ฝากเตือนพร้อมแชร์ประสบการณ์จองที่พักออนไลน์ จ่ายแล้วแต่เข้าพักไม่ได้ ควรทำอย่างไร
เมนูอาหารแบบง่ายๆ ที่ใครก็ทำได้ ใช้วัตถุดิบเพียงไม่อีกอย่างก็สามารถทำอาหารจานอร่อยทานกับข้าวสวยร้อนๆ อิ่มท้องแบบคนรักสุขภาพ
เต้าหู้ไข่อุดมไปด้วยโปรตีนที่มากกว่าเนื้อสัตว์บางชนิดถึง 2 เท่า โดยเฉพาะโปรตีน เลซิติน กรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย รวมถึงสารอาหารที่สำคัญหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นกรดไขมันอิ่มตัว วิตามิน A B และD ธาตุเหล็ก แคลเชียม โอเมก้า 3 โฟลิก และโคลีน ช่วยให้ระบบการทำงานของประสาทและสมองทำงานได้ดีขึ้น มีความจำที่ดี บำรุงสายตาป้องกันโรคเลือด


รู้ถึงคุณค่าที่คู่ควรแล้ว มาเตรียมวัตถุดิบและลงมือทำเลยดีกว่า…เริ่มจาก
ทำง่ายแค่ 3 ขั้นตอน


เคล็ดลับความอร่อย
ข้อควรระวัง
ขั้นตอนที่ต้องผัดเต้าหู้ไข่ ระวังเต้าหู้แตก หากใช้กระทะเทปล่อน เวลาผัดให้คว่ำตะหลิวลง หรือใช้ตะหลิวไม้แทน
เปิดตำนาน ราดหน้า “ยอดอร่อย” จากหน้าวัง สู่หน้าคุก ต้นตำรับราดหน้าเจ้าเก่า ราดหน้ายอดผัก
เดิมทีราดหน้าเจ้านี้อยู่ในตรอกวังบูรพา ที่ปัจจุบันอยู่ปากตรอกร้านบ้านช่างทอง โดยย่านนั้นเมื่อกว่า 50 ปีก่อนถือเป็นย่านเจริญ เพราะมีโรงภาพยนตร์ถึง 3 แห่ง คือโรงภาพยนตร์แกรนด์ โรงภาพยนตร์คิงส์ และโรงภาพยนตร์ควีนส์ ถัดจากนั้นไปก็จะเป็นโรงภาพยนตร์เฉลิมกรุง ทั้งยังใกล้กับแหล่งขายผ้าและขนมหวานอย่างสะพานหัน พาหุรัด ความเจริญและยอดนิยมจะเห็นได้จากการเป็นย่านแรกของการตั้งร้านไอศกรีมหรือ โดนัทเพราะศาลาโฟรโมสต์ แฟรนไชส์ไอศกรีมแห่งแรก (คล้ายสเวนเซ่นส์ปัจจุบัน) หรือ มิสเตอร์โดนัทก็เริ่มตั้งที่นี่เป็นแห่งแรก


ความนิยมของราดหน้าในตรอกวังบูรพาจะวัดได้จากจำนวนผู้ที่มากิน นับแต่การเปิดร้านคือสี่โมงเย็น จนถึงตีสอง เนื่องจากสมัยก่อนโรงภาพยนตร์รอบดึกเลิกเวลาเกือบเที่ยงคืนและบางทีมีรอบมิดไนท์ ประกอบกับไนท์คลับและบาร์จะเลิกช่วงเที่ยงคืน มีเรื่องเล่าว่า ดาราอินเดียที่บินมาเปิดภาพยนตร์ถึงขั้นซื้อขึ้นเครื่องกลับบ้าน


หากในช่วงที่ราดหน้าตรอกวังบูรพากำลังเฟื่องสุดขีดนั้นเจ้าของพื้นที่ต้องการใช้พื้นที่ก่อสร้างโรงแรมและอาคารพาณิชย์ เถ้าแก่หอย (เจ้าของสูตร) ก็วางแผนย้ายร้านไปตึกแถว 2 คูหาฝั่งตรงข้ามหน้าเรือนจำลหุโทษคลองเปรม (สมัยก่อนเรือนจำชายลหุโทษคลองเปรมเป็นสถานที่กักขังนักโทษชายสถานเบา) ที่เถ้าแก่ใช้ทำเป็นบ้านและร้านกาแฟ-อาหาร ใช้ชื่อห้องอาหารพระนคร (นี่อาจเป็นที่มาที่ทำให้ชาวพันทิปบางท่านเข้าใจว่าราดหน้าร้านนี้คือ พระนคร :คาดเดา)
ในช่วงนี้เอง เถ้าแก่ต้องคิดหาชื่อร้านและติดประกาศย้ายที่ตั้ง..ระหว่างนั้นมีคนที่ทานในร้านเสร็จเป็นเด็กอายุ 3-4 ขวบที่มากับพ่อแม่ มายืนอยู่หน้าร้านและยกนิ้วให้กับเถ้าแก่ พร้อมตะโกนบอก “ยอด ยอด ยอดอร่อย” นี่จึงเป็นที่มาของชื่อร้านยอดอร่อย โดยร้านใหม่เปิดขายตั้งแต่ 11 โมงเช้าปิดตีหนึ่ง โดยมีระยะพักช่วง 4 โมง ถึง 6 โมงเย็น
ด้วยสมัยก่อนร้านอาหารและแหล่งบันเทิง ไม่ได้มีมากมาย ทำให้ลูกค้าหลายรายเป็นลูกค้าประจำมีการพูดคุย และมีเรื่องเล่าสนุกสนานแบบที่ไม่พบในบรรยากาศสมัยนี้ที่คนกินทั้งร้านสามารถหัวเราะ พูดคุยกันในเรื่องเดียวกัน รวมถึงมีการแข่งขันท้ากินก๋วยเตี๋ยวว่าใครได้มากกว่า หรือบางทีจะเห็นผู้ใหญ่ในวงการสื่อ วงการทหารมานั่งกินพร้อมผู้ติดตามไม่นับ รถ ร.ย.ล.ที่จะมาซื้อประจำจัดใส่สำรับแยกหมู แยกผัก และเส้นเพื่อเตรียมอุ่นในยามดึก


หัวใจของราดหน้าที่จะให้อร่อย คนมักนึกถึงสูตรหมักหมู หมักเนื้อ (นี่ก็มีเรื่องเล่าครั้งสมัย ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์ ทำเชลล์ชวนชิม มาทีไรจะต้องชิมหมูและเนื้อดิบพร้อมจะขึ้นป้ายเชลล์ชวนชิมแต่เถ้าแก่หอยไม่เอาด้วยความเป็นคนจีนจึงเกรงจะวุ่นวายประกอบกับ ม.ร.ว. ถนัดศรีไม่ได้พูดคุยหว่านล้อมต่างจากแม่ช้อย นางรำ จึงเป็นที่มาของป้ายเปิปพิสดารที่แม่ช้อย นางรำให้กับร้านอาหารเรียกได้ว่าในยุคแรกเลยก็ว่าได้)
ความจริงหัวใจของราดหน้าคือส่วนประกอบทั้งหมดตั้งแต่ การเตรียมน้ำซุปสำหรับทำน้ำราดหน้า การเตรียมหมูและเนื้อที่ในช่วงหน้าร้อนกับหน้าหนาวก็จะแตกต่างกัน การผัดเส้นที่จะต้องกระตุ้นให้แป้งตื่นตัวและส่งกลิ่นหอม การผัดหน้าที่จะทำอย่างไรให้ผักคะน้าสุกกรอบกำลังกิน รวมถึงน้ำหนักมือในการใส่เครื่องปรุงที่มีทั้งน้ำปลา น้ำตาล น้ำเต้าเจี้ยวผัด พริกไทย (สิ่งที่ยืนยันข้อเหล่านี้คือร้านยอดอร่อยมีคนยืนผัดหน้า 4-5คน แต่ถ้าเป็น รถ ร.ย.ล. คนผัดจะต้องเป็นเจ๊ที่คุ้นหน้าคนเดียวเท่านั้นเพราะมีเสียงสะท้อนก่อนหน้าว่าทำไมรสชาติเปลี่ยน)
น้ำปรุงในกา
- คือน้ำปลารสดี ที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอย โดยน้ำปลาจะสั่งจากโรงงานมาครั้งละไม่ต่ำกว่า 10 ไหไม่ใช่แบรนด์ที่อยู่ในตลาดปัจจุบัน ส่วนน้ำมันหอย นั้นเถ้าแก่เคี่ยวขึ้นมาเองโดยพัฒนาสูตรจากการที่ได้ไปชิมที่เกาะฮ่องกง ซึ่งหอยที่ใช้ในยุคนั้นไม่มีแบบที่เห็นในเกาะฮ่องกงจึงประยุกต์ใช้เป็นหอยแมลงภู่และหอยลายเคี่ยวรวมกัน
ปัจจุบันมีขายที่ไหน
- ร้านยอดอร่อยหลังจากเลิกแล้วก็ไม่ได้มีการดำเนินการต่อ เพราะด้วยคนผัด และข้อจำกัดของคนเสิร์ฟ ประกอบกับร้านสาขาที่เป็นของลูกสาวคนโตหน้าหมู่บ้าน ต.รวมโชค โชคชัย 4 ก็เลิกตามติดมาหลังจากนั้นไม่กี่ปี
สูตรการทำราดหน้าต้นตำรับร้านยอดอร่อย ปรับวัตถุดิบและเครื่องปรุงตามยุคสมัยสำหรับทำรับประทานในบ้าน แต่ยังคงรสชาติความอร่อย


วัตถุดิบ
น้ำซุป (ประยุกต์)
เต้าเจี้ยวสูตรพิเศษ
เส้นใหญ่
หมูหมัก
เคล็ดลับความอร่อยที่เจ้าของสูตรฝากบอกต่อ
หมายเหตุ : เส้นใหญ่ในปัจจุบันจะผสมแป้งมันลงไปด้วย ซึ่งจะต่างจากสมัยก่อนที่จะใช้แป้งข้าวเจ้าล้วน
กิน-อยู่-เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต คลี่วิธีการเตรียมตัวใช้สิทธิ์แพคเกจ “เที่ยวปันสุข” และ “เราไปเที่ยวกัน” ตามที่รัฐบาลประกาศ เพื่อกระตุ้นภาคท่องเที่ยว เป็นระยะเวลา 4 เดือนตั้งแต่ กรกฎาคม-ตุลาคม 2563 โดย 2 แพคเกจสำหรับกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว มีรายละเอียดโดยสรุปดังนี้


แพ็คเกจ “เที่ยวปันสุข” (สนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบิน และ ค่ารถเช่า)
นักท่องเที่ยวรายใดที่ลงทะเบียนผ่าน Platform ธนาคารกรุงไทย จะได้รับ Promotion Code เพื่อนำมารับสิทธิ์ที่รัฐจะสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบิน ค่ารถโดยสารไม่ประจำทาง และลดเช่าในอัตรา 40% ของราคาค่าบัตรโดยสาร แต่สูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท โดยให้ 1 คนต่อ 1 สิทธิ์ (ต้องมีอายุ 20 ปี ขึ้นไป)
นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวที่เข้าจองที่พักในโครงการ “เราไปเที่ยวกัน” ยังจะได้รับสิทธิ์จองตั๋วเครื่องบิน ทั้งขาไป-ขากลับ ในราคาสุดคุ้ม 2,500 บาท จากโครงการ “เที่ยวปันสุข” เพิ่มทันทีอีก 1 สิทธิ์ด้วย
แพ็คเกจ “เราไปเที่ยวกัน” (สนับสนุนค่าโรงแรม ที่พัก)
นักท่องเที่ยวรายใดที่ลงทะเบียนผ่าน Platform ธนาคารกรุงไทย (อยู่ระหว่างรอการยืนยันเว็บไซต์ที่จะเปิดให้ลงทะเบียนอีกครั้ง) รัฐจะช่วยจ่ายค่าห้องพัก 40% ต่อคืน แต่สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อคืน และจองได้ไม่เกิน 5 คืน โดยให้ 1 คนต่อ 1 สิทธิ์ (ต้องมีอายุ 20 ปี ขึ้นไป)
ทั้งจะได้รับ “วงเงิน” 600 บาทต่อคืน สูงสุดไม่เกิน 5 คืน หรือ 3,000 บาท เพื่อให้นำไปใช้จ่ายกิจกรรมในด้านการท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น ใช้บริการสปา ซื้อของที่ระลึก ร้านอาหาร ฯลฯ โดยรัฐจะโอนให้ผ่านทางแอพฯ “เป๋าตัง” ของธนาคารกรุงไทย ซึ่งจะใช้ตั้งแต่วันที่เช็คอิน ถึงวันที่เช็คเอ้าท์ (23.59น.) เท่านั้น และถ้าคุณไม่ได้นำเงินที่ได้ก้อนนี้มาใช้จ่ายในพื้นที่นั้นๆ ที่คุณเข้าไปท่องเที่ยวละก็ รัฐจะยึดเงินก้อนนี้กลับคืนทันที
ตัวอย่างแรก กรณีซื้อที่พักจากโรงแรมคืนละ 1,000 บาท พัก 1 คืน จ่าย 600 บาท รัฐช่วยจ่าย 400 บาท และยังได้เงินที่รัฐจ่ายให้นำไปใช้จ่ายในพื้นที่มีเดินทางไปเที่ยวอีก 600 บาท รวมแล้วเราก็ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ 1,000 บาท
ตัวอย่างที่สอง ถ้าพัก 5 คืน จากราคาห้อง 5,000 บาท ก็จะจ่ายแค่ 3,000 บาท เพราะรัฐจ่ายให้ 2 พันบาท บวกกับเงินที่ได้อีก 600 บาทต่อคืน ก็ได้เพิ่มมาอีก 3,000 บาทหรือถ้าจะเป็นคนกำลังซื้อสูง จองที่พักแบบพูลวิลล่า โดยโรงแรมขายคืนละ 1 หมื่นบาท ถ้าพัก 5 คืน ปกติราคา 5 หมื่นบาท แต่เมื่อรัฐช่วยจ่ายสูงสุดวันละ 3 พันบาท ก็จ่ายเพียง 3.5 หมื่นบาทเท่านั้น เพราะรัฐช่วยจ่ายให้ 1.5 หมื่นบาท บวกกับเงินที่ได้อีก 600 บาทต่อคืน ก็ได้เพิ่มมาอีก3,000 บาททั้งนี้เงิน 600 บาทต่อคืนที่รัฐโอนมาให้
อย่างไรก็ตาม คงต้องรอติดตามความคืบหน้าที่ชัดเจนเกี่ยวกับ Platform ที่จะถูกนำมาใช้อย่างเป็นทางการ ซึ่งจะมีการประกาศจากรัฐบาลต่อไป แต่อย่างน้อยรู้ก่อนเตรียมตัวไว้ก่อนก็ยังดี เพราะถ้าทุกอย่างพร้อมใครลงทะเบียนก่อน ก็ได้เที่ยวก่อนแน่นอน
สุพรรณบุรี เป็น 1 ในจังหวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ไม่น้อยไปกว่าอยุธยา โดยเฉพาะเรื่องราวที่สัมพันธ์กับสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพราะเป็นพื้นที่ที่เชื่อมต่อกับเหตุการณ์สำคัญตอนทำยุทธหัตถี แต่ไม่ว่าข้อสรุปว่าเป็นลานยุทธหัตถี หรือเป็นเพียงพื้นที่เส้นทางเดินทัพ หากประวัติศาสตร์ก็ยังมีเค้าร่าง มีความสำคัญในแต่ละสถานที่ กิน-อยู่- เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตชวนไปดูวัดลาดสิงห์ ที่เป็นสถานที่อิงประวัติศาสตร์และเรื่องราวของพระองค์ท่าน โดยวัดแห่งนี้ตั้งอยู่ระหว่างอำเภอดอนเจดีย์และอำเภอศรีประจันต์
ก่อนที่จะมาวัดแห่งนี้หากท่านเดินทางจากกรุงเทพ หรือเดินทางเข้าสุพรรณบุรี กิน-อยู่ -เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตอยากเชิญชวนให้ทุกท่านเริ่มต้นที่พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ เพื่อซึมซับ หรือปูพื้นข้อมูลทางประวัติศาสตร์ก่อนมาวัดลาดสิงห์
เพราะพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ ที่ตั้งอยู่ อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี จะมีพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงพระคชาธารออกศึก และองค์เจดีย์ยุทธหัตถี ว่ากันว่าสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงสร้างเจดีย์ขึ้นเพื่อฉลองชัยชนะในสงครามยุทธหัตถีที่ทรงมีต่อพระมหาอุปราชาแห่งพม่า เมื่อเดือนมกราคม ปี พ.ศ. 2135 ซงเจดีย์แห่งนี้ถูกค้นพบในปี พ.ศ. 2456 โดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ และในปี พ.ศ. 2495 กองทัพบกได้บูรณปฏิสังขรณ์องค์พระเจดีย์ขึ้นใหม่เป็นเจดีย์แบบทรงลังกาครอบพระเจดีย์องค์เดิมไว้
ภายในองค์เจดีย์ได้มีห้องแสดงประวัติศาสตร์ ทั้งภาพแสงสีเสียง และหุ่นจำลองการยกทัพของพม่าและไทย หลายร้อยตัว ถัดจากเจดีย์ไปประมาณ 100 เมตร เป็นที่ตั้งของพระตำหนักสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภายในมีรูปปั้นของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและพระสุพรรณกัลยา ปัจจุบันมีผู้นิยมไปสักการบูชาอยู่เสมอ
จากพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ มายังวัดลาดสิงห์จะใช้เวลาไม่นานเพราะมีระยะห่างประมาณ 10 กิโลเมตรโดยวัดแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านสระ ริมถนนเลียบคลองชลประทาน ที่แยกจากทางหลวงหมายเลข 3038 ประมาณ 7 กิโลเมตรระหว่างอำเภอดอนเจดีย์และอำเภอศรีประจันต์ เมื่อเข้ามาในบริเวณวัดก่อนถึงทางเข้าโบสถ์จะมีอนุสาวรีย์ 3 พระองค์ คือสมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเอกาทศรถ และพระสุพรรณกัลยา
มีคำเล่าสืบทอดกันมาและจารึกเป็นแผ่นโลหะในโบสถ์ว่าวัดแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2009 สมัยกรุงศรีอยุธยาต่อมาปีพ.ศ. 2135 สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงบูรณปฏิสังขรณ์และยกฐานะเป็นพระอารามหลวง หลังจากที่ประสบชัยชนะในสงครามยุทธหัตถีและทรงทราบข่าวว่า พระสุพรรณกัลยาที่เป็นตัวประกันอยู่ที่เมืองพม่าถูกประหารชีวิตเป็นการล้างแค้นที่พระมหาอุปราชาสิ้นพระชนม์ด้วยพระแสงของ้าว
นอกจากนี้ยังมีการเล่าขานกันว่า เดิมวัดนี้ชื่อ “วัดราชสิงห์”หมายถึงสิงห์ของพระราชา ต่อมาเพี้ยนเป็นลาดสิงห์ และบริเวณวัดยังเคยเป็นที่พักของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มีบ่อน้ำรายรอบและหลักฐานที่ชี้ชัดคือหมู่บ้านลาวที่อยู่ด้านตะวันตกของวัดเพราะในการเดินทัพจะมีพนักงานกองเสบียงติดตามมาและส่วนมากเป็นชาวเวียงจันทน์
ลักษณะอาคารโบสถ์ที่น่าสนใจคือคงความประวัติศาสตร์ด้วยโครงสร้างภายในที่จะเห็นเป็นอิฐเปลือย มีพระประธานในโบสถ์ เป็นพระพุทธรูปปางสะดุ้งมาร (มารวิชัย) เกตุบัวตูม หน้าตักกว้างประมาณ 6ศอก ชาวบ้าน เรียกหลวงพ่อดำ (ตามพระนามสมเด็จพระนเรศวรมหาราช : พระองค์ดำ) มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปแบบอู่ทอง คือพระพักตร์เหลี่ยม พระขนงต่อกันคล้ายปีกกา พระโอษฐ์หนา พระนลาฏกว้าง มีขอบไรศก พระเม็ดศกเล็ก รัศมีรูปดอกบัวตูม ประทับขัดสมาธิราบ (เห็นฝ่าพระบาทหงายขึ้นเพียงข้างเดียว) พระหัตถ์แสดงปางมารวิชัย ครองจีวรเฉียง ชายจีวร เป็นแผ่นใหญ่ปลายตัดตรง
สิ่งที่น่าสนใจคือบทสวดบูชาหลวงพ่อดำ จะใช้บทหัวใจพาหุงมหากา “พา มา นา อู กา สะ นะ ทุ“ ซึ่งเป็นบทสวดที่สมเด็จพระพนรัตน์วัดป่าแก้วให้สมเด็จพระนเรศวรสวดอยู่ประจำก่อนออกรบ สำหรับผู้ตั้งใจขอความช่วยเหลือจากหลวงพ่อดำ เล่าขานกันและมีแจ้งไว้ในโบสถ์คือ ให้ถวายด้วยขนมจีน 1หาบ หรือไข่ต้มอย่างน้อย 50 ฟอง (มีหาบเปล่าวางไว้ในโบสถ์) นอกจากนี้ผู้ไปกราบขอพรยังนิยมถวายน้ำดื่ม เพราะเชื่อกันว่าถวายเป็นเสบียงให้กับทหารที่ออกทัพในสมัยอยุธยา
ทั้งหมดคือเรื่องเล่าขาน คือความเชื่อหากที่สำคัญคือประวัติศาสตร์ความเป็นมาให้ได้ย้อนรำลึก
กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอแนะนำ “โฮมสเตย์เสลียงแห้ง 3 เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์” อีกแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจสำหรับผู้ที่ชอบเสพวิถีชุมชน ซึ่งพร้อมไปด้วยทิวทัศน์อันสวยงาม อากาศบริสุทธิ์และยินดีที่จะให้ทุกท่านเดินท่องชมสวนเกษตรเมืองหนาว อาทิ อะโวคาโด องุ่นอินทรีย์ กาแฟอาราบิก้า รวมถึงพรรณพืชพื้นถิ่นหายาก ซึ่งเป็นสวนออแกนิก 100%
นอกจากนี้ทางโฮมสเตย์ยังเตรียมเมนูอาหารที่ทำจากผักและผลไม้สดๆ ปลอดสารพิษไว้คอยรับรองนักท่องเที่ยวผู้สนใจอีกด้วย
เรื่องที่เกี่ยวข้อง