-งบน้อย_Cover_1-1.jpg

kinyupen_adminMay 7, 2020

แม้ด้วยเทคโนโลยีของสมาร์ทโฟนจะทำให้การถ่ายภาพเป็นเรื่องง่ายสำหรับใครหลายคน แต่การถ่ายให้สวยนั้นก็อาจยังเป็นเรื่องยากอยู่ดี  กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอแนะนำ “3 เทคนิคง่ายๆ ในการถ่ายภาพอาหารให้ดูดีขึ้นในงบ 0 บาทด้วยโทรศัพท์มือถือ” โดยเพจ Kaan Photographer มาฝากกัน

 

1. เลือกแสง

เอาแสงธรรมชาติไว้ก่อนนะครับ จากรูปตัวอย่างนี้จะเห็นว่ารูปที่ถ่ายด้วยแสงธรรมชาติจะให้สีสันสดใส สมจริงของตัวอาหาร ส่วนรูปที่ถ่ายด้วยแสง warm light ของห้องจะมีสีเพี้ยน ถ้าเป็นไปได้ใช้แสงธรรมชาติครับ

2. เลือกมุม

วิเคราะห์อาหารของเราว่า มันเป็นรูปทรงไหน ถ้าเป็นอาหารแบนๆอย่างพิซซ่าหรือแกงต่างๆ มุม top จะสื่อสารออกมาได้ดีที่สุด

มุม 45 องศาคือมุมมาตรฐาน สามารถใช้ได้กับอาหารทุกรูปทรง
มุมต่ำกว่า 45 เหมาะกับอาหารที่ทรงสูงเช่นเบอร์เกอร์ เป็นต้นครับ

 

3. เลือกระยะ

แม้ช่วงนี้เราต้องห่างๆกัน แต่การถ่ายอาหารเข้าใกล้ๆได้นะครับ ฮ่าๆ กล้องของมือถือในยุคนี้สามารถเข้าไปถ่าย close up ได้ใกล้มาก เราก็เอาข้อได้เปรียบนี้ไปใช้ในการถ่ายอาหารได้

หันด้านที่เราอยากจะโชว์ แล้วเข้าไปถ่ายใกล้ๆ อื้มมมม อาโหร่ย

3 เทคนิคง่ายๆในการถ่ายภาพอาหารให้ดูดีขึ้นในงบ 0…

โพสต์โดย Kaan Photographer เมื่อ วันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2020


1.jpg

kinyupen_adminFebruary 26, 2020

สาวอเมริกันสอนวิธีโพสต์ท่าสวย แทนการใช้แอพฯ แต่งรูป ตั้งใจสื่อ โลกนี้ไม่มีร่างกายที่สมบูรณ์แบบ

เป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกคนย่อมอยากมีความสมบูรณ์แบบในทุกครั้งที่โพสต์รูปภาพของตัวเองลงบนสื่อโซเชียลออนไลน์ แต่มีหญิงสาวคนหนึ่งเธอกลับตั้งใจที่จะโพสต์ภาพเปรียบเทียบให้เห็นระหว่างความจริงๆ และภาพที่ถูกแต่งเติมที่ทำให้ดูสมบูรณ์แบบเกินจริงลงบนอินสตาแกรมส่วนตัว  เพื่อให้ผู้คนตระหนักว่า ภาพที่เห็นกับความเป็นจริงอาจจะไม่ใช่สิ่งเดียวกัน และนั่นไม่ได้สำคัญไปกว่าการเป็นตัวของตัวเอง ที่ย่อมไม่มีใครสมบูรณ์แบบ

 

ซาร่า พูห์โต คือหญิงสาวอเมริกันวัย 23 ปี กลายเป็นที่สนใจบนสื่อสังคมออนไลน์สหรัฐขึ้นมา  เมื่อเธอได้โพสต์ภาพส่วนตัวของเธอแสดงให้เห็นความเป็นตัวตนที่แท้จริงของเธอ กับ สิ่งที่ถูกแต่งเติมออกมาจนดูดีเกินเหตุ

 

 

ซาร่า บอกว่าเธอโพสต์ภาพแบบนี้มาตั้งแต่ปี 2559 โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะทำให้คนเห็นว่ารูปที่ถูกโพสต์ตามสื่อโซเชียลทั่วไปสามารถทำให้ดูสวยเกินจริงได้ ด้วยการเปลี่ยนการโพสต์ท่าถ่ายรูป ที่จะทำให้แต่ละคนมีบุคลิก หรือภาพที่ปรากฏแตกต่างออกไป โดยเฉพาะการอวดรูปบนอินสตาแกรม

 

จุดเริ่มต้นของแนวคิดนี้ เกิดจากที่ซาร่า เริ่มโพสต์ภาพของความคืบหน้าของเธอหลังการออกกำลังกายมาตั้งแต่ ปี 2558 โดยในการถ่ายรูปตอนนั้นเธอเพียงแค่เกร็งกล้ามเนื้อ เพื่อให้เกิดมุมที่ดีที่สุดในการถ่ายภาพแต่ละครั้ง แต่หลังจากนั้นได้เปลี่ยนการโพสต์รูปใหม่หลังจากเห็นว่าบรรดาอินฟลูเอนเซอร์ด้านการออกกำลังกายคนอื่นล้วนแล้วแต่โพสต์ภาพที่มีร่างกายดูดีทั้งสิ้น  ทำให้ตัวเธอเองรู้สึกไม่มั่นใจในรูปร่างของตัวเองเมื่อเปรียบเทียบกับพวกเขาเหล่านั้นที่มักจะสวยงามอยู่เสมอ

 

“ฉันคิดว่าหลายคนที่ได้ดูรูปภาพสวยๆ ที่ฉันพยายามสื่อออกไป ก็อาจจะรู้สึกเช่นเดียวกับฉันก็ได้” ซาร่าบอก เพราะในตอนที่โพสต์รูปสวยๆ เธอต้องพยายามอย่างเต็มที่เพื่อหามุมที่ดีที่สุดและมุมที่สวยที่สุดอยู่นาน ทั้งที่จริงๆ แล้วร่างกายที่แท้จริงของเธอก็ไม่ได้เป็นเหมือนอย่างที่โพสต์ตลอดเวลา ดังนั้นจึงคิดที่จะแบ่งปันความคิดของตัวเองในเรื่องของความเป็นจริงที่ว่า ส่วนใหญ่แล้วรูปร่างของเธอก็ไม่ได้สวยงามเหมือนในรูปภาพสักหน่อย จากนั้นจึงเริ่มที่จะโพสต์รูปเปรียบเทียบระหว่างภาพที่ใช้มุมในการโพสต์ถ่ายภาพระหว่างมุมที่ดี และมุมปกติที่อาจจะทำให้ดูไม่สวย  ซึ่งทุกคนล้วนมีมุม หรือท่าโพสต์ท่าส่วนตัวของตัวเองที่ในการถ่ายรูปที่จะทำให้ตัวเองดูดีในรูปถ่ายอยู่แล้ว

 

ซาร่าบอกว่า ก่อนหน้านี้เธอมักรู้สึกไม่ดีเมื่อเห็นร่างกายคนอื่นที่สวยงามได้รูป จนทำให้รู้สึกเปรียบเทียบ และตั้งคำถามว่าเป็นเพราะเธอออกกำลังกายน้อยเกินไปหรือเปล่า จริงๆ แล้วส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหานี้กับคนที่มักนำไปเปรียบเทียบกับตัวเอง คือสังคมมักจะยกย่องความสวยงามกับร่างกายประเภทหนึ่งเท่านั้น  ทำให้คุ้นเคยกับการดูภาพที่ถูกชื่นชมว่า “ร่างกายที่สมบูรณ์แบบ” บนโซเชียลมีเดียจนทำให้เกิดความอยากเป็นเหมือนในภาพบ้าง จนลืมสิ่งที่เรียบง่าย และปกติของมนุษย์ทั่วไปต้องเป็น เช่น ท้องอืด หรือ มีหน้าท้องหนา อยู่บ้างอยู่แล้ว

 

แต่เมื่อสื่อสังคมออนไลน์กำลังกลายเป็นเรื่องยากที่จะหลีกเลี่ยงในปัจจุบัน มันก็ย่อมจะเป็นเรื่องยากที่ผู้คนที่เสพสื่อพวกนี้จะไม่เปรียบเทียบตัวเรากับภาพถ่ายที่เห็นในโซเชียลมีเดียอยู่แล้ว  จนนำไปสู่การใช้เครื่องมือแอพลิเคชั่นตกแต่งภาพจนทำให้ดูไม่สมจริง

 

ดังนั้นสิ่งที่ซาร่าพยายามทำและโพสต์รูปลงบนอินสตาแกรมของเธอ คือการใช้มุมกล้อง แสง หรือการโพสต์แทนการใช้เทคโนโลยีพิเศษ และนั่นทำให้โพสต์ของเธอกลายเป็นที่สนใจและได้รับความนิยม เพราะสะท้อนให้เห็นความเป็นธรรมชาติ และการแก้ไขด้วยสิ่งที่เป็นธรรมชาติ ได้เริ่มทำให้ผู้ที่ติดตามของเธอมีความมั่นใจในรูปร่างของตัวเอง และยอมรับความเป็นจริงของร่างกายมนุษย์ตามธรรมชาติทั่วไป

 

“ฉันคิดว่ามันช่วยให้เราตระหนักว่าความสมบูรณ์แบบที่เรากำลังไล่ล่านั้นไม่มีอยู่จริงและเราควรเรียนรู้ที่จะเริ่มเห็นคุณค่าของตัวเองว่าเราเป็นอย่างไร ดังนั้นเราไม่ควรรู้สึกว่าจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง และรักตัวเองในสิ่งที่เป็น แต่ก็อย่าลืมดูแลสุขภาพของตัวเองด้วย” ซาร่ากล่าวในตอนท้าย

 


5-สิ่งสำคัญที่ห้ามโพสต์ลงโซเชียลฯ-เพื่อความปลอดภัย-ไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ_web.jpg

kinyupen_adminNovember 14, 2018

การใช้สื่อโซเชียลมีเดียให้ระมัดระวัง 5 สิ่งสำคัญที่ห้ามโพสต์เด็ดขาด! เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ เพราะหากพลาดเมื่อไหร่ อาจเกิดความเสียหายต่อตนเองได้โดยไม่รู้ตัว วันนี้ทีมงานกินอยู่เป็น 360องศาแห่งการใช้ชีวิต จึงขอนำเคล็ดลับดีๆ มาฝาก

ในยุคที่สังคมมีเทคโนโลยีเป็นปัจจัยหนึ่งในการดำเนินชีวิต เพื่ออำนวยความสะดวกในหลาย ๆ ด้าน อินเทอร์เน็ตจึงเป็นสื่อที่นับได้ว่าตอนนี้แทบจะสำคัญกับทุก ๆ คนเลยก็ว่าได้ เมื่อมีอินเทอร์เน็ตเข้ามาบนโลกนี้ก่อให้เกิดโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินตาแกรม ฯลฯ งานนี้สาวกโซเชียลมีเดียก็ไม่พลาดที่จะใช้งานอย่างสนุกสนาน ทั้งโพสต์ ข้อความ โพสต์ภาพ วีดิโอ กดไลท์ กดแชร์ ฯลฯ เรียกได้ว่าโซเชียลมีเดียเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของชีวิตเลยก็ว่าได้

การโพสต์ข้อความหรือรูปของแต่ละคน ในความเป็นจริงแล้วมีอันตรายแอบแฝงอยู่ เพราะเมื่อพูดถึงโทษของโซเชียลมีเดียแล้ว คือ ช่องทางการก่อเหตุอาชญากรรมของเหล่ามิจฉาชีพบนโลกออนไลน์ สุดท้ายคุณอาจจะกลายเป็นหนึ่งใน “เหยื่อ” อาชญากรรมบนโลกออนไลน์ก็เป็นไปได้

ผู้เชี่ยวชาญด้านโซเชียลมีเดีย แนะนำทุก ๆ คนถึงการใช้งานโซเชียลมีเดีย ให้ระมัดระวังการใช้งาน โดยเฉพาะการโพสต์ข้อความหรือภาพผ่านสื่ออินเทอร์เน็ต เพราะหากพลาดไป อาจะเกิดความเสียหายต่อตนเองได้โดยไม่รู้ตัว

1. บัตรประจำตัวประชาชน บัตรนักเรียน-นศ. หรือบัตรที่ทางราชการออกให้

การโพสต์ภาพบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรที่ทางราชการออกให้ ถือเป็นเรื่องอันตรายมาก เพราะข้อมูลในบัตรประชาชน ที่มีทั้งเลขประจำตัวทั้ง 13 หลัก , ชื่อ-นามสกุล , ที่อยู่ รวมถึงรูปถ่ายบนบัตร หากโพสต์ลงไปบนสื่อออนไลน์ แล้วมิจฉาชีพมาเจอเข้า งานนี้เสร็จโจรทันที เพราะมิจฉาชีพเหล่านี้จะนำข้อมูลจากบัตรหรือภาพบัตรประชาชนไปใช้ในการทำธุรกรรมทางการเงิน และที่หนักที่สุดคือการปลอมแปลงเอกสารรูปภาพบนบัตรประชาชน ซึ่งคนที่จะเดือดร้อนก็คือตัวเจ้าองบัตรนั่นเองที่ต้องแบกรับภาระทั้งหมดแทนมิจฉาชีพ

2. ข้อมูลส่วนตัว

ข้อมูลส่วนตัว ทั้งเบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ วันเกิด ชื่อของสมาชิกครอบครัว และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับตนนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ควรโพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์เด็ดขาด เพราะข้อมูลส่วนตัวดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อเหตุของเหล่ามิจฉาชีพ ในการขโมยอัตลักษณ์บุคคลไปใช้ในทางเสียหาย หรือแอบอ้างแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ

3. ตั๋วเครื่องบิน

จะว่าไปหลายคนอาจจะคิดว่าการโพสต์ภาพตั๋วเครื่องบินไม่น่าจะมีอะไรเสียหาย เพราะมันก็แค่ตั๋วเครื่องบินเท่านั้นเอง แต่จริงๆ แล้ว ตั๋วเครื่องบินหรือบอร์ดดิ้งพาสถ้าโพสต์ลงไปในโซเชียลมีเดียเมื่อไหร่ มิจฉาชีพมียิ้มแน่ๆ เพราะตั๋วเครื่องบินหรือบอร์ดดิ้งพาสมีข้อมูลที่ประกอบด้วย ชื่อ-นามสกุล , จุดออกเดินทาง-จุดหมายปลายทาง , บาร์โค้ด มิจฉาชีพสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของเรา สั่งยกเลิกเที่ยวบิน หรือที่หนักสุดคือการตัวเลขบัตรเครดิตบนตั๋วเครื่องบินสามารถนำไปสวมรอยใช้บัตรเครดิตได้ วิธีป้องกันคือ โพสต์ภาพตั๋วเครื่องบินได้ แต่ในภาพห้ามมีข้อมูลส่วนตัวของเราหลุดออกไปเด็ดขาด หรือหากเดินทางเสร็จแล้วควรทำลายตั๋วทิ้ง

4. ภาพวาบหวิว-อนาจาร

เพราะหุ่นเราดี เฟอร์เฟค เป็นใคร ๆ ก็อยากอวดให้คนอื่นได้เห็นบ้าง แต่ในทางกลับกัน ภาพวาบหวิวของของเรา ไม่ว่าจะเป็นภาพชุดว่ายน้ำ ถือเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพนำภาพของเราไปใช้ในทางที่เสียหาย เช่น ภาพโฆษณาภาพยนตร์สื่อลามก-อนาจาร เป็นต้น อาจะส่งผลเสียต่อตัวคุณ เพราะคุณอาจจะถูกโรคจิตตามมารังควาญในโซเชียลมีเดีย จนกระทั่งไปสู่การคุกคามทางเพศในที่สุด ฉะนั้น การโพสต์ภาพวาบหวิวขอให้ระมัดระวัง คำนึงถึงความเหมาะสมสักเล็กน้อย

5. บัตรเอทีเอ็ม / บัตรเครดิต / บัตรเดบิต

บัตรที่เกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงินทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น บัตรเอทีเอ็ม / บัตรเครดิต / บัตรเดบิต หลายคนอาจจะโพสต์อวดเพราะคิดว่าลายบนบัตรที่มีรูปการ์ตูนสวยดี เลยอาบยากอวดให้เพื่อนๆ ในโลกออนไลน์เห็น แต่ในความเป็นจริงแล้ว การโพสต์รูปบัตรดังกล่าว หากเราไม่ได้เซ็นเซอร์หมายเลขบนบัตร ก็ทำให้มิจฉาชีพเข้าถึงข้อมูลในบัตรเหล่านั้นได้ แล้วยิ่งปัจจุบันการซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์กำลังเป็นที่นิยม สะดวก สบาย ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปที่ร้าน ฉะนั้น เหล่ามิจฉาชีพสามารถเจาะเข้าข้อมูลของบัตรเครดิต บัตรเอทีเอ็ม ในการนำไปใช้แอบซื้อสินค้าต่าง ๆ ด้วย

การโพสต์อะไรต่าง ๆ นา ๆ ในโซเชียลมีเดีย เราอย่าคำนึงถึงความสนุกสนานหรือความบันเทิงเท่านั้น ดังนั้น จะโพสต์อะไรก็ตามขอให้ใช้ความระมัดระวังมากขึ้น มิฉะนั้น คุณเองอาจจะตกเป็นเหยื่อของเหล่ามิจฉาชีพโดยไม่รู้ตัว

ทีมงานกินอยู่เป็น 360องศาแห่งการใช้ชีวิต