_Cover_1.jpg

zebertoothApril 11, 2020

เมื่อพูดถึงวันสงกรานต์สิ่งแรกที่คนมักนึกถึง คือ วันหยุดยาว เล่นสาดน้ำคลายร้อน กิจกรรมรื่นเริงต่างๆ แต่ช่วงนี้ทุกอย่างได้เปลี่ยนไป เพราะคนไทยต้องปรับมาใช้ชีวิต Social Distancing หรือ “การเว้นระยะห่างทางสังคม” ควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั้งรัฐบาลก็ได้ออกประกาศเคอร์ฟิว และยกเลิกวันหยุดในวันที่ 13-15 เมษายน 2563 เรียบร้อยแล้ว

 

ดังนั้นช่วงนี้ที่ทุกคนจำเป็นต้องอยู่กับบ้าน งดเดินทาง มีกิจกรรมอะไรบ้างที่พอจะทำแก้เหงาในช่วงสงกรานต์ติดโควิด-19 เช่นนี้ กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอรวบรวมมานำเสนอกัน

 

1. ทำบุญตักบาตร

การเริ่มต้นปีใหม่ไทยด้วยการทำบุญตักบาตรถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เสริมสิริมงคล แต่ด้วยสถานการณ์แบบนี้แทบทุกวัดงดจัดกิจกรรมทั้งสรงน้ำพระสงฆ์ ขนทรายเข้าวัด รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุในชุมชน เพื่อลดการรวมตัวของผู้คนหมู่มาก แต่บางวัดยังพอเปิดให้ทำบุญใส่บาตร หรือ ถวายสังฆทานตามปกติ แต่ขณะทำบุญก็อย่าลืมสวมหน้ากากอนามัย ใส่ผ้าปิดปาก หมั่นล้างมือ และยึดกฎ Social Distancing หรือ การอยู่ห่างกันอย่างน้อย 1-2 เมตรให้มั่นล่ะ

 

2. สรงน้ำพระพุทธรูปในบ้าน

สรงน้ำพระ คือ การทำความสะอาดพระพุทธรูป หิ้งพระ รูปภาพและสิ่งของต่างๆ รวมไปถึงที่ประดิษฐานพระพุทธรูปบนโต๊ะหมู่บูชา หรือ หิ้งพระ ให้สะอาด เสริมสิริมงคล เป็นกิจกรรมที่ควรทำร่วมกันของคนครอบครัว อุปกรณ์สรงน้ำพระ อาทิ ผ้าหรือฟองน้ำสะอาด โต๊ะที่จะวางพระพุทธรูปชั่วคราว ถังใส่น้ำสำหรับเช็ดทำความสะอาดทั่วไป เครื่องหอมต่างๆ น้ำอบ พวงมาลัย และขันใส่น้ำสำหรับสรงน้ำพระ แต่ทุกคนในบ้านต้องยึดกฎ Social Distancing ให้มั่นเหมือนกันด้วยนะ

 

ขั้นตอนสรงน้ำพระ

  • อัญเชิญพระพุทธรูปภายในบ้านทั้งหมดมาทำความสะอาด ด้วยการขอขมา คือ ตั้งนะโม 3 จบ ตามด้วย
    “ระตะนัตตะเย ปะมาเทนะ ทะวาระตะเยนะ กะตัง สัพพัง อะปะราธัง ขะมะตุ โน ภันเต”
    “กายกรรม 3 วจีกรรม 4 มโนกรรม 3 ที่ข้าพเจ้าได้ประมาทพลาดพลั้งในพระรัตนตรัย ด้วยความตั้งใจก็ดี ไม่ตั้งใจก็ดี ต่อหน้าก็ดี ลับหลังก็ดี ขอพระรัตนตรัยได้โปรดยกโทษให้ข้าพเจ้าด้วยเถิด”
  • ทำความสะอาด ใช้ฟองน้ำหรือผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดทำความสะอาดอย่างเบามือ ต้องทำอย่างระมัดระวัง
  • สรงน้ำพระ เริ่มขั้นตอนด้วยการอัญเชิญพระพุทธรูปที่ทำความสะอาดแล้วไปวางไว้ที่ถาดรองบนโต๊ะชั่วคราว จากนั้นให้ปรุงเครื่องหอม ดอกไม้ น้ำอบกับน้ำสะอาด เพื่อใช้สำหรับสรงน้ำพระ โดยให้ตั้งนะโม 3 จบ แล้วท่องว่า
    “อิมินา สิญฺจะเนเนวะ โรโค โสโก อุปัททะโว นิพพันตุ สัพพะโส เอเต สุขี โหนตุ นิรันตะรัง”
    “เดชะ ข้าสรงน้ำ พระชุ่มฉ่ำตลอดกาล ทุกข์โศกโรคภัยพาล อันตรธาน เป็นสุข เทอญ” ก่อนจะอธิษฐานขอพรต่างๆ หลังจากที่สรงน้ำพระพุทธรูปแล้วเสร็จก็อัญเชิญกลับเข้าหิ้ง หรือ โต๊ะหมู่บูชา

ข้อมูลอ้างอิงจาก https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/1541715

 

3. รดน้ำดำหัวออนไลน์

วันสงกรานต์เป็นโอกาสที่ดีในการรวมญาติ หลายครอบครัวที่แยกย้ายกันไปทำงานจะกลับมาพบปะกันอีกครั้ง บ้านที่อยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ หลังจากสรงน้ำพระพุทธรูปเสร็จแล้ว ก็จะมารดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ในบ้าน ปู่ย่า ตายาย แสดงความเคารพและขอพร

แต่ปีนี้เมื่อสถานการณ์ไม่เหมือนเดิม หลายคนไม่สามารถเดินทางข้ามพื้นที่กลับมาบ้านได้ ดังนั้นอาจปรับโหมดความคิดถึงห่วงใยญาติผู้ใหญ่จากวิธีรดน้ำดำหัวแบบเดิม มาเป็นวิธีโทรหา หรือ VDO Call เพื่อขอพร ไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบ แค่นั้นก็สามารถส่งต่อความสุขความห่วงใยแบบตัวห่างไกล แต่ใจไม่ห่างกันได้แล้ว

 

4. ไลฟ์ปาร์ตี้ออนไลน์

เมื่อต้องใช้ชีวิตแบบ Social Distancing ไหนจะมีประกาศเคอร์ฟิว รวมถึงการประกาศงดกิจกรรมสงกรานต์ทั่วประเทศแต่ใช่ว่าความสนุกสนานของเทศกาลจะหายไป เพราะแม้การนั่งสังสรรค์ร่วมกันเป็นไปได้ยาก แต่เทคโนโลยีก็ช่วยให้คุณสร้างความสนุกร่วมกันได้ง่ายขึ้นผ่านทาง Line กลุ่มของครอบครัว กลุ่มเพื่อน นัดกินดื่ม พูดคุย สังสรรค์เฮฮาแบบสดๆ VDO Call ก็ได้

ถ้าใครเหงามากหน่วยก็ Live ผ่าน Facebook กันไปเลย หรือ เลือกเข้าไป Join กับ Live Concert Live Party ของศิลปิน ดีเจ สถานบันเทิงต่างๆ ที่เริ่มเห็นกันมากขึ้นก็สนุกไม่แพ้กัน  (อ่านประกอบ : อยู่บ้านก็เที่ยวผับได้เพราะมีเทคโนโลยี…สนุกแบบไม่เสี่ยงติดโควิด 19)

 

เทศกาลสงกรานต์เป็นประเพณีที่ดีงามของคนไทย เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข แม้ในยามวิกฤติโรคระบาดก็ตาม การรักษาขนบธรรมเนียมยังทำได้เช่นเดิม แค่ปรับเปลี่ยนรูปแบบตามสถานการณ์เท่านั้นเอง ซึ่งเราเชื่อว่าบางกิจกรรมญาติผู้ใหญ่ของทุกท่านก็พร้อมที่จะเปิดรับและสนุกไปกับเทคโนโลยีที่เรานำมาใช้ด้วยเช่นกัน สวัสดีวันสงกรานต์… เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน


songkarn-63-Cover_4.jpg

zebertoothApril 11, 2020

สงกรานต์ มาจากภาษาสันสฤกตว่า สํ-กรานต แปลว่า ก้าวขึ้น ย่างขึ้น หรือ การย้ายที่ เคลื่อนที่ คือพระอาทิตย์ย่างขึ้นสู่ราศีใหม่หมายถึงวันขึ้นปีใหม่ และด้วยการที่เป็นประเพณีสืบทอดมาแต่โบราณคู่กับตรุษจึงนิยมเรียกรวมกันว่า ประเพณีตรุษสงกรานต์ หมายถึง ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นั่นเอง

 

นอกจากไทยแล้ว สงกรานต์ยังเป็นประเพณีเก่าแก่ของลาว กัมพูชา เมียนมา รวมไปถึงชนกลุ่มน้อยชาวไตแถบเวียดนามและมณฑลยูนนานของจีน ศรีลังกา และทางตะวันออกของประเทศอินเดีย โดยสันนิษฐานว่ามาจากเทศกาลโฮลี หรือ การสาดสีในประเทศอินเดียแต่เปลี่ยนจากการใช้สีมาเป็นน้ำ แม้ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าประเพณีนี้มีมาตั้งแต่เมื่อใดแต่ก็ได้ถือเอาวันที่ 13 เมษายนของทุกปี เป็นวันสงกรานต์

 

ทั้งนี้ เสถียรโกเศศ สันนิษฐานว่า ประเทศไทยรับประเพณีวันขึ้นปีใหม่ 13 เมษายน มาจากอินเดียฝ่ายเหนือ โดยช่วงเวลานี้จะตรงกับการเปลี่ยนจากฤดูหนาวเป็นฤดูใบไม้ผลิ หรือ วสันตฤดูของอินเดีย ที่ถือเป็นช่วงเวลาดีที่สุดตามความเชื่อของอินเดียเพราะเป็นช่วงอากาศไม่หนาวจัดต้นไม้ผลิใบให้ความสดชื่น อันบังเอิญว่าช่วงเวลานี้ก็ตรงกับช่วงที่คนไทยสมัยโบราณว่างจากการทำนาจึงเป็นการเหมาะที่จะฉลองปีใหม่ช่วงดังกล่าว สืบเนื่องมาจนปัจจุบัน ถือเป็นหนึ่งในสองเทศกาลที่คนไทยนิยมเดินทางกลับภูมิลำเนากันเป็นจำนวนมาก ไม่แพ้เทศกาลปีใหม่ และประเพณีสงกรานต์ของแต่ละภาคในบ้านเรา ก็มีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกันไปตามอัตลักษณ์ของตน

 

สงกรานต์ภาคกลาง

  • วันที่ 13 เมษายน เป็นวันมหาสงกรานต์
  • วันที่ 14 เมษายน เป็น “วันกลาง” หรือ “วันเนา”
  • วันที่ 15 เมษายน เป็นวันเถลิงศก

ทั้ง 3 วันชาวบ้านจะประกอบพิธีทางศาสนา มีการทำบุญตักบาตร ปล่อยนกปล่อยปลา การกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติผู้ล่วงลับ การสรงน้ำพระ การขนทรายเข้าวัดก่อพระเจดีย์ทราย

 

สงกรานต์ภาคเหนือ หรือ สงกรานต์ล้านนา

เรียกภาษาถิ่นว่า “ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง” ช่วงของเทศกาลเริ่มตั้งแต่

  • 13 เมษายน : “วันสังขารล่อง” ชาวบ้านจะทำความสะอาดบ้านเพื่อความเป็นสิริมงคล
  • 14 เมษายน : “วันเนา” หรือ “วันเน่า” ชาวบ้านถือเป็นวันที่ห้ามด่าทอว่าร้ายเพราะจะทำให้โชคร้ายตลอดทั้งปี
  • 15 เมษายน : “วันพญาวัน” หรือ “วันเถลิงศก” ชาวบ้านจะตื่นแต่เช้าเพื่อบุญตักบาตรเข้าวัดฟังธรรม ก่อนรดน้ำดำหัวขอขมาญาติผู้ใหญ่ในช่วงบ่าย
  • 16 เมษายน : “วันปากปี” ชาวบ้านจะไปรดน้ำเจ้าอาวาสตามวัดต่างๆ เพื่อขอขมาคารวะ
  • 17 เมษายน : “วันปากเดือน” ถือเป็นวันส่งเคราะห์ต่างๆ ออกไปจากตัวเพื่อปิดฉากประเพณีสงกรานต์ล้านนา
  • 18 เมษายน : “วันปากวัน”

 

สงกรานต์ภาคอีสาน

นิยมจัดเรียบง่ายเน้นความอบอุ่นในครอบครัว คนอีสานจะเรียกว่าประเพณีนี้ ว่า “บุญเดือนห้า” หรือ “ตรุษสงกรานต์” บางพื้นที่จะเรียกว่า “เนา” โดยถือฤกษ์วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 เวลาบ่าย 3 โมง เป็นเวลาเริ่มงาน ซึ่งพระสงฆ์จะตีกลองโฮมเปิดศักราช

จากนั้นชาวบ้านจะช่วยกันจัดเตรียมน้ำอบ หาบไปรวมกันที่ศาลาวัดเพื่อสรงน้ำพระพุทธรูป ก่อนรดน้ำดำหัว ปู่ ย่า ตา ยาย และญาติผู้ใหญ่เพื่อขอขมาลาโทษ จากนั้นก็จะเป็นการเล่นสาดน้ำสงกรานต์เฉลิมฉลองกันอย่างสนุกสนาน

 

สงกรานต์ภาคใต้

ตามความเชื่อดั้งเดิมของภาคใต้ สงกรานต์ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการผลัดเปลี่ยนเทวดาผู้รักษาดวงชะตาบ้านเมือง ชาวใต้จึงถือเอาวันที่ 13 เมษายน เป็น “วันส่งเจ้าเมืองเก่า” ทำพิธีสะเดาะเคราะห์สิ่งไม่ดีออกไป

จากนั้น 14 เมษายน จะเรียกว่า “วันว่าง” ชาวบ้านจะไปทำบุญตักบาตรที่วัดและสรงน้ำพระพุทธรูป และเมื่อเข้าสู่วันที่ 15 เมษายน จะเป็น “วันรับเจ้าเมืองใหม่” ซึ่งจะทำพิธีต้อนรับเทวดาองค์ใหม่ด้วยการแต่งองค์ทรงเครื่องอย่างสวยงามส่งท้ายสงกรานต์ประเพณีสงกรานต์

 

 

สงกรานต์กับปีใหม่ไทย

ในอดีต “วันสงกรานต์” ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่มาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย จนถึงเมื่อ พ.ศ.2483 ทางราชการ จึงได้กำหนดเอาวันที่ 1 มกราคมเป็นวันขึ้นปีใหม่แทน เพื่อให้เข้ากับหลักสากลของนานาประเทศที่นิยมปฏิบัติ หากประชาชนก็ยังยึดถือว่าวันสงกรานต์มีความสำคัญ และถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามหลักประเพณีไทยมาจนถึงปัจจุบัน

 

ที่มา : วิกิพีเดีย