-ลำโพงบางเฉียบติดผิวหนัง-เปิดเพลงฟังได้_web-1.jpg

kinyupen_adminSeptember 15, 2018

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปติดตามเรื่องราวของนักวิจัยจากเกาหลีใต้ เปิดผลงานพัฒนา “ลำโพง” มีลักษณะเป็นแผ่นบางเฉียบ สามารถแปะผิวหนังและเปิดเพลงฟังได้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นักวิจัยจาก Ulsan National Institute of Science and Technology (UNIST) ในประเทศเกาหลีใต้ เปิดผลงานพัฒนา “ลำโพง” ที่มีลักษณะเป็นแผ่นบางเฉียบที่สามารถแปะผิวหนังได้เหมือนกับเทปกาว สำหรับกลไกที่ลำโพงของทีมนักวิจัยจากเกาหลีใช้เพื่อเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้กลายเป็นเสียงเรียกว่า thermoacoustics คือการเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าที่ไหลผ่านลวดที่ทำจากเงินให้กลายเป็นพลังงานความร้อน

ผลจากการเปลี่ยนแปลงของความร้อนที่ถูกปลดปล่อยออกมาทำให้อากาศในบริเวณใกล้เคียงเกิดการขยายตัวและลอยตัว เมื่อความร้อนจากลวดเงินเปลี่ยนแปลงด้วยความถี่และขนาดที่เปลี่ยนแปลงไปตามสัญญาณเสียงที่ถูกแปลงมาเป็นสัญญาณไฟฟ้า อากาศก็ที่ได้รับผลกระทำจากความร้อนก็จะสั่นสะเทือนตามไปด้วยจนเกิดเป็นเสียงในท้ายที่สุด

ทั้งนี้ แม้ผลงานของทีมวิจัยจาก UNIST ชิ้นนี้จะยังไม่สามารถนำมาใช้งานจริงได้ทันที แต่ก็เป็นการยืนยันแนวคิดเรื่องการใช้นาโนเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับอุปกรณ์ด้านสื่อเสียงได้สำเร็จโดยอาศัยหลักการเปลี่ยนพลังงานที่แตกต่างจากลำโพงและไมโครโฟนที่มีอยู่ทั่วไป ซึ่งเป็นการเปิดประตูบานใหม่ให้กับวงการฮาร์ดแวร์ ในอนาคตก็น่าจะสามารถออกแบบอุปกรณ์สื่อสารให้มีขนาดเล็กและบางลงได้อีก รวมทั้งการพัฒนาอุปกรณ์สวมใส่ที่สามารถเลือกติดตั้งชิ้นส่วนลำโพงและไมโครโฟนด้วยวิธีการใหม่ๆ ด้วย และนี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


-เปิดตัวร้านค้าไร้พนักงานที่อินโดนีเซีย_เว็บ-1.jpg

kinyupen_adminSeptember 12, 2018

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปติดตามเรื่องราวของ “เจดีดอทคอม” เปิดร้านสะดวกซื้อไร้พนักงาน ในกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ในยุคสมัยนี้เทคโนโลยีมีส่วนสำคัญในการอำนวยความสะดวกของชีวิตมนุษย์เลยก็ว่าได้ อย่างเช่นที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งที่ประเทศอินโดนีเซีย ที่นี่ก็นำเอาเทคโนโลยีมาใช้แทนพนักงานของร้านสะดวกซื้อ โดยสำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า “เจดีดอทคอม” ยักษ์อีคอมเมิร์ซจีน เปิดร้านสะดวกซื้อ “JD.ID X-Mart” ที่มีพื้นที่ขนาด 270 ตรม. ย่าน PIK Avenue ในกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย จุดเด่นของร้านค้าแห่งนี้คือเป็นร้านไร้พนักงาน ซึ่งถือเป็นแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นความพยายามของเจดีฯ ที่จะนำเทคโนโลยีร้านไร้พนักงานมาขยายสู่ต่างประเทศ

ร้านแห่งนี้ขายสินค้าแฟชั่นและสินค้าอุปโภคบริโภค โดยลูกค้าที่ซื้อสินค้าไม่ต้องเข้าคิวชำระเงิน โดยเบื้องหลังการทำงานใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ( AI) โดยภายในร้านติดตั้งกล้องไว้ทั่วเพื่อเก็บข้อมูลแบบเรียลไทม์และติดตามการเดินของลูกค้าที่เข้ามาในร้าน

ซึ่งลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการจะต้องเปิดแอปฯ” JD ID “เมื่อมาที่ประตูทางเข้าให้ทำการสแกน QR code โดยจะกล้องที่ใช้เทคโนโลยี Face Recognition จับใบหน้าเก็บข้อมูล ขณะที่สินค้าต่างๆ จะมีการติดตั้ง RFID ไว้ลูกค้าสามารถหยิบและเลือกซื้อได้ตามปกติ สำหรับในจุดชำระเงินจะทำการแสกนใบหน้าอีกครั้ง และตัดเครดิตตามที่ผูกข้อมูลไว้ในแอปฯ และระบบจะส่งรายละเอียดการสั่งซื้อทั้งหมดไปที่อีเมล และแอปฯ อีกที

ต้องบอกเลยว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ( AI) กำลังเข้ามามีบทบาทในสังมอย่างมาก ทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ที่คอยอำนวยความสะดวกและเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์เลยก็ว่าได้ และนี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต

 


-หมวกกันน็อคติดแอร์-สำหรับผู้ขับขี่มอเตอร์ไซต์บนท้องถนน_website.jpg

kinyupen_adminSeptember 6, 2018

บริษัทสตาร์ทอัพชื่อดังในประเทศอินเดีย คิดค้น “หมวกกันน็อคติดแอร์” เพื่อคลายความร้อนให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ซึ่งต้องเผชิญอยู่บนท้องถนนท่ามกลางสภาพอากาศที่ค่อนข้างร้อนอบอ้าว

เป็นที่ทราบกันดีว่าการขับขี่รถจักรยานยนต์บนท้องถนนเสี่ยงต่อการสูดดมมลพิษของควันรถที่มาจากท่อไอเสีย แถมยังต้องเจอกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด ส่งผลให้สุขภาพจิตของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เป็นอย่างมาก ล่าสุด อินเดียได้คิดค้นนวัตกรรมใหม่ที่จะมาช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวแล้ว

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปติดตามเรื่องราวของ BluArmor บริษัทสตาร์ทอัพชื่อดังในประเทศอินเดีย คิดค้น BluSnap หรือ “หมวกกันน็อคติดแอร์” ซึ่งทำหน้าที่เปลี่ยนอากาศร้อนให้เป็นเป็นอากาศเย็น เพื่อคลายความร้อนให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ซึ่งต้องอยู่บนท้องถนนท่ามกลางสภาพอากาศที่ค่อนข้างร้อนอบอ้าว โดย “หมวกกันน็อคติดแอร์” สามารถลดอุณหภูมิได้ 6-15 องศาเซลเซียส

ส่วนประกอบของ “หมวกกันน็อคติดแอร์” จะมีลักษณะคล้ายกับอุปกรณ์ดำน้ำ มีส่วนประกอบภายในคือ พัดลมไฟฟ้า ฟิลเตอร์กรองอากาศ และหลอดน้ำขนาดเล็ก วิธีการใช้งานก็ไม่ยากเพียงกดปุ่ม Start เพื่อทำงาน “หมวกกันน็อคติดแอร์” ก็จะทำงานโดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ ยังสามารถปรับเพิ่มหรือลดความเร็วของ “หมวกกันน็อคติดแอร์” ได้ โดยสามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 10 ชั่วโมงต่อการชาร์จแบตเตอร์รี่ 1 ครั้ง ปัจจุบัน “หมวกกันน็อคติดแอร์” มีการทดลองจำหน่ายแล้วในอินเดีย โดยกำหนดราคาไว้ที่ 2,000 รูปี หรือ 30 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 960 บาท

เจ้า BluSnap เปิดให้พรีออร์เดอร์แล้วผ่านทางหน้าเว็บไซต์ โดยวางราคาต่อชิ้นไว้ที่ 25 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 760 บาทไทย เพื่อนๆ คนไหนที่สนใจก็สามารถเข้าไปพรีออร์เดอร์กันได้ที่ BluArmor ได้เลยครับ โดยหลังจากที่มีการเปิดจำหน่ายไปนั้น ก็มีกระแสตอบรับที่ดีมาก และนี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก www.rideapart.com


-โดรน-ออกลาดตระเวนจับตาผู้ฝ่าฝืนกฎจราจร_web.jpg

kinyupen_adminSeptember 4, 2018

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปติดตามเรื่องราวของตำรวจจีนใช้โดรนติดกล้องออกลาดตระเวน ตรวจจับผู้ขับรถบนท้องถนนฝ่าฝืนกฎจราจร หวังรณรงค์ให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเคารพกฎจราจร และลดปัญหาการเกิดอุบัติเหตุ

การเดินทางของคนในยุคสมัยนี้ส่วนใหญ่ต้องมีรถเป็นของตัวเอง ซึ่งการมีรถเป็นของตัวเองนั้นดีตรงที่ว่าเราสามารถไปไหนมาไหนได้ทุกที่ ทุกเวลา มีอิสระในการเดินทาง แต่ก็มีคนขับบางส่วนที่ต้องการไปถึงจุดหมายปลายทางโดยเร็วหรือต้องการหลีกหนีปัญหารถติด จึงพยายามฝ่าฝืนกฎระเบียบจราจรทุกวิถีทางเพื่อให้ตนเองไปถึงจุดหมายได้อย่างรวดเร็ว การฝ่าฝืนกฎจราจรเกิดขึ้นทุกประเทศไม่เว้นแม้แต่บ้านเรา ซึ่งตำรวจในแต่ละประเทศก็ต่างพยายามหากลวิธีต่างๆ เพื่อลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืนกฎจราจร

อย่างเช่นที่ประเทศจีน โดยสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจเมืองจี่หนัน มณฑลซันตง นำโดรนติดกล้องออกลาดตระเวน ตรวจจับผู้ขับรถบนท้องถนนฝ่าฝืนกฎจราจร โดยเป็นมาตรการหนึ่งในการควบคุมให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเคารพกฎจราจร ทำให้บรรดาผู้ใช้รถใช้ถนนต่างเคารพกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ส่งผลให้ไม่มีอุบัติเหตุใหญ่และไม่มีรถติดยาว อย่างไรก็ดี การใช้โดรนออกปฏิบัติการก็มีข้อจำกัดหลายประการ โดยเฉพาะเวลาฝนตกซึ่งไม่สามารถใช้โดรนออกบินได้เนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย

รายงานข่าวระบุว่า “โดรน” ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการปฎิบัติหน้าที่ของตำรวจจีน เช่น ตำรวจในเมืองหนันจิง มณฑลเจียงซู ได้นำโดรนออกบินสำรวจเขตก่อสร้างผิดกฎหมาย ซึ่งใหญ่เกินกว่าที่เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบด้วยตนเอง ส่วนตำรวจในเมืองสิงไถ มณฑลเหอเป่ย ก็ใช้โดรนเข้าตรวจสอบพื้นที่ซึ่งไม่สามารถเข้าตรวจสอบได้ในอดีต

ถือเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมสุดเจ๋งของประเทศจีนที่ช่วยลดจำนวนผู้ฝ่าฝืนกฎจราจรได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว และถ้ามีการกวดขันและเข้มงวดกันมากยิ่งขึ้น ก็ยิ่งทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนรู้สึกเกรงกลัวและไม่กล้าฝ่าฝืนกฎจราจรอีกต่อไป และนี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


-หุ่นยนต์รูดี้-ช่วยดูแลคนวัยทองที่อยู่บ้านตามลำพัง_web.jpg

kinyupen_adminAugust 28, 2018

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปติดตามเรื่องราวของบริษัทสตาร์ทอัพของอเมริกาคิดค้นพัฒนา “หุ่นยนต์รูดี้” หุ่นยนต์อัจฉริยะที่มาพร้อมกับคุณสมบัติมากมาย ช่วยดูแลผู้สูงอายุซึ่งอาศัยอยู่บ้านตามลำพัง

ปัจจุบัน โลกของเรามีเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินชีวิต เพื่ออำนวยความสะดวกสบายในการทำกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ หลายประเทศที่มีการนำเอาเทคโนโลยีมาปรับใช้และพัฒนาไปในทางที่สร้างสรรค์ อย่างเช่นที่รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา มีบริษัทที่คิดค้นพัฒนาหุ่นยนต์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกดูแลผู้สูงอายุภายในบ้าน โดยสำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า บริษัท INF Robotics ซึ่งเป็นบริษัทสตาร์ทอัพ พัฒนา “หุ่นยนต์รูดี้” หุ่นยนต์อัจฉริยะที่ช่วยดูแลผู้สูงอายุที่อยู่บ้านตามลำพังภายในรัฐเวอร์จิเนีย

แอนโธนี่ นูนเนซ (Anthony Nunez) ผู้ก่อตั้ง INF Robotics เปิดเผยแนวคิดของการพัฒนาหุ่นยนต์รูดี้ว่า แนวคิดดังกล่าวมาจากประสบการณ์ของคุณแม่ของเขาที่ต้องดูแลคุณยายที่มีอายุค่อนข้างมาก ดังนั้น ตนจึงออกแบบหุ่นยนต์รูดี้ ซึ่งมีคุณสมบัติที่ง่ายต่อการใช้งาน ราคาที่ไม่แพง ออกแบบเหมาะสมกับผู้สูงอายุ มีความสูงประมาณ 1 เมตร มีหน้าจอดิจิทัลอยู่บริเวณลำตัว หุ่นยนต์รูดี้สามารถพูดคุยสนทนาโต้ตอบได้ สร้างความบันเทิงให้กับผู้สูงอายุได้ สามารถเล่าเรื่องตลกขบขัน เล่นเกมส์ เเละเต้นรำกับผู้ใช้งานได้อีกด้วย

นอกจากนี้ หุ่นยนต์รูดี้ยังช่วยเหลือผู้สูงอายุ กรณีที่มีการขอความช่วยเหลือฉุกเฉินได้ตลอด 24 ชั่วโมง สามารถแจ้งเตือนเรื่องเวลา การรับประทานยาของผู้สูงอายุ เป็นหูเป็นตาคอยสอดส่องว่าผู้สูงอายุเก็บข้าวของส่วนตัวไว้ที่ใดบ้าง เเละแจ้งเตือนเรื่องการนัดหมายต่างๆ ได้แม่นยำอีกด้วย

คลิฟ กลายเออร์ (Cliff Glier) ผู้ก่อตั้งบริษัท SenCura บริษัทดูแลผู้สูงอายุในอเมริกา เปิดเผยว่า ได้มีโอกาสพบกับนูนเนซเเละทีมงานของ INF Robotics ภายในงานจัดเเสดงหุ่นยนต์ดูแลผู้สูงวัยเมื่อหลายปีก่อน จึงเกิดความสนใจที่จะนำหุ่นยนต์รูดี้ไปทดลองใช้กับลูกค้าของบริษัทตน ส่วนตัวมองว่าหุ่นยนต์รูดี้ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อมาเเข่งขันหรือแย่งบทบาทหน้าที่กับผู้ดูแลคนสูงอายุที่เป็นมนุษย์ แต่หุ่นยนต์รู้ดี้สามารถช่วยอำนวยความสะดวกได้ในเรื่องอื่นๆ ที่ไม่ใช่งานบ้าน มีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลืองานของผู้ดูแลคนสูงอายุ เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติในบ้านของตน

ในอนาคต หากมีการพัฒนานำเอาเทคโนโลยีมาใช้ในทางที่เป็นประโยชน์และสร้างสรรค์อย่างเช่นที่อเมริกาแบบนี้ ก็จะทำให้การดำเนินชีวิตในสังคมเป็นไปด้วยความ SMART อย่างแน่นอน และนี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : www.voathai.com (เรียบเรียงโดยทักษิณา ข่ายแก้ว วีโอเอภาคภาษาไทยกรุงวอชิงตัน)


-สถานีชาร์จไฟฟ้าความเร็วสูง-ในแคนาดา_web.jpg

kinyupen_adminAugust 22, 2018

“โฟล์คสวาเกน กรุ๊ป แคนาดา” สร้างสถานีชาร์จไฟสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศแคนาดา เพื่อให้บริการผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า พร้อมรุกเข้าสู่ธุรกิจพลังงาน

ต้องบอกว่าหลายประเทศในตอนนี้นิยมนำเอาพลังงานไฟฟ้ามาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินชีวิตหรือทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกและรวมเร็วของมนุษย์ กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต จะพาไปติดตามเรื่องราวของที่ประเทศแคนาดา ล่าสุดก็เตรียมรุกเข้าสู่ธุรกิจพลังงานแล้ว โดยสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า “โฟล์คสวาเกน กรุ๊ป แคนาดา” สร้างสถานีชาร์จไฟสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศแคนาดา โดยตั้งบริษัทใหม่ชื่อ Electrify Canada เพื่อดำเนินการสร้างเครือข่ายสถานีชาร์จไฟฟ้าทั่วแคนาดา เพื่อให้บริการผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าทั่วไป ไม่จำกัดเฉพาะรถในเครืออย่าง Volswagen, Audi และ Porsche

ในช่วงแรกจะมีการสร้างขึ้นสร้างสถานีชาร์จไฟ 32 แห่งในพื้นที่ต่างๆ ของแคนาดาทั้งในออนตาริโอ, ควิเบก, บริติชโคลัมเบีย และอัลเบอร์ต้า ในเส้นทางถนนไฮเวย์สายหลักและเขตเมืองใหญ่ ซึ่งแต่ละสถานีจะมีเครื่องชาร์จ 4 เครื่องโดยใช้เทคโนโลยีชาร์จไฟกระแสตรงแบบความเร็วสูง CCS และ CHAdeMO

“Daniel Weissland” ประธานและซีอีโอของ Volkswagen Group Canada ระบุว่า ตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในแคนาดากำลังเติบโต ทำให้ความต้องการทั้งในเรื่องความรวดเร็ว ความสะดวก ที่สามารถชาร์จพลังงานเพิ่มมากขึ้น โดยปีที่แล้วยอดขายรถพลังงานไฟฟ้าในแคนาดาอยู่ที่ประมาณ 20,000 คัน โดย Navigant Research วิเคราะห์ว่ายอดจำหน่ายรถพลังงานไฟฟ้าจะเติบโตขึ้นประมาณ 29 % ต่อปี และจะทำให้มีรถพลังงานไฟฟ้าประมาณ 140,000 คันในปี 2026 และนี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต