Content_แก่แบบไม่ปะมาท_Cover_1.jpg

kinyupen_adminJanuary 30, 2020

บัญญัติ  13 ประการ เพื่อสูงวัยแบบไม่ประมาท

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต นำบัญญัติ 13 ประการที่อาจเป็นแนวทางให้เราสามารถเอาชนะอายุที่มากขึ้น ใช้ชีวิตเป็นแบบกินอยู่เป็นเพื่อให้ทุกวันเป็นวันที่ดี

 

1.อย่าหยุดทำงาน เพื่อไม่ให้รู้สึกชีวิตไร้ค่าไปทีละน้อย

2.อย่าหยุดออม ไม่รอพึ่งคนอื่นเพราะเขาต่างมีภาระ

3.อย่าหยุดดูแลตัวเอง ใส่ใจตัวเองไม่ให้ดูโทรม จงหล่อและสวยตามวัย

4.อย่าหยุดฉลาด หาความรู้ใหม่ๆ ทุกวัน

5.อย่าหยุดหาเงิน ให้มีประตูให้เงินไหลเข้ามากกว่าหนึ่งบาน

6.อย่าหยุดท่องโลก เพื่อเติมไฟให้กับชีวิตและจิตใจ

7.อย่าหยุดพบเพื่อน โดยเฉพาะเพื่อนเก่าที่ดีๆ เพื่อจะมีความสุขกับเรื่องราวประทับใจในหนหลัง

8.อย่าหยุดหาของอร่อยกิน เพื่อจะได้เสพอย่างมีความสุข

9.อย่าหยุดออกกำลังกาย เพราะจิตใจที่ดีอยู่ในร่างกายที่แข็งแรง

10.อย่าหยุดรักตัวเอง เพราะผลของการใส่ใจตัวเองจะทำให้เราดูดีในทุกเวลา

11.อย่าหยุดกตัญญู เพราะคนกตัญญูรู้คุณคนมักจะประสบความสำเร็จ

12.อย่าหยุดทำบุญ หรือทำความดีเพราะจะทำให้จิตใจเบิกบาน

13.อย่าหยุดทำสิ่งที่ชอบ เมื่อมีโอกาสทำได้ให้รีบทำ

 

ที่มา : บทความอาจารย์วรากรณ์ สามโกเศศ


-ดีกรี-ว่าที่-ดร.-เลือกทำงาน-ส่งพัสดุ-ไม่สนคนวิจารณ์อาชีพต่ำต้อย_web.jpg

kinyupen_adminOctober 4, 2018

หนุ่มชาวจีน ดีกรีว่าที่ ดร. เลือกประกอบอาชีพเป็นพนักงานส่งพัสดุ พร้อมกับการศึกษาต่อระดับปริญญาเอก ท่ามกลางการวิพากษ์วิจารณ์ของคนรอบข้างว่า มาทำอาชีพนี้ทำไม เสียดายองค์ความรู้ที่เรียนมาสูง

“คนเราไม่ว่าจะประกอบอาชีพใดๆ ก็ตาม ขอให้อาชีพนั้นเป็นอาชีพที่มีความซื่อสัตย์สุจริต” ทุกคนเกิดมาล้วนต้องมีอาชีพเป็นของตนเอง ตอนเด็กมีความใฝ่ฝันอยากจะเป็นอะไร ตอนโตขึ้นมาก็จะต้องแสวงหาและทำตามฝันให้ได้ บางคนก็สามารถทำตามความฝันของตนเองในการประกอบอาชีพที่ตนเองใฝ่ฝันได้สำเร็จ บางคนอาจจะยังไปไม่ถึงฝัน อาจจะได้อาชีพที่ต้องอดทนทำเพื่อหาเลี้ยงชีพตัวเอง ดังเช่นหนุ่มชาวจีนคนนี้ ที่เขามีการศึกษาดีมาก ดีกรีว่าที่ด็อกเตอร์ แต่เขาเลือกที่จะทำอาชีพเป็นพนักงานส่งพัสดุ ซึ่งดูแล้วมันก็ขัดกับคุณวุฒิของเขา หลายคนเลยวิพากาษ์วิจารณ์กันว่า วุฒิ ป.เอก แต่กับทำอาชีพพนักงานส่งพัสดุ แบบนี้ก็ได้เหรอ?

โดยสำนักข่าว China Xinhua News รายงานว่า “ถานเชา” นักศึกษาปริญญาเอกสาขาประวัติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเหยียนเปียน ตัดสินใจเลือกประกอบอาชีพเป็นพนักงานส่งพัสดุ พร้อมกับการศึกษาต่อระดับปริญญาเอก ท่ามกลางการวิพากษ์วิจารณ์ของคนรอบข้างว่า มีวุฒิการศึกษาที่ค่อนข้างสูง แต่ทำไมมาเลือกประกอบอาชีพแบบนี้ ดูแล้วรู้เสียดายองค์ความรู้ที่เรียนมาสูง

ถานเชา เปิดเผยว่า ตนเองเลือกทำอาชีพเป็นพนักงานส่งพัสดุ เพราะต้องการหารายได้มาเลี้ยงตนเองและครอบครัว ส่วนตัวมองว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ตัวเราไม่มีเงิน เราจะต้องหาทุกวิถีทางในการหาเงินเลี้ยงครอบครัว ไม่ว่าเป็นอาชีพใดๆ ก็ตาม ขอเพียงแค่เรามีแรงทำสิ่งนั้น เพราะสุดท้ายไม่มีใครมาสนใจเราหรอกว่า เราจะเรียนมาสูงแค่ไหน ซึ่งถานเชา ทำมาเกือบทุกอาชีพแล้ว พวกงานที่ใช้แรงงาน ทั้งการเช็ดกระจก เก็บขวดขาย เป็นนายหน้าขายบ้าน เก็บหนังสือพิมพ์ เนื่องจากตนต้องหาเงินเลี้ยงครอบครัวและส่งตัวเองเรียนหนังสือ

ถานเชา เล่าต่อว่า สาเหตุที่ตนเลือกทำอาชีพนี้เพราะตนมองว่าอาชีพพนักงานส่งพัสดุเป็นอาชีพที่สามารถทำเป็นช่วงๆ ได้ มีความเป็นอิสระ ทำให้ตนสามารถแบ่งเวลาเรียนกับเวลาทำงานได้ และเมื่อตนถูกถามถึงความรู้สึกหลังจากที่มีคนวิพากษ์วิจารณ์ว่า การที่ตนมีวุฒิที่การศึกษาสูง แต่มาประกอบอาชีพนี้นั้น จะเป็นการไปแย่งอาชีพคนที่มีการศึกษาต่ำกว่า ส่วนตัวของถานเชามองว่า คนเราไม่ควรแบ่งแยกชนชั้นกันขนาดนี้ เนื่องจากตนมีความรู้สึกว่า ไม่ว่าจะประกอบอาชีพการงานใดๆ ก็ตาม หากตนเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริม พัฒนาศักยภาพการผลิต ก็ถือว่ามีคุณค่าแล้ว อย่างไรก็ตาม ถานเชายืนยันว่า หลังจากที่ตนเรียนจบ ป. เอก แล้ว ตนอาจจะผันตัวเองไปเป็นอาจารย์มหาวิทยาลลัย เพื่อถ่ายทอดวิชาความรู้ให้นักศึกษาต่อไป

ทีมงานกินอยู่เป็น 360องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอขอบคุณเนื้อหาจาก : China Xinhua News


13-เคล็ดลับ-แก่อย่างมีคุณค่า-ชราอย่างมีสุข-ของ-ดร.สุเมธ-ตันติเวชกุล_web.jpg

kinyupen_adminSeptember 6, 2018

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เปิดเผย 13 เคล็ดลับดีๆ ในการใช้ชีวิตให้ “แก่อย่างมีคุณภาพ ชราอย่างมีสุข” เพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตในช่วงบั้นปลายชีวิตได้อย่างมีความสุข

เมื่อชีวิตเดินทางมาถึงช่วงของบั้นปลายชีวิต ก็มักจะมีเรื่องราวต่างๆ มาให้เราคิดมากต่างๆ นาๆ ช่องว่างระหว่างวัยก็จะเป็นปัญหาสำคัญสำหรับคนที่มีอายุมากอย่างตัวคุณเอง เพราะจะต้องนั่งกัลวลว่าจะใช้ชีวิตร่วมกันคนรุ่นใหม่อย่างไรบ้าง , จะทำอย่างไรเพื่อหลีกเลี่ยงโรคภัยไข้เจ็บ และโรคอันตราย

โดย ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เปิดเผย 13 เคล็ดลับดีๆ ในการใช้ชีวิตให้ “แก่อย่างมีคุณภาพ ชราอย่างมีสุข” ระหว่างการปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “สูงวัยอย่างมีคุณค่า น้อมพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง” ในงานประชุมวิชาการประจำปีที่ประชุมผู้บริหารองค์กรของรัฐที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติเฉพาะ (ทอพ.) “ประชารัฐร่วมใจ สู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ” โดยระบุว่า จะมีสักกี่คนที่อายุมากขึ้นแล้ว แล้วจะมีสุขภาพจิตดี เบิกบานทั้งกายใจ อย่างตนเองก็มีอายุมากขึ้นแล้ว แต่ก็ยังคงอุทิศตัวเองในการทำงานมาโดยตลอด จะหยิบจะจับจะขยับไปไหนก็ยังกระฉับกระเฉง คล่องแคล่วว่องไวตามปกติ ซึ่งเคล็ดลับการใช้ชีวิตของตนไม่ได้มีอะไรที่ดูยากมาก 13 เคล็ดลับการใช้ชีวิต ประกอบด้วย

1. อย่าลืมเอาจิตไปพักผ่อนบ้าง
ส่วนตัวของ ดร.สุเมธ ทุกครั้งที่มีจังหวะได้พักผ่อนเว้นวรรคชีวิตนานๆ จึงมักถือโอกาสเอาจิตไปพักด้วยการบวช ครั้งล่าสุด บวชตอนอายุ 65 ปี เป็นพระสายวัดป่าอยู่ที่สกลนคร ซึ่งจริงๆ แล้วหลายคนเมื่อถึงวัยเกษียณอายุ มักใช้เวลาหาแต่ความสุขทางกายพากายไปเที่ยว ไปพักผ่อน ไปสูดอากาศ ไปรับประทานอาหารดีๆ แต่กลับละเลยไม่คิดที่จะเอาจิตไปพักผ่อน ทั้งที่กายกับจิตนั้นสัมพันธ์และมีอิทธิพลต่อกัน

2. ใช้ชีวิตอย่างมี “สติ”
ไม่ว่าจะเป็นการมีสติในการรับประทานอาหาร แทนที่จะทานตามใจปาก สนองความอยากของตัวเอง แล้วต้องให้หมอจ่ายยาลดไขมัน ลดน้ำตาล ทำไมเราไม่ลองหันมาลดที่ปากของตัวเอง ด้วยการใช้สติในการพิจารณาอย่างมีเหตุมีผลทุกครั้งในการรับประทาน

3. น้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต โดยมี “เหตุผล” เป็นเครื่องนำทาง
เหตุผลเป็นผลผลิตของปัญญา ดังนั้น จึงต้องรักษาศีล และมีสติ สมาธิ ผลสุดท้ายจะทำให้เกิดการพิจารณาโดยใช้ปัญญาเป็นที่ตั้ง เมื่อดำเนินทุกอย่างด้วยเหตุด้วยผล ก็จะเกิดความพอเพียงขึ้น

4. ฝึกการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน ด้วยหลัก “ทาน” ของทศพิธราชธรรม
เมื่อถึงช่วงเกษียณอายุแล้ว อย่ามัวแต่อยู่บ้านเฉยๆ ควรพยายามหาเรื่องช่วยคนอื่นเท่าที่ร่างกายของเราจะทำได้ รักษาร่างกายให้แข็งแรง เพื่อทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น

5. ฝึกระลึกถึง “มรณานุสติ”
ใครๆ ก็ตายได้ ไม่ว่าใครก็ต้องเจอความตายเท่าเทียมกันหมดทุกคน เมื่อมองเห็นความตายเป็นเรื่องธรรมดา จะทำให้เรานิ่งกับความตาย

6. อยู่อย่างสง่า ตายอย่างสงบ
ตอนมีชีวิตอยู่จะต้องมีความสง่างามในตัวเอง ทุกอย่างต้องช่วยเหลือตัวเองได้ ใครเห็นก็ให้ความเคารพนับถือ และเมื่อถึงเวลาตายก็ตายอย่างสงบ อย่าไปกลัวความตาย จะยิ่งใหญ่แค่ไหน เมื่อตายแล้ว เกียรติยศเงินทองสะสมไว้แค่ไหนก็ต้องส่งคืนหมด สิ่งเดียวที่เหลือไว้ คือ ความเป็นตัวตนของเรา ถ้าประกอบคุณงามความดีไว้คนก็ยังนึกถึง แต่ถ้าประกอบความชั่วไว้มาก คนก็ยังด่าทอไปจนถึงลูกหลาน

7. มีความร่าเริง รื่นเริง คึกคัก ครึกครื้น
“ร่าเริง รื่นเริง คึกคัก ครึกครื้น” ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงรับสั่งเสมอ เพราะจิตเป็นเรื่องสำคัญ ต้องมีอารมณ์ขันอยู่ตลอดเวลา มองเห็นทุกอย่างเป็นเรื่องสนุก จึงจะสามารถทำงานได้สำเร็จรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เมื่อตัวเราร่าเริง ยิ้มแย้มแจ่มใส บรรยากาศรอบตัว คนรอบข้างที่อยู่กับเราก็รื่นเริงไปด้วย

8. อักโกธะ หรือ ความไม่โกรธ
เป็นอีกหลักข้อหนึ่งในทศพิธราชธรรม เพราะเมื่อโกรธแล้ว มักจะเสียหายหากคุมอารมณ์ไม่อยู่ในเรื่องไร้สาระ เมื่อไหร่ก็ตามที่มีเรื่องมากระทบใจ แค่ลองพลิกอารมณ์มองให้เห็นเป็นเรื่องสนุกๆ เท่านี้ทุกอย่างก็จบ

9. อวิโรธนะ คือ การดำรงอยู่ในความถูกต้องเสมอ
เป็นหลักทศพิธราชธรรมที่ต้องรักษาให้มั่น หากอย่างปฏิบัติตามในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยยึดหลักธรรมะที่ต้องมีทั้งสองอย่าง คือ ทั้งความดีและความถูกต้อง เพราะบางอย่างดีแต่ไม่ถูกต้อง บางอย่างถูกต้องแต่ไม่ดี การกระทำของเราต้องตรวจสอบอยู่ตลอดเวลา เป็นธรรมหรือเปล่า นั่นคือ ดีและถูกต้องหรือเปล่า

10. รักษากายและจิต
ผู้สูงอายุต้องรักษากายให้ดี เพราะเงินทองไม่มีประโยชน์ เอาแค่พอเพียงต่อชีวิตความเป็นอยู่ ที่เหลือเป็นส่วนเกินที่เราไม่ได้ใช้ เรื่องจิตก็สำคัญเช่นกัน ต้องโปร่งใส อย่าไปขุ่นมัวโดยที่ไร้ประโยชน์ คำนึงไว้ว่า เวลาอยู่ในโลกนี้สั้นแล้ว ดังนั้น อย่าเสียเวลาเป็นทุกข์ แต่ให้ Enjoy last minute

11. อย่าหยุดทำงาน
เมื่อถึงช่วงเกษียณอายุแล้ว อย่าเอาแต่นั่งๆ นอนๆ เพราะเมื่อไหร่ที่เราหยุดทำงาน ร่างกายของเราก็จะหยุดตามลงไปด้วย เหมือนรถที่จอดเฉยๆ สตาร์ตไม่ติด ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีรับสั่งว่า อย่าหยุดด้วยจิต และกายก็อย่าหยุดด้วย

12. ใช้ชีวิตโดยรักษาความเป็นธรรมดาเอาไว้
อย่ายึดติดยศถาบรรดาศักดิ์ แต่ให้ทำชีวิตอยู่อย่างธรรมดา เรียบๆ ง่ายๆ เพราะจะยิ่งใหญ่มาจากไหน เมื่อถึงช่วงเกษียณอายุแล้ว ทุกอย่างสูงสุดคืนสู่สามัญ ไม่ต้องเป็นวีไอพีหรอก เพราะจะเป็นวีไอผีอยู่แล้ว

13. ยึดถือคำว่า “ประโยชน์สุข” เป็นเป้าหมายของชีวิต
อะไรไม่มีประโยชน์อย่าทำ อย่าคิดทำ ให้ทำแต่สิ่งที่มีประโยชน์ ผลสุดท้ายสิ่งที่เราจะได้รับคือความสุข

เคล็ดลับทั้ง 13 ข้อจาก ดร.สุเมธ นี้ สะท้อนให้เห็นว่า คุณค่าและความสุขในชีวิตไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเลขอายุ แต่อยู่ที่รูปแบบการดำเนินชีวิตและหัวใจที่ไม่มีคำว่าเกษียณอายุราชการ

ทีมงานกินอยู่เป็น 360องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอขอบคุณข้อมูลจาก : posttoday.com