ปัญหาการระบาดของโรคโควิด 19


Cover_4.jpg

zebertoothApril 12, 2020

เมื่อสงกรานต์นี้ต้องเจอวิกฤติโควิด-19 ทำให้จำเป็นต้อง #อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ ควรทำอย่างไรถ้าคิดถึงญาติพี่น้องเพื่อนฝูงแต่ไม่สามารถไปหากันได้ กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต จึงขอรวบรวมแอปพลิเคชัน และเทคนิคเด็ดๆ ช่วยลดช่องว่างระหว่างเรากับคนในครอบครัวและเพื่อนฝูง ให้หายคิดถึงมาฝากกัน

 

1.Line Group call/VDO call

แอพฯ ยอดนิยมของคนไทย ที่ใช้กันแทบทุกคน ไม่เพียงแค่ส่งรูป ส่งข้อความและโทรฟรีเท่านั้น แต่ยังเปิดกล้องโทรคุยพร้อมกันสูงสุดได้ถึง 200 คน ซึ่งปัจจุบันแต่ละครอบครัวก็มักมีการสร้าง Line Group ไว้แล้ว จึงน่าจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่เหมาะกับการรวมญาติ

วิธีโทรกลุ่มง่ายนิดเดียว เพียงกดไอคอนโทรศัพท์บริเวณมุมขวาบนของหน้าจอไลน์กลุ่มที่ต้องการคุย และแตะรูปไอคอนโทรศัพท์ เลือกได้ทั้งโทร และวิดีโอคอล ซึ่งเป็นการโทรคุยด้วยเสียงพร้อมกันทางอินเทอร์เน็ต ยิ่งใช้ Wifi ก็ยิ่งประหยัดค่าโทรไปอีก

 

2.Messenger

Facebook เพิ่มฟีเจอร์วิดีโอคอลแบบกลุ่มให้กับ Facebook Messenger รองรับพร้อมกันสูงสุดถึง 50 คน โดยเริ่มวิดีโอคอลด้วยการแตะปุ่มวิดีโอมุมบนขวาในหน้าแชทกลุ่ม

วิดีโอคอลแบบกลุ่มของ Facebook Messenger นั้น ถ้ามีผู้ใช้พร้อมกันไม่เกิน 4 คน จะแสดงวิดีโอเต็มหน้าจอ แต่ถ้า 5-6 คนขึ้นไปจะแสดงวิดีโอจากผู้ใช้ 1 คนเป็นขนาดใหญ่ ที่เหลือจะเป็น gallery ด้านล่าง แต่ถ้าเกิดว่าผู้ใช้ที่กลุ่มใหญ่กว่านั้น จะแสดงวิดีโอจาก 6 คนแรกเท่านั้น (ที่เหลือจะฟังได้พูดได้ แต่ไม่แสดงวิดีโอ)

 

3.Skype

รองรับการพูดคุยพร้อมกันสูงสุด 50 คน เช่นเดียวกับ Facebook Messenger เหมาะสำหรับคุยข้ามประเทศ ด้วยการโทรต่างประเทศสุดประหยัด โทรคุยสนทนาแบบเห็นหน้ากับเพื่อนใน facebook ของคุณ ผ่าน skype ได้ด้วย รวมถึงสามารถค้นหาข้อมูลจากบริการอื่นๆ ที่เชื่อมต่อกับ skype อยู่ได้แล้วส่งเข้าไปในแชทได้ในทันที สะดวก ไม่ต้องเพิ่มเพื่อนให้ยุ่งยาก

 

4.Discord

แพล็ตฟอร์มที่ขึ้นชื่อเรื่องการพูดคุยกันระหว่างเกมเมอร์แบบครบวงจร แต่สามารถประยุกต์ใช้ทำกิจกรรมออนไลน์ได้มากมายเป็นหมู่คณะ นอกเหนือการเป็นแชท และโทรฟรีแล้ว Discord ยังสามารถวิดีโอคอล แชร์หน้าจอ และสตรีมได้ด้วย

สำหรับใครที่เล่นเกมกับพี่น้อง แต่อยากพูดคุยไปด้วยเสมือนนั่งข้างๆ ก็เล่นเกมพร้อมกับ Group call ได้ไม่มีสะดุด หรือ ใครที่อยากดูหนังพร้อมคนในครอบครัวเสมือนอยู่บ้านจริงๆ ก็สามารถประยุกต์ใช้ฟีเจอร์สตรีมไว้ดูหนังออนไลน์พร้อมกันได้อีกด้วย ภาพ เสียง มาครบ รับรู้อารมณ์ผู้ชมได้ทันที

 

แนะนำ

วิธีร่วมกิจกรรมสนุกผ่านออนไลน์

 

1.WeSing แข่งร้องคาราโอเกะ

สงกรานต์นี้ต้องสร้างความสนุก ชวนพ่อแม่พี่น้อง ลุงป้าน้าอา มาร้องคาราโอเกะด้วยกัน เพลงเยอะ เลือกได้หมดไม่ว่าจะร้องเดี่ยว ร้องคู่ ร้องเป็นหมู่คณะ สร้างบรรยากาศที่ดีต่อครอบครัว บ้านไหนรักเสียงเพลงต้องลอง

 

2.เล่นเกมออนไลน์ด้วยกัน

การเล่นเกมด้วยกันเป็นการเชื่อมสัมพันธ์รูปแบบหนึ่ง ช่วยลดช่องว่างระหว่างกันและกัน ยิ่งเล่นด้วยกันมากๆ จะยิ่งเข้าใจกันมากขึ้น ไปสู่การพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดหรือการให้คำปรึกษากันได้ง่ายเวลามีปัญหากัน

 

3.ล้ำยิ่งกว่า ด้วยการไหว้บรรพบุรุษผ่านสมาร์ททีวี

ไหว้บรรพบุรุษผ่านสมาร์ททีวี
ขอบคุณภาพจาก Twitter @Gap_sk125

 

 

ในยุคที่มีเทคโนโลยีให้เลือกหลากหลาย ถึงคราวจำเป็นก็ต้องหยิบเอาสิ่งที่เอื้อประโยชน์กับเรามากที่สุดมาใช้ ทั้งเป็นการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จะช่วยลดอุปสรรคจากข้อจำกัดในช่วงวิกฤตินี้ได้มาก ต่อให้ตัวไม่ได้อยู่ใกล้ชิดกัน แต่สำคัญที่สุดคือการใช้เวลาร่วมกันนั้นคือความทรงจำที่มีค่าสำหรับทุกคนในครอบครัว


4แอพทำงานที่บ้าน_WFH_Cover_1.jpg

kinyupen_adminMarch 27, 2020

ต่อให้เจอกับวิกฤตเราก็ต้องก้าวไปข้างหน้า ในสถานการณ์ที่เราต้องอยู่ติดบ้าน ไม่ได้ทำงานที่ออฟฟิศ การติดต่อสื่อสารกันระหว่างทีมงานถ้าทำได้ง่าย ความสำเร็จของงานก็เกินครึ่งแล้ว และหากมีความจำเป็นต้องประชุมทีมงานในช่วง Work from home ต้องไม่มีปัญหา จะมาบอกว่าอยู่บ้าน ทำงานไม่ได้ ลูกค้าหาย เจ้านายอาจจะให้อยู่บ้านยาวๆ ก็เป็นได้

 

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ได้รวมแอปพลิเคชันยอดนิยมที่ช่วยให้การทำงานออนไลน์ของคุณสะดวก รวดเร็ว และง่ายดายมากยิ่งขึ้น

 

 

1. Zoom : Windows, iOS, Android ไม่มีค่าใช้จ่าย

รองรับการประชุมผ่านวิดีโอได้ถึง 100 คน จำกัดเวลาที่ 40 นาทีสำหรับการใช้งานแบบฟรี สามารถเปลี่ยนพื้นหลัง ปรับผิวเนียน มีฟังก์ชันการแชร์ภาพหน้าจอร่วมกันให้เพื่อนร่วมงานดูพรีเซนต์ และบันทึกการประชุมได้ ใช้ง่ายเพียงสร้าง Host a Meeting และเชื่อมต่อกับเพื่อนร่วมงาน ได้หลากช่องทาง ทั้งอีเมล เบอร์โทรศัพท์ และลิงก์ URL

 

2.VooV Meeting : Windows, iOS, Android ไม่มีค่าใช้จ่าย

“Tencent” เจ้าของแอพฯ แชท “วีแชท” ได้เปิดตัวโซลูชั่น Tencent Meeting ทำตลาดนอกประเทศจีน โดยมีการเปิดให้บริการกว่า 100 ประเทศ ซึ่งรวมประเทศไทย ผ่านแอพฯ บนมือถือใช้ชื่อว่า “VooV Meeting” โดย Tencent เปิดให้ใช้งาน VooV Meeting ฟรีทุกฟีเจอร์ เพื่อช่วยเหลือองค์กรต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ซึ่งแอปพลิเคชันนี้รองรับการประชุมผ่านวิดีโอได้ถึง 300 คน ใช้งานได้ยาวนานติดต่อกันถึง 9,999 นาที เหมาะกับองค์กรใหญ่ๆ อย่างยิ่ง ภาพชัดระดับ HD มีฟังก์ชันที่ทำให้ใบหน้าดูสวยงาม เบลอฉากหลัง พร้อมตัดเสียงรบกวนต่างๆ เช่นเสียงพิมพ์คีย์บอร์ด

 

3.Webex : Windows, iOS, Android ไม่มีค่าใช้จ่าย

“Webex” แพลทฟอร์มประชุมทางไกลยอดนิยมของ “ซิสโก้” (Cisco) ที่ปัจจุบันมียอดการใช้งานพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากองค์กรหลายแห่งมีความต้องการใช้โซลูชั่นประชุมออนไลน์กับพนักงานระหว่างที่ Work From Home ซึ่ง Webex สามารถรองรับการประชุมผ่านวิดีโอได้ถึง 50 คน จำกัดที่ 40 นาทีสำหรับการใช้งานแบบฟรี พร้อมพื้นที่เก็บข้อมูลบน Cloud ขนาด 1 GB มีฟังก์ชันสนับสนุนการใช้งานหลากหลาย เช่น วิดีโอระดับ HD การแชร์หน้าจอ รูปภาพ ไฟล์ และข้อความอย่างไม่จำกัด การเชื่อมต่อผ่าน VoIP และการทำงานร่วมกับแอพฯ Calendar

 

4.LINE Group Call : Windows, iOS, Android ไม่มีค่าใช้จ่าย

แอปพลิเคชันยอดนิยม ใช้งานง่าย รองรับการประชุมผ่านวิดีโอได้ถึง 100 คน มีฟังก์ชัน LIVE การพรีเซนต์งานให้เพื่อนร่วมงานสามารถดูได้พร้อมกันสูงสุดได้ถึง 500 คน สามารถแชร์หน้าจอ และปรับเอฟเฟคใบหน้าให้ดูสวยงาม มีฟังก์ชันแสดงเอฟเฟคอารมณ์ได้หลายแบบ

 

ในยุคที่เทคโนโลยีมีผลกับการใช้ชีวิต เราต้องเลือกหยิบเอาสิ่งที่เอื้อประโยชน์กับเรามากที่สุดมาใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่บ้านเมืองเกิดวิกฤตเช่นนี้ การออกนอกบ้าน ทำงานติดต่อธุรกิจต่างๆ ค่อนข้างจะมีอุปสรรค หากคุณเลือกเป็น จัดการทุกอย่างได้ ความเสียหายก็ไม่เกิด


_Line-อัปเดทฟีเจอร์-ใหม่-กับ-Life-on-Line_web.jpg

kinyupen_adminJuly 18, 2019

ทุกวันนี้คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าชีวิตที่ Line เข้ามาช่วยตอบโจทย์การใช้ชีวิตและความสะดวกสบายของเราแทบจะทุกด้านแล้ว จนอดสงสัยไม่ได้ว่ายังมีอะไรอีกที่ Line ทำไม่ได้ แต่ถึงอย่างไรก็ยังมีหลายๆ แอพพลิเคชั่นของ Line ที่หลายคนอาจไม่เคยทราบมาก่อน  วันนี้กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ได้รวบรวมฟีเจอร์ของไลน์ในปัจจุบัน และชวนอัปเดตความเคลื่อนไหวของ Line ให้ผู้อ่านทุกท่านได้ทราบกัน

 

เมื่อ Line ไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงแอพฯส่งข้อความอีกต่อไป

รู้หรือไม่? ว่านอกเหนือจาก Line Messenger แอพพลิเคชั่นหลัก ที่เราคุ้นเคยกัน ยังมีอีกหลากหลายฟีเจอร์และแอพพลิเคชั่นที่ถูกพัฒนาโดย Line ดังต่อไปนี้

1. Line Messenger

แอพพลิเคชั่นแชท โทรและวิดีโอคอล ทั้งคุยส่วนตัวหรือคุยเป็นกลุ่ม ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์มากมาย

  • Rabbit Line Pay

กระเป๋าเงินออนไลน์ที่ช่วยให้ชีวิตสะดวกสบาย เช่น ชำระค่าโดยสาร BTS  พร้อมโปรโมชั่นสิทธิพิเศษกับพาร์ทเนอร์ที่ร่วมรายการ

  • Line Jobs

เลือกงานที่ชอบ ได้คนที่ใช่ โพสต์ฟรี สมัครง่ายได้คนเร็ว มีงานกว่า 400,000 ตำแหน่งให้เลือก

  • Line Story

อัปเดตชีวิตผ่าน Line Story แชร์เรื่องราวแบบสั้นๆ ให้กับเพื่อนๆ ซึ่ง อยู่ได้ 24 ชั่วโมง

  • Line Square ประวัติการแชทเก็บใน Server ตลอดเวลา ไม่หายและไม่ต้อง Backup ด้วยตัวเอง รองรับจำนวนคนต่อกลุ่มได้เยอะกว่ากลุ่มปกติ มีห้องแชทย่อยได้หลายห้อง แบ่งตามหมวดหมู่ต่างๆ ตามที่แอดมินต้องการ
  • Line Out สำหรับคนที่เน้น “โทรคุย” โทรที่ไหนก็ได้ หาใครที่ไหนก็ได้ในโลก ในราคาย่อมเยาว์ ตามคอนเซ็ปต์ คุยมากขึ้น จ่ายน้อยลง
  • OCR หรือ ฟีเจอร์แกะตัวอักษรจากภาพ

2. Line Today

รวบรวมข้อมูลข่าวสารส่งตรงถึงมือถือ อัปเดตข่าวสำคัญ เช่น ประเด็นเด่น line วัน และ 7 วัน 7 ข่าว สรุปข่าวรายสัปดาห์

3. Line MAN

ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ด้วยบริการ สั่งซื้ออาหาร, บริการเรียกแท็กซี่ , บริการรับ-ส่งพัสดุถึงที่และส่งถึงจุดหมาย,  สั่งของสะดวกซื้อ

4. Line Game

เอาใจเหล่า Gamer ด้วยแอพลิเคชั่นที่รวมรวมเกมส์หลากหลายแนวไว้ให้เลือกเล่น

5. Line Camera

แอพลิเคชั่นสำหรับถ่ายและแต่งภาพ ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ที่หลากหลาย สติ๊กเกอร์และเอฟเฟกต์ต่างๆ ให้เลือกมากมาย

6. Line TV

สัมผัสประสบการณ์วิดีโอสตรีมมิ่งระดับพรีเมี่ยม ดูละคร ซีรี่ย์และรายการทั้งไทยและต่างประเทศแบบจุใจโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

7. Line Dictionary

พจนานุกรม ที่เลือกแปลได้กว่า 4 ภาษา (อังกฤษ,ไทย,จีนมาตรฐาน,อินโดนีเซีย) พร้อมด้วยความรู้ภาษาอังกฤษ ฟังก์ชั่นช่วยแปล บันทึกคำที่เคยค้นหาอัตโนมัติ และแชร์คำศัพท์ใหเพื่อนได้ง่ายๆ

8. Line Antivirus

ป้องกันไวรัสและมัลแวร์ของเหล่าสาวกแอนดรอยส์ ปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล แจ้งเตือนทันทีเมื่อโทรศัพท์มีความเสี่ยงจากไวรัส ตรวจสอบการเข้าถึงจากแอพอื่นๆ ของคุณ

9. B612

ถ่ายรูปเซลฟีด้วยฟิลเตอร์ที่ใช่ตามสไตล์ที่ชอบ เอาใจสาวๆด้วยฟังก์ชั่นปรับรูปหน้าได้ตาใจ

10. LOOKS

แต่งหน้าครบจบก่อนถ่าย ด้วยฟีเจอร์แต่งหน้าในสไตล์สุดอินเทรนด์

11. Line Mobile

ค่ายมือถือ ในแพ็คเกจที่ครอบคลุมทุกการใช้งาน ทั้งการโทรและอินเทอร์เน็ต นอกจากนี้ยังใช้ได้ทั้ง LINE Chat, LINE Call, LINE Video Call รวมถึงดู LINE TV ก็ฟรี โดยไม่เสียโควตาเน็ต

12. Line Official Account

ช่วยให้คุณจัดการธุรกิจของคุณได้ง่ายขึ้นเพียงปลายนิ้ว ด้วยการส่งข้อมูลที่เข้าถึงลูกค้าเป้าหมายได้ทันทีครั้งละเป็นจำนวนมาก ใช้ประชาสัมพันธ์ข่าวสารและแจ้งโปรโมชั่น และลูกค้าสามารถเก็บแต้ม (Line Point) จากการสั่งซื้อได้ภายในแอพเดียวกัน

13. Line Webtoon

แพลตฟอร์มการ์ตูนดิจิตอลให้ผู้อ่านที่ชื่นชอบการอ่านการ์ตูนด้วยรูปแบบที่น่าอ่าน พร้อมอัปเดต ตอนใหม่ๆ ในเวลา 4 ทุ่มของทุกวัน

 

ล่าสุด Line ได้จัด Line Conference 2019 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยมีคอนเซ็ปต์ใหม่คือ “Life on Line” โดยได้แต่งตั้ง Jungho Shin เป็น Chief WOW Officer เพื่อคิดค้นนวัตกรรมให้ตอบโจทย์ไลฟสไตล์ของผู้คนออกมาแบบ 24/7 หรือตลอดเวลาเลยทีเดียว ฟีเจอร์ใหม่จาก Line จะน่าสนใจแค่ไหน ไปดูกันเลย

1. Line mini App

พัฒนาจาก Line Shop มาเป็นฟีเจอร์ Online Market ที่ช่วยให้ซื้อง่ายขายคล่อง โดยร้านค้าสามารถสร้างหน้าเพจของตัวเองขึ้นมาจากตัว โดยมีฟีเจอร์ที่สามารถดูสินค้า สั่งซื้อ รวมถึงสะสมแต้มได้

2. Line Liver

Line Liver รูปแบบที่ให้ผู้ใช้งานสามารถถ่ายทอดสดได้ และที่สำคัญน่าจะเป็นที่ถูกใจของของเหล่าพ่อค้าแม่ขาย เพราะสามารถไลฟ์ขายของ และตกลงราคาผ่าน Line ได้ทันที

3. Line Open Chat

พัฒนาจาก Line Square โดยสามารถสร้างห้องแชทสำหรับกลุ่มคนที่มีความชอบหรือความสนใจในเรื่องต่างๆ โดยจะมีแอดมินผู้ดูแลกลุ่ม นอกจากนี้สมาชิกยังสามารถอ่านข้อความเก่าๆได้ระดับนึง คนทั่วไปสามารถเสิร์ชหาได้แต่ถ้ากลุ่มไหนไม่อยากเปิด Public ก็สามารถตั้งรหัสกลุ่มได้

4. Line Score

กิจกรรมและธุรกรรมต่างๆที่เราทำผ่าน Line จะถูกตีมูลค่าออกมาเป็นเครดิตของเรา ลักษณะเดียวกันกับธนาคาร หากคะแนนเยอะก็จะสามารถแลกแต้มสิทธิพิเศษต่างๆ ได้ตามเครดิต

5. Line Sticker ฟังดูแล้วหลายคนคงคิดว่า “ก็มีอยู่แล้ว” แต่ทั้งนี้ Line กำลังคิดที่จะเปลี่ยนการซื้อสติ๊กเกอร์แบบผูกขาดไปเป็นบริการการสมัครสมาชิกแบบรายเดือน ได้ยินแบบนี้หลายคงจะส่ายหน้า แต่หากมองในแง่ดีนี่คือการพัฒนาไปอีกขั้น โดยผู้ใช้จะสามารถใช้สติ๊กเกอร์ได้จำนวนไม่อั้น ในราคาที่ไม่แพง (เฉลี่ยเดือนละ 240 เยนหรือ 70 บาท) และนำร่องโปรโมชั่นลด 50% สำหรับนักเรียนในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย

 

และนี่ก็คือความเคลื่อนไหวล่าสุดของ Line Corporation จะเห็นได้ว่า Line พยายามรวมทุกแพลตฟอร์มให้ขึ้นกับ Line แอพพลิเคชั่นหลัก เพื่อให้ง่ายและตอบโจทย์ในแอพเดียว แต่ยังไงฟีเจอร์ต่างๆ จะเปิดให้ผู้ใช้งานชาวไทยได้ใช้หรือไม่ หรือได้ใช่เมื่อไหร่คงต้องติดตามกันต่อไป แต่ถึงแม้เทคโนโลยีจะก้าวไกลสักแค่ไหน มันก็ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยให้ชีวิตเราง่ายขึ้น เพราะฉะนั้นอย่าทำให้ชีวิตยากขึ้นโดยการพึ่งพาและติดเทคโนโลยีมากจนเกินพอดี