7-วิธีรับมือฝนตกหนักทั่วประเทศ_web.jpg

kinyupen_adminSeptember 5, 2018

ช่วงนี้เป็นช่วงหน้าฤดูฝน ทั่วทุกพื้นที่ของประเทศไทยจะมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ “กินอยู่เป็น” 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต จึงขอนำเสนอ 7 วิธีรับมือ “ฝนตกหนัก” ทั่วประเทศมาฝากกัน

ต้องบอกว่าช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝน ไปไหนมาไหนก็มักจะเจอฝนตกหนัก ท้องฟ้ามืดครึ้ม ทุกที่ ทุกเวลา บางวันก็ตกช่วงเช้า บางวันก็ตกช่วงค่ำ โชคร้ายหน่อยก็ตกทั้งวันทั้งคืน ส่งผลให้ประชาชนออกไปไหน มาไหนกันค่อนข้างจะลำบาก โดยเฉพาะเหล่านักเรียนที่จะต้องไปเรียนหนังสือ มนุษย์เงินเดือนที่จะต้องออกไปทำงานหาเงิน รวมไปถึงบุคคลทั่วไปที่จะต้องออกไปทำธุระต่างๆ นาๆ บางท่านยอมลุยฝนเพื่อ ที่จะไปถึงจุดหมายปลายทางได้ทันเวลา จนทำให้เจ็บไข้ได้ป่วยในวันรุ่งขึ้นเพราะตากฝนนี่เอง วันนี้ “กินอยู่เป็น” จึงขอนำเสนอ 7 วิธีรับมือ “ฝนตกหนัก” ทั่วประเทศมาฝากกัน

 

 

 

 

 

 

1. พกร่ม-เสื้อกันฝนทุกครั้ง
ถือเป็นสิ่งที่แรกที่สำคัญอย่างยิ่ง เวลาอยู่ข้างนอกบ้าน แล้วอยู่ๆ ฝนตกขึ้นมาซะงั้น ร่มหรือเสื้อกันฝนก็เป็นสิ่งสำคัญ เมื่อฝนตกปุ๊ป ก็กาง

ร่มหรือสวมเสื้อกันฝนทันที คราวนี้ก็ไปไหนมาไหนได้สบาย หายห่วง

 

 

 

 

 

 

2. เตรียมรองเท้าแตะ-รองเท้าบูท

เมื่ออยู่นอกสถานที่แล้วต้องไปเจอฝนตกหนัก ซึ่งพื้นที่น้ำท่วมขัง ก็ยากต่อการเดินลุยน้ำเข้าไปในพื้นที่นั้นๆ เพราะมันทั้งเฉอะ ทั้งแฉะ มิหนำซ้ำ รองเท้าที่คุณสวมใส่อยู่ ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าผ้าใบ รองเท้าหนังราคาแพงๆ แบรนด์ดังๆ ก็อาจจะเปียกฝนไปด้วย ฉะนั้น ถ้ากลัวรองเท้าสุดหรูของคุณจะเปียกจะเลอะ แนะนำว่าพกรองเท้าแตะติดตัวไปสัก 1 คู่ เดินลุยน้ำได้สบาย หรือถ้าไม่อยากลุยน้ำ ก็พกเป็นรองเท้าบูทกันเท้าเปียกก็ได้

 

 

 

 

 

 

 

3. เตรียมถุงพลาสติกติดไว้
ถุงพลาสติกสามารถทำอะไรได้สารพัดประโยชน์เลยทีเดีย โดยเฉพาะเวลาฝนตก หากคุณไม่มีร่ม ไม่มีเสื้อกันฝน ก็สามารถนำถุงพลาสติกสวมที่ศีรษะของเราได้ เพื่อกันฝนระหว่างเดินทาง หรือถ้าเวลาที่ต้องแบกของไปไหนมาไหน คุณก็สามารถเอาของทุกอย่างใส่ถุงพลาสติก เพื่อป้องกันการเปียกที่เกิดจากฝนตกได้อีกด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

4. พกผ้าเช็ดหน้าไว้สักผืน
หากคุณเปียกเนื่องจากโดนฝน ก็สามารถหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดทำความสะอาดได้ โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ถึงแม้จะช่วยป้องกันฝนไม่ได้ดีเท่าร่วมหรือเสื้อกันฝน แต่ก็ช่วยทำให้ใบหน้าของคุณแห้งได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

5. เตรียมเสื้อผ้าสำรองไว้สัก 1 ชุด
สำหรับคนที่จะต้องออกไปทำธุระข้างนอก โดยเฉพาะพบปะเพื่อนหรือลูกค้า ถ้าเกิดตัวเปียกปอนจากการลุยฝน ก็ทำให้ตัวเราเละตั้งแต่หัวจรดเท้าได้ เครื่องแต่งกายที่คุณสวมใส่ก็เช่นกัน สวมใส่ขณะเปียกแฉะขนาดนี้ไม่ดีต่อร่างกายเราแน่ๆ ทางที่ดีเตรียมเสื้อผ้าสำรองไว้สักชุด ใส่ในถุงพลาติกด้วย ป้องกันการเปียกจากฝน คราวนี้ถ้าเครื่องแต่งกายเราเปียกแฉะขึ้นมาจากการลุยฝน ก็ไม่ต้องกลัวอะไร เพราะว่ามีชุดสำรองมาเปลี่ยน

 

 

 

 

 

 

 

6. ทานยาลดไข้ เมื่อมีอาการน้ำมูกไหล
เมื่อโดนฝนเนื่อจากฝนตกหนัก ก็อาจจะส่งผลต่อสุขภาพของเรา ทำให้เราป่วย ไม่สบายขึ้นได้ ฉะนั้น เมื่อรู้ตัวว่าตนเองเริ่มมีอาการจาม น้ำมูลไหล ไข้ขึ้น ก็อย่าลืมทานขาลดไข้ทันที เพื่อบรรเทาอาการ จะได้หายป่วยไวๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

7. กลับถึงบ้าน อย่าลืม! อาบน้ำ-สระผม ทันที
เมื่อคุณตัวเปียกแฉะจากการลุยฟ้าลุยฝนมา เมื่อถึงบ้านจำไว้เลยว่า ต้องรีบอาบน้ำสระผมทันที อย่าปล่อยทิ้งไว้ เพราะจะส่งผลเสียทำให้เราเจ็บป่วยไม่สบายขึ้นได้

 

 

 

 

 

 

ช่วงนี้ไปไหนมาไหนก็ระวังเรื่องฝนตกหนัก พกร่มคันเล็กๆ สักคัน หรือเสื้อกันฝนสัก 1 ตัวติดเอาไว้เวลาที่ต้องออกไปทำธุระข้างนอกในช่วงฝนตกหนัก เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองเปียกฝนจนนำมาสู่การเจ็บไข้ได้ป่วย ยังไงก็อย่าลืมให้ความสำคัญในการดูแลเรื่องของสุขภาพเอาไว้สักนิด จะได้รับมือช่วงหน้าฝนได้อย่างสบาย และไปเรียนหนังสือหรือทำงานด้วยสุขภาพที่ Strong! ไม่เจ็บ ไม่ป่วย นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


-5-วิธีรับมือ-รถติดหนักมาก-ในเมืองกรุงฯ_Web.jpg

kinyupen_adminAugust 28, 2018

การก่อสร้างรถไฟฟ้าหลายจุดในเมืองกรุง ส่งผลต่อการเดินทางสัญจรของประชาชนในกรุงเทพฯ อย่างมาก “กินอยู่เป็น” จึงขอแนะนำ 5 วิธีรับมือรถติดหนักในเมืองกรุงฯ มาฝากกัน จะได้วางแผนการเดินทางและไปถึงจุดหมายปลายทางตรงเวลานัดหมายอย่างแน่นอน

คนกรุงพอจะทราบกันดีว่า อีกไม่นานเกินรอพื้นที่ของกรุงเทพมหานครจะมีรถไฟฟ้าคอยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนทุกคน เพื่อเป็นการลดปัญหาการจราจรติดขัดในเมืองกรุง และรณรงค์ให้คนกรุงหันมาใช้บริการรถโดยสารสาธารณะกันให้มากขึ้น ลดการนำรถยนต์ส่วนบุคคลมาใช้บนท้องถนน แต่กว่าจะถึงวันนั้น ณ ตอนนี้ หลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ จะเห็นได้อยู่ระหว่างการก่อสร้างรถไฟฟ้ากันอยู่ ก็ส่งผลทำให้คนกรุงฯ อาจจะมีบ่นกันสักเล็กน้อยว่า “รถติด” และ “รถรถติดหนักมาก” ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ลาดพร้าว ที่ตอนนี้มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง , ถ.รามคำแหง ซึ่งกำลังสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตะวันออก) ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี หรือจะเป็นที่ ถ.พหลโยธิน ที่ตอนนี้ก็อยู่ระหว่างการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือ ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ประกอบกับการสร้างอุโมงค์บริเวณแยกรัชโยธิน ก็ทำให้การจราจรในหลายพื้นที่ติดขัดอย่างหนัก

เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงปัญหา “รถติด” ในเมืองกรุงฯ ซึ่งจริงๆ แล้วมีอยู่หลากหลายวิธี “กินอยู่เป็น” 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต จึงขอแนะนำ 5 วิธีรับมือรถติดหนักในเมืองกรุงฯ มาฝากกัน จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลยดีกว่า

1. วางแผนการเดินทาง
ก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง ควรจะต้องวางแผนดีๆ ว่าวันนี้จะใช้เส้นทางใดในการเดินทาง เส้นทางดังกล่าวรถติดหรือไม่ในขณะนั้น และจะเดินทางด้วยวิธีใด ขับรถไปเอง , นั่งรถเมล์ ฯลฯ นอกจากนี้ควรกำหนดด้วยว่า หากเกิดเหตุฉุกเฉินในระหว่างการเดินทาง อาทิ รถสาธารณะเสียกระทันหัน , รถติดหนักเกินเหตุ , เกิดเหตุรถชนกันบนท้องถนนทำให้รถติด ฯลฯ จะมีวิธีแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าอย่างไร ทั้งนี้ เพื่อที่คุณจะได้เดินทางไปถึงจุดหมายปลายทางได้ตามเวลาที่นัดหมายไว้

2. เผื่อเวลาในการเดินทาง
ข้อนี้ก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะแต่ก่อนใช้เวลาเดินทางไม่กี่นาทีก็ถึงจุดหมายปลายทางแล้ว แต่ตอนนี้คุณต้องวางแผนใหม่ เผื่อเวลาในเยอะๆ ขึ้นกว่าเดิมอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่าตอนนี้กรุงเทพฯ รถติดหนักขึ้น 2-3 เท่าตัว ฉะนั้น อย่าไว้ใจการจราจรในเมืองกรุงในช่วงเวลา ณ ขณะนี้ เผื่อเวลาการเดินทางไว้จะดีกว่า รับรองว่าถึงจุดหมายปลายทางตรงเวลานัดหมายแน่นอน

3. เจอทางลัดเส้นทางไหน ใช้เส้นทางนั้น
หลายจุดในกรุงเทพฯ กำลังก่อสร้างรถไฟฟ้าอยู่ในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็น ถ.พหลโยธิน , แยกรัชโยธิน , ถ.รามคำแหง , ถ.ลาดพร้าว ฯลฯ ก็ทำให้การจราจรในพื้นที่นั้นติดขัดอย่างหนักและหนักมาก บางจุดรถจอดเป็นอัมพาตนานเป็นชั่วโมงเลยก็ว่าได้ ฉะนั้น วิธีหลบเลี่ยงรถติดในื้นที่นั้นๆ ก็คือ พยายามหาเส้นทางลัดที่จะเข้าสู่จุดหมายปลายทางได้อย่างรวดเร็ว และไม่ไปเจอกับปัญหารถติดขัดให้กวนใจคุณ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะไปถึงจุดหมายปลายทางอย่างทันเวลา

4. ทางเดียวกัน ไปด้วยกัน
เพื่อนในกลุ่มหรือเพื่อนในที่ทำงานเดียวกัน ลองใช้วิธีนี้ดู ก็คือให้เพื่อนติดรถไปลงในเส้นทางที่คุณขับรถผ่าน หรือขอติดรถเพื่อนคุณไปลงในเส้นทางที่เขาขับผ่าน เมื่อไปถึงจุดหมายปลายทางก็แวะลงได้ นอกจากจะประหยัดค่าเดินทางแล้ว คุณยังจะได้เพื่อนร่วมเดินทาง พูดคุยเม้าท์มอยกันบนรถขณะเผชิญกับรถติด ก็แก้เบื่อไปได้อีกรูปแบบหนึ่ง

5. ลดการใช้รถส่วนตัว เลือกใช้รถโดยสารสาธารณะ
การมีรถเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นรถจักรยานยนต์หรือรถยนต์ มันดีตรงที่ว่าสะดวกสบายในการเดินทางสัญจรไปไหนมาไหนได้ตลอดเวลา แต่ในทางกลับกันการที่เราขับรถแล้วมาเจอกับปัญหารถติดหนักในกรุงเทพฯ มันก็ทำให้เราอารมณ์ไม่ดีพอสมควร ทั้งถึงจุดนัดหมายช้า เบื่อหน่ายตอนรถติด ปวดห้องน้ำตอนรถติด รู้สึกว่าเปลืองน้ำมัน ฯลฯ ทางที่ดีลองเปลี่ยนมาโดยสารรถสาธารณะแทนน่าจะดีกว่า เพราะค่าโดยสารอาจจะถูกกว่าค่าน้ำมันรถที่จ่ายไปในแต่ละวันก็เป็นไปได้ และการเดินทางโดยรถโดยสารสาธารณะมีทางเลือกหลากหลายทาง ไม่ว่าจะเป็น รถเมล์ , รถจักรยานยนต์รับจ้าง , รถแท็กซี่ , รถไฟฟ้า ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้เป็นช่วงที่คนกรุงอาจจะต้องอดทนกันสักนิดนึง เพื่ออนาคตเราจะมีรถไฟฟ้าให้บริการทั่วกรุงแล้ว แน่นอนว่าอาจจะทำให้คุณภาพชีวิตในการเดินทางสัญจรไปไหนมาไหนของคุณดีขึ้นอย่างแน่นอน นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต