Covid-19-china-divorce_Cover_1.jpg

kinyupen_adminMarch 19, 2020

สื่อต่างประเทศรายงานว่า จากข้อมูลของสำนักงานทะเบียนราษฎร์จีนระบุว่าในช่วงเกือบหนึ่งเดือนที่ผ่านมา สำนักงานเขตในมณฑลต่างๆ ของจีนต้องดำเนินการจดทะเบียนหย่าร้างให้กับคู่สมรสชาวจีนเพิ่มขึ้นในอัตราที่น่าตกใจ นับเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในจีนที่มีสถิติการหย่าร้างสูงขึ้นอย่างมากเช่นนี้

 

รายงานระบุว่า ที่สำนักงานเขตมณฑลเสฉวน มีผู้เดินทางมาขอจดทะเบียนหย่าด้วยความสมัครใจมากกว่า 300 คู่ในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่ที่สำนักงานเขตซีอานก็มีคู่สมรสมายื่นจดทะเบียนหย่าถึง 14 คู่ภายในวันเดียว แต่ในบางเขตคู่รักก็ต้องผิดหวังกลับไปเพราะไม่ได้หย่า เนื่องจากทางเขตที่ขีดจำกัดการจดทะเบียนหย่าได้เพียง 10 คู่ต่อวันทำให้พวกเข้าต้องรีบเดินทางมาใหม่ในวันรุ่งขึ้นเพื่อให้ทันเป็นหนึ่งใน 10 คู่ที่จะสามารถจดทะเบียนหย่ากันได้  ซึ่งสถิติที่เพิ่มขึ้นของการจดทะเบียนหย่าของผัวเมียชาวจีนเกิดขึ้นในช่วงที่จีนสั่งให้ประชาชนกักตัวอยู่ที่บ้าน และงดกิจกรรมอื่นๆ นอกบ้าน

 

เจ้าหน้าที่จีนระบุว่า การที่คู่รักตัดสินใจมาจดทะเบียนหย่ากัน ส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่า “เบื่อ” หลังจากที่ต้องใช้เวลาอยู่ร่วมกันในบ้านเป็นเวลานานและมากเกินไป ทำกิจกรรมหลายอย่างด้วยกันจนไม่มีอะไรจะทำแล้ว การต้องเห็นหน้ากันทุกวันก็อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุทะเลาะ เบาะแว้ง และเริ่มเข้าใจในสิ่งที่แตกต่างกันมากขึ้น

 

 

มีรายงานว่าเมื่อสำนักงานเขตในพื้นที่ต่างๆ เริ่มเปิดทำการ เมื่อวันที่ 1 มีนาคม ที่ผ่านมา หลังหยุดทำการไปเพราะเหตุการณ์แก้ปัญหาโรคระบาด ก็พบว่ามีคู่สมรสพากันมาจดทะเบียนหย่ากันอย่างล้นหลาม ซึ่งนับเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยเจ้าหน้าที่ของจีนกล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นชี้ให้เห็นว่า คนหนุ่มสาวผู้ที่มาจดทะเบียนหย่าส่วนใหญ่เป็นคู่รักหนุ่มสาว ที่มักจะมีการติดสินใจแบบหุนหันพลันแล่น และ เมื่อเจ้าหน้าที่ให้สติว่าลองกลับไปพิจารณาดูกันใหม่ พวกเขาก็มักจะปฏิเสธที่จะกลับไปทบทวนการตัดสินใจและยังยืนยันจะยุติชีวิตสมรสกันต่อไป

 

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้  ทำให้เกิดความสนใจในเชิงจิตวิทยาจนกลายเป็นที่ถกเถียงว่าแท้จริงแล้วการที่คู่รักจะมีเวลาใกล้ชิดกันมากๆ นั้น มีประโยชน์ต่อความสัมพันธ์หรือไม่ หรือว่าแท้จริงแล้วมันอาจจะทำให้เป็นไปในทางตรงกันข้ามกันแน่ ทั้งนี้สื่อได้นำข้อมูลการศึกษาในประเด็นนี้ที่จัดทำขึ้นเมื่อปี 2018 พบว่าคู่รักที่อยู่ด้วยกันก่อนแต่งงานมีอัตราการหย่าร้างลดลงในปีแรกเมื่อเทียบกับคู่รักที่ไม่ได้ทดลองอยู่ร่วมกันมาก่อน แต่อัตราการหย่าร้างกลับจะสูงขึ้นหลังจากที่ทั้งคู่ได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกันเป็นเวลามากกว่า 5 ปีขึ้นไป  แต่งานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งกลับแสดงให้เห็นว่าการใช้เวลาอยู่ด้วยกันเป็นเวลานานจะสามารถปกป้องคู่รักจากการหย่าร้างได้

 

อย่างไรก็ตามความบาดหมางของคู่รักชาวจีนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุระบาดของโรคโควิด19 ยังสะท้อนออกมาให้เห็นในการใช้สื่อโซเชียลมีเดียของจีน อย่าง เหว่ยป๋อ แพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมสูงสุดของชาวจีน ซึ่งสื่อให้เห็นว่าความรักของคู่รักที่ต้องอาศัยอยู่ด้วยกันเป็นเวลานานมีแนวโน้มที่จะถึงจุดระเบิดจากปัญหาตั้งแต่เล็กๆ น้อยๆ ต่างๆ  ไปจนถึงความเครียดเรื่องความเป็นอยู่ และเศรษฐกิจที่ตกต่ำ หลายคู่ตกอยู่ในสภาพของความวิตกกังวล อาการซึมเศร้า และหลายคนหลายคู่ก็สะท้อนความรู้สึกต่างๆ เหล่านั้นระบายลงในสื่อสังคมออนไลน์ เช่น

“เมื่อคู่รักใช้เวลาทั้งกลางวันและกลางคืนด้วยกันมันยากที่จะซ่อนปัญหาเอาไว้ ข่าวนี้ไม่ได้ทำให้ฉันประหลาดใจเท่าไหร่ที่คู่รักจะอยู่ด้วยกันไม่ได้และต้องหย่าร้างกัน” “บางทีงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ อย่างเรื่องทำความสะอาดบ้าน หรือล้างจาน ก็อาจจะสะสมเป็นปัญหาให้ทะเลาะกันได้”  หรือ “ทำไมถึงไม่หยิบจับอะไรสักอย่าง เราทุกคนก็เหนื่อยเหมือนกันทั้งนั้น” เป็นต้น  

 


-ในยุคนี้-ควรใช้ชีวิตอย่างไร-ให้สมกับความเป็น-เมีย-2018_web.jpg

kinyupen_adminAugust 21, 2018

เปิดพฤติกรรมที่ “สุภาพสตรี” ยุคนี้ควรกระทำ เพื่อในอนาคตหากใช้ชีวิตคู่ร่วมกับคนที่เรารัก จะได้อยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสุข ให้สมกับความเป็น “เมีย 2018”

ช่วงนี้ต้องบอกว่ากระแสละครโทรทัศน์อย่าง “เมีย 2018” กำลังฟีเวอร์อย่างหนัก ไม่ว่าจะไปไหนมาไหนก็มีแต่คนพูดถึงละครเรื่องนี้กันอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นในวงสนทนาหรือในโลกออนไลน์ ซึ่งจะว่าไปแล้ว ละครเรื่อง “เมีย 2018” เป็นละครที่แฝงแง่คิดในเรื่องของการใช้ชีวิตคู่ว่าต้องปฏิบัติตนอย่างไร เพื่อให้ชีวิตคู่ราบรื่น ซึ่งบางฉากสำคัญของละครเรื่องนี้สะท้อนถึงชีวิตจริงในสังคม อาทิ ปัญหาพฤติกรรมการใช้ชีวิตของสามีภรรยาที่ไม่ลงตัว , ปัญหารักสามเศร้า และปัญหาอื่นๆ ซึ่งหากไม่ได้รับการแก้ไข ก็จะพอกพูนจนนำไปสู่การหย่าร้างในที่สุด

 เมีย 2018
ภาพจากละคร เมีย 2018 โดยเว็บไซต์ www.onehd.net


.
ขณะเดียวกัน ตัวละครฝ่ายหญิงสำคัญอย่าง “อรุณา” และ “กันยา” ก็สะท้อนถึงพฤติกรรมของฝ่ายหญิง เพื่อให้ผู้ชมรับชมและรู้ว่าพฤติกรรมใดควรกระทำ และพฤติกรรมใดไม่ควรกระทำ สำหรับการใช้ชีวิตคู่ ใช้ชีวิตอย่างไรไม่ให้ผิดศีลธรรม ซึ่ง “กินอยู่เป็น” ได้รวบรวมพฤติกรรมหลักๆ ที่ “สุภาพสตรี” ในยุคนี้ควรกระทำ เพื่อในอนาคตหากใช้ชีวิตคู่ร่วมกับคนที่เรารักแล้ว จะได้อยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสุข

.
.
1. มีคุณสมบัติของความเป็นสุภาพสตรีไม่ขาดตกบกพร่อง วางตัวอย่างสง่างาม

ข้อแรกนี้เป็นคุณสมบัติเริ่มต้นเลยของคุณผู้หญิงที่จะต้องทำตัวเองให้มีคุณสมบัติเป็น “สุภาพสตรี” เริ่มจากการพูดจาอ่อนหวาน มีหางเสียง กิริยามารยาทเรียบร้อย บุคลิกภาพภายนอกต้องดูดี ทำงานบ้านเป็น ถ้าคุณสามารถทำตามข้อนี้ บอกเลยว่าท่านสุภาพบุรุษทั้งหลายจะต้องประทับใจคุณอย่างแน่นอน
.
.
2. ควรมีเหตุผลในการพูดคุย ไม่ใช้อารมณ์และความรุนแรง

ทุกครั้งที่มีการพูดคุยกับฝ่ายชาย ซึ่งเป็นคนรักของเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม ควรคุยด้วยกิริยาที่เหมาะสมและสุภาพ หากว่าเป็นเรื่องที่ต้องปรับความเข้าใจกัน โดยเฉพาะเรื่องของคนสองคน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหาการใช้ชีวิต เรื่องความรัก ฯลฯ เดิมทีฝ่ายหญิงมักจะเป็นฝ่ายที่มีพฤติกรรมงอแงและโวยวายกับคนรักของเรา หากไม่ได้ดั่งใจ นั่นก็อาจเป็นสาเหตุทำให้อีกฝ่ายเริ่มเบื่อหน่ายในตัวคุณ

ฉะนั้นจงจำไว้ว่า ไม่ว่าจะเกิดปัญหาใดๆ ก็ตามของชีวิตคู่รัก อันดับแรกขอให้คุณจงมีสติ ค่อยๆ คิดหาวิธีแก้ปัญหา อย่าวู่วามใช้อารมณ์เด็ดขาด จากนั้นนัดคุยหรือพบหน้ากับฝ่ายชายในช่วงเวลาที่เหมาะสม (อธิบายง่ายๆ คือ ช่วงที่ฝ่ายชายอารมณ์ดี พร้อมที่จะพูดคุยกับคุณ) จากนั้นจึงค่อยๆ เล่าถึงปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยเหตุผล ย้ำว่าอย่าใช้อารมณ์หรือลงไม้ลงมือเหมือนในละครโดยเด็ดขาด จากนั้นรอดูฝ่ายชายว่ามีปฏิกิริยาอย่างไร แล้วค่อยๆ ร่วมกันคิดหาวิธีแก้ไข โดยใช้เหตุผลและมีสติ เชื่อว่าหากทำได้ดังนี้ การใช้ชีวิตคู่จะผ่านไปได้ด้วยดีอย่างแน่นอน
.
.
3. ละเว้นพฤติกรรมการจับผิดแฟนของเรา

การใช้ชีวิตคู่ของคู่รัก ไม่ว่าจะเป็นแฟน หรือแต่งงานเป็นสามีภรรยาแล้ว นั่นหมายความว่า คุณทั้งสองคนต้องมีความซื่อสัตย์ ไว้ใจซึ่งกันและกัน ข้อนี้สำคัญมากในการใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน เพราะถ้าหากขาดข้อนี้ไปนั่นคือคุณทั้งคู่คงไม่เหมาะกับการใช้ชีวิตเป็นคู่รัก

ปัญหาที่พบเจอจากคุณผู้หญิงที่มีแฟนแล้วมากที่สุด คือ ไม่ไว้ใจ เพราะกลัวคนรักจะโกหกเพื่อบางสิ่งบางอย่างหรือโกหกเพื่อไปมีคนอื่น จึงพยายามหวาดระแวงหรือคอยจับผิดฝ่ายชายอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นคอยสังเกตรอยลิปสติกที่บริเวณคอหรือบนเสื้อ , สังเกตว่าทำไมฝ่ายชายกลับบ้านดึก ฯลฯ ทั้งนี้ จำไว้เลยว่า ถ้าคุณตอบตกลงเซย์เยสที่จะใช้ชีวิตคู่กับฝ่ายชายแล้ว ก็จงต้องลดละเลิกพฤติกรรมการจับผิดคนรักเสียเถิด เมื่อรักกันแล้วก็จงไว้ใจซึ่งกันและกันน่าจะดีกว่า
.
.
4. ให้ความเป็นอิสระซึ่งกันและกัน

การใช้ชีวิตคู่ร่วมกันของคนรักนั้น นอกจากที่จะต้องไว้ใจซึ่งกันและกันแล้ว คุณควรที่จะไม่ตีกรอบหรือไปบงการชีวิตของอีกฝ่ายจนเกินไป จนทำให้ฝ่ายชายรู้สึกว่าทำอะไรก็ผิดไปหมด รู้สึกอึดอัด และไม่มีความสุขกับการใช้ชีวิตคู่ อาทิ การบังคับให้ฝ่ายชายต้องเข้านอนหรือตื่นนอนตามเวลาที่กำหนด , ต้องกลับบ้านตรงเวลา ฯลฯ บางครั้งจุกจิกมากเกินไปก็อาจจะทำให้ฝ่ายชายเบื่อจนถึงขั้นเลิกราและหนีไปจากชีวิตคุณในทันที

ฉะนั้น คุณเองก็อย่าไปตีกรอบการใช้ชีวิตของเขา ควรให้อิสระในการใช้ชีวิตของฝ่ายชาย เพื่อให้เขารู้สึกว่าการมาใช้ชีวิตร่วมกันกับคุณนั้นมีความสุข ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นการติดคุกหรือกำลังตกนรกอยู่แต่อย่างใด
.
.
5. เป็นพื้นที่ความสุขสำหรับอีกฝ่าย

คอยให้กำลังใจฝ่ายชายซึ่งเป็นคนรักของเราในการลงมือทำสิ่งหนึ่งสิ่งใด หรือการงานใดๆ ก็ตาม และคอยให้คำปรึกษากับอีกฝ่ายหากเขามีปัญหาชีวิตหรือมีเรื่องราวต่างๆ ที่ไม่สบายใจ เพื่อให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าเขาอยู่กับคุณแล้วมีความสุข พูดคุยได้ทุกเรื่อง มีกำลังใจในการทำงานหรือประกอบภารกิจต่างๆ
.
.
ทั้งนี้ทั้งนั้น ท่านสุภาพสตรีทั้งหลายก็อย่าลืมนำคุณสมบัติเหล่านี้ไปปรับใช้ เพื่อให้สมกับความเป็น “เมีย 2018” ในยุคนี้ ซึ่งถ้าคุณสามารถปฏิบัติหรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ได้ดังที่บอกไปแล้วนั้น ก็จะสามารถครองรักและใช้ชีวิตคู่กันไปได้ยาวนานจนถึงยามแก่เฌ่ากันเลยทีเดียว

ทีมงานกินอยู่เป็น 360องศาแห่งการใช้ชีวิต