ปีนี้หลายคนบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า ร้อนมากถึงมากที่สุด คาดว่าสถานการณ์ความร้อนปี 69 จะมีแนวโน้มรุนแรงกว่าปีที่ผ่านมา ทั้งนี้กรมอุตุนิยมวิทยายืนยันชัดเจนแล้วว่า ช่วงต้นเดือนเมษายน ดัชนีความร้อน (Heat Index) ในบางพื้นที่ของไทยอาจพุ่งสูงถึง 60 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นระดับ “อันตรายมาก” ถ้าอยากรู้ว่าร้อนแค่ไหน ตามกินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต มาร้อนไปพร้อมๆ กัน

ค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) ไม่ใช่อุณหภูมิที่วัดจากเครื่องวัดทั่วไป แต่เป็น “อุณหภูมิที่ร่างกายของคนเรารู้สึกได้จริง” ซึ่งคำนวณจากอุณหภูมิอากาศร่วมกับค่าความชื้นสัมพัทธ์ ยิ่งความชื้นสูง ร่างกายจะยิ่งรู้สึกร้อนมากขึ้น

ความร้อนที่สูงขึ้นมาจากหลายปัจจัยด้วยกัน อาทิ การกลับมาของปรากฏการณ์ เอลนีโญ (El Niño) คาดว่าจะเริ่มก่อตัวช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 และอาจส่งผลเต็มรูปแบบต่อประเทศไทยตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป เอลนีโญมักนำมาซึ่งสภาพอากาศแห้งแล้งและร้อนกว่าค่าเฉลี่ย โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บวกกับภาวะ Global Warming อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องจากการสะสมก๊าซเรือนกระจก ทำให้คลื่นความร้อนมีความถี่และความรุนแรงมากขึ้นกว่าในอดีตที่ผ่านมา อีกทั้งอุณหภูมิผิวน้ำทะเลของมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิกที่สูงเป็นประวัติการณ์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เร่งให้เกิดการสะสมความร้อนบนแผ่นดิน และเมื่อผสานกับความชื้นในอากาศยิ่งทำให้ “ดัชนีความร้อน” หรือ Heat Index พุ่งขึ้นสู่ระดับอันตราย

สิ่งที่จะตามมาพร้อมกับอากาศที่ร้อนจัดคือบรรดาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ เช่น อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ ผื่นคัน ตะคริว ลมแดด เพลียแดด และฮีทสโตรก ซึ่งเป็นภาวะที่รุนแรงที่สุดและอาจทำให้เสียชีวิตได้ เรียกว่าเป็นโรคฮิตที่มากับหน้าร้อนเลยก็ว่าได้ กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต รวบรวมคำแนะนำในการดูแลและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากความร้อนจากกรมอนามัย มาให้ทุกคนได้เตรียมรับมือกัน หัวร้อนอย่างเดียวพอแล้ว อย่าให้สุขภาพร้อนไปด้วยเลย…
สำหรับประชาชนทั่วไป
- ดื่มน้ำสะอาดบ่อย ๆ ในระหว่างวัน โดยไม่ต้องรอให้กระหาย
- ควรสวมหมวก ใส่แว่นกันแดด เมื่อออกไปกลางแจ้ง
- สวมเสื้อสีอ่อน หลวม มีน้ำหนักเบาและระบายอากาศได้ดี
- หลีกเลี่ยงทำกิจกรรมกลางแจ้ง ช่วงอากาศร้อน
- หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ชา กาแฟ
- สังเกตสีปัสสาวะ หากปัสสาวะมีสีเหลืองเข้มจัด-สีอมส้มเข้ม ควรดื่มน้ำทันที
- สังเกตอาการของตนเองและกลุ่มเสี่ยงอย่างใกล้ชิด หากมีอาการผิดปกติ ให้รีบแจ้งบุคคลใกล้ชิดทันที
- หากมีเหตุฉุกเฉิน ให้รับติดต่อสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุด หรือ โทรสายด่วน 1669
สำหรับประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ ได้แก่ ทารกและเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้มีโรคประจำตัว ผู้ที่มีภาวะอ้วน ผู้ที่ออกกำลังกายหรือทำงานกลางแจ้ง
- ห้ามปล่อยให้เด็กทารกและเด็กเล็กอยู่ในรถที่จอดตากแดดตามลำพังเด็ดขาด
- แม่ที่ให้นมลูกที่มีอายุต่ำกว่า 6 เดือน ควรดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายช่วงที่อากาศร้อนจัด หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ควรเตรียมความพร้อมร่างกายพักให้นานขึ้น และดื่มน้ำสะอาดบ่อย ๆ
- ผู้ทำงานกลางแจ้ง ปรับเปลี่ยนตารางเวลาทำงาน หลักเลี่ยงการทำงานในช่วงที่มีอากาศร้อนที่สุดของวัน (11.00 – 15.00 น.) ดื่มน้ำให้บ่อยขึ้น หากหยุดทำงานกลางแจ้งไปนาน ควรเริ่มจากงานเบาๆ เพิ่มเวลาพักให้นานขึ้น และหมั่นสังเกตอาการเพื่อนร่วมงาน
- ผู้ที่รับประทานยาบางชนิด เช่น ยาลดความดันโลหิต ยาแก้คัดจมูก ยาขับปัสสาวะ ยารักษาโรคจิตเวช เป็นต้น ให้สังเกตอาการตนเอง หากมีอาการผิดปกติควรพบแพทย์ทันที
ช่วงนี้เลี่ยงได้ก็เลี่ยงเถอะ การทำกิจกรรมกลางแจ้ง อย่าตากแดดนาน งดเล่นน้ำสงกรานต์สักปีคงไม่เป็นไร แต่ถ้าอดใจไม่ไหวจริง รอให้แดดร่มลมตกค่อยออกไปก็ได้ อย่าลืมว่าสุขภาพเรานั้นสำคัญที่สุด
ที่มา
https://www.posttoday.com/general-news/740158
https://www.bangkokbiznews.com/sustainability/environment/1223625
https://multimedia.anamai.moph.go.th/infographics/info671_hot_4/#



