-ญี่ปุ่น_Cover_1.jpg

kinyupen_adminFebruary 17, 2020

ประเทศอื่นทำอย่างไร ในช่วงเศรษฐกิจแย่…ท่องเที่ยวตก

รัฐบาลไทยเตรียมออกมาตรการจากผลกระทบ Covid-19

ไวรัส Covid-19 ไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะเศรษฐกิจและการค้าของจีน แต่ส่งผลเป็นวงกว้างทั่วโลกโดยเฉพาะอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ที่ต่างมีชาวจีนเป็นนักท่องเที่ยวหลักและจ่ายหนัก กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตได้รวบรวมแนวทางแก้ไขของรัฐบาลแต่ละประเทศ รวมถึงของไทยเพื่อให้เราได้ช่วยกันคิด ช่วยกันแชร์และร่วมเดินหน้าไปด้วยกัน

 

สิงคโปร์ ใช้มาตรการทางการเงินช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มรถแท็กซี่ รถรับจ้าง ได้จัดงบพิเศษกว่า  1,700 พันล้านบาท เพื่อช่วยเหลือคนขับรถเเท็กซี่เเละผู้ให้บริการรถเช่าเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ Covid-19 เนื่องจากเห็นว่าพนักงานขับรถเหล่านี้มีรายได้หลัก จากผู้โดยสารที่เป็นนักท่องเที่ยว แต่ปัจจุบันลดลงอย่างมากทำให้พวกเขามีรายได้ไม่พอใช้  โดยมาตรการนี้มีผลเเล้วตั้งเเต่วันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา

 

ขณะที่รัฐบาลมาเลเซียเตรียมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสำหรับอุตสาหกรรมการบิน, การท่องเที่ยว และค้าปลีก ส่วน อินโดนีเซียจะหารือร่วมกับสายการบิน 30 แห่งเพื่อออกแพ็กเกจราคาพิเศษกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ

 

ส่วนญี่ปุ่นที่เคยประสบความสำเร็จกับมาตรการท่องเที่ยวในช่วงวิกฤติ ตั้งแต่กรณีแผ่นดินไหวทั้งที่เมืองฟุกุชิมะ เมืองคุมาโมโตะ และ เกาะฮอกไกโดอันเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั้งจากนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นและต่างชาติ ในครั้งนั้นรัฐบาลญี่ปุ่น ได้อัดงบช่วยเหลือในรูปแบบส่วนลดค่าโรงแรมที่พัก โดยชดเชยส่วนต่างให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยว ซึ่งนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและต่างประเทศจะได้ส่วนลดโดยตรงจากผู้ประกอบการทั้งโรงแรมหรู ร้านอาหาร หรือบริษัทนำเที่ยว ตั้งแต่ 50-70% สูงสุด 5 คืน  ซึ่งมาตรการนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากและคาดว่าญี่ปุ่นจะกลับมาใช้อีกครั้งในวิกฤติ Covid-19

 

สำหรับประเทศไทยแนวทางเบื้องต้นที่สรุปเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ภาครัฐเตรียมออก 7 มาตรการทั้งช่วยเหลือและสนับสนุนซึ่งอยู่ระหว่างศึกษารายละเอียดก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบอนุมัติ

 

มาตรการช่วยผู้ประกอบการ

  1. สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ
  2. ภาษีให้ผู้ประกอบการจ้างพนักงานต่อ
  3. ลดอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิต และวงเงินผ่อนชำระขั้นต่ำ
  4. จัดอบรมบุคลากรด้านการท่องเที่ยวโดยรัฐสนับสนุนด้านรายได้และเบี้ยเลี้ยงต้องหยุดงานเพื่อร่วมอบรม เป็นต้น

มาตรการสนับสนุนท่องเที่ยว

  1. ผู้มีอายุเกิน 60 ปี นำใบเสร็จค่าใช้จ่ายมาหักลดหย่อนภาษีให้ลูกหลาน กรณีเดินทางท่องเที่ยวในวันธรรมดา
  2. ชิมช้อปใช้ เฟส 4
  3. หยุดยาวช่วงสงกรานต์ จาก 5 วัน เป็น 9 วัน หรือ ช่วงวันแรงงาน 6 วัน

 


Content_ญี่ปุ่น-ชิมช๊อปใช้_Cover_1.jpg

kinyupen_adminNovember 8, 2019

 

  • สินค้ายอดนิยมทำรายได้ให้ญี่ปุ่น เครื่องสำอาง ยา และขนม ปีละกว่า 3 ล้านล้านบาท
  • นักท่องเที่ยวที่นิยมเที่ยวญี่ปุ่น 5 อันดับแรกคือ จีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง และไทย
  • ปี 2563 ญี่ปุ่นตั้งเป้ามีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าสู่ประเทศ 40 ล้านคน
  • นักท่องเที่ยวใช้เงินชิม ช้อป ใช้ เฉลี่ยต่อหัว 40,000 บาท

 

เมื่อประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเผชิญภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ทางออกที่กระตุ้นได้เร็วสุดคือ สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเพราะเป็นวิธีหาเงินและกระจายรายได้เข้าสู่ประเทศและประชาชนเร็วที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเม็ดเงินที่มาจากนักท่องเที่ยวภายในหรือชาวต่างชาติ ดังเห็นได้จากการที่รัฐบาลไทยมีนโยบายชิม ช้อป ใช้

 

ญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในประเทศที่ส่งเสริมให้ตัวเองเป็นประเทศแห่งการท่องเที่ยว ดังเห็นได้จากการเปิดวีซ่า การรับเป็นเจ้าภาพกีฬาระดับโลก โดยในปีนี้เป็นเจ้าภาพรักบี้ ปีหน้าเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิก นี่จึงอาจเป็นที่มาของจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยตัวเลขที่คาดการณ์ว่าจะถึง 40 ล้านคนในปี 2563 โดยมีชาวจีนเป็นอันดับ 1 รองมาคือ เกาหลีใต้ อันดับ 3 ไต้หวัน 4 ฮ่องกง และไทยเป็นอันดับที่ 5 (สิงหาคม 2562)

 

ญี่ปุ่น ประเทศในฝันของหลาย ๆ คน เหตุผลที่นักท่องเที่ยวเลือกญี่ปุ่นเป็นประเทศเป้าหมาย คือเสน่ห์ของประเทศที่ผสานระหว่างความเก่าและความใหม่ ไม่ว่าจะเป็นอาคารสถานที่ เพราะมีปราสาท และวัดเก่าแก่ การมีศิลปวัฒนธรรม และอาหารที่เป็นเอกลักษณ์

 

สิ่งที่น่าสนใจในเสน่ห์การท่องเที่ยวของญี่ปุ่น คือ ตัวเลขที่อาจเป็นรายได้แฝงที่เกิดขึ้นจากกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวเอเชีย เพราะคนกลุ่มนี้มีพฤติกรรมที่ต่างจากชาวตะวันตกโดยเฉพาะการกิน และการช้อป เนื่องด้วยพื้นฐานชาวเอเชียที่เป็นครอบครัวใหญ่ ชื่นชอบการกิน รักครอบครัวและญาติ ดังนั้นรายการซื้อฝาก และฝากซื้อจึงมีมากมาย หากนั่งสังเกตในย่านดังของแต่ละเมืองจะเห็นประเภทผลิตภัณฑ์ของญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว 5 อันดับคือเครื่องสำอางและประทินผิว  ผลิตภัณฑ์ยา ขนม  และของที่ระลึก โดยตามข่าวมีการระบุว่ากลุ่มผู้ผลิตต่างลงทุนสร้างโรงงานเพิ่มขึ้น

 

ขณะเดียวกันตัวเลขรายได้ของกลุ่มนี้ในปี 2562 ก็สะท้อนถึงความนิยมได้เป็นอย่างดี โดยรายได้โดยประมาณจากกลุ่มร้านขายยามากกว่า 5 แสนล้านบาท กลุ่มร้านสะดวกซื้อมากกว่า 2 ล้านล้านบาท และ กลุ่มร้านค้าทั่วไปรวมถึงของที่ระลึกมากกว่า 8 แสนล้านบาท (ตัวเลขนี้อาจรวมรายได้ที่มาจากในและนอกประเทศของกลุ่มดังกล่าวก็จะสะท้อนความนิยม)

 

ด้วยเสน่ห์ของรายได้ที่ยวนใจ จึงไม่น่าแปลกใจที่ในปี 2563 ญี่ปุ่นได้มีการลงทุนเพื่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกและการเข้าถึงมากขึ้น ไม่ว่าจะลงทุนขยายทางรถไฟ และทางด่วนเชื่อมสนามบิน เพื่อย่นระยะเวลาให้เร็วขึ้น ปรับปรุงสถานที่ท่องเที่ยวไฮไลท์ของแต่ละเมือง รวมทั้งชาวญี่ปุ่นเองก็เตรียมพร้อมเป็นอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือให้ความสะดวกนักท่องเที่ยวในช่วงดังกล่าว

แต่จะว่าไป ประเทศไทยก็ไม่น้อยหน้า ไม่เช่นนั้นเราคงไม่ติดอันดับ 9 ของโลกในการเป็นประเทศท่องเที่ยวยอดนิยม