รู้ๆกันอยู่ว่าประเทศไทยมี 3 ฤดูคือ ฤดูร้อน ฤดูร้อนกว่าและฤดูร้อนที่สุด ยิ่งในช่วงกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม เป็นช่วงที่บ้านเราร้อนสุด ประหนึ่งการซ้อมลงไปเยี่ยมชมนรก และเมื่ออุณหภูมิพุ่งสูงขึ้น ความร้อนก็แผ่กระจายไปทุกทิศ ลามไปถึงตัวบ้าน เริ่มจากหลังคา ลามลงมาที่ผนัง โครงสร้างภายใน จนไปถึงพื้นบ้าน แม้เปิดพัดลมหรือแอร์ก็ยังรู้สึกไม่สบาย กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอชวนมาแก้ปัญหาอย่างถูกจุด โดยเริ่มจาก “โครงสร้างและการจัดการความร้อนจากตัวบ้าน” แทนการเพิ่มการใช้ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว

และนี่คือ 14 แนวทางช่วยลดความร้อนในบ้านอย่างมีประสิทธิภาพจากผู้เชี่ยวชาญ
1. บล็อกความร้อนตั้งแต่หน้าต่าง
ติดม่านกันร้อนชนิดแบล็คเอาท์หรือซันสกรีน เพื่อกรองแสงและลดการถ่ายเทความร้อนผ่านกระจก โดยเฉพาะห้องที่หันรับแดดโดยตรง

2. เสริมฟิล์มกรองแสง
ฟิล์มกรองแสงคุณภาพดีช่วยสะท้อนรังสีความร้อน ลดอุณหภูมิภายในได้ชัดเจน เหมาะกับบ้านที่มีพื้นที่กระจกจำนวนมาก
3. เพิ่มกันสาดหรือระแนงบังแดด
การติดตั้งกันสาดหรือระแนงไม้บริเวณหน้าต่าง ช่วยลดแสงแดดที่ส่องตรงเข้าสู่ตัวบ้าน และช่วยป้องกันผนังสะสมความร้อน

4. ติดฉนวนกันความร้อนใต้หลังคา
หลังคาเป็นจุดรับแดดมากที่สุด การเพิ่มฉนวนสะท้อนความร้อนใต้หลังคาช่วยลดอุณหภูมิห้องชั้นบนได้อย่างมีนัยสำคัญ
5. เลือกสีทาภายนอกโทนอ่อน
สีอ่อนสะท้อนรังสีความร้อนได้ดีกว่าสีเข้ม ลดการสะสมความร้อนที่ผนังบ้าน
6. ปลูกต้นไม้เพิ่มร่มเงา
ต้นไม้ใหญ่บริเวณทิศตะวันตกช่วยบังแดดช่วงบ่าย ลดอุณหภูมิรอบบ้าน และเพิ่มความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ

7. จัดทิศทางลมให้ถ่ายเท
เปิดช่องลมในช่วงเช้าหรือเย็น เพื่อให้อากาศหมุนเวียนตามธรรมชาติ หลีกเลี่ยงการเปิดหน้าต่างตอนแดดจัด
8. ใช้พัดลมเพดานช่วยกระจายอากาศ
พัดลมเพดานช่วยให้อากาศหมุนเวียนทั่วห้อง ทำให้รู้สึกเย็นขึ้นแม้ตั้งแอร์ที่อุณหภูมิสูงกว่าเดิมเล็กน้อย

9. เปลี่ยนเป็นหลอดไฟ LED
หลอด LED ปล่อยความร้อนต่ำและประหยัดพลังงาน ลดแหล่งกำเนิดความร้อนภายในบ้าน

10. ลดการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน
เตาอบ ไมโครเวฟ หรือเตาแก๊ส ล้วนสร้างความร้อนสะสม ควรใช้ในช่วงเวลาที่อากาศไม่ร้อนจัด

11. จัดวางเครื่องใช้ไฟฟ้าให้เหมาะสม
หลีกเลี่ยงการวางอุปกรณ์ที่ปล่อยความร้อนใกล้เครื่องปรับอากาศ เพื่อไม่ให้แอร์ทำงานหนักเกินไป
12. ดูแลเครื่องปรับอากาศสม่ำเสมอ
ล้างแผ่นกรองอากาศเดือนละครั้ง เพื่อรักษาประสิทธิภาพการทำความเย็นและลดการสิ้นเปลืองไฟ

13. เลือกวัสดุปูพื้นที่ไม่อมความร้อน
พื้นหินอ่อน แกรนิต หรือกระเบื้องเซรามิก ช่วยกักเก็บความเย็นจากพื้นดินได้ดีกว่าวัสดุประเภทพรมหรือไม้หนา
14. ลดพื้นที่สะสมความร้อนภายใน
เก็บของที่ไม่จำเป็นออกจากพื้นที่ปิดทึบ ลดการกักเก็บความร้อนและช่วยให้อากาศหมุนเวียนดีขึ้น

เพราะฉะนั้น การทำให้บ้านเย็น ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศเพียงอย่างเดียว แต่ควรจัดการที่ต้นเหตุของความร้อน ตั้งแต่โครงสร้าง วัสดุ ไปจนถึงพฤติกรรมการใช้งานในชีวิตประจำวัน เมื่อวางแผนอย่างเหมาะสม บ้านจะเย็นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมช่วยประหยัดพลังงานในระยะยาว

แหล่งที่มาอ้างอิง
ไทยนิวส์ออนไลน์
กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.)
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
ข้อมูลด้านการออกแบบบ้านประหยัดพลังงานจากหน่วยงานภาครัฐและผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมเขตร้อน



