-จองโรงแรมปิด_Cover_2.jpg

kinyupen_adminJuly 10, 2020

ฝากเตือนพร้อมแชร์ประสบการณ์จองที่พักออนไลน์ จ่ายแล้วแต่เข้าพักไม่ได้ ควรทำอย่างไร


_Cover_1.jpg

kinyupen_adminJune 26, 2020

เมนูอาหารแบบง่ายๆ ที่ใครก็ทำได้ ใช้วัตถุดิบเพียงไม่อีกอย่างก็สามารถทำอาหารจานอร่อยทานกับข้าวสวยร้อนๆ อิ่มท้องแบบคนรักสุขภาพ

 

เต้าหู้ไข่อุดมไปด้วยโปรตีนที่มากกว่าเนื้อสัตว์บางชนิดถึง 2 เท่า โดยเฉพาะโปรตีน เลซิติน กรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย รวมถึงสารอาหารที่สำคัญหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นกรดไขมันอิ่มตัว วิตามิน A B และD ธาตุเหล็ก แคลเชียม โอเมก้า 3 โฟลิก และโคลีน ช่วยให้ระบบการทำงานของประสาทและสมองทำงานได้ดีขึ้น มีความจำที่ดี บำรุงสายตาป้องกันโรคเลือด

 

 

รู้ถึงคุณค่าที่คู่ควรแล้ว มาเตรียมวัตถุดิบและลงมือทำเลยดีกว่า…เริ่มจาก

  1. เต้าหู้ไข่ 3 – 5 หลอด (ขึ้นอยู่กับจำนวนสมาชิกของครอบครัว)
  2. กระเทียมไทยและกระเทียมจีนโขลกละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
  3. ผักชีฝรั่งหั่นฝอย 1 ช้อนโต๊ะ
  4. เกลือและพริกไทยป่น ½ ช้อนชา
  5. น้ำตาลทราย

 

ทำง่ายแค่ 3 ขั้นตอน

  1. หั่นเต้าหูไข่กะให้ได้ 6 ท่อนต่อหนึ่งหลอด นำลงไปทอดใช้ไฟอ่อนให้เหลืองทั้ง 2 ด้าน แล้วตักขึ้นมาพักให้สะเด็ดน้ำมัน
  2. นำกระเทียมที่โขลกลงไปผัดให้หอม เติมเกลือ พริกไทย และน้ำตาลตัดรส แล้วใส่ผักชีฝรั่งที่หั่นฝอยลงไปผัดต่อจนหอม
  3. ใส่เต้าหู้ไข่ลงไปคลุกให้เข้ากันเป็นอันเสร็จ ตักใส่จาน ทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ

 

 

เคล็ดลับความอร่อย

  • ใช้กระเทียมไทยมากกว่ากระเทียมจีน 1 เท่าเพื่อความหอมที่มากขึ้น
  • ปัจจุบันมีเกลือผสมพริกไทยขายตามซูเปอร์มาร์เกตเหมาะกับแม่บ้านสมัยใหม่
  • ใช้ผักชีไทยแทนผักชีฝรั่งได้ แต่กลิ่นอาจจะต่างกันแล้วแต่ความชอบ

 

ข้อควรระวัง

ขั้นตอนที่ต้องผัดเต้าหู้ไข่ ระวังเต้าหู้แตก หากใช้กระทะเทปล่อน เวลาผัดให้คว่ำตะหลิวลง หรือใช้ตะหลิวไม้แทน


-Cover-1-2.jpg

kinyupen_adminJune 23, 2020

เปิดตำนาน ราดหน้า “ยอดอร่อย” จากหน้าวัง สู่หน้าคุก ต้นตำรับราดหน้าเจ้าเก่า ราดหน้ายอดผัก

ที่มาของคำว่า ยอดอร่อย

เดิมทีราดหน้าเจ้านี้อยู่ในตรอกวังบูรพา ที่ปัจจุบันอยู่ปากตรอกร้านบ้านช่างทอง โดยย่านนั้นเมื่อกว่า 50 ปีก่อนถือเป็นย่านเจริญ เพราะมีโรงภาพยนตร์ถึง 3 แห่ง คือโรงภาพยนตร์แกรนด์ โรงภาพยนตร์คิงส์ และโรงภาพยนตร์ควีนส์ ถัดจากนั้นไปก็จะเป็นโรงภาพยนตร์เฉลิมกรุง ทั้งยังใกล้กับแหล่งขายผ้าและขนมหวานอย่างสะพานหัน พาหุรัด ความเจริญและยอดนิยมจะเห็นได้จากการเป็นย่านแรกของการตั้งร้านไอศกรีมหรือ โดนัทเพราะศาลาโฟรโมสต์ แฟรนไชส์ไอศกรีมแห่งแรก (คล้ายสเวนเซ่นส์ปัจจุบัน) หรือ มิสเตอร์โดนัทก็เริ่มตั้งที่นี่เป็นแห่งแรก

 

 

ความนิยมของราดหน้าในตรอกวังบูรพาจะวัดได้จากจำนวนผู้ที่มากิน นับแต่การเปิดร้านคือสี่โมงเย็น จนถึงตีสอง เนื่องจากสมัยก่อนโรงภาพยนตร์รอบดึกเลิกเวลาเกือบเที่ยงคืนและบางทีมีรอบมิดไนท์ ประกอบกับไนท์คลับและบาร์จะเลิกช่วงเที่ยงคืน มีเรื่องเล่าว่า ดาราอินเดียที่บินมาเปิดภาพยนตร์ถึงขั้นซื้อขึ้นเครื่องกลับบ้าน

 

 

หากในช่วงที่ราดหน้าตรอกวังบูรพากำลังเฟื่องสุดขีดนั้นเจ้าของพื้นที่ต้องการใช้พื้นที่ก่อสร้างโรงแรมและอาคารพาณิชย์ เถ้าแก่หอย (เจ้าของสูตร) ก็วางแผนย้ายร้านไปตึกแถว 2 คูหาฝั่งตรงข้ามหน้าเรือนจำลหุโทษคลองเปรม (สมัยก่อนเรือนจำชายลหุโทษคลองเปรมเป็นสถานที่กักขังนักโทษชายสถานเบา) ที่เถ้าแก่ใช้ทำเป็นบ้านและร้านกาแฟ-อาหาร ใช้ชื่อห้องอาหารพระนคร (นี่อาจเป็นที่มาที่ทำให้ชาวพันทิปบางท่านเข้าใจว่าราดหน้าร้านนี้คือ พระนคร :คาดเดา)

 

ในช่วงนี้เอง เถ้าแก่ต้องคิดหาชื่อร้านและติดประกาศย้ายที่ตั้ง..ระหว่างนั้นมีคนที่ทานในร้านเสร็จเป็นเด็กอายุ 3-4 ขวบที่มากับพ่อแม่ มายืนอยู่หน้าร้านและยกนิ้วให้กับเถ้าแก่ พร้อมตะโกนบอก “ยอด ยอด ยอดอร่อย” นี่จึงเป็นที่มาของชื่อร้านยอดอร่อย โดยร้านใหม่เปิดขายตั้งแต่ 11 โมงเช้าปิดตีหนึ่ง โดยมีระยะพักช่วง 4 โมง ถึง 6 โมงเย็น

 

ด้วยสมัยก่อนร้านอาหารและแหล่งบันเทิง ไม่ได้มีมากมาย ทำให้ลูกค้าหลายรายเป็นลูกค้าประจำมีการพูดคุย และมีเรื่องเล่าสนุกสนานแบบที่ไม่พบในบรรยากาศสมัยนี้ที่คนกินทั้งร้านสามารถหัวเราะ พูดคุยกันในเรื่องเดียวกัน รวมถึงมีการแข่งขันท้ากินก๋วยเตี๋ยวว่าใครได้มากกว่า หรือบางทีจะเห็นผู้ใหญ่ในวงการสื่อ วงการทหารมานั่งกินพร้อมผู้ติดตามไม่นับ รถ ร.ย.ล.ที่จะมาซื้อประจำจัดใส่สำรับแยกหมู แยกผัก และเส้นเพื่อเตรียมอุ่นในยามดึก

 

 

การคิดค้นสูตรราดหน้า

 

หัวใจของราดหน้าที่จะให้อร่อย คนมักนึกถึงสูตรหมักหมู หมักเนื้อ (นี่ก็มีเรื่องเล่าครั้งสมัย ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์ ทำเชลล์ชวนชิม มาทีไรจะต้องชิมหมูและเนื้อดิบพร้อมจะขึ้นป้ายเชลล์ชวนชิมแต่เถ้าแก่หอยไม่เอาด้วยความเป็นคนจีนจึงเกรงจะวุ่นวายประกอบกับ ม.ร.ว. ถนัดศรีไม่ได้พูดคุยหว่านล้อมต่างจากแม่ช้อย นางรำ จึงเป็นที่มาของป้ายเปิปพิสดารที่แม่ช้อย นางรำให้กับร้านอาหารเรียกได้ว่าในยุคแรกเลยก็ว่าได้)

 

ความจริงหัวใจของราดหน้าคือส่วนประกอบทั้งหมดตั้งแต่ การเตรียมน้ำซุปสำหรับทำน้ำราดหน้า การเตรียมหมูและเนื้อที่ในช่วงหน้าร้อนกับหน้าหนาวก็จะแตกต่างกัน การผัดเส้นที่จะต้องกระตุ้นให้แป้งตื่นตัวและส่งกลิ่นหอม การผัดหน้าที่จะทำอย่างไรให้ผักคะน้าสุกกรอบกำลังกิน รวมถึงน้ำหนักมือในการใส่เครื่องปรุงที่มีทั้งน้ำปลา น้ำตาล น้ำเต้าเจี้ยวผัด พริกไทย (สิ่งที่ยืนยันข้อเหล่านี้คือร้านยอดอร่อยมีคนยืนผัดหน้า 4-5คน แต่ถ้าเป็น รถ ร.ย.ล. คนผัดจะต้องเป็นเจ๊ที่คุ้นหน้าคนเดียวเท่านั้นเพราะมีเสียงสะท้อนก่อนหน้าว่าทำไมรสชาติเปลี่ยน)

 

คำถามจากพันทิป

น้ำปรุงในกา

  • คือน้ำปลารสดี ที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอย โดยน้ำปลาจะสั่งจากโรงงานมาครั้งละไม่ต่ำกว่า 10 ไหไม่ใช่แบรนด์ที่อยู่ในตลาดปัจจุบัน ส่วนน้ำมันหอย นั้นเถ้าแก่เคี่ยวขึ้นมาเองโดยพัฒนาสูตรจากการที่ได้ไปชิมที่เกาะฮ่องกง ซึ่งหอยที่ใช้ในยุคนั้นไม่มีแบบที่เห็นในเกาะฮ่องกงจึงประยุกต์ใช้เป็นหอยแมลงภู่และหอยลายเคี่ยวรวมกัน

ปัจจุบันมีขายที่ไหน

  • ร้านยอดอร่อยหลังจากเลิกแล้วก็ไม่ได้มีการดำเนินการต่อ เพราะด้วยคนผัด และข้อจำกัดของคนเสิร์ฟ ประกอบกับร้านสาขาที่เป็นของลูกสาวคนโตหน้าหมู่บ้าน ต.รวมโชค โชคชัย 4 ก็เลิกตามติดมาหลังจากนั้นไม่กี่ปี

 


 

สูตรการทำราดหน้าต้นตำรับร้านยอดอร่อย ปรับวัตถุดิบและเครื่องปรุงตามยุคสมัยสำหรับทำรับประทานในบ้าน แต่ยังคงรสชาติความอร่อย

 

 

วัตถุดิบ

  • กระดูกเล้ง 1 กิโลกรัม และซี่โครงไก่ 1 ตัว
  • เต้าเจี้ยวสูตรพิเศษ (หอมแดง 3 หัว + กระเทียมไทย 1 ช้อนโต๊ะ+ เต้าเจี้ยวบด 1 ช้อนโต๊ะ)
  • เส้นใหญ่ 2 กิโลกรัม
  • ผักคะน้า 5 กิโลกรัม
  • น้ำมันหมู 500 กรัม
  • เนื้อหมูส่วนที่เป็นเนื้อสัน 500 กรัม เนื้อสะโพก 500 กรัม (เพิ่มปลาหมึก กุ้งตามชอบ)
  • น้ำตาล น้ำมันหอย ซอสปรุงรสฝาเขียว ซีอิ๊วขาวหรือน้ำปลา และพริกไทย
  • แป้งมัน 2 ช้อนโต๊ะ และแป้งฮ่องกง 1 ช้อนโต๊ะ

 

ขั้นตอนการเตรียมส่วนประกอบหลัก

น้ำซุป (ประยุกต์)

  1. ล้างกระดูกเล้งกับซี่โครงไก่ด้วยน้ำเกลือให้สะอาด ลวกน้ำทิ้ง 1 ครั้ง ก่อนนำมาต้ม
  2. เปิดไฟตั้งหม้อใส่กระดูกเล้งกับซี่โครงไก่ลงไปต้มกับหอมใหญ่หรือหัวไชเท้าประมาณ 1 ชม.

เต้าเจี้ยวสูตรพิเศษ

  1. นำหอมแดงและกระเทียมสับรวมกันให้ละเอียด แล้วนำไปเจียวกับน้ำมัน
  2. เติมเต้าเจี้ยวบดละเอียด ผัดรวมกันจนมีกลิ่นหอม

เส้นใหญ่

  1. ตั้งกระทะให้ร้อน ไม่ต้องใส่น้ำมัน
  2. นำเส้นใหญ่ลงไปผัดให้มีกลิ่นหอม ตักพักไว้

หมูหมัก

  1. ล้างเนื้อหมูให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นตามแนวขวางของลายเส้นเนื้อจะได้ไม่เหนียว ถ้ามีพังผืดติดมาให้แล่ออก
  2. หมักด้วยพริกไทย แป้งมัน น้ำมัน และน้ำแข็งหรือน้ำเย็น เพื่อให้เนื้อหมูนิ่มอิ่มน้ำ คนทุกอย่างให้เข้ากัน พักทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ก่อนนำไปแช่ตู้เย็นประมาณ 1 – 2 ชม. (สามารถนำกุ้งและปลาหมึกไปผสมรวมกับหมูหมักก่อนนำเข้าตู้เย็นได้)

 

 

ขั้นตอนการทำ

  1. ตั้งกระทะเปิดไฟแรง ใส่น้ำมันหมู ตามด้วยผักคะน้าลงไปผัด
  2. ระหว่างผัดผักคะน้าคอยเติมน้ำซุปเลี้ยงไว้รอบๆ เพื่อให้ผักยังมีสีเขียวและกรอบ ปริมาณน้ำซุปที่เติมต้องไม่มากหรือน้อยเกินไป กะให้พอดีกับจำนวนคนที่รับประทาน
  3. ใส่เนื้อหมู กุ้ง ปลาหมึก ตามลำดับ ปล่อยทิ้งไว้ให้พอเดือด
  4. ปรุงรสด้วยเต้าเจี้ยวที่เตรียมไว้ ตามด้วยน้ำตาล ซอสปรุงรส น้ำมันหอย ซีอิ๋วขาว (หรือใช้น้ำปลาแทนก็ได้)
  5. ลดไฟลง เติมแป้งมันกับแป้งฮ่องกงที่ผสมน้ำไว้ลงในกระทะ ใส่ทีละน้อยและคนไปพร้อมๆกัน เพื่อไม่ให้แป้งจับตัวเป็นก้อน
  6. ผัดให้เข้ากันจนข้นพอดี แล้วตักราดบนเส้นใหญ่ที่ผัดเตรียมไว้ พร้อมรับประทาน

 

เคล็ดลับความอร่อยที่เจ้าของสูตรฝากบอกต่อ

  • ผักคะน้าใช้ต้นใหญ่ เด็ดใบแก่ออก เอาแต่ช่วงยอด ปอกเปลือกลำต้น ล้างน้ำให้สะอาด แช่ทิ้งไว้อย่างน้อย 30 นาที ล้างน้ำทิ้งอีก 1 ครั้ง พักให้สะเด็ดน้ำ ถ้ายังไม่ทำในตอนนั้นให้นำน้ำแข็งมาวางไว้ด้านบนช่วยเพิ่มความกรอบ
  • น้ำซุปที่นำมาใส่ตอนผัดหน้าต้องตั้งไฟให้ร้อนอยู่ตลอดเวลาจะช่วยให้ผักยังคงสีเขียวและกรอบ และถ้าหากอยากได้รสชาติดียิ่งขึ้นให้ใส่ หอม ข่า กระชาย กระเทียม พริกที่คั่วจนหอมใส่ถุงผ้ากรองเคี่ยวไปพร้อมกัน
  • การใส่แป้งฮ่องกงลงไปผสมกับแป้งมันจะช่วยให้แป้งไม่คืนตัวเป็นน้ำ
  • เส้นราดหน้า ผัดจานต่อจานอร่อยกว่าที่จะผัดทิ้งไว้ เพราะจะทำให้เส้นติดเป็นก้อน

 

หมายเหตุ : เส้นใหญ่ในปัจจุบันจะผสมแป้งมันลงไปด้วย ซึ่งจะต่างจากสมัยก่อนที่จะใช้แป้งข้าวเจ้าล้วน


_Cover_2.jpg

kinyupen_adminJune 16, 2020

กิน-อยู่-เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต คลี่วิธีการเตรียมตัวใช้สิทธิ์แพคเกจ “เที่ยวปันสุข” และ “เราไปเที่ยวกัน” ตามที่รัฐบาลประกาศ เพื่อกระตุ้นภาคท่องเที่ยว เป็นระยะเวลา 4 เดือนตั้งแต่ กรกฎาคม-ตุลาคม 2563 โดย 2 แพคเกจสำหรับกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว มีรายละเอียดโดยสรุปดังนี้

 

 

แพ็คเกจ “เที่ยวปันสุข” (สนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบิน และ ค่ารถเช่า)

นักท่องเที่ยวรายใดที่ลงทะเบียนผ่าน Platform ธนาคารกรุงไทย จะได้รับ Promotion Code เพื่อนำมารับสิทธิ์ที่รัฐจะสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบิน ค่ารถโดยสารไม่ประจำทาง และลดเช่าในอัตรา 40% ของราคาค่าบัตรโดยสาร แต่สูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท โดยให้ 1 คนต่อ 1 สิทธิ์ (ต้องมีอายุ 20 ปี ขึ้นไป)

นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวที่เข้าจองที่พักในโครงการ “เราไปเที่ยวกัน” ยังจะได้รับสิทธิ์จองตั๋วเครื่องบิน ทั้งขาไป-ขากลับ ในราคาสุดคุ้ม 2,500 บาท จากโครงการ “เที่ยวปันสุข” เพิ่มทันทีอีก 1 สิทธิ์ด้วย

 

แพ็คเกจ “เราไปเที่ยวกัน” (สนับสนุนค่าโรงแรม ที่พัก)

นักท่องเที่ยวรายใดที่ลงทะเบียนผ่าน Platform ธนาคารกรุงไทย (อยู่ระหว่างรอการยืนยันเว็บไซต์ที่จะเปิดให้ลงทะเบียนอีกครั้ง) รัฐจะช่วยจ่ายค่าห้องพัก 40% ต่อคืน แต่สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อคืน และจองได้ไม่เกิน 5 คืน โดยให้ 1 คนต่อ 1 สิทธิ์ (ต้องมีอายุ 20 ปี ขึ้นไป)

 

ทั้งจะได้รับ “วงเงิน” 600 บาทต่อคืน สูงสุดไม่เกิน 5 คืน หรือ 3,000 บาท เพื่อให้นำไปใช้จ่ายกิจกรรมในด้านการท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น ใช้บริการสปา ซื้อของที่ระลึก ร้านอาหาร ฯลฯ โดยรัฐจะโอนให้ผ่านทางแอพฯ “เป๋าตัง”  ของธนาคารกรุงไทย ซึ่งจะใช้ตั้งแต่วันที่เช็คอิน ถึงวันที่เช็คเอ้าท์ (23.59น.) เท่านั้น และถ้าคุณไม่ได้นำเงินที่ได้ก้อนนี้มาใช้จ่ายในพื้นที่นั้นๆ ที่คุณเข้าไปท่องเที่ยวละก็ รัฐจะยึดเงินก้อนนี้กลับคืนทันที

 

ตัวอย่างแรก  กรณีซื้อที่พักจากโรงแรมคืนละ 1,000 บาท พัก 1 คืน จ่าย 600 บาท รัฐช่วยจ่าย 400 บาท และยังได้เงินที่รัฐจ่ายให้นำไปใช้จ่ายในพื้นที่มีเดินทางไปเที่ยวอีก 600 บาท รวมแล้วเราก็ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ 1,000 บาท

 

ตัวอย่างที่สอง ถ้าพัก 5 คืน จากราคาห้อง 5,000 บาท ก็จะจ่ายแค่ 3,000 บาท เพราะรัฐจ่ายให้ 2 พันบาท บวกกับเงินที่ได้อีก 600 บาทต่อคืน ก็ได้เพิ่มมาอีก 3,000 บาทหรือถ้าจะเป็นคนกำลังซื้อสูง  จองที่พักแบบพูลวิลล่า โดยโรงแรมขายคืนละ 1 หมื่นบาท ถ้าพัก 5 คืน ปกติราคา 5 หมื่นบาท แต่เมื่อรัฐช่วยจ่ายสูงสุดวันละ 3 พันบาท ก็จ่ายเพียง 3.5 หมื่นบาทเท่านั้น เพราะรัฐช่วยจ่ายให้ 1.5 หมื่นบาท บวกกับเงินที่ได้อีก 600 บาทต่อคืน ก็ได้เพิ่มมาอีก3,000 บาททั้งนี้เงิน 600 บาทต่อคืนที่รัฐโอนมาให้

 

อย่างไรก็ตาม คงต้องรอติดตามความคืบหน้าที่ชัดเจนเกี่ยวกับ Platform ที่จะถูกนำมาใช้อย่างเป็นทางการ ซึ่งจะมีการประกาศจากรัฐบาลต่อไป แต่อย่างน้อยรู้ก่อนเตรียมตัวไว้ก่อนก็ยังดี เพราะถ้าทุกอย่างพร้อมใครลงทะเบียนก่อน ก็ได้เที่ยวก่อนแน่นอน

 


-สุพรรณบุรี-1_Cover-1.jpg

kinyupen_adminJune 9, 2020

สุพรรณบุรี เป็น 1 ในจังหวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ไม่น้อยไปกว่าอยุธยา โดยเฉพาะเรื่องราวที่สัมพันธ์กับสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพราะเป็นพื้นที่ที่เชื่อมต่อกับเหตุการณ์สำคัญตอนทำยุทธหัตถี แต่ไม่ว่าข้อสรุปว่าเป็นลานยุทธหัตถี หรือเป็นเพียงพื้นที่เส้นทางเดินทัพ หากประวัติศาสตร์ก็ยังมีเค้าร่าง มีความสำคัญในแต่ละสถานที่ กิน-อยู่- เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตชวนไปดูวัดลาดสิงห์ ที่เป็นสถานที่อิงประวัติศาสตร์และเรื่องราวของพระองค์ท่าน โดยวัดแห่งนี้ตั้งอยู่ระหว่างอำเภอดอนเจดีย์และอำเภอศรีประจันต์

 

ก่อนที่จะมาวัดแห่งนี้หากท่านเดินทางจากกรุงเทพ หรือเดินทางเข้าสุพรรณบุรี  กิน-อยู่ -เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตอยากเชิญชวนให้ทุกท่านเริ่มต้นที่พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ เพื่อซึมซับ หรือปูพื้นข้อมูลทางประวัติศาสตร์ก่อนมาวัดลาดสิงห์

 

เพราะพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ ที่ตั้งอยู่ อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี จะมีพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงพระคชาธารออกศึก และองค์เจดีย์ยุทธหัตถี ว่ากันว่าสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงสร้างเจดีย์ขึ้นเพื่อฉลองชัยชนะในสงครามยุทธหัตถีที่ทรงมีต่อพระมหาอุปราชาแห่งพม่า เมื่อเดือนมกราคม ปี พ.ศ. 2135 ซงเจดีย์แห่งนี้ถูกค้นพบในปี พ.ศ. 2456 โดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ และในปี พ.ศ. 2495 กองทัพบกได้บูรณปฏิสังขรณ์องค์พระเจดีย์ขึ้นใหม่เป็นเจดีย์แบบทรงลังกาครอบพระเจดีย์องค์เดิมไว้

ภายในองค์เจดีย์ได้มีห้องแสดงประวัติศาสตร์ ทั้งภาพแสงสีเสียง  และหุ่นจำลองการยกทัพของพม่าและไทย หลายร้อยตัว ถัดจากเจดีย์ไปประมาณ 100 เมตร เป็นที่ตั้งของพระตำหนักสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภายในมีรูปปั้นของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและพระสุพรรณกัลยา ปัจจุบันมีผู้นิยมไปสักการบูชาอยู่เสมอ

 

จากพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์  มายังวัดลาดสิงห์จะใช้เวลาไม่นานเพราะมีระยะห่างประมาณ 10 กิโลเมตรโดยวัดแห่งนี้  ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านสระ ริมถนนเลียบคลองชลประทาน ที่แยกจากทางหลวงหมายเลข 3038 ประมาณ 7 กิโลเมตรระหว่างอำเภอดอนเจดีย์และอำเภอศรีประจันต์ เมื่อเข้ามาในบริเวณวัดก่อนถึงทางเข้าโบสถ์จะมีอนุสาวรีย์ 3 พระองค์ คือสมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเอกาทศรถ และพระสุพรรณกัลยา

 

มีคำเล่าสืบทอดกันมาและจารึกเป็นแผ่นโลหะในโบสถ์ว่าวัดแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2009  สมัยกรุงศรีอยุธยาต่อมาปีพ.ศ.   ​2135 สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงบูรณปฏิสังขรณ์และยกฐานะเป็นพระอารามหลวง หลังจากที่ประสบชัยชนะในสงครามยุทธหัตถีและทรงทราบข่าวว่า พระสุพรรณกัลยาที่เป็นตัวประกันอยู่ที่เมืองพม่าถูกประหารชีวิตเป็นการล้างแค้นที่พระมหาอุปราชาสิ้นพระชนม์ด้วยพระแสงของ้าว

 

นอกจากนี้ยังมีการเล่าขานกันว่า เดิมวัดนี้ชื่อ “วัดราชสิงห์”หมายถึงสิงห์ของพระราชา ต่อมาเพี้ยนเป็นลาดสิงห์ และบริเวณวัดยังเคยเป็นที่พักของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มีบ่อน้ำรายรอบและหลักฐานที่ชี้ชัดคือหมู่บ้านลาวที่อยู่ด้านตะวันตกของวัดเพราะในการเดินทัพจะมีพนักงานกองเสบียงติดตามมาและส่วนมากเป็นชาวเวียงจันทน์

 

ลักษณะอาคารโบสถ์ที่น่าสนใจคือคงความประวัติศาสตร์ด้วยโครงสร้างภายในที่จะเห็นเป็นอิฐเปลือย มีพระประธานในโบสถ์ เป็นพระพุทธรูปปางสะดุ้งมาร (มารวิชัย) เกตุบัวตูม หน้าตักกว้างประมาณ 6ศอก ชาวบ้าน เรียกหลวงพ่อดำ (ตามพระนามสมเด็จพระนเรศวรมหาราช : พระองค์ดำ) มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปแบบอู่ทอง คือพระพักตร์เหลี่ยม  พระขนงต่อกันคล้ายปีกกา พระโอษฐ์หนา พระนลาฏกว้าง มีขอบไรศก พระเม็ดศกเล็ก รัศมีรูปดอกบัวตูม ประทับขัดสมาธิราบ (เห็นฝ่าพระบาทหงายขึ้นเพียงข้างเดียว) พระหัตถ์แสดงปางมารวิชัย ครองจีวรเฉียง ชายจีวร เป็นแผ่นใหญ่ปลายตัดตรง

 

สิ่งที่น่าสนใจคือบทสวดบูชาหลวงพ่อดำ จะใช้บทหัวใจพาหุงมหากา  “พา มา นา อู กา สะ นะ ทุ“ ซึ่งเป็นบทสวดที่สมเด็จพระพนรัตน์วัดป่าแก้วให้สมเด็จพระนเรศวรสวดอยู่ประจำก่อนออกรบ สำหรับผู้ตั้งใจขอความช่วยเหลือจากหลวงพ่อดำ เล่าขานกันและมีแจ้งไว้ในโบสถ์คือ ให้ถวายด้วยขนมจีน 1หาบ  หรือไข่ต้มอย่างน้อย 50 ฟอง (มีหาบเปล่าวางไว้ในโบสถ์) นอกจากนี้ผู้ไปกราบขอพรยังนิยมถวายน้ำดื่ม เพราะเชื่อกันว่าถวายเป็นเสบียงให้กับทหารที่ออกทัพในสมัยอยุธยา

 

 

ทั้งหมดคือเรื่องเล่าขาน คือความเชื่อหากที่สำคัญคือประวัติศาสตร์ความเป็นมาให้ได้ย้อนรำลึก

 

 

 

 


_ฟาร์มออแกนิก_homestay_Cover_1.jpg

kinyupen_adminMay 20, 2020

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอแนะนำ “โฮมสเตย์เสลียงแห้ง 3 เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์” อีกแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจสำหรับผู้ที่ชอบเสพวิถีชุมชน ซึ่งพร้อมไปด้วยทิวทัศน์อันสวยงาม อากาศบริสุทธิ์และยินดีที่จะให้ทุกท่านเดินท่องชมสวนเกษตรเมืองหนาว อาทิ อะโวคาโด องุ่นอินทรีย์ กาแฟอาราบิก้า รวมถึงพรรณพืชพื้นถิ่นหายาก ซึ่งเป็นสวนออแกนิก 100%

 

นอกจากนี้ทางโฮมสเตย์ยังเตรียมเมนูอาหารที่ทำจากผักและผลไม้สดๆ ปลอดสารพิษไว้คอยรับรองนักท่องเที่ยวผู้สนใจอีกด้วย

 

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง