colorfood_Cover-1.jpg

kinyupen_adminJune 4, 2020

สิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวล้วนมีผลต่อความคิด ความรู้สึก ไปจนถึงปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกาย ไม่เว้นแม้แต่เรื่องของ “สี” เวลามองเห็นสีแล้วเกิดความรู้สึกบางอย่างในใจ นั่นเพราะสีไปกระตุ้นการทำงานของต่อมไร้ท่อที่อยู่เหนือสมอง ชื่อว่า “ต่อมไพเนียล” ที่เกี่ยวกับการรับรู้ การมองเห็น ส่งผลต่อฮอร์โมนด้านจิตใจ อารมณ์ และความรู้สึกในเชิงจิตวิทยา หรือแม้แต่ความอยากอาหารในชีวิตประจำวัน

เมื่อใดก็ตามที่รู้สึกว่าอาหารที่อยู่ตรงหน้าช่างน่าทาน กระตุ้นให้น้ำลายสอ มองแล้วรู้สึกน่าทาน ทั้งที่ไม่ได้หิวเลยสักนิดนั่นหมายความว่าสมองของคุณกำลังถูกครอบงำและดึงดูดด้วยสีสันที่เย้ายวนชวนให้ทานชนิดที่ว่าต่อให้อ้วนก็ยอม

 

 

5 สีกระตุ้นความอยากอาหาร

สีแดง โดยธรรมชาติของสีแดงเวลาที่เห็นจะรู้สึกถึงความร้อน มีพลัง กระตุ้นให้เกิดสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ความหิวก็ด้วย เพราะเหตุนี้บรรดาแบรนด์อาหารชั้นนำจึงใช้พลังแห่งสีแดงมาเป็นองค์ประกอบ ชวนให้อยากกิน อยากเดินเข้าร้านซื้อมันซะเดี๋ยวนี้เลย

สีเหลือง สีแห่งความรู้สึกร่าเริงสดใส สนุกสนาน เห็นเมื่อไรก็สัมผัสได้ถึงความสุข และเมื่อมีความสุขเราก็จะกินได้มากขึ้น เรียกง่ายๆว่า แฮปปี้กับการกินนั่นเอง

สีส้ม เหมาะกับความรู้สึกอบอุ่น สดชื่น กระฉับกระเฉง ส่งผลมุมบวกให้รู้สึกว่าอาหารอร่อย มีประโยชน์ ต้องกินนะ เพิ่มความอยากอาหารเข้าไปอีก

สีเขียว สายเฮลตี้ต้องมา ผักและผลไม้ส่วนใหญ่มีสีเขียว ความอยากจะมีมากกว่าปกติเพราะรู้ว่าดีต่อสุขภาพ แต่ถ้าคนที่ไม่ชอบทานผักจะรู้สึกว่าอาหารไม่อร่อย ไม่อยากกินเลย แต่ควรกินบ้าง ถ้าไม่อยากขาดสารอาหาร

สีขาว สื่อถึงความบริสุทธ์ อ่อนโยน เวลาทานอาหารที่มีสีขาวทำให้รู้สึกปลอดภัยว่าอาหารนั้นไม่เป็นโทษต่อร่างกาย จนบางทีลืมนึกถึงเจ้าแคลลอรี่ตัวร้ายที่แฝงอยู่ในอาหารนั้นไปเลย มารู้ตัวอีกทีก็หมดจานไปซะแล้ว

 

 

3 สี เผาผลาญน้ำหนัก

รู้กันหรือไม่ว่าสีบางสีเห็นแล้วความอยากถึงขั้นติดลบเลยก็มี อิทธิพลของสีกลุ่มนี้มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ เหมาะสำหรับคนที่จะลดน้ำหนักเป็นอย่างยิ่ง ขอแนะนำเลย

สีม่วง ช่วยลดความอยากอาหารได้ เพราะในธรรมชาติแล้วพืชผักสีม่วงมีให้เห็นตามท้องตลาดน้อยมาก ดังนั้นอาหารสีเข้มๆ อย่างสีม่วงมันทำให้รู้สึกว่าปลอม สกปรก หรือมีพิษ

สีน้ำเงิน หรือ ฟ้า ให้ความรู้สึกถึงความปลอดโปร่ง โล่งสบาย ผ่อนคลาย เมื่อสมองมีความรู้สึกดังกล่าวความอยากอาหารก็จะลดลง ใครที่อยากลดน้ำหนักลองหาอาหารสีนี้มาทาน แต่ถ้ามันยากเกินไปลองเปลี่ยนจานที่ใช้มาเป็นจานสีน้ำเงินหรือฟ้าแทนก็ช่วยได้ ลองดูสักอาทิตย์เผื่อจะผอม

สีดำ หรือ เทา ด้วยความรู้สึกหม่นหมอง น่ากลัว คล้ายมีเรื่องเศร้า มองยังไงก็ไม่มีความสุข ความรู้สึกไม่อยากใดๆ เกิดขึ้นทันที ช่วยลดความรู้สึกอยากกินอาหารได้มาก เช่น สปาร์เก็ตตี้เส้นดำ ครั้งแรกที่บางคนเห็นอาจคิดในใจว่ากินได้จริงหรือ

 

นอกจากสีจะมีอิทธิพลทางความเชื่อ การแต่งตัว การตกแต่งบ้านแล้ว สียังมีผลกับเรื่องปากท้องอีกด้วย การเลือกทานอาหารนอกจากมองเรื่องสีสันที่ชวนให้ทานแล้ว ต้องคำนึงถึงคุณประโยชน์และสารอาหารที่จะได้รับด้วย บางอย่างสีอาจไม่สวย แต่ถ้าทานแล้วดีก็ต้องทานบ้าง บางมื้อก็ยังดี


WFH_โอกาสทองลดอ้วน_Cover_1.jpg

zebertoothApril 8, 2020

เพราะงานวิจัยระบุว่าลดน้ำหนักได้ผลมากสุดคือต้องปรับวิธีกิน การกินส่งผลต่อน้ำหนัก 70-80% ขณะที่การออกกำลังกายส่งผล 20-30% วันนี้เราจึงเห็นสูตรกินลดอ้วนทั้งโลว์คาร์บ คีโต ไอเอฟ โดยสูตรไหนจะดีสุดต้องดูจากพฤติกรรมความชอบและร่างกายของแต่ละคน หรืออาจใช้วิธีผสมอย่าง คีโต+วีแกน หรือ IF + โลว์คาร์บ

 

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตจึงสรุปหลักการของแต่ละสูตรเผื่อผู้ที่ Work From Home จะใช้เป็นโอกาสทองสร้างหุ่นสวย สุขภาพดี

 

ที่มาของแต่ละสูตรกินลดอ้วน พัฒนาจากกลไกการเผาผลาญอาหารเป็นพลังงานของร่างกายซึ่งทั้งหมดมี 3 ส่วน

  1. เปลี่ยนแป้งและน้ำตาล เป็นไกลโคเจนสะสมในกล้ามเนื้อและตับ
  2. ไขมัน ส่วนนี้จะสะสมในเซลล์ทั่วร่างกายโดยเก็บเยอะสุดที่พุง ก้น ต้นคอ และเต้านม ซึ่งในส่วนแป้งและน้ำตาลหากเรากินเยอะเกิน ร่างกายจะเอาที่มีมากเกินไปเก็บรวมกับไขมันการเผาผลาญร่างกายจะใช้จากส่วนที่ 1 คือไกลโคเจนก่อน แต่ถ้าเรากินแป้งและน้ำตาลน้อย หรือออกกำลังกายประจำจนไกลโคเจนในส่วนที่ 1 หมด ร่างกายก็จะดึงไขมันที่อยู่ในส่วนที่ 2 ออกมาใช้เป็นพลังงาน นี่จึงเป็นที่มาสูตรลดอ้วนทั้งแบบโลว์คาร์บ คือลดแป้งและน้ำตาล และสูตร คีโต ที่บีบให้ร่างกายดึงไขมันมาเป็นพลังงาน
  3. โปรตีน ที่จะสะสมพลังงานในกล้ามเนื้อและร่างกายจะเอามาใช้ในภาวะฉุกเฉินหลังใช้พลังงานในส่วน 1และ 2 หมดแล้ว กรณีนี้จะพบจากเคสผู้ที่ออกกำลังกายมากเกินไป หรืออดอาหารประมาณ 7 วัน

 

 

หลักการของแต่ละสูตรลดอ้วน จะมีดังนี้

 

1.โลว์คาร์บ เน้นพืช ผัก และเนื้อสัตว์ งดแป้ง น้ำตาลรวมถึงงดผักที่มีแป้งเยอะอย่างมันเทศ ฟักทอง และผลไม้รสหวาน ทั้งนับปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่กินต่อมื้อให้น้อยกว่า 50 กรัม

เหมาะกับ : หนุ่มสาวที่ต้องออกงานสังคม หรือทำงานไม่เป็นเวลา

เกร็ดน่ารู้ : สูตรนี้ไม่เคร่งครัดเรื่องมื้ออาหาร ที่สำคัญเลี่ยงขนมและน้ำหวาน

 

2.คีโต งดแป้ง น้ำตาล กินไขมันดีทั้งไขมันจากพืช และสัตว์ อย่างเนย ชีส กินของทอดได้ กินมันอย่างกากหมูได้โดยให้มีสัดส่วนกินไขมัน 70% โปรตีน 25% และ คาร์บ 5% หากต้องเว้นน้ำอัดลม และเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ รวมถึงอาหารแปรรูปอย่างไส้กรอก หมูยอ

เหมาะกับ : หนุ่มสาวที่มุ่งมั่นลดน้ำหนักจริงจัง

เกร็ดน่ารู้ : สูตรนี้จะดียิ่งขึ้นเมื่อคู่กับการออกกำลังแบบคาร์ดิโอ หรือเดินเร็วอย่างน้อย 30 นาที

 

3.ไอเอฟ ลดน้ำหนักแบบจำกัดช่วงเวลาการกิน แยกเป็นหลายสูตรย่อย หากที่นิยมคือกิน 8 ชั่วโมง และอด 16 ชั่วโมง ซึ่งช่วงอดร่างกายจะดึงไขมันที่สะสมออกมาใช้ วิธีนี้ควรใช้คู่กับการกินแบบโลว์คาร์บคู่กับกินไขมันดีจากพืช เช่น น้ำมันมะกอก ถั่ว งา และอะโวคาโด

เหมาะกับ : หนุ่มสาวที่ทำงานเป็นเวลา หรือมีเวลาว่างแน่นอน

เกร็ดน่ารู้ : ควรใช้สูตรนี้คู่การออกกำลังแบบเวตเทรนนิ่งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสร้างมวลกล้ามเนื้อ

 

4.วีแกน จากวัตถุประสงค์เริ่มต้นที่ไม่ใช่เพื่อลดความอ้วน หากด้วยผลพวงทำให้ วีแกนเป็นอีกสูตรที่คนใช้ลดน้ำหนัก โดยวีแกน จะกินแต่พืชเป็นหลัก ไม่กินอะไรที่มาจากสัตว์แม้กระทั่งนม ไข่ ปลา

 

ปัจจุบันสูตรลดอ้วน มีการนำมาประยุกต์แบบผสมผสาน เช่นสูตรคีโต +วีแกน คือกินคาร์โบไฮเดรตให้น้อย กินพืชที่ให้ไขมันสูงแทนไขมันสัตว์ เช่นอะโวคาโด ทุเรียน ถั่ว น้ำมันมะกอก บางสูตรก็แนะนำ คีโต+ไอเอฟ หากจะเลือกแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน เมื่อรู้ที่มาของสูตรแล้วก็ปรับตามที่ชอบได้เลย แต่ทั้งนี้การเลือกสูตรใดต้องให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์และการออกกำลังกาย รวมถึงพักผ่อนให้เพียงพอ