_ร้านดังผุดแคมเปญ-งดใช้ถุงพลาสติก-รณรงค์ลูกค้า-ยืดอก-พกถุงผ้า_web.jpg

kinyupen_adminAugust 21, 2019

การจับจ่ายใช้สอยโดยใช้ถุงพลาสติกหิ้วสิ่งของเมื่อไปซื้อของตามร้านต่าง ๆ เพียง 1 ใบ ต้องใช้เวลาการย่อยสลายทั้งหมด 450 ปี ดังนั้น ห้างและร้านค้าหลายแห่งเริ่มรณรงค์และให้ความสำคัญเรื่องภาวะโลกร้อนมากขึ้น กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต รวบรวมห้างและร้านค้าที่จัดแคมเปญงดใช้ถุงพลาสติกมาฝากกัน

 

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอนำเสนอเรื่องราวดี ๆ เอาใจคนรักสิ่งแวดล้อมกันสักหน่อย ต้องบอกเลยว่าในช่วงนี้ถือได้ว่าเป็นช่วงที่มีการรณรงค์เรื่องการลดภาวะโลกร้อนมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงปี 2550 จนถึงปัจจุบัน หนึ่งในสิ่งที่จะช่วยลดภาวะโลกร้อนได้ก็คือ “ถุงพลาสติก” ที่ไว้สำหรับใส่หรือหิ้วสิ่งของต่าง ๆ นา ๆ

 

รู้หรือไม่ว่า ถุงพลาสติกที่มีการแจกให้กับลูกค้าที่ไปซื้อของตามร้านต่าง ๆ เพียง 1 ใบ ต้องใช้เวลาการย่อยสลายทั้งหมด 450 ปี และหากทุก ๆ ปี มีคนช็อปปิ้งทั่วโลกแล้วใช้ถุงพลาสติกมากกว่า 10,000 ล้านใบ/ปี จะต้องใช้เวลาย่อยสลายนานกว่า 1,000 ปี

 

การกำจัดถุงพลาสติกเป็นปัญหาระดับชาติที่มีระยะเวลากว่าจะย่อยสลายยาวนาน ถ้านำไปฝังกลบจะทำให้พื้นดินบริเวณนั้นทำการเกษตรไม่ได้ ถ้านำไปเผาแล้วไหม้ไม่สมบูรณ์จะเกิดก๊าซพิษ หรือถ้าเผาไหม้สมบูรณ์ไปแล้วก็ยังเกิดมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีคุณสมบัติอมความร้อนทำให้โลกร้อนขึ้น แต่ในความเป็นจริงอันน่าเศร้าคือไม่มีการเผาไหม้พลาสติกครั้งไหนสมบูรณ์เลย เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่เผาจะเกิดทั้งก๊าซพิษและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กระจายไปบนชั้นบรรยากาศ หมายความว่า “ถ้าเราไม่หยุดหรือลดใช้พลาสติก โลกก็ไม่มีทางหายจากภาวะโลกร้อน”

จริง ๆ แล้ววิธีแก้ปัญหาง่าย ๆ เลย ก็คือ การเลือกใช้สิ่งของทดแทนพลาสติกในชีวิตประจำวัน หรือใช้บรรจุภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติ นำมาใช้ซ้ำใหม่ได้อีกหลาย ๆ รอบ เราจะเห็นได้ว่า ปัจจุบันหลายภาคส่วนเริ่มให้ความสำคัญและจัดกิจกรรมรณรงค์กันแล้ว โดยเฉพาะห้างสรรพสินค้าชั้นนำ หรือร้านค้าดัง ๆ เริ่มรณรงค์ให้ลูกค้าหันมาใช้ถุงผ้ากันมากขึ้น โดยมีการจัดโปรโมชั่นต่าง ๆ เพื่อคืนกำไรให้กับลูกค้าที่ไม่ใช้ถุงพลาสติก ตอนนี้มีห้างใด ร้านใดบ้างที่จัดกิจกรรมรณรงค์แบบนี้ กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต รวบรวมเอาไว้ให้แล้ว

1. ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ : จัดกิจกรรม The Mall Group “Go Green” ร่วมรักษ์โลก งดบริการถุงพลาสติก ตั้งแต่วันที่ 3 กรกฏาคมเป็นต้นไป ทั้งเดอะมอลล์, ดิ เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอเทียร์, พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์, บลูพอร์ต หัวหิน และกูร์เมต์ มาร์เก็ต ทุกสาขา โดยขอให้ลูกค้านำถุงผ้าช้อปปิ้งมาด้วยตนเอง หากมีความประสงค์จะรับถุงพลาสติก ขอความร่วมมือบริจาคเงิน 1 บาทต่อถุงพลาสติก 1 ใบ เพื่อนำไปสนับสนุนการทำงานด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกับ WWF-ประเทศไทย

2. เทสโก้ โลตัส : ร้านเทสโก้โลตัส เอ็กซ์เพรส ทั้ง 3 สาขาบนเกาะช้าง ประกาศให้เป็นร้านปลอดถุงพลาสติก ตั้งแต่ 3 กรกฏาคมนี้ ต่อมา เทสโก้โลตัส มีร้านค้าปลอดถุงพลาสติกทั้งหมด 8 สาขา ได้แก่ สาขาถนนนวมินทร์, สาขา I’m Park, สาขาจามจุรีสแควร์, สาขาซอยมัณฑนา, สาขามหาวิทยาลัยขอนแก่น, สาขาไชยเชษฐ์, สาขาไก่แบ้ และสาขาคลองพร้าว นอกจากนี้ ทุกวันที่ 4 ของเดือน เทสโก้โลตัสทั้ง 2,000 สาขาทั่วประเทศงดแจกถึงพลาสติกเช่นกัน หากลูกค้าไม่รับถุงพลาสติกจะได้รับแต้มคลับการ์ด 50 แต้มทุกครั้งด้วย

3. ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล : ทำแคมเปญ “เซ็นทรัล เลิฟ ดิเอิร์ธ เซย์โน ทู พลาสติก แบ็กส์” โดยเริ่มเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลทุกสาขา, โรบินสัน, เซน, บีทูเอส, ออฟฟิศเมท, ซูปเปอร์สปอร์ต, เพาเวอร์บาย, ไทวัสดุ, บ้านแอนด์บียอนด์ ฯลฯ โดยลูกค้าที่ไม่รับถุงพลาสติก จะได้รับคะแนนเดอะวันการ์ดเพิ่ม 10 คะแนน และทุกวันอังคารที่ 4 แต่ละสัปดาห์จะได้รับคะแนนเดอะวันพิเศษอีก 8 คะแนน

4. ห้างแม็คโคร จัดโครงการ Say Hi to Bio, Say No to Foam เพื่อหยุดการจำหน่ายภาชนะโฟมบรรจุอาหารใน 12 สาขานำร่อง เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการให้หันมาเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

5. บิ๊กซีซูเปอร์มาร์เก็ต รณรงค์ใช้ถุงผ้าแทนใช้ถุงพลาสติกทุกวันที่ 4 ของเดือน พร้อมรับคะแนนพิเศษเพิ่มทันที 200 คะแนน

6. แม็กซ์แวลู ซูเปอร์มาร์เก็ต และแม็กซ์แวลู ทันใจ ออกแคมเปญรณรงค์ให้ทุกคนงดใช้ถุงพลาสติกทุกวันที่ 4 ของเดือน หากนำถุงผ้ามาเองหรือไม่รับถุงจะได้รับคะแนน My Bay เพิ่ม 3 คะแนนต่อใบเสร็จ

7. เซเว่นอีเลฟเว่น จัดโครงการ “ลดวันละถุง คุณทำได้” ลดการใช้ถุงพลาสติกและใช้เป็นยอดบริจาคให้กับโครงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลชุมชน และโครงพยาบาลในถิ่นทุรกันดาร 77 แห่งทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา

8. แฟมิลี่มาร์ท รณรงค์งดแจกถุงทุกวันที่ 4 ของเดือน โดยมีถุงผ้าเคลือบรักษ์โลกขายใบละ 29 บาท โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้มูลนิธิอนุรักษ์สัตว์ทะเล บางสาขามีบริการให้ยืมถุงผ้าด้วย

9. แฟมิลี่มาร์ท จัดแคมเปญรณรงค์ให้ลูกค้าปฏิเสธรับถุงพลาสติกทุกวัน และทุกวันที่ 4 ของเดือนจะงดแจกถุงพลาสติกด้วย

 

ทั้งหมดนี้คือห้างสรรพสินค้าและร้านค้าที่จัดกิจกรรมรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติก ฉะนั้น ถ้าจะไปใช้บริการที่ห้างหรือร้านค้าเหล่านี้ อย่าลืมพกถุงผ้าติดไม้ติดมือไปด้วย มาร่วมลดการใช้ถุงพลาสติกและเปลี่ยนมาใช้ถุงผ้าและภาชนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่วันนี้ เพื่อปรับและเปลี่ยนพฤติกรรมของทุก ๆ คนให้มีจิตสำนึกในการรักษ์โลก รักษาสิ่งแวดล้อม และนี่คือวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


-ห้ามใช้-ถุงพลาสติก-หากฝ่าฝืนเจอปรับอ่วม_web.jpg

kinyupen_adminJanuary 3, 2019

เกาหลีใต้ออกกฎหมายห้ามใช้ถุงพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง ตามห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต และร้านค้าทั่วประเทศ เพื่อลดปริมาณขยะพลาสติกและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หากฝ่าฝืนจะถูกปรับเป็นเงินปรับ 3 ล้านวอน

เชื่อว่าหลายประเทศต่างพยายามรณรงค์ในเรื่องของการลดปัญหาภาวะโลกร้อนด้วยวิธีต่าง ๆ หนึ่งในวิธีที่หลายประเทศพยายามรณรงค์กันคงหนีไม่พ้นเรื่องของการลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกนั่นเอง หลายประเทศพยายามรณรงค์เรื่องดังกล่าว แต่ในบางประเทศกเอาจริงกับเรื่องนีถึงขั้นออกเป็นกฎหมายเลยก็ว่าได้ อย่างก่อนหน้านี้ที่ประเทศนิวซีแลนด์ก็มีการประกาศยกเลิกการใช้ถุงพลาสติก ซึ่งหากพบว่าร้านค้าใดมีการฝ่าฝืนกฎดังกล่าว จะถูกปรับเป็นเงิน 100,000 ดอลลาร์นิวซีแลนด์เลยทีเดียว ล่าสุด เกาหลีใต้เป็นอีกหนึ่งประเทศที่เดินหน้าออกกฎระเบียบในเรื่องดังกล่าวแล้ว

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปติดตามเรื่องราวจากสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานว่า ประเทศเกาหลีใต้ออกกฎหมายลดการใช้ถุงพลาสติก ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา โดยได้มีการบังคับห้างสรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต และร้านค้าทั่วประเทศ ห้ามนำถุงพลาสติกประเภทถุงพลาสติกใช้แล้วทิ้งมาใช้หรือให้บริการกับลูกค้าโดยเด็ดขาด ยกเว้น จะใช้สำหรับบรรจุผลิตภัณฑ์ประเภทเนื้อปลาและสัตว์ หากพบว่ามีการฝ่าฝืน จะถูกลงโทษโดยการปรับเป็นเงินสูงถึง 3 ล้านวอน (ประมาณ 8.6 หมื่นบาทไทย)

โดยหลังจากที่มีการประกาศใช้กฎหมายดังกล่าวแล้ว ซุปเปอร์มาร์เก็ตในเกาหลีใต้ก็เตรียมเสนอแนวทางเลือกใหม่ โดยนำถุงผ้าหรือถุงกระดาษที่สามารถรีไซเคิลได้มาให้บริการแก่ลูกค้าแทน

รัฐมนตรีกระทรวงสิ่งแวดล้อมเกาหลีใต้ กล่าวว่า สำหรับกฎหมายดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและบริหารจัดการเรื่องขยะรีไซเคิล และเดินหน้าลดการใช้ถุงพลาสติกและพลาสติกชนิดใช้แล้วทิ้งประเภทอื่น ๆ รวมถึงหลอดพลาสติกอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้มีหลายประเทศที่ออกกฎหมายห้ามใช้ถุงพลาสติกหรือให้เก็บภาษีถุงพลาสติกไปแล้ว ได้แก่ ออสเตรเลีย อังกฤษ ฝรั่งเศส จีน นิวซีแลนด์ เนเธอร์แลนด์ และ เกาหลีใต้ และนี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


10-เรื่องจริงของ-ถุงพลาสติก-ต้นกำเนิดที่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม_web.jpg

kinyupen_adminDecember 4, 2018

เพราะปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจาก “ถุงพลาสติก” ประชาชนบางส่วนอาจจะยังไม่ทราบว่า “ถุงพลาสติก” เป็นต้นกำเนิดของมลพิษและส่งผลเสียต่อสภาพแวดล้อมของโลก “กินอยู่เป็น” จึงได้รวบรวม 10 เรื่องจริงของ “ถุงพลาสติก” ที่เป็นต้นกำเนิดแห่งมลพิษของสิ่งแวดล้อม

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปติดตามเรื่องราวของ “ถุงพลาสติก” หนึ่งสิ่งที่มีตามร้านค้า ร้านขายของชำ รวมไปถึงห้างสรรพสินค้า อำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าผู้ที่มาใช้บริการ ในการหิ้วสินค้าจำนวนมาก ๆ กลับบ้าน ข้อดีของถุงพลาสติก คือ สามารถพับเก็บและพกพาไปได้ หยิบขึ้นมาใช้ในยามจำเป็นได้ทุกเมื่อ แต่จะรู้หรือไม่ ในทางกลับกัน “ถุงพลาสติก” เป็นตัวการสำคัญในการทำลายสิ่งแวดล้อม เพราะกว่าจะย่อยสลายได้ต้องใช้เวลานานหลายร้อยปี และยิ่งหากนำถุงพลาสติกมาเผาไฟ ก๊าซพิษที่เผาไหม้จะสะสมและทำลายในชั้นบรรยากาศ ทำให้รังสียูวีไม่สามารถสะท้อนกลับได้ จึงทำให้เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนขึ้น

จากข้อมูลพบว่า ประเทศไทยติดหนึ่งในประเทศที่ปล่อยขยะพลาสติกลงสู่ทะเล หนึ่งในนั้นคือถุงพลาสติกใส่สินค้าที่คนทั่วไปนิยมใช้เป็นจำนวนมาก เมื่อถุงพลาสติกดังกล่าวถูกทิ้งลงไปในแม่น้ำ กระทั่งไหลผ่านลงสู่ท้องทะเล ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในท้องทะเลรวมไปถึงสิ่งแวดล้อมในระยะยาวอย่างมาก เนื่องจากถุงพลาสติก 1 ใบ ใช้เวลาในการย่อยสลายนานถึง 450 ปี

ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจาก “ถุงพลาสติก” ประชาชนบางส่วนอาจจะยังไม่ทราบเรื่องจริงของ “ถุงพลาสติก” ที่เป็นต้นกำเนิดของมลพิษและส่งผลเสียต่อสภาพแวดล้อมของโลก กินอยู่เป็น 360 องศา แห่งการใช้ชีวิต จึงได้รวบรวม 10 เรื่องจริงของ “ถุงพลาสติก” ที่เป็นต้นกำเนิดแห่งมลพิษของสิ่งแวดล้อม

1. ถุงพลาสติกเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่มีน้ำหนักเบา พับเก็บได้ พกพาได้ง่าย พัฒนาและขยายผลมาจาก “เซลลูลอยด์” ที่สังเคราะห์ขึ้นจากความต้องการหาวัสดุทดแทนงาช้าง ในการผลิตลูกบิลเลียดในช่วงปี 1868

2. ถุงพลาสติกเป็นหนึ่งในของใช้ยอดนิยมของคนทั่วโลก ปัจจุบันมียอดการใช้งานถุงพลาสติกจำนวน 5 แสนล้าน – 1 ล้านล้านใบต่อปี เฉลี่ยทุก ๆ 1 นาที มีการใช้ถุงหิ้วอย่างน้อย 1 ล้านใบ

3. ถุงพลาสติกจำนวน 5 แสนล้านใบ ต้องใช้พลังงานการผลิตจากน้ำมันจำนวน 9,000 ล้านลิตร

4. ถุงพลาสติกเป็นของใช้ที่มีอายุการใช้งานสั้น จะแปรสภาพเป็นขยะทันทีหลังจากการใช้งานหรือเกิดการชำรุด ซึ่งใช้เวลาในการย่อยสลายนานถึงกว่า 450 ปี

5. ถุงพลาสติกประเภทหูหิ้ว แม้จะเป็นชนิดที่นำไปรีไซเคิลได้ แต่ปัจจุบันมีการนำกลับไปรีไซเคิลน้อยมาก จากการสำรวจพบว่าทุกตารางกิโลเมตรทั่วโลกจะมีขยะพลาสติกราว 46,000 ชิ้น

6. ทุก ๆ ปี ประชาชนทั่วโลกจับจ่ายซื้อของโดยใช้ถุงพลาสติก 10,000 ล้านใบต่อปี ซึ่งจะต้องใช้เวลาย่อยสลายนานกว่า 1,000 ปี

7. ถุงพลาสติก 1.6 ล้านใบ นำไปเรียงเป็นเส้นรอบวงโลกได้ 1 รอบ

8. ทุก ๆ 1 ตารางไมล์ จะพบถุงพลาสติก 46,000 ใบ ลอยในมหาสมุทร ส่งผลให้แต่ละปีมีนกทะเลตาย 1 ล้านตัว และสัตว์ทะเลอื่น ๆ จำนวน 100,000 ตัว และปลาอีกจำนวนนับไม่ถ้วน

9. แต่ละปีจะมีเต่าทะเลและสัตว์น้ำจำนวนมากต้องตายจากการกินพลาสติก โดยเฉพาะถุงพลาสติก เนื่องจากมันคิดว่าเป็นอาหาร

10. ถุงพลาสติกที่คนไทยใช้งานกันตลอด 1 ปีนั้น หากเอามาต่อ ๆ กัน จะได้เป็นระยะทางเท่ากับการเดินทางไป-กลับ ดวงจันทร์ ถึง 7 รอบเลยทีเดียว

แล้วเราจะลดการใช้ “ถุงพลาสติก” ได้อย่างไร วิธีการง่าย ๆ เพียงแค่นำ “ถุงผ้า” หรือ “ตะกร้า” ไปใส่ของแทน ตอนซื้อของก็บอกกับคนขายว่า “ไม่ต้องถุงนะครับ/คะ” , “ใช้ถุงกระดาษ” บางร้านค้าใช้ถุงในรูปแบบของกระดาษแทนถุงที่เป็นพลาสติก เนื่องจากถุงพลาสติกย่อยสลายยาก และ “ใช้ถุงพลาสติกแบบย่อยสลายได้” ถุงประเภทนี้จะผสมสารย่อยสลายที่แทรกตัวอยู่ในโมเลกุลของเม็ดพลาสติก สารย่อยสลายดังกล่าวเมื่อเจอกับแสดงแดดก็จะทำปฏิกิริยากับเม็ดพลาสติกให้โมเลกุลแตกสลาย ใช้เวลาประมาณ 1 ปีในการย่อยสลาย

อย่างไรก็ตาม หลายภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชนต่างให้ความสำคัญและมีการรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงผลเสียของการใช้ถุงพลาสติก จะว่าไปปัญหาจากขยะพลาสติกสามารถแก้ปัญหาได้ เริ่มต้นที่ตัวเราเองในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดการใช้ถุงพลาสติก แค่นี้ก็สามารถเพิ่มความน่าอยู่ของโลกใบนี้ได้อย่างมาก สุดท้ายแล้วสิ่งแวดล้อมบนโลกของเราจะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นหรือแย่ลงขึ้นตัวที่เราเอง และนี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต

 

ขอขอบคุณ : เนื้อหาจาก sanook.com


-งดใช้ถุงพลาสติก-เทรนด์ใหม่ปลุกกระแสให้คนรักษ์โลก_web-1.jpg

kinyupen_adminDecember 4, 2018

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปติดตามเรื่องราวที่หลายหน่วยงานรณรงค์ให้ประชาชน “งดใช้ถุงพลาสติก” แล้วหันมาใช้ถุงผ้าหรือตะกร้าแทน ปลุกกระแสให้คนในสังคมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไม่ทำร้ายโลก ให้กระแสรักษ์โลกกลายเป็นเทรนด์ใหม่ในสังคมไทย

ทุกวันนี้เมื่อต้องเดินทางไปซื้อสิน้คาตามร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ หรือแม้กระทั่งห้างสรรพสินค้า ส่วนใหญ่ทางร้านก็จะให้ถุงพลาสติกใส่ของมาด้วย เพื่อความสะดวกสบายของลูกค้าในการหิ้วสินค้าที่ซื้อจากทางร้านนำกลับไปที่บ้าน จากความสะดวกสบายของลูกค้าจนทำให้หลายคนลืมมองไปว่า “ถุงพลาสติก” มีผลทำให้เกิดภาวะโลกร้อน เนื่องจากถุงพลาสติก 1 ใบ ต้องใช้เวลาย่อยสลายนานถึง 450 ปี หากนำถุงพลาสติกไปเผา ก็จะทำให้เกิดสารประกอบไฮโดรคาร์บอน มีผลทำให้เกิดมลภาวะทำให้โลกร้อนอีกด้วย

จากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษระบุว่า ประเทศไทยมีการผลิตพลาสติกประมาณ 8.5 ล้านตันต่อปี ซึ่งในช่วง 2 ปีหลัง มีมากถึง 1-2 แสนตันต่อปี ทั้งนี้พลาสติกที่ผลิตใช้ในประเทศจะถูกนำมาใช้เป็น บรรจุภัณฑ์ต่างๆ 45% เครื่องใช้ไฟฟ้า 15% งานก่อสร้าง 12% และที่เหลืออื่นๆ จนทำให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีปริมาณขยะพลาสติกและขยะที่ย่อยสลายยากติดอันดับของโลก โดยมีสถิติการใช้ถุงพลาสติกมากถึง 45,000 ล้านใบต่อปี โดยมีโฟมบรรจุอาหาร 6,758 ล้านใบต่อปี แก้วพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวจำนวน 9,750 ล้านใบ

จากปัญหาข้างต้น ทำให้หลายหน่วยงานต่างให้ความสำคัญ จึงพยายามรณรงค์ให้ประชาชนใส่ใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ปลุกกระแสให้คนในสังคมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่ทำร้ายโลก ให้กระแสรักษ์โลกกลายเป็นเทรนด์ใหม่ในสังคมไย ด้วยการลดการใช้ถุงพลาสติก หันมาใช้ถุงผ้าหรือตะกร้าแทน เพราะถุงพลาสติกส่วนใหญ่จะใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง แต่ถุงผ้านั้นสามารถนำกลับมาใช้ได้หลายครั้ง จริง ๆ แล้วมีการรณรงค์มานานพอสมควร แต่ยังไม่มีการลงมือปฏิบัติกันอย่างจริงจัง กระทั่งเมื่อช่วง 1-2 ปีที่แล้ว เริ่มมีบางประเทศมีการรณรงค์และฏิบัติกันอย่างจริงจัง อย่างเช่น ที่ประเทศนิวซีแลนด์ ที่ทางการได้มีการประกาศงดใช้ “ถุงพลาสติก” เพื่อลดปัญหามลพิษที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของนิวซีแลนด์ ซึ่งกฏดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในปีหน้า (ส.ค.2562) โดยร้านค้าภายในนิวซีแลนด์จะต้องยกเลิกการใช้ถุงพลาสติก ซึ่งหากพบว่าร้านค้าใดมีการฝ่าฝืนกฎดังกล่าว จะถูกปรับเป็นเงิน 100,000 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ หรือคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 2,200,000 บาท (อ่านเพิ่มเติม : นิวซีแลนด์ประกาศงดใช้ “ถุงพลาสติก” ลดปัญหามลพิษทำลายสิ่งแวดล้อม https://kinyupen.co/endorphine/5276/ )

เช่นเดียวกับในประเทศไทย ที่นอกจากจะมีการรณรงค์ด้วยการประชาสัมพันธ์หลายหลายรูปแบบแล้ว ก็มีการลงมือปฏิบัติกันอย่างจริงจัง อย่างเช่นที่ ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ที่มีการรณรงค์ในเรื่องของปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยมีการงดการใช้ถุงพลาสติกภายในรั้วมหาวิทยาลัยอย่างจริงจัง ทั้งนี้ เพื่อปลูกฝังให้นักศึกษาและบุคลากรหันมาใส่ใจในเรื่องของสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

นอกจากนี้ ในวันนี้ (4 ธันวาคม) ถือเป็นวันสิ่งแวดล้อมไทย เพื่อกระตุ้นให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยในวันนี้ห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศจะงดให้บริการถุงพลาสติก เพื่อร่วมกันลดปริมาณขยะถุงพลาสติก และรณรงค์ให้ประชาชนพกถุงผ้าหรือตะกร้าเพื่อใส่สินค้าแทน

อย่างไรก็ตาม หากทุกคนทุกฝ่ายร่วมกันใส่ใจ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รณรงค์ บอกต่อคนรอบข้างให้ตระหนักถึงเรื่องนี้ เชื่อว่าในอนาคตปริมาณการใช้ถุงพลาสติกในประเทศไทยจะลดลง แล้วจะเห็นคนไทยพกถุงผ้าหรือตะกร้าเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้หันมารักษ์โลกเริ่มต้นง่าย ๆ จากตัวเรา และบอกต่อ ๆ ไปยังคนรอบข้างรวมไปถึงคนรุ่นใหม่ให้หันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม และนี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


_web.jpg

kinyupen_adminAugust 21, 2018

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปดูเรื่องราวของทางการนิวซีแลนด์ประกาศงดใช้ “ถุงพลาสติก” เพื่อลดปัญหามลพิษที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของนิวซีแลนด์

รู้หรือไม่ว่า การใช้ถุงพลาสติกส่งผลต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมอย่างร้ายแรง หลายประเทศจึงมีการจัดกิจกรรมรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติก และแนะนำให้ใช้ถุงผ้าแทน เพื่อลดการเกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมขึ้น เพราะขยะที่ทำมาจากพลาสติก โดยเฉพาะถุงพลาสติกต้องใช้ระยะเวลานานกว่า 5 ศตวรรษ จึงจะย่อยสลายได้ ด้วยเหตุนี้เอง ล่าสุดที่ประเทศนิวซีแลนด์เล็งเห็นความสำคัญของการรักษาสิ่งแวดล้อม จึงเตรียมที่จะประกาศยกเลิกการใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวในการจับจ่ายซื้อของ

โดย “เจซินดา อาร์เดิร์น” นายกรัฐมนตรีของนิวซีแลนด์ กล่าวว่า ถือเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญของนิวซีแลนด์ในการลดปัญหามลพิษจากการใช้พลาสติก เนื่องจากก่อนหน้านี้ประชาชนของนิวซีแลนด์ใช้ถุงพลาสติกจำนวนสูงถึงหลายร้อยล้านใบต่อปี ซึ่งก่อให้เกิดมลพิษและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก ซึ่งกฏดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในปีหน้า (ส.ค.2562) ทั้งนี้ เพื่อลดปัญหามลพิษที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของนิวซีแลนด์ ในฐานะประเทศที่ให้ความสำคัญต่อเรื่องของสิ่งแวดล้อม

ภายใน 6 เดือนหลังจากนี้ ร้านค้าภายในนิวซีแลนด์จะต้องยกเลิกการใช้ถุงพลาสติก ซึ่งหากพบว่าร้านค้าใดมีการฝ่าฝืนกฎดังกล่าว จะถูกปรับเป็นเงิน 100,000 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ หรือคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 2,200,000 บาท

อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่าหลายประเทศต่างได้มีการรณรงค์และให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าว ซึ่งปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมจะลดลงได้ เริ่มต้นที่ตัวของเราเอง และถ้าทุกๆ คนร่วมมือร่วมใจกันช่วยลดการใช้ถุงพลาสติกและลดพฤติกรรมการทำลายสิ่งแวดล้อม ก็เชื่อว่าโลกของเราจะน่าอยู่ยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต

ขอขอบคุณเนื้อหาและภาพประกอบจาก : เว็บไซต์ www.nzherald.co.nz