_ส่อง-ประโยชน์ของ-เบียร์-ที่ให้มากกว่าความเมา_web.jpg

kinyupen_adminJuly 5, 2019

“เบียร์” เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ไร้ประโยชน์ ดื่มแล้วเมาเละเทะ เปลี่ยนความคิดใหม่เดี๋ยวนี้เลย เพราะในทางกลับกัน “เบียร์” เป็นเครื่องดื่มที่ใครหลายคนอาจจะมองข้ามหรือยังไม่รู้มาก่อน บอกเลยว่าดื่มเบียร์วันละนิด จิตแจ่มใสแน่นอน

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอนำเสนอสาระดี ๆ เอาใจนักดื่มคอแข็งตัวยง เชื่อว่าวัยรุ่นที่บรรลุนิติภาวะหรือคนวัยทำงานจำนวนมาก 3 ใน 4 จะชื่นชอบการดื่ม “เบียร์” โดยเฉพาะทุกวันศุกร์ วันเสาร์ หรือก่อนวันหยุดนักขัตฤกษ์ 1 วัน หรือแม้กระทั่งช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองต่าง ๆ “เบียร์” จะเป็นเครื่องดื่มประเภทแรก ๆ ที่วงสนทนาจะต้องเลือกมาใช้ประกอบกับการตั้งโต๊ะสังสรรค์ พูดคุย ปาร์ตี้ เฮฮา โต๊ะไหนขาด “เบียร์” เปรียบเสมือนขาดความสุขในวงสนทนา

จะว่าไปแล้ว “เบียร์” เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดแรกของโลกที่ผ่านกระบวนการหมักจากผลิตภัณฑ์พวกธัญพืช อาทิ ข้าวบาร์เลย์ ฮอป ทำให้เบียร์มีกลิ่นหอม รสชาติขม สามารถรักษาคุณภาพของเบียร์ให้เก็บได้นานขึ้น แต่เบียร์ในปัจจุบันจะมีกรรมวิธีในการผลิตเบียร์แตกต่างจากในสมัยก่อน จึงทำให้ชนิด รสชาติ และสีของเบียร์ มีความแตกต่างกันมาก

แต่รู้หรือไม่ว่า “เบียร์” ไม่ได้เป็นเครื่องดื่มที่ไร้ประโยชน์ ดื่มแล้วมึนเมาเสียอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริงเบียร์ยังแฝงไปด้วยประโยชน์อื่น ๆ ที่ใครหลายคนอาจจะมองข้ามหรือยังไม่รู้มาก่อน กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต จึงได้รวบรวมคุณประโยชน์ของ “เบียร์” มาฝากกัน

ส่อง-ประโยชน์ของ-เบียร์-ที่ให้มากกว่าความเมา_INFO

 

1. เบียร์สามารถควบคุมการดื่มได้ : เบียร์ส่วนใหญ่ถูกบรรจุกันเป็นแบบกระป๋องหรือขวด สามารถดื่มได้ทันทีโดยไม่ต้องไปผสมกับอะไรทั้งสิ้น ทำให้คุณสามารถควบคุมการดื่มได้ เช่น 2 กระป๋อง หรือ 1 ขวด เป็นต้น

2. เบียร์มีไฟเบอร์สูง : เบียร์มีไฟเบอร์สูง ซึ่งไฟเบอร์จะช่วยให้กระบวนการย่อยอาหารเป็นไปอย่างช้า ๆ ทำให้คุณรู้สึกอิ่มท้องนานขึ้น ช่วยให้คุณไม่กินอาหารมากเกินไป แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องระวังแคลอรี่ที่มากับเบียร์ด้วยนะ

3. เบียร์อุดมไปด้วยวิตามินบี : เบียร์มีวิตามินบีจากยีสต์ที่ใช้ในการหมัก อุดมไปด้วยวิตามิน B3, B6, กรดโฟลิก (B9) ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งในส่วนของการเสริมสุขภาพและป้องกันโรคบางชนิดได้อีกด้วย

4. เบียร์ช่วยคลายความเครียด : การได้จิบเบียร์อย่างน้อยวันละ 1 กระป๋องหรือวันละ 1 ขวด จะช่วยผ่อนคลายความเครียดลงและลดความกังวลลงได้ ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดอาหารหัวใจวายและเส้นเลือดในสมองแตกได้ โดยพอประมาณสำหรับผู้หญิงนั้นไม่เกิน 12 ออนซ์/วัน และ 24 ออนซ์/วัน สำหรับผู้ชาย

5. เบียร์ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดเบาหวานประเภทที่ 2 ได้ : จากผลการศึกษาหลายครั้ง พบว่า คนที่ดื่มเบียร์มีความเสี่ยงในการเกิดเบาหวานประเภทที่ 2 น้อยกว่าคนที่ไม่ได้ดื่มถึง 30% ซึ่งเบาหวานประเภทที่ 2 คือเบาหวานที่พบเป็นส่วนใหญ่ โดยเกิดจากการที่ตับอ่อนสร้างอินซูลินได้แต่ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ของร่ายกาย ทำให้ต้องกินยาหรือฉีดอินซูลิน

6. เบียร์มีซิลิคอนสูง : ผลจากการวิจัยของมหาวิทยาลัย Alcala ของสเปน พบว่า ซิลิคอนช่วยป้องกันการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้ ฉะนั้นการบริโภคซิลิคอนปริมาณสูง ช่วยลดการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้

7. เบียร์มีสารที่ต่อต้านจุลชีพ : ฮอปนั้นเป็นดอกไม้ที่มีรสขมที่เป็นวัตถุดิบที่ใช้ในการหมักเบียร์ โดยฮอปมีฤทธิ์ต่อต้านจุลินทรีย์ช่วยต่อสู้กันโรคบางชนิดได้

8. เบียร์มีประโยชน์ต่อกระดูก : เบียร์นั้นช่วยให้กระดูกแข็งแรง โดยจากการศึกษาของมหาวิทยาลัย Tufts ได้พบความเชื่องโยงในด้านที่ดีว่าการดื่มเบียร์หรือไวน์ในปริมาณที่พอดีนั้นช่วยให้กระดูกสะโพกมีความหนาแน่น

9. เบียร์ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ : จากการศึกษาของ Kaiser Permanente พบว่า คนที่ดื่มเบียร์มีโอกาสเกิดโรคหัวใจต่ำกว่าคนที่ดื่มวิสกี้หรือไวน์

10. เบียร์ช่วยให้เข้าสังคมได้ง่าย : คนที่ไม่ดื่มเบียร์ ไม่ได้หมายความว่า เป็นคนเข้าสังคมยาก แต่การชวนกันไปสังสรรค์เล็ก ๆ น้อย ๆ ทำให้เราสามารถกระชับความสัมพันธ์หรือเปิดใจเรียนรู้กันได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปาร์ตี้ การคุยธุรกิจ การนัดเจอพูดคุย แต่ข้อควรระวังคือ ถ้าไปดื่มกับคนที่ไม่สนิทมากอย่าได้เผลอดื่มจนเมาเด็ดขาด

 

สุดท้าย “เบียร์” อาจจะไม่ใช่เครื่องดื่มที่ไม่ดีหรือแย่ในสายตาของผู้ที่ไม่ดื่มเครื่องแอลกอฮอล์เสมอไป แต่อย่างที่บอกไปว่า เบียร์มีข้อดีที่คุณยังไม่เห็นซ่อนอยู่ พอรู้แบบนี้แล้ว เชื่อว่าใครหลาย ๆ คน คงเริ่มอยากดื่มเบียร์ขึ้นมาทันที ดื่มเบียร์วันละ 2 แก้ว ช่วยเพิ่มความจำ ดื่มเบียร์วันละ 4 แก้ว ช่วยย่อยอาหาร ดื่มเบียร์วันละ 5 แก้ว ช่วยเสริมสร้างกระดูก ดื่มเบียร์วันละ 6 แก้วเป็นยา แต่หากดื่มมากขนาดนี้ก็

อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้เหมือนกัน ฉะนั้น อย่าดื่มให้มากจนเมาเละเทะ แต่ควรดื่มเพื่อให้วงสนทนามีความให้สนุกสนาน รู้สึกสดชื่น คลายความกังวลจะดีกว่า และนี่คือวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


_กินเหล้าเมาแล้วแฮงค์-น้ำมันมะพร้าว-ช่วยคุณได้_web.jpg

kinyupen_adminJune 23, 2019

เคยไหม? ปาร์ตี้อย่างสนุกสนานสุดเหวี่ยง จนจำไม่ได้ว่าเราดื่มไปแล้วกี่แก้ว กี่ขวด จนมารู้ตัวอีกทีก็คือ มีอาการเมาค้างเสียแล้ว และหนึ่งในวิธีแก้อาการเมาค้างได้ ก็คือ “น้ำมันมะพร้าว” นี่เอง ถือเป็นอีกหนึ่งยาดีที่ช่วยคนเมาค้างได้ดีที่สุดเลยทีเดียว

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอพาทุก ๆ คนไปเรียนรู้กับอาการชนิดหนึ่งกันดีกว่า นั่นคือ อาการเมาค้าง อาการนี้คนที่เป็นสายปาร์ตี้ ที่ชื่นชอบการรับประทานเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เหล้า เบียร์ จะรู้จักอาการเมาค้างเป็นอย่างดี เพราะอาการเมาค้าง หรือ แฮงค์ (Hangover) เกิดขึ้นหลังจากการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์มากเกินไป จนหลังจากนั้นร่างกายแสดงปฏิกิริยาต่อต้านแอลกอฮอล์ขึ้นมา ซึ่งมีระดับความรุนแรงแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย อาการที่พบบ่อยคือ อาการขาดน้ำ ปวดหัว หงุดหงิด เวียนหัว สู้แสงจ้าไม่ได้ คลื่นไส้ อาเจียน นอนไม่หลับ เกิดอาการซึมเศร้า และวิตกกังวล ฯลฯ อาการแบบนี้จึงเรียกว่าเมาค้าง

จริง ๆ แล้ว มีวิธีแก้ปัญหาอาการเมาค้างหลากหลายวิธี ทั้งการรับประทานยา ทานน้ำ ทานกาแฟดำ ฯลฯ แต่รู้หรือไม่ว่า ยังมีของอีกหนึ่งอย่างที่ช่วยทำให้คุณมีอาการดีขึ้นจากอาการเมาค้าง นั่นก็คือ “น้ำมันมะพร้าว” ที่ปัจจุบันได้รับจากหนุ่มสาวสายปาร์ตี้แล้วว่า เป็นอีกหนึ่งยาดีที่ช่วยคนเมาค้างได้ดีที่สุดเลยทีเดียว

สงสัยกันไหมว่า ทำไมน้ำมันมะพร้าวถึงเป็นสิ่งที่ช่วยแก้อาการเมาค้างได้ แม้ว่าจะมีตัวเลือกอื่น ๆ ที่จะมาเป็นตัวช่วยสำหรับแก้อาการเมาค้างได้ก็ตาม เพราะความจริงแล้วในน้ำมันมะพร้าวมีกลิ่นค่อนข้างหอม หากเราสูดดมจะทำให้ร่างกายของเรารู้สึกตื่นตัว สดชื่นขึ้น นอกจากนี้ ในน้ำมันมะพร้าวจะมีสารอิเล็กโตรไลท์อยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งมากกว่าเครื่องดื่มอิเล็คโตรไลท์เสียอีก

ดังนั้น เมื่อเราเกิดอาการเมาค้าง การรับประทานน้ำเปล่าไม่สามารถชดเชยน้ำที่สูญเสียไปได้ เนื่องจากร่างกายเราเสียแร่ธาตุที่เป็นสารอิเล็คโตรไลท์จำเป็นของร่างกายอย่างแมกนิเซียม และโพแทสเซียมไปเป็นจำนวนมาก ทำให้ร่างกายของเราเสียสมดุลอิเล็คโตรไลท์ เซลล์ในร่างกายจึงไม่สามารถทำงานได้อย่างเป็นปกติเ เพราะร่างกายขาดสมดุลระหว่างน้ำกับเกลือแร่ ทำให้เซลล์อยู่ในสภาวะมึนงง ฉะนั้น น้ำมันมะพร้าวจะช่วยดึงสมดุลระหว่างน้ำกับเกลือในร่างกายให้กลับคืนมา ส่งผลให้เซลล์ในร่างกายของเรากลับมาเดินเครื่องทำงานได้เป็นปกติ

สุดท้าย ถึงแม้ว่าจะมีน้ำมันมะพร้าว หรือตัวช่วยตัวอื่น ๆ ในการแก้อาการเมาค้างได้แล้วนั้น สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเราคือการระมัดระวังในการรับประทานเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นจำนวนมาก ๆ เพราะส่งผลเสียและอันตรายต่อร่างกายแน่นอน อย่างลืมว่า จงปาร์จี้อย่างมีสติ และนี่คือวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


-75-ของ-ผู้ชาย-ตายเพราะ-เครื่องดื่มแอลกอฮอล์_web.jpg

kinyupen_adminSeptember 26, 2018

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปดูเรื่องราวขององค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุการตายของประชากรทั่วโลก 3,000,000 คน/ปี โดย 75% ของผู้เสียชีวิตเป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิง

งานปาร์ตี้ งานเลี้ยงฉลอง งานสังสรรค์ต่างๆ ของกลุ่มวัยรุ่น คนวัยทำงานทั้งหลายนั้น “เครื่องดื่มแอลกอฮอล์” จะเป็นส่วนหนึ่งของการปาร์ตี้ หากขาด “เครื่องดื่มแอลกอฮอล์” ไป ปาร์ตี้นั้นก็คงไม่สนุกแน่นอน แต่จะมีใครรู้หรือไม่ว่า “เครื่องดื่มแอลกอฮอล์” เป็นสาเหตุการเสียชีวิต

จากรายงานล่าสุดขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO ระบุว่า สถิติล่าสุดได้แก่ปี 2016 มีผู้เสียชีวิตจำนวน 3,000,000 คน/ปี เนื่องจากการดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งมีมากกว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคเอดส์, อุบัติเหตุบนท้องถนน และความรุนแรง ขณะเดียวกันพบว่าผู้เสียชีวิตจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นเป็นผู้ชายสูงถึง 75% ซึ่งทวีปที่มีสถิติการตายจากโรคและการบาดเจ็บเกี่ยวเนื่องกับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นตัวเลขที่สูงมากในทวีปยุโรปและอเมริกา

โดยองค์การอนามัยโลกระบุว่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีความเชื่อมโยงกับการเจ็บป่วยเป็นโรคต่างๆ ถึง 200 ชนิด หนึ่งในนั้นคือโรคตับแข็งและมะเร็งด้วย นอกจากนี้ การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป ทำให้ร่างกายติดเชื้อโรคได้ง่าย เช่น โรคเชื้อวัณโรค, เอชไอวี หรือเชื้อปอดบวม

อย่างไรก็ตาม จำนวนการเสียชีวิต 3,000,000 คน/ปีนั้น ถึงแม้ว่าจะต่ำลงกว่ารายงานของปี 2014 แต่ก็ยังนับเป็น 5.3% ของการตายทั่วโลก ขณะที่โรคเอชไอวี/เอดส์ เป็นสาเหตุการตายของ 1.8% อุบัติเหตุทางถนน 2.5% และความรุนแรงที่ 0.8% ตามลำดับ นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต