_โรคหน้าร้อน_Cover_1.jpg

kinyupen_adminMarch 11, 2020

ในวันที่ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ สิ่งหนึ่งที่แฝงตัวมากับอากาศร้อน คือ “โรค” ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรียบางชนิดที่เจริญเติบโตได้ดีช่วงอากาศร้อน กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต รวบรวมโรคที่มากับอากาศร้อน รวมถึงวิธีการดูแลสุขภาพ เพื่อเตรียมตัวสู้โรคได้อย่างถูกต้องไม่ว่าคุณจะเจ็บป่วยด้วยโรคอะไรก็ตาม…

 

ก่อนอื่นคุณต้องรู้จักโรคที่มาพร้อมกับอากาศร้อนกันก่อนว่ามีอะไรบ้าง และอาการเบื้องต้นเป็นอย่างไร !!!

 

 

  1. โรคอุจจาระร่วง เกิดจากเชื้อต่างๆ เช่น แบคทีเรีย ไวรัส ที่ตกค้างอยู่ในอาหารที่ไม่สะอาด สุกๆ ดิบๆ ทำให้ท้องเสีย ส่วนใหญ่ไม่อันตรายร้ายแรง แต่บางรายที่ติดเชื้อรุนแรงอาจเสียชีวิตได้ เพราะมีการสูญเสียน้ำและเกลือแร่ในปริมาณมาก
  2. โรคอาหารเป็นพิษ เป็นโรคทางเดินอาหารที่พบบ่อย ติดต่อโดยการรับประทานอาหารหรือน้ำดื่มที่มีสารพิษจากเชื้อโรคบางชนิดเข้าไป ส่วนใหญ่มักมีอาการคลื่นไส้อาเจียน บางรายอาจถ่ายเหลวเป็นน้ำ ไม่มีไข้ หายได้เอง แต่ถ้าอาการหนักมากต้องได้รับน้ำเกลือเสริม
  3. โรคระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ปอดบวม ปวดหัว ตัวร้อน ไอจาม เพราะอากาศเปลี่ยนแปลง หรืออยู่ในที่อากาศถ่ายเทไม่ดี ร่วมกับร่างกายที่อ่อนแอ
  4. โรคผิวหนัง ได้แก่ เม็ดผดผื่นคัน ป้องกันได้ด้วยการอาบน้ำชำระร่างกายและรักษาความสะอาด หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำสกปรก หรือ น้ำที่ไม่สะอาด
  5. โรคเครียด เป็นปัญหาหนึ่งที่พบบ่อยในหน้าร้อน ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ นอนไม่หลับ โมโหง่าย หงุดหงิดง่าย วิธีคลายเครียดง่ายๆ คือ หนีร้อนไปอยู่ในที่อากาศเย็นสบาย เช่น ห้องแอร์ ใต้ร่มไม้ หางานอดิเรก หรือ นั่งสมาธิ
  6. โรคพิษสุนัขบ้า เป็นโรคติดต่อร้ายแรงชนิดหนึ่งที่แพร่ระบาดทุกปี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในปีหนึ่งๆ ไม่น้อย ทั้งที่มีวัคซีนป้องกัน แต่ยังมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้อยู่ดี เมื่อถูกสัตว์อย่างสุนัขและแมวกัด ให้ทำความสะอาดแผลแล้วไปพบแพทย์ทันที

 

หากรู้สาเหตุของโรคที่เกิดขึ้น การป้องกันหรือหลีกเลี่ยงก็ไม่ใช่เรื่องยาก การดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอควรทำติดตัวให้เป็นนิสัย

 

วิธีการป้องกันโรคง่ายๆ ที่ทำได้ด้วยตัวเองในช่วงฤดูร้อน หรือไม่ว่าจะเป็นฤดูใดก็ทำตาม คือ

  • เลือกทานอาหารที่สดใหม่ สะอาด ปรุงให้สุกด้วยความร้อนเพื่อฆ่าเชื้อโรค ลดทานอาหารที่เป็นของหมักดอง และล้างมือให้สะอาดก่อนทานอาหารทุกครั้ง โดยเฉพาะอาหารที่ต้องใช้มือเปล่าจับ รวมไปถึงการเลือกทานอาหารจากร้านที่คำนึงถึงเรื่องความสะอาด “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” คือสิ่งที่สำคัญ
  • เพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายด้วยการทานผักและผลไม้เป็นประจำ ซึ่งผักและผลไม้บางชนิด สามารถช่วยปรับสมดุลในร่างกาย พร้อมบรรเทาโรคเบื้องต้นได้ เช่น มะระ ช่วยดับร้อน ถอนพิษไข้ ดอกแค ช่วยรักษาอาการร้อนใน ลดไข้ ลดน้ำมูก แก้ปวดหัว ฟักเขียว ช่วยถอนพิษ ขับความร้อนในร่างกาย ช่วยให้แผลร้อนในยุบตัวเร็ว รากบัว แก้ร้อนใน ลดไข้ บำรุงโลหิต ช่วยให้เจริญอาหาร แตงโม ผลไม้ที่มีน้ำประกอบอยู่มาก ช่วยให้ร่างกายสดชื่น ลดอาการอ่อนเพลีย มะตูม ต้มเป็นน้ำสมุนไพร ช่วยแก้ร้อนใน ช่วยย่อยอาหาร แก้ท้องเสีย รางจืด สมุนไพรฤทธิ์เย็น ลดอาการแพ้ การอักเสบ ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอก ทำเป็นน้ำฉีดพ่นลดความร้อนที่ผิวกาย ผิวหน้า ลดอาการแสบแดงและผิวไหม้จากแสงแดดได้ดี
  • ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้งๆ แต่ไม่ควรหักโหมจนเกินไป พักเหนื่อยเป็นระยะๆ การออกกำลังกายจะทำให้การนอนหลับสบายและหลับนานขึ้น ร่างกายได้พักผ่อนเต็มที่
  • หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดในวันที่ร้อนจัด และดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ เพื่อทดแทนน้ำในร่างกายที่สูญเสียไปกับเหงื่อ การปฏิบัติเช่นนี้จะเป็นผลดีต่อร่างกาย ช่วยให้ไม่อ่อนเพลียได้

 

ผักและผลไม้บางชนิด ช่วยปรับสมดุลในร่างกาย

 

การดูแลตนเองให้มีสุขภาพดีถือเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่จะทำให้ชีวิตมีความสุข ห่างไกลความเจ็บป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับไวรัสโควิด-19 โรคติดต่ออันตรายที่สร้างความกังวลให้กับทุกคน และทุกประเทศทั่วโลก การที่คุณมีสุขภาพที่ดีเท่ากับมีเกราะป้องกันตนเองในระดับหนึ่งแล้ว

 

ขอบคุณข้อมูลจาก liekr.com/post_153768.html


COVID19จะหายจริงหรือ_Cover_1.jpg

kinyupen_adminMarch 10, 2020

แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ยังคงสร้างความวิตกกังวลเมื่อมันเริ่มแพร่กระจายไปทั่วโลก แต่เนื่องจากเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส ที่จากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ระบุว่ามันจะไม่สามารถทนทานต่อความร้อนได้นานนัก ดังนั้นความหวังว่าหากฤดูกาลที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงจากฤดูหนาวเข้าสู่ฤดูร้อนในเวลาอันใกล้นี้ ก็อาจจะทำให้การแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้ชะลอการแพร่กระจายลงได้

แต่ความหวังนี้จะมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนนั้นดูเหมือนจะยังไม่มีใครออกมายืนยันได้

 

และด้วยคำถามที่เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายนี้ ทำให้มีความพยายามในการค้นหาความจริงนี้ ซึ่งข้อมูลที่มีการเผยแพร่ล่าสุดที่มีการเผยแพร่อยู่ทั่วไป กลับพบเพียงว่าผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจากทั่วโลก ต่างก็ตอบคำถามไปในทิศทางเดียวกัน คือ ยังคงเร็วเกินไปที่จะบอกว่าอากาศอุ่นจะส่งผลต่อการแพร่กระจายของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้ เพราะมีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้เชื้อแพร่กระจาย หรืออาจจะทำให้มันสิ้นสุดการระบาดลงได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ประสิทธิภาพของตัวไวรัสเอง สภาพอากาศ รวมไปถึงภูมิคุ้มกันของมนุษย์ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยที่จะกำหนดชะตาชีวิตของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้

 

ดร. เกรกอรี่ เกรย์ จากแผนกโรคติดเชื้อทั่วโลกของสถาบันสุขภาพมหาวิทยาลัยดุ๊ก สหรัฐอเมริกา ระบุว่า ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้จะลดน้อยลงหรือหายไปในช่วงฤดูร้อนหรือไม่ และเป็นเรื่องยากที่จะคาดการณ์ได้อย่างนั้น แต่ก็มีความหวังว่าช่วงฤดูร้อนอาจทำให้การแพร่เชื้อลดลงเล็กน้อย เพราะโดยปกติแล้วเชื้อไวรัสโคโรนาปกติที่ทำให้เกิดอาการไข้หวัดทั่วไปมักจะจางหายไปในช่วงฤดูร้อนเนื่องจากอาคารมีการไหลเวียนของอากาศมากกว่า ผู้คนก็สัมผัสกับแสงยูวีมากกว่าซึ่งสามารถฆ่าไวรัสได้ ซึ่งคาดการณ์ว่าอาจจะมีการชะลอตัวของการแพร่ระบาดประมาณ 10% ถึง 20% แต่ก็ยังเป็นข้อสงสัยอยู่ดีว่าจะเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่

 

“ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้เป็นเรื่องยากที่จะรู้ได้ ซึ่งมันก็อาจจะหายไปได้ส่วนหนึ่ง แต่ก็จะยังมีการแพร่กระจายอยู่ในมุมอื่นๆ ทั่วโลก”

 

ขณะที่เว็บไซต์ของศูนย์ควบคุมโรคของสหรัฐอเมริกา เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อไวรัสพันธุ์ใหม่นี้ว่า ยังไม่มีใครทราบว่าสภาพอากาศและอุณหภูมิจะส่งผลกระทบต่อการแพร่กระจายของเชื้อชนิดนี้หรือไม่ และแม้ว่าฤดูร้อนจะทำให้มีโอกาสน้อยที่เกิดอาการป่วยไข้หวัด หรือไข้หวัดใหญ่จากเชื้อไวรัสโคโรนา แต่ก็มันก็มีโอกาสเป็นไปได้ที่ทุกคนจะสามารถเจ็บป่วยด้วยเชื้อโรคนี้ตลอดทั้งปี

 

นอกจากนี้จากการตรวจสอบของนักวิชาการด้านสาธารณสุข โดยทำการศึกษาจากสมาชิกในครอบครัวที่เสียชีวิตด้วยเชื้อโคโรนาไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคซาร์ส หรือ โรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (SARS) และโรคเมอร์ส หรือ โรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง (MERS) พบว่าการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ในอดีตไม่ได้แสดงหลักฐานชัดเจนว่าอุณหภูมิหรือฤดูกาลจะเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับการระบาด โดยพบว่าการระบาดของโรคซาร์สสิ้นสุดลงในเดือนกรกฎาคม ที่สภาพอากาศยังไม่ชัดเจน ขณะที่โรคเมอร์สไม่ได้แสดงว่าฤดูกาลเกี่ยวข้องกับการระบาด

 

แม้จะพบว่ากลุ่มประเทศที่มีการระบาดใหญ่ที่สุดอยู่ในตำแหน่งเหนือเส้นศูนย์สูตร ได้แก่ จีนแผ่นดินใหญ่, เกาหลีใต้, อิตาลี, ญี่ปุ่นและอิหร่าน ซึ่งอาจจะทำให้เข้าใจได้ว่าสภาพอากาศที่หนาวเย็นอาจจะส่งผลต่อการแพร่ระบาดอย่างหนักได้ แต่ในตอนนี้ไวรัสกลับแพร่กระจายไปทั่วทุกทวีปยกเว้นแอนตาร์กติกา ซึ่งรวมถึงประเทศต่างๆ เช่นบราซิล และออสเตรเลียในซีกโลกใต้ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าแม้ว่าการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลในซีกโลกเหนือ แต่ฤดูกาลที่แตกต่างกันก็อาจจะความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายมากขึ้นในกลุ่มประเทศในภูมิภาคอื่นๆ

 

ถึงตอนนี้จะดูว่า COVID-19 มีความรุนแรงของการแพร่ระบาดน้อยลงในช่วงฤดูร้อน แต่มันก็อาจกลับมาและก็กลายเป็นไวรัสตามฤดูกาลในทุกประเทศทั่วโลกไปในที่สุด หากยังไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้


_web.jpg

kinyupen_adminApril 25, 2019

ช่วงนี้เป็นช่วงฤดูร้อน หลายพื้นที่ในประเทศไทยต้องประสบกับปัญหาความร้อน ที่ปีนี้ไม่ใช่แค่ร้อนธรรมดา แต่ว่า “ร้อนถึงร้อนที่สุด” แบบว่าแค่ออกจากบ้านเหงื่อก็ไหลแล้ว ขณะเดียวกันบางพื้นที่ก็เริ่มประสบปัญหาภัยแล้งแล้ว

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปติดตามข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา ที่รายงานว่า หลายพื้นที่ของประเทศไทยจะมีอากาศร้อนจนถึงร้อนจัด และมีอุณภูมิเฉลี่ยสูงสุดตลอดทั้งฤดูร้อนอยู่ที่ 41-42 องศาเซลเซียส มีอากาศร้อนจัดบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง เมื่อประเทศไทยอยู่หน้าร้อนแบบนี้ ทำให้ใครหลาย ๆ คนต้องเผชิญกับอากาศที่ร้อนจัด บางคนถึงขั้นล้มป่วยเลยก็มี เพราะร่างกายสู้กับหน้าร้อนไม่ไหว หากไม่ได้รับการรักษาแบบทันท่วงที ร่างกายก็จะเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน ปวดหัว และอาจถึงขั้นร้ายแรงถึงขนาดเสียชีวิตเลยก็ได้

ดังนั้น มนุษย์ต้องพยายามหาวิธีต่าง ๆ ที่จะสามารถใช้ชีวิตในช่วงหน้าร้อนนี้ได้ มีวิธีใดบ้างที่จะสามารถใช้ชีวิตในช่วงหน้าร้อนอย่างสตรองได้ “กินอยู่เป็น” 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต รวบรวมวิธีรับมือช่วงหน้าร้อนมาให้แล้ว

 

1. เปิดแอร์-พัดลม : หากอยู่ที่บ้าน สามารถเปิดพัดลมเบอร์แรง ๆ หรือเปิดเครื่องปรับอากาศในอุณหภูมิที่พอดี เพื่อคลายร้อนได้

 

2. พกร่ม-ทาครีมกันแดดทุกครั้งเมื่อออกจากบ้าน : เมื่อต้องออกไปทำกิจกรรมนอกสถานที่ อย่าลืมพกร่มไว้สำหรับป้องกันแดด หรือพกแว่นกันแดดไปด้วยก็จะดี นอกจากนี้ หากกลัวผิวคล้ำเสีย ก็ทาโลชั่นกันแดดที่มีค่า SPF 15 ขึ้นไปก่อนออกแดด อย่างน้อย 30 นาที เพื่อช่วยป้องกันผิวเสียได้

 

3. ดื่มน้ำเยอะๆ : ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 6-8 แก้วหรือประมาณวันละ 2 ลิตร และไม่ควรรับประทานน้ำแข็งหรือน้ำเย็นจัด เนื่องจากขณะที่ร่างกายมีอุณหภูมิสูงมาก หากรับประทานน้ำเย็นเข้าไป จะทำให้ร่างกายปรับสภาพไม่ทัน ทำให้เกิดอาการจุก แน่นหน้าอกได้

 

4. อาบน้ำคลายร้อน : หากร้อนจนถึงขั้นร้อนมาก ๆ แล้วไม่สามารถทนความร้อนต่อไปได้ หากอยู่ที่บ้านก็อาบน้ำเพื่อคลายร้อน โดยน้ำที่ใช้อาบไม่ควรเป็นน้ำเย็นจัดหรือน้ำร้อนจัด เพื่อป้องกันการช็อค เนื่องจากร่างกายปรับสภาพไม่ทัน ฉะนั้น ควรใช้เป็นน้ำที่มีอุณหภูมิปกติจะดีกว่า

 

5. เลือกสถานที่เย็นๆ คลายร้อน : ห้างสรรพสินค้า ร้านกาแฟ เป็นสถานที่หลัก ๆ ที่ใครหลาย ๆ คนจะเดินทางไป เพื่อหาสถานที่คลายร้อน มีแอร์เย็นสบาย ที่ร้านค้ามากมายให้เดินเข้าไปช็อป ชิม ชิลล์ ได้อีกด้วย

 

6. พักผ่อนให้เพียงพอ : ในแต่ละวันมนุษย์จะต้องนอนหลับพักผ่อนร่างกายอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง การนอนช่วงลดอุณหภูมิในร่างกายได้ ฉะนั้น การนอนช่วยให้ร่างกายมีสุขภาพดี พร้อมรับสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวได้อย่างเต็มที่

 

7. สวมเสื้อผ้าที่เนื้อผ้าบาง ๆ : ควรสวมเครื่องแต่งกายที่มีเนื้อผ้าบาง ๆ ไม่หนามาก และสวมเสื้อโทนสีสว่าง ๆ หลีกเลี่ยงการสวมเครื่องแต่งกายที่มีเนื้อผ้าหนา ๆ อย่างเช่น เสื้อกันหนาว สูท เสื้อโควท์ เป็นต้น

 

8. หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ : ช่วงหน้าร้อนแบบนี้ ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะในช่วงกลางวัน เพราะเมื่อดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปแล้วจะทำให้อุณหภูมิในร่างกายค่อย ๆ สูงขึ้น เหมือนร่างกายตนเองมีความร้อนขึ้นมา แล้วยิ่งประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนระอุขนาดนี้ อาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย บางรายถึงขั้นเสียชีวิตได้

 

สุดท้าย หน้าร้อนแบบนี้ เราต้องปรับตัวเพื่อให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสบายใหมากที่สุด ลดการเจ็บไข้ได้ป่วยจากสภาพอากาศแบบนี้ อดทนอีกนิดนึง เพราะอีกไม่กี่เดือนเราก็จะเข้าสู่ช่วงฤดูฝนแล้ว และนี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


.jpg

kinyupen_adminMarch 30, 2019

เข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเต็มรูปแบบแล้ว ใครหลายคนก็ไม่กล้าที่จะออกจากบ้านไปไหน ขอเปิดแอร์อยู่ที่บ้านน่าจะดีกว่า แต่ถ้าอยู่บ้านก็จะเกิดอาการเบื่อหน่าย ควรมองหาสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถคลายความร้อนได้  เพราะการได้ออกจากบ้านไปท่องเที่ยวถือได้ว่าเป็นวิธีคลายร้อนที่ดีอย่างหนึ่ง

หน้าร้อนไม่ได้มีแต่ข้อเสียเสมอไป ข้อดีก็มีเหมือนกัน เพราะหน้าร้อนท้องฟ้าจะสดใส ไร้ฝนตก สามารถไปถ่ายรูปตามสถานที่ต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ เพราะสถานที่ในเมืองไทยของเรามีสถานที่เที่ยวสวนๆ ในช่วงหน้าร้อนให้ได้ไปชลโฉมความสวยงามเยอะแยะเช่นกัน แต่ก็คงมีคำถามตามมาอีกว่า แล้วหน้าร้อนแบบนี้จะไปเที่ยวที่ไหนดี

เพื่อให้คุณสามารถใช้ชีวิตในช่วงหน้าร้อนได้อย่างมีความสุข ปราศจากความทุกข์จากความร้อนที่ละลายแผดเผาร่างกายตัวเราเอง วันนี้ “กินอยู่เป็น” 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต จึงได้รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวที่ควรค่ากับการไปเที่ยวคลายร้อน

 

1. ทะเล

“โอ้ทะเลแสนงาม ฟ้าสีครามสดใส” นี่ก็เป็นอีกหนึ่งมนต์เสน่ห์ของท้องทะเล ที่เมื่อถึงหน้าร้อนแล้ว ใครหลายๆ ก็จะต้องนึกถึงทะเลเป็นอันดับแรก เพราะเมื่อไหร่ที่ร่างกายเราได้ลงไปสัมผัสกับน้ำทะเล ก็สามารถช่วยคลายร้อนได้มาก ร่างกายสดชื่น นอกจากนี้ การได้นั่งหรือนอนอยู่ริมชายหาด ฟังเสียงลมเสียงคลื่นทะเล ทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย มีสมาธิมากขึ้น

ซึ่งในปัจจุบัน มีชายหาดให้ท่องเที่ยวหลายจุด และมีเกาะกลางทะเลที่ต้องนั่งเรือออกไป บอกได้เลยว่าสงบ สบายมากเลยทีเดียว

 

 

2. น้ำตก

น้ำตกถือได้ว่าเป็นสถานที่ที่มีธรรมชาติที่สวยงามและอุดมสมบูรณ์มากมาย รายล้อมไปด้วยต้นไม้ พืชพรรณ สีเขียวขจี ส่วนใหญ่น้ำตกจะอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติ บรรยากาศภายในมีอากาศเย็น สดชื่น มีกลิ่นไอของต้นไม้และธรรมชาติ คุณเองก็สามารถลงเล่นน้ำในลำธารจากธรรมชาติได้ หากต้องการหนีร้อน น้ำตกก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่สามารถช่วยคลายร้อนได้ดีเลยทีเดียว

 

 

3. สวนน้ำ

จะว่าไปสวนน้ำก็ไม่ได้ถูกจำกัดเพียงแค่วัยเด็กแล้วเท่านั้น ผู้ใหญ่ก็สามารถลงเล่นน้ำในสวนน้ำได้เช่นกัน เพราะปัจจุบันมีสวนน้ำหลายแห่งที่สร้างขึ้นมาให้คนทุกเพศทุกวัยได้มาใช้บริการ นอกจากนี้ยังมีสไลด์เดอร์ที่ออกแบบขึ้นด้วยดีไซน์แปลกใหม่ เอาใจวัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ ที่ชื่นชอบอะไรที่ท้าทาย สนุกสนาน

 

 

4. ห้างสรรพสินค้า

หากไม่อยากเดินทางไปไกลถึงทะเลหรือเข้าอุทยานฯ เพื่อไปเที่ยวน้ำตก ห้างสรรพสินค้า น่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เหมาะสำหรับสาวกขาช็อป เดินตากแอร์ในห้างสบายๆ ก็สามารถคลายร้อนได้ ขณะเดียวกัน ภายในห้างยังมีกิจกรรมให้ทำหลายอย่าง ทั้งเดินจับจ่ายซื้อของ รับประทานอาหาร ฯลฯ บอกเลยว่าไม่ต้องเดินทางไปไกล แถมยังไม่ร้อนอีกด้วย

 

 

5. ไหว้พระ/ปฏิบัติธรรม

อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับใครชื่นชอบการท่องเที่ยวสายธรรมะ ชอบเข้าวัดเข้าวา ถ้าหากอยากหนีร้อน แต่ไม่อยากลงเล่นน้ำหรือเดินตากแอร์ในห้าง ก็สามารถเข้าวัดเข้าวาไปทำบุญตักบาตร ปฏิบัติธรรม เพื่อสร้างสมาธิ สติ และทำให้จิตใจผ่องใสได้ แต่ถ้าหากไม่อยากออกไปนอกบ้าน ก็ไหว้พระสวดมนต์อยู่ที่บ้านก็ได้ สามารถช่วยลดความเครียดจากการเผชิญสภาพอากาศที่ร้อนจัดได้ เพราะการพึ่งพาธรรมะช่วยทำให้เรามีสติ สามารถติดกิเลสรอบตัวเราได้

 

ฤดูร้อนปีนี้ พยายามไปท่องเที่ยวหรือหากิจกรรมอะไรสนุกๆ ทำน่าจะดีที่สุด จะได้ช่วยดับอารมณ์เร่าร้อนและหงุดหงิดจากสภาพอากาศที่อบอ้าวได้ แหล่งท่องเที่ยวในเมืองไทยมีมากมายต่างๆ นาๆ นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ยังไงซะ ขอให้สนุกและใช้ชีวิตในช่วงหน้าร้อนอย่างมีความสุข