_โรคหน้าร้อน_Cover_1.jpg

kinyupen_adminMarch 11, 2020

ในวันที่ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ สิ่งหนึ่งที่แฝงตัวมากับอากาศร้อน คือ “โรค” ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรียบางชนิดที่เจริญเติบโตได้ดีช่วงอากาศร้อน กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต รวบรวมโรคที่มากับอากาศร้อน รวมถึงวิธีการดูแลสุขภาพ เพื่อเตรียมตัวสู้โรคได้อย่างถูกต้องไม่ว่าคุณจะเจ็บป่วยด้วยโรคอะไรก็ตาม…

 

ก่อนอื่นคุณต้องรู้จักโรคที่มาพร้อมกับอากาศร้อนกันก่อนว่ามีอะไรบ้าง และอาการเบื้องต้นเป็นอย่างไร !!!

 

 

  1. โรคอุจจาระร่วง เกิดจากเชื้อต่างๆ เช่น แบคทีเรีย ไวรัส ที่ตกค้างอยู่ในอาหารที่ไม่สะอาด สุกๆ ดิบๆ ทำให้ท้องเสีย ส่วนใหญ่ไม่อันตรายร้ายแรง แต่บางรายที่ติดเชื้อรุนแรงอาจเสียชีวิตได้ เพราะมีการสูญเสียน้ำและเกลือแร่ในปริมาณมาก
  2. โรคอาหารเป็นพิษ เป็นโรคทางเดินอาหารที่พบบ่อย ติดต่อโดยการรับประทานอาหารหรือน้ำดื่มที่มีสารพิษจากเชื้อโรคบางชนิดเข้าไป ส่วนใหญ่มักมีอาการคลื่นไส้อาเจียน บางรายอาจถ่ายเหลวเป็นน้ำ ไม่มีไข้ หายได้เอง แต่ถ้าอาการหนักมากต้องได้รับน้ำเกลือเสริม
  3. โรคระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ปอดบวม ปวดหัว ตัวร้อน ไอจาม เพราะอากาศเปลี่ยนแปลง หรืออยู่ในที่อากาศถ่ายเทไม่ดี ร่วมกับร่างกายที่อ่อนแอ
  4. โรคผิวหนัง ได้แก่ เม็ดผดผื่นคัน ป้องกันได้ด้วยการอาบน้ำชำระร่างกายและรักษาความสะอาด หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำสกปรก หรือ น้ำที่ไม่สะอาด
  5. โรคเครียด เป็นปัญหาหนึ่งที่พบบ่อยในหน้าร้อน ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ นอนไม่หลับ โมโหง่าย หงุดหงิดง่าย วิธีคลายเครียดง่ายๆ คือ หนีร้อนไปอยู่ในที่อากาศเย็นสบาย เช่น ห้องแอร์ ใต้ร่มไม้ หางานอดิเรก หรือ นั่งสมาธิ
  6. โรคพิษสุนัขบ้า เป็นโรคติดต่อร้ายแรงชนิดหนึ่งที่แพร่ระบาดทุกปี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในปีหนึ่งๆ ไม่น้อย ทั้งที่มีวัคซีนป้องกัน แต่ยังมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้อยู่ดี เมื่อถูกสัตว์อย่างสุนัขและแมวกัด ให้ทำความสะอาดแผลแล้วไปพบแพทย์ทันที

 

หากรู้สาเหตุของโรคที่เกิดขึ้น การป้องกันหรือหลีกเลี่ยงก็ไม่ใช่เรื่องยาก การดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอควรทำติดตัวให้เป็นนิสัย

 

วิธีการป้องกันโรคง่ายๆ ที่ทำได้ด้วยตัวเองในช่วงฤดูร้อน หรือไม่ว่าจะเป็นฤดูใดก็ทำตาม คือ

  • เลือกทานอาหารที่สดใหม่ สะอาด ปรุงให้สุกด้วยความร้อนเพื่อฆ่าเชื้อโรค ลดทานอาหารที่เป็นของหมักดอง และล้างมือให้สะอาดก่อนทานอาหารทุกครั้ง โดยเฉพาะอาหารที่ต้องใช้มือเปล่าจับ รวมไปถึงการเลือกทานอาหารจากร้านที่คำนึงถึงเรื่องความสะอาด “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” คือสิ่งที่สำคัญ
  • เพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายด้วยการทานผักและผลไม้เป็นประจำ ซึ่งผักและผลไม้บางชนิด สามารถช่วยปรับสมดุลในร่างกาย พร้อมบรรเทาโรคเบื้องต้นได้ เช่น มะระ ช่วยดับร้อน ถอนพิษไข้ ดอกแค ช่วยรักษาอาการร้อนใน ลดไข้ ลดน้ำมูก แก้ปวดหัว ฟักเขียว ช่วยถอนพิษ ขับความร้อนในร่างกาย ช่วยให้แผลร้อนในยุบตัวเร็ว รากบัว แก้ร้อนใน ลดไข้ บำรุงโลหิต ช่วยให้เจริญอาหาร แตงโม ผลไม้ที่มีน้ำประกอบอยู่มาก ช่วยให้ร่างกายสดชื่น ลดอาการอ่อนเพลีย มะตูม ต้มเป็นน้ำสมุนไพร ช่วยแก้ร้อนใน ช่วยย่อยอาหาร แก้ท้องเสีย รางจืด สมุนไพรฤทธิ์เย็น ลดอาการแพ้ การอักเสบ ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอก ทำเป็นน้ำฉีดพ่นลดความร้อนที่ผิวกาย ผิวหน้า ลดอาการแสบแดงและผิวไหม้จากแสงแดดได้ดี
  • ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้งๆ แต่ไม่ควรหักโหมจนเกินไป พักเหนื่อยเป็นระยะๆ การออกกำลังกายจะทำให้การนอนหลับสบายและหลับนานขึ้น ร่างกายได้พักผ่อนเต็มที่
  • หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดในวันที่ร้อนจัด และดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ เพื่อทดแทนน้ำในร่างกายที่สูญเสียไปกับเหงื่อ การปฏิบัติเช่นนี้จะเป็นผลดีต่อร่างกาย ช่วยให้ไม่อ่อนเพลียได้

 

ผักและผลไม้บางชนิด ช่วยปรับสมดุลในร่างกาย

 

การดูแลตนเองให้มีสุขภาพดีถือเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่จะทำให้ชีวิตมีความสุข ห่างไกลความเจ็บป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับไวรัสโควิด-19 โรคติดต่ออันตรายที่สร้างความกังวลให้กับทุกคน และทุกประเทศทั่วโลก การที่คุณมีสุขภาพที่ดีเท่ากับมีเกราะป้องกันตนเองในระดับหนึ่งแล้ว

 

ขอบคุณข้อมูลจาก liekr.com/post_153768.html


Content_อโรคยา_Cover_1.jpg

kinyupen_adminNovember 22, 2019

การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ เพราะถ้าเป็นโรค สิ่งที่ตามมาคือค่ารักษาพยาบาลและค่าฟื้นฟูร่างกาย โดยเฉพาะโรคยอดนิยมอย่างมะเร็ง แพ้ภูมิตนเอง หรือกรณีโรคที่เหตุจากอำนาจของมึนเมา ยาเสพติด กินอยู่เป็น 360องศา จึงเลือกนำเสนอการรักษาแบบแพทย์แผนไทย ที่อาจถูกจริต และลดภาระค่าใช้จ่ายของบางครอบครัว ซึ่งที่เลือกสรรมานี้เป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่ทั้งหมดไม่มีค่าใช้จ่าย

อโรคยศาล

แนวทางรักษา : เป็นสถานอภิบาลพักฟื้นผู้ป่วยมะเร็ง โดยรักษาแบบบูรณาการ ที่ผสานแพทย์แผนไทยที่ควบคู่กับการใช้ธรรมะ และยาสมุนไพร

จุดเด่น : ใช้ยาสมุนไพร ที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและมะเร็งหลายชนิด อาทิ หัวร้อยรู หญ้าหนวดแมวผสานการ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยเฉพาะจิตใจ ซึ่งผู้มารักษาจะต้องมีญาติมาดูแลเพื่อไม่รู้สึกเดียวดาย และเพื่อสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว ระยะเวลารักษาจะประมาณสองอาทิตย์ จากนั้นให้กลับไปรักษาที่บ้าน โดยอโรคยศาลจะส่งสมุนไพรให้ประจำต่อเนื่อง

ค่าใช้จ่าย : ไม่คิดค่าใช้จ่าย

ผู้ก่อตั้ง : พระอาจารย์ ปพนพัชร์

สถานที่ติดต่อ : อโรคยศาล วัดคำประมง อ.พรรณานิคม จ. สกลนคร

มูลนิธิไทยกรุณา

แนวทางรักษา :  ใช้แนวแพทย์แผนไทย  มีห้องอบสมุนไพรกับการสวดมนต์ให้ผู้ที่เข้ามาลงทะเบียนรับยา อาจเหมาะกับผู้ที่ป่วยมะเร็ง หรือ มีปัญหาด้านภูมิคุ้มกัน

จุดเด่น :ใช้ยาสมุนไพรปรุงสด รับบัตรคิวเพื่อรับยาทุกวันพฤหัสบดีและวันอาทิตย์ โดยปิดรับคิวเวลา 8.00น. และแจกยา เวลาประมาณ 16.00 –  17.30 น. ต้องรับยาทุก 15 วัน ผู้รับยาควรเตรียมกระติกน้ำแข็ง สำหรับแช่เย็นยา กรณีคนไข้ใหม่ควรเตรียมบัตรประชาชนและรูปถ่าย 1 นิ้ว 2 รูปและประวัติการรักษา

ผู้ก่อตั้ง : หลวงพ่อนิพนธ์ สืบทอดเจตนา สูตรและคำสอนจากแม่ชีเมี้ยน ผู้ก่อตั้งถ้ำกระบอก

ค่าใช้จ่าย : ไม่มีค่าใช้จ่าย

สถานที่ติดต่อ : มูลนิธิไทยกรุณา ฝั่งตรงข้ามตลาดโรงเกลือกาญจนบุรี

ศูนย์สงเคราะห์ผู้ที่ต้องการ เลิกสุรา และยาเสพติด

แนวทางรักษา : ใช้สมุนไพรไทย ผสมการปฏิญาณให้คำมั่น

จุดเด่น :   ใช้สมุนไพรรากไม้ 3 ชนิด  ลวดทะนง พญารากเดียวและ พญาไพร ฝนกับหินก่อนผสมน้ำเพื่อล้างพิษสารเสพติดออกจากร่างกาย การบำบัดแต่ละครั้งใช้เวลาไม่เกิน 45 นาที จากนั้นผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้  ผู้เข้ารับบำบัดต้องเตรียมดอกไม้ขาว 5 คู่ ธูป 1 มัด เทียน 1 ห่อ ผ้าขาว 1 ผืน และปัจจัยบูชาครู จากนั้นเข้าสู่ขั้นที่ 1.กรอกข้อมูลยินยอมในใบสัญญาเลิกเหล้า ขั้นที่ 2 ไหว้พระ อาราธนาและ สมาทานศีล 5 ขั้นที่ 3 รับฟังความรู้โทษและภัยยาเสพติดขั้นที่ 4 ตั้งสัจจะกล่าวคำปฏิญาณ ขั้นที่ 5 ดื่มน้ำยาสมุนไพร

ค่าใช้จ่าย : ไม่มีค่าใช้จ่าย

ผู้ก่อตั้ง :  พระครูประภัสร์  สารธรรม

สถานที่ติดต่อ : วัดทุ่งไทรขะยูง อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ 087-8774596

สำนักสงฆ์ถ้ำกระบอก

แนวทางรักษา :  ด้วย “แนวคิดจิตเป็นนายกายเป็นบ่าว” ใช้สมุนไพรในการรักษาทั้งวิธีดื่มและอบตัวเพื่อขับพิษ ร่วมกับการฟื้นฟูจิตใจด้วยธรรมะ

จุดเด่น : เพื่อให้ผู้เข้ารับบำบัดสามารถเลิกได้  รักษา ครั้งละ 15 วันผู้ป่วยต้องรับประทานยาสมุนไพร เป็นการล้างสารพิษของยาเสพติด เรียกว่า ยาตัด มีการอบตัวด้วยสมุนไพรเพื่อขับสารพิษออกทางผิวหนัง และอบรมธรรมะทั้งฝึกนั่งสมาธิทุกวัน รวมถึงมีการฝึกอาชีพเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพกายใจ และเลี้ยงตัวเองได้ ซึ่งผู้เข้ารับบำบัดต้องลงทะเบียนด้วยบัตรประชาชน และทะเบียนบ้าน และรับสัจจะไม่เสพยาทุกชนิดตลอดชีวิต

ค่าใช้จ่าย : ฟรี มีเฉพาะค่าอาหารและของใช้ส่วนตัว เฉลี่ยประมาณ 200 บาทต่อวัน

ผู้ก่อตั้ง : แม่ชีเมี้ยน ปานจันทร์ เป็นผู้ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2500 ต่อมาเมื่อแม่ชีเมี้ยนเสียชีวิตลง หลวงพ่อจำรูญ ปานจันทร์ ซึ่งเป็นหลานได้เป็นผู้ปฏิบัติภารกิจสืบต่อมา

สถานที่ติดต่อ :  ตำบลขุนโขลน อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี เปิดทำการทุกวัน 9.30 -16.00

 


-ชนะ-มะเร็ง_web.jpg

kinyupen_adminApril 9, 2019

“มะเร็ง” ชื่อนี้ฟังดูแล้วก็รู้สึกน่ากลัว ขยะแขยง น่ากลัว ไม่อยากได้ยิน และก็ไม่มีใครอยากเป็นโรคนี้สักเท่าไหร่ เพราะเมื่อป่วยโรคนี้ขึ้นมาจริงๆ การรักษาให้หายขาดมีความน่าจะเป็นที่น้อยถึงน้อยมาก ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการรักษาค่อนข้างสูงราวเลข 5 หลักขึ้นไป โรคนี้หากเกิดขึ้นกับใคร ก็ล้วนมีแต่ความทุกข์ทั้งนั้น

จากสถิติของกระทรวงสาธารณสุข พบว่า คนไทยเสียชีวิตจากโรคมะเร็งมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ โรคมะเร็งที่พบบ่อยมากที่สุด คือ มะเร็งตับ มะเร็งของท่อน้ำดี มะเร็งปอด และมะเร็งลำไส้ใหญ่ ในเพศหญิงพบผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก และมะเร็งเต้านม มากที่สุด ส่วนในเพศชายพบมะเร็งช่องปากและลำคอ และมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มากที่สุด โรคมะเร็งเกือบทุกชนิดรักษาได้ผลดีหากตรวจพบในระยะแรกเริ่ม แต่หากปล่อยจนโรคลุกลามมากขึ้น การรักษาก็จะซับซ้อนยุ่งยากมากขึ้น และผลการรักษามีทั้งที่ได้ผลและไม่ได้ผล

แต่เชื่อหรือไม่ว่า “ธรรมะ” สามารถช่วยรักษาโรคมะเร็งได้ เรื่องนี้ถูกเขียนไว้ในหนังสือ “ธรรมะพิชิตมะเร็ง” เป็นหนังสือแจกฟรีภิกษุณี ซึ่งได้บอกถึงเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นกับ น.ส.วิมล บุญยง หรือ “หลวงพี่ป๊อป” เมื่อครั้งเคยเข้ารับการรักษาโรคมะเร็งปอด โดยหลวงพี่ป๊อปเล่าว่า ระหว่างที่ป่วยนั้นทำให้ตนมีความคิดดีๆ เช่น ไม่รักษาก็ตาย ถึงแม้รักษาหายหรือไม่หายก็ต้องตายอยู่ดี เราไม่ได้รักษาเพื่อจะไม่ตาย แต่เรารักษาโรคเพื่อที่จะยืดชีวิตไปอีกสักหน่อย

และตอนที่รักษาโรคมะเร็งรู้สึกว่าทรมานมาก ในครั้งนั้นรู้สึกสิ้นหวังกับแพทย์แผนปัจจุบัน จึงแสวงหาหนทางการรักษาแบบใหม่ๆ โดยการกลับเข่าไปหาวิถีโบราณที่สุด คือ เดินธุดงค์ออกกำลังกาย 15 กิโลเมตร จากห้วยขาแข้งมาที่วัดป่าเลไลยก์ จ.นครสวรรค์ และได้อธิษฐานจิตต่อหน้าพระพุทธรูปปางลีลาองค์ใหญ่ จะไม่ขอว่าให้หายภายใน 3 วัน 7 วัน แต่ขอให้หายโดยปาฏิหาริย์ ระหว่างทางจะสวดคาถาชินบัญชร 108 จบ หลังจากสิ้นสุดการเดินธุดงค์ กลับไปนอนพบว่า อาการเจ็บป่วยลดลงประมาณ 50% วันต่อมาอาการเจ็บป่วยลดลงเหลือประมาณ 1๐% วันต่อมาไม่มีอาการเจ็บเหลืออยู่เลย

หลวงพี่ป๊อบบอกว่า การป่วยหนักๆ ทำให้ได้ความคิดใหม่ๆ เกิดขึ้นว่า ถึงรักษาก็ยังต้องตายอยู่ดี ดังนั้น เมื่อรักษาก็ตาย ไม่รักษาก็ตาย แต่เลือกที่จะรักษาเพื่อยืดชีวิตออกไปอีกสักหน่อย แล้วเอาช่วงเวลาที่ยืดออกไปนั้นมาทำประโยชน์ตน ประโยชน์โลก

นอกจากนี้ อดีตนักแสดงอาวุโส “เมตตา รุ่งรัตน์” ที่เคยป่วยเป็นโรคมะเร็ง จากเหตุที่สามีของตนสูบบุหรี่กระทั่งป่วยเป็นโรคถุงลมโป่งพอง และเสียชีวิต ถึงแม้ว่าคุณเมตตาไม่ได้สูบเอง แต่เจ้าตัวต้องสูดควันบุหรี่จากคนรอบข้าง ซึ่งก่อนหน้านี้เคยป่วยมา 10 กว่าโรค และเป็นโรคหนักๆ ทั้งนั้น อาทิ โรคภูมิแพ้ หอบหืด และมะเร็ง เจ้าตัวมองว่าเป็นเรื่องของระบบร่างกายและธรรมชาติ การเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดาที่จะเกิดขึ้นกับทุกคน ถ้าจิตเราตก เราก็จะแพ้กับโรคภัยไข้เจ็บ เจ้าตัวจึงตัดสินใจนำเอาธรรมะมาช่วยรักษาจิตใจ เพื่อให้จิตใจข้มแข็ง ถ้าให้อธิบายก็คือ “ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว” จิตใจต้องเข้มแข็งเหนือร่างกาย จิตใจต้องอยู่เหนือโรค ถ้าจิตใจของเราเข้มแข็ง เราก็จะสู้กับโรคร้ายดังกล่าวได้

สุดท้าย ไม่กว่าตัวเราหรือคนรอบข้างจะป่วยหรือเกิดเป็นโรคอะไรสักอย่าง เราคงต้องทราบสาเหตุของการเกิดโรคเสียก่อน จึงจะหาทางป้องกันได้ หากเรารู้จักใส่ใจ ป้องกันตัวเองตั้งแต่แรกมิให้เกิดโรคขึ้น ก็จะเป็นการตั้งรับที่ดีที่สุด เพื่อรักษาโรคดังกล่าวให้หายได้ตั้งแต่เนิ่นๆ

 


Banner_welltitude_นอนหลับไม่เพียงพอ-อันตราย-เสียงเผชิญ-6-โรคร้ายแรง.jpg

kinyupen_adminSeptember 18, 2018

รู้หรือไม่? การ “นอนหลับไม่เพียงพอ” ส่งผลเสียต่อร่างกาย นำมาสู่โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ “กินอยู่เป็น” จึงขอรวบรวม 6 โรคร้ายแรง ที่มาจากการพักผ่อนน้อยเป็นประจำ หวังให้ทุกคนใส่ใจและไม่หักโหมจนลืมให้เวลากับตัวเอง

มนุษย์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเหล่ามนุษย์เงินเดือน นักเรียน นักศึกษา คนทำงานหาเช้ากินค่ำ ก็ต่างมีภาระหน้าที่ที่ต้องทำ และด้วยภาระของงานที่ต้องสะสาง การบ้านที่ต้องรีบทำ ก็ทำให้นอนหลับไม่เพียงพอนอนน้อย บางรายถึงขั้นไม่ได้หลับ ไม่ได้นอนเลย เหมือนกับตัวละครที่ชื่อ “ยุ่น” จากภาพยนตร์ “ฟรีแลนด์ ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ” ที่บ้างานอย่างหนัก จนถึงขั้นส่งผลเสียต่อร่างกายตัวเองเลย

การพักผ่อนน้อยย่อมส่งผลเสียต่อร่างกายตัวเอง และถ้าทำแบบนี้อยู่บ่อยๆ อาจจะส่งผลให้เผชิญกับโรคภัยต่างๆ อีกด้วย “กินอยู่เป็น” จึงได้รวบรวม 6 โรคร้ายแรง ที่มาจากการพักผ่อนน้อยเป็นประจำ เพื่อคอยเตือยสติทุกๆ คนว่า ถ้าไม่ดูแลตัวเอง ก็จะเจ็บป่วยเป็นโรคดังต่อไปนี้แน่นอน

1. ระบบขับถ่ายทำงานผิดปกติ

การพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายปรับระบบการทำงานได้ไม่ดี ส่งผลให้ระบบย่อยอาหารในกระเพาะอาหารทำงานผิดปกติ โดยเฉพาะหากใครหาอะไรทานตอนดึกๆ ไม่เป็นเวลา ส่งผลเสียต่อกระเพาะอาหาร และระบบย่อยอาหารอื่นๆ ด้วย และเมื่อระบบย่อยอาหารมีปัญหา ทำให้มีอาการอาหารไม่ย่อย ท้องอืด ท้องเฟ้อ บางรายมีแก๊สในกระเพาะอาหารเยอะเกินไป อาจมีอาการปวดท้องแบบจุกเสียดได้ นอกจากนี้ ยังส่งผลมาที่ระบบขับถ่าย ทำให้ขับถ่ายไม่เป็นเวลา เกิดอาการท้องผูก ท้องเสียได้อีกด้วย

 

 

 

 

 

 

2. โรคอ้วน

นอกจากการทานอาหารตอนดึกๆ ในระหว่างปั่นงาน อ่านหนังสือแล้ว การนอนหลับไม่เพียงพอยังส่งผลให้ระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกายรวนไปด้วย ส่งผลให้มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน กลายเป็นโรคอ้วนได้

 

 

 

 

 

 

 

3. โรคเบาหวาน

การนอนหลับไม่เพียงพอ มีความเสี่ยงสูงตต่อการเป็นโรคเบาหวานได้ เพราะการพักผ่อนไม่เพียงพอ จะส่งผลให้ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือด และอินซูลินเพิ่มขึ้น และยังเสี่ยงต่อภาวะดื้ออินซูลินอีกด้วย ฉะนั้น ใครที่กำลังป่วยเป็นโรคเบาหวานอยู่ ควรระวังอย่างยิ่ง เพราะจะส่งผลกระทบต่อการรักษาอย่างมาก

 

 

 

 

 

 

4. โรคนอนไม่หลับ

โรคนอนไม่หลับ เกิดจากการที่ตัวเรานอนไม่เป็นเวลา ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างมาก การนอนไม่หลับนอกจากร่างกายจะเหนื่อยล้าสะสมจากการนอนไม่เพียงพอแล้ว ยังทำให้เกิดความเครียดสะสม จนทำให้ยิ่งนอนไม่หลับไปกันใหญ่ ฉะนั้น ควรแบ่งเวลาให้เหมาะสม เมื่อถึงเวลาพักผ่อนก็ต้องพัก อย่างหักโหมเด็ดขาด

 

 

 

 

 

 

 

 

5. โรคหลอดเลือดหัวใจ

หากเรานอนหลับไม่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดอาการเส้นเลือดอุดตันได้ เนื่องจากมีสารโปรตีนเข้ามาเกาะสะสมที่หัวใจมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีโอกาสที่ความดันโลหิตจะเพิ่มขึ้นจนส่งผลต่อโรคอื่นๆ ตามมาอีกด้วย ซึ่งอาจจะอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตเลยก็ว่าได้

 

 

 

 

 

 

 

 

6. โรคมะเร็งลำไส้

กลุ่มวัยรุ่น วัยทำงาน มีความเสี่ยงสูงในการเป็นมะเร็งลำไส้มากขึ้น เนื่องจากการรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา ทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ ไม่ออกกำลังกาย บวกกับการพักผ่อนไม่เพียงพออีกด้วย ส่งผลให้ระบบการทำงานของลำไส้ผิดปกติ จนอาจกลายเป็นลำไส้อุดตัน และลุกลามจนกลายเป็นมะเร็งในที่สุด

 

 

 

 

 

และทั้งหมดนี้คือ 6 โรคอันตรายที่มาจากการพักผ่อนน้อย ซึ่งหากใครที่รู้ตัวว่ากำลังนอนน้อย พักผ่อนน้อย ก็ควรจัดสรรเวลาให้ดีๆ พยายามนอนให้ตรงเวลาทุกๆ วัน จะช่วยปรับเวลานอนของตัวเองให้เป็นปกติได้