หนุ่มชาวญี่ปุ่นครีเอทผลงานจากกล่องกระดาษเหลือใช้ที่ได้จากการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ให้กลายเป็นผลงานหน้ากากบรรดาเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่จากทั่วโลก พร้อมเผยแพร่วิธีทำเป็นคู่มือให้ผู้คนนำไปทดลองทำเองได้ที่บ้าน จนกลายชาวเน็ตญี่ปุ่นยกให้เป็นอีกหนึ่งศิลปินสุดสร้างสรรค์ประจำโลกออนไลน์อีกคนหนึ่ง


ผู้ใช้ทวิตเตอร์ ของญี่ปุ่นรายหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า Tomowo_PS2 หรือ นายโทโมโอะ นักสร้างสรรค์ชาวญี่ปุ่น ได้เผยแพร่ผลงานสุดครีเอทของเขาจากกล่องกระดาษเหลือใช้ให้กลายเป็นงานศิลปะที่สวยงาม หลังจากพบว่ากล่องกระดาษแข็งที่เหลือจากการสั่งสินค้าออนไลน์ มีอยู่มากมายจนเกลายเป็นขยะรกบ้าน โดยหลังจากการเผยแพร่ผลงานออกไปปรากฎว่ามีคนเข้ามาติดตามผลงานเขามากขึ้น พร้อมกับรีทวิตเรื่องราวออกไปจำนวนมากจนทำให้เขากลายเป็นที่รู้จักในฐานะ ศิลปินผู้มีความคิดสร้างสรรค์จากสิ่งของเรียบง่ายอีกคนหนึ่งของญี่ปุ่นในขณะนี้


ที่จริงแล้วโทโมโอะ เริ่มสร้างสรรค์ผลงานของเขามาตั้งแต่เมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว โดยนำกล่องกระดาษต่างๆ มาทำเป็นหน้ากากตัวละครฮีโร่ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ในตำนานระดับโลก หรือฮีโร่ของญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น Neon Genesis Evangelion, Stormtrooper จาก Star Wars ,Iron Man หรือ ยอดมนุษย์ชื่อดังต่างๆ สัญชาติญี่ปุ่นเช่น กันดั้ม เป็นต้น
โดยผลงานล่าสุดของโทโมโอะ คือ หน้ากากที่ถูกสร้างขึ้นในลักษณะคล้ายหมวกกันน็อค รูปทรงของหุ่นยนต์ กันดั้ม RX-93 จากอนิเมะชื่อดังของญีปุ่นเรื่อง ‘Mobile Suit Gundam’


สำหรับวิธีการสร้างสรรค์ผลงานของเขานั้น จะเริ่มด้วยการสร้างแบบจำลองแต่ละแบบด้วยระบบดิจิทัล ก่อนที่จะพิมพ์รูปแบบคัดลอกลงบนกระดาษแข็งและตัดด้วยเครื่องตัดเลเซอร์แบบพิเศษ โดยหน้ากากแต่ละชิ้นจะต้องใช้ความละเอียดลออในการประกอบเป็นอย่างมาก เพราะจะต้องใช้ชิ้นส่วนหลายชิ้นเพื่อให้มีความสวยงามและสมบูรณ์ที่สุด เช่น หน้ากากกันดั้มล่าสุด ที่ทำจากชิ้นส่วนกระดาษแข็งกว่า 200 ชิ้น กระบวนการทำทุกอย่างเป็นไปอย่างพิถีพิถัน ซึ่งโทโมโอะ เองก็จะโพสต์รายละเอียดเป็นเอกสารคู่มือการทำลงบนบัญชีทวิตเตอร์ของเขาด้วย ซึ่งทำให้คนที่ติดตามทวิตเตอร์ของเขาสามารถที่จะดาวน์โหลดวิธีการอย่างละเอียด และกลับไปทำด้วยตัวเองที่บ้านได้ด้วย นับเป็นการแบ่งปันความสุขที่ตัวเขาเองก็บอกว่ามันยิ่งใหญ่กว่าการเก็บความรู้ไว้ใช้คนเดียว และดีใจที่หลายคนจะได้นำวิธีการของเขาไปใช้ยามว่างในการสร้างสรรค์งานศิลปะจากกล่องกระดาษที่เหลือใช้ได้อีกด้วย
22 เมษายน 2563 นับเป็นการครบรอบ 50 ปีของวันคุ้มครองโลกหรือเอิร์ธเดย์ (Earth Day) ซึ่งหากไม่มีสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส การเฉลิมฉลองเพื่อให้ผู้คนหันมาตระหนักถึงความสำคัญของโลกใบนี้ก็อาจจะมีหลายกิจกรรมให้เห็นในทุกมุมโลก
อย่างไรก็ตามแม้ว่าการร่วมกันเพื่อสร้างความตระหนักให้ทุกคนเห็นความสำคัญของสิ่งแวดล้อมของโลกในวันครบรอบ 50 ปีวันคุ้มครองโลกจะไม่สามารถทำได้อย่างยิ่งใหญ่ แต่ด้วยข้อจำกัดของการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้หลายองค์กรหันมาสร้างกิจกรรมรณรงค์ทางออนไลน์แทนการออกไปชุมนุมกันทำกิจกรรมภายนอก โดยการรณรงค์ให้ผู้คนหันมาร่วมสร้างจิตสำนึกในการดูแลโลกใบนี้ผ่านกิจกรรมบนโซเชียลมีเดีย โดยมีการสร้างแฮชแท็ก #EarthDayNetwork ขึ้นมาเพื่อเกิดการแชร์เรื่องราว ผลงานด้านสิ่งแวดล้อม ข้อมูลสำคัญ กิจกรรมต่างๆ หรือแม้กระทั่งความรู้สึก ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องสิ่งแวดล้อมลงบนสื่อโซเชียลออนไลน์ที่ตนเองมี โดยใช้เคมเปญว่า Earth Challenge 2020 โดยที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมง่ายๆ ด้วยการใช้แอปฯ จากสมาร์ทโฟน อัปโหลดรูปภาพและกิจกรรมต่างๆ พร้อมโพสต์ขึ้นบนโซเชียลมีเดียเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลโลกในวันครบรอบ 50 ปี วัน Earthday ในปีนี้ได้


หลังจากการสร้างเคมเปญดังกล่าวพบว่ามีผู้คนทั่วโลกให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมส่งภาพกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมเป็นจำนวนมากผ่านแฮชแทก #EarthDayNetwork ทำให้ภาพถูกแชร์ให้เห็นกิจกรรมของผู้คนที่ร่วมเฉลิมฉลองการรักษ์โลกในปีนี้แม้ส่วนใหญ่จะต้องติดอยู่กับมาตรการล็อกดาวน์ให้อยู่บ้านเพื่อป้องกันการระบาดของโรคโควิด–19 ก็ตาม


สำหรับภาพที่ถูกส่งเข้ามาส่วนใหญ่เป็นกิจกรรมต่างๆ ตั้งแต่กิจกรรมเล็กๆ เช่น การใส่ผ้าอ้อมผ้าแทนการใช้ผ้าอ้อมที่ผลิตจากอุตสาหกรรมพลาสติก และยังสวมใส่เสื้อผ้าที่ผลิตจากธรรมชาติ ของเด็กทารกน้อยวัยน่ารัก,การทำปุ๋ยหมักหลังบ้าน,เด็กชายใช้ทักษะจากการเป็นลูกเสือมาใช้เก็บขยะข้างบ้านร่วมกับคุณพ่อ ไปจนถึงกิจกรรมใหญ่ๆ เช่น การดำน้ำเก็บขยะของคู่รักนักดำน้ำ เป็นต้น


ทั้งนี้ผู้คนส่วนใหญ่แสดงความคิดเห็นผ่านสื่อโซเชียลออนไลน์ว่า การร่วมฉลอง 50 ปีวันเอิร์ทเดย์ ในปีนี้นับว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เห็นผู้คนได้เห็นความสำคัญและความสวยงามของธรรมชาติที่จะต้องรักษาไว้ได้อย่างชัดเจนที่สุด เพราะการระบาดของโรคโควิด–19 ที่ทำให้มนุษย์หยุดกิจกรรมทำร้ายธรรมชาติ จนสามารถคืนความสวยงามของโลกกลับมาตั้งแต่มีการจัดตั้งวันเอิรธ์เดย์มากว่า 50 ปี และหวังว่าทุกคนจะจดจำความงดงามของธรรมชาติ และ ร่วมกันรักษาโลกใบนี้ให้สวยงามต่อไป
สำหรับผู้ที่สนใจอยากเข้าร่วมกิจกรรมในเคมเปญนี้ ก็สามารถแชร์รูปภาพของคุณที่เกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วมด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมผ่านแฮชแทก #EarthDayNetwork ได้เพราะนอกจากจะเป็นการได้ร่วมเคมเปญแสดงความรักษ์โลกในระดับโลกแล้ว ยังถือเป็นกิจกรรมดีๆ ระหว่างที่ต้องใช้เวลายาวนานอยู่ในบ้านในระหว่างนี้อีกด้วย


โดยการรณรงค์หลักที่ทางเครือข่ายวันคุ้มครองโลกจัดขึ้นในปีนี้ก็คือกิจกรรม ที่เรียกว่า Earth Challenge 2020 ซึ่งร่วมมือกับ Eco-Capitals Forum ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และ Wilson Center ในวอชิงตัน ที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมง่ายๆ ด้วยการใช้แอปฯ จากสมาร์ทโฟน โดยผู้ที่ต้องการร่วมแคมเปญนี้สามารถอัปโหลดรูปภาพและแจ้งเตือนหน่วยงานท้องถิ่นเกี่ยวกับมลพิษทางขยะพลาสติกในชุมชนของตัวเอง โดยหลังจากนี้ผู้เชี่ยวชาญก็จะเก็บข้อมูลและพิกัดจากการอัปโหลดรูปและข้อมูลในโครงการนี้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าพื้นที่ใดบ้างที่ได้รับผลกระทบจากขยะพลาสติก เพื่อทำการรณรงค์ต่อไป


“เราจะดีใจมากๆ ถ้าทุกคนเข้าร่วมแคมเปญทางออนไลน์ในครั้งนี้ และในขณะเดียวกันเราก็รอคอยวันที่จะได้ออกไปทำกิจกรรมข้างนอก ไม่ว่าเป็นอาสาสมัครปลูกต้นไม้ ทำความสะอาดชายหาดและสถานที่อื่นๆ” โรเจอร์สกล่าว
สำหรับประเทศไทยนั้นก็มีการจัดกิจกรรมวันเอิร์ธเดย์เช่นเดียวกัน โดยมิวเซียมสยาม ร่วมกับองค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Earth Day) และภาคีเครือข่าย 11 แห่ง เปิดตัวโครงการ ‘ขยะบทที่ 2’ โดยมีเป้าหมายคือสร้างความตระหนักรู้ให้คนไทยหันมาจัดการขยะอย่างถูกวิธี และลดจำนวนขยะที่มีโอกาสทำลายสิ่งแวดล้อม
โดยมีการจัดการพื้นที่บางส่วนภายในมิวเซียมให้เป็นพื้นที่การเรียนรู้ อาทิ การจัดตั้งถังขยะความรู้ เพื่อให้ความรู้เรื่องการคัดแยกขยะและจัดการขยะแต่ละประเภท การรับบริจาคขยะประเภทขวดพลาสติก และกระดาษสลิปใบเสร็จ เพื่อนำไปมอบให้กับเครือข่ายการจัดการขยะต่อยอดสู่การสร้างผลิตภัณฑ์และเพิ่มมูลค่าด้วยขยะ