_แนะนำ-5-กีฬาในร่มยอดฮิต-ควรค่าแก่การเบิร์นไขมันช่วงหน้าฝน_web.jpg

kinyupen_adminAugust 7, 2019

ช่วงนี้เป็นช่วงหน้าฝน การออกกำลังกายตามพื้นที่กลางแจ้งขณะฝนตก ไม่ดีต่อสุขภาพอย่างแน่นอน กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต จึงได้รวบรวม 5 กีฬาในร่มสุดฮิต ที่สามารถออกกำลังกายได้ แม้ว่าจะอยู่ในช่วงหน้าฝนก็ตาม ยังไงก็ไม่เปียกแฉะหรือโดนแดดอย่างแน่นอน

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอนำเสนอเรื่องราวเอาใจคนรักสุขภาพสักหน่อย ต้องบอกเลยว่าช่วงนี้เป็นช่วงหน้าฝน สำหรับใครที่ชอบออกกำลังตามสวนสาธารณะ โดยเฉพาะการวิ่ง ช่วงนี้คงไม่ค่อยเหมาะสักเท่าไหร่ ไม่ดีต่อร่างกายแน่นอน บางคนตัดสินใจวางมือโดยอ้างว่าช่วงนี้หน้าฝน เลยไม่ออกกำลังกาย สุดท้าย ร่างกายเราก็จะสะสมไปด้วยไขมันทั้งนั้น และก่อให้เกิดโรคอ้วนขึ้นมาทันที

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยังมีกีฬาบางชนิดที่คุณสามารถเล่นได้ แม้จะเป็นช่วงหน้าฝนก็ตาม กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต จึงได้รวบรวม 5 กีฬาในร่มสุดฮิต ที่สามารถออกกำลังกายได้ แม้ว่าจะอยู่ในช่วงหน้าฝนก็ตาม ยังไงก็ไม่เปียกแฉะหรือโดนแดดอย่างแน่นอน

1. แบดมินตัน

แบดมินตัน เป็นกีฬาในร่มสนุกยอดฮิต เล่นกันเป็นหมู่คณะได้ เเถมยังช่วยรีดน้ำหนักคุณได้ไม่น้อยเลย หากคู่อยากเล่นสนุก ๆ ไม่เหนื่อยมาก การเล่นเเบดมินตัน 1 ชัวโมงจะช่วยให้คุณเบิร์นพลังงานออกได้ 500 เเคลอรี่เลยนะครับ

 

2. ต่อยมวย

ชกมวยหรือต่อยมวย ถือเป็นกีฬาในร่มที่ได้รับความนิยมไม่น้อยในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะเป็นนักเเสดง คนดัง ทั้งผู้หญิงเเละผู้ชาย ต่างตบเท้ากันเข้ามาซ้อมมวยตามค่ายมวยดัง ๆ เพราะการซ้อมมวยเเบบจริงจัง 1 ชั่วโมงสามารถเผาผลาญพลังงานของร่างกายได้มาถึง 500 – 1,000 เเคลอรี่

 

3. HIIT (High-Intensity Interval Training)

การออกกำลังกายเเบบ HIIT คือการกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่ผสมผสานระหว่างการออกกำลังกายอย่างหนักสลับเบาซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะช่วยกระชับทุกสัดส่วนของร่างกาย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของปอดเเละหัวใจ การออกกำลังกายด้วยการ HIIT เพียงเเค่ 30 นาที สามารถช่วยให้คุณเบิร์นได้มากถึง 500 เเคลอรี่เลยทีเดียว

 

4. วิ่งบนลู่วิ่ง

วันไหนที่ฝนตก คุณออกไปวิ่งในสวนสาธารณะไม่ได้ เเต่อารมณ์ของคุณก็ยังอยากวิ่งออกกำลังกายอยู่ดี เเบบนี้การวิ่งบนสายพานช่วยเเก้ขัดได้ ซึ่งการวิ่งบนสายพาน 1 ชั่วโมงจะช่วยให้คุณเบิร์นได้มากถึง 500 เเคลอรี่

 

5. เต้นซุมบ้า-แอโรบิก

การเต้นซุมบ้าและการแอโรคบิค ถือได้ว่าเป็นการออกกำลังกายที่ยอดนิยมและก็ได้ผลดี สำหรับการเต้นแอโรบิคเป็นการเต้นโดยการขยับเขยื้อนร่างกายไปตามจังหวะของเสียงเพลง ส่วนการเต้นซุมบ้าเป็นการเต้นประสานกับท่าเต้นสไตล์ละติน-อเมริกา ระบำหน้าท้อง เเอโรบิก เเละฮิปฮอปเข้าไว้ด้วยกัน ช่วยให้คุณได้ออกสเต็ปเเดนซ์ ฝึกสมอง ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ ปลดปล่อยความมันส์ คลายเครียดได้อย่างสนุกสนาน เเละที่สำคัญการเต้นวุมบ้าและแอโรบิควันละ 1 ชั่วโมง สามารถเบิร์นได้มากถึง 500 เเคลอรี่เลยทีเดียว

เเละนี่ก็คือ 5 กีฬาในร่มยอดฮิต ที่ช่วยให้ร่างกายของคุณได้เบิร์นไขมันเป็นอย่างดี แล้วถ้าหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำทุก ๆ วัน พร้อมกับควบคุมอาหารไปด้วย รับรองเลยว่าหน้าฝนแบบนี้ คุณจะไม่อ้วนอย่างแน่นอน ลดข้ออ้างที่ว่า ช่วงนี้เป็นหน้าฝน เลยออกกำลังกายไม่ได้ แต่แท้จริงแล้ว การออกกำลังกายในร่มเหล่านี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ และนี่คือวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


_ฝนตกแบบนี้-ชวนเที่ยวอุทยานแห่งชาติ-ชุ่มฉ่ำรับหน้าฝน_web.jpg

kinyupen_adminJune 22, 2019

หน้าฝนแบบนี้ หากไม่รู้ว่าจะไปท่องเที่ยวที่ไหนดี กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอแนะนำนักท่องเที่ยวสายเที่ยวแบบแอดเวนเจอร์ ไปสัมผัสกับ 4 อุทยานแห่งชาติ ที่ควรค่ากับการไปท่องเที่ยวช่วงนี้

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอพาทุก ๆ ท่านไปแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว โดยเฉพาะในช่วงนี้เป็นช่วงหน้าฝน เชื่อว่าหลายคนอาจจะเลือกท่องเที่ยวในห้างสรรพสินค้า หรือไม่ก็พักผ่อนอยู่ที่บ้าน เพื่อหลบฝนในช่วงนี้ แต่สำหรับใครที่เป็นสายท่องเที่ยว โดยเฉพาะท่องเที่ยวแบบแอดเวนเจอร์ ลุยแดด ลุยฝนแบบไม่ห่วงสวย ห่วงหล่อ ลองเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับชีวิต ไปท่องเที่ยวในพื้นที่ที่มีธรรมชาติสีเขียวภายในอุทยานแห่งชาติกันดีกว่า

แต่หากไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวที่อุทยานไหนดี กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต จึงได้รวบรวมอุทยานแห่งชาติ ที่ควรค่ากับการไปท่องเที่ยวช่วงหน้าฝนแบบนี้

1. อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว : อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว มีเนื้อที่ประมาณ 212,633 ไร่ หรือ 340.21 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมอยู่ในท้องที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำปาด ท้องที่ตำบลม่วงเจ็ดต้น ตำบลนาขุม ตำบลบ้านโคก อำเภอบ้านโคก อำเภอห้วยมุ่น อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ , ตำบลบ่อภาค อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก เป็นพื้นที่ที่มีสภาพป่าค่อนข้างสมบูรณ์ปกคลุมไปด้วยป่าธรรมชาติที่สวยงาม เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร มีจุดเด่นที่น่าสนใจและเป็นที่ดึงดูดใจของนักท่องเที่ยว ได้แก่ น้ำตกภูสอยดาว เป็นน้ำตก 5 ชั้น มีเนื้อที่กว้างประมาณ 1,000 ไร่ มีความสวยงามมาก มีถนนลาดยาง เข้าถึงพื้นที่ทำให้สะดวกสบายในการเดินทางพักผ่อนหย่อนใจ อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว

2. อุทยานแห่งชาติแม่จริม : อุทยานแห่งชาติแม่จริม มีเนื้อที่ประมาณ 270,000 ไร่ หรือ 432 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญและมีค่า เช่น พันธุ์ไม้ ของป่า สัตว์ป่านานาชนิด ตลอดจนทิวทัศน์ ป่า ภูเขา ลำธาร และหน้าผาที่สวยงามยิ่ง สมควรกำหนดให้เป็นอุทยานแห่งชาติตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 เพื่อสงวนไว้ให้คงอยู่ในสภาพเดิมมิให้ถูกทำลายหรือเปลี่ยนแปลงไป สำหรับอุทยานแห่งนี้มีกิจกรรมการท่องเที่ยวที่เด่น คือ การล่องแก่งลำน้ำว้าโดยใช้แพยาง ระยะทาง 19.2 กิโลเมตร เริ่มต้นจากบ้านน้ำปุ๊ อำเภอแม่จริม ถึงบ้านหาดไร่ อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน

3. อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ : อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ มีเนื้อที่ประมาณ 558,750 ไร่ หรือ 894 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมท้องที่อำเภอปางศิลาทอง จังหวัดกำแพงเพชร และอำเภอแม่วงก์ และกิ่งอำเภอแม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธาร ตามเทือกเขาสูงชันก่อกำเนิดเป็นน้ำตกที่สวยงาม 4-5 แห่ง ทั้งเป็นต้นกำเนิดของลำน้ำแม่วงก์ที่สำคัญของจังหวัดนครสวรรค์ นอกจากนี้ ยังมีแก่งหินทำให้เกิดน้ำตกเล็กๆ ตามแก่งหินนี้ ตลอดจนมีหน้าผาที่สวยงามตามธรรมชาติ

4. อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม : อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม มีเนื้อที่ประมาณ 62,437.50 ไร่ หรือ 99.9 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่อยู่ในท้องที่อำเภอเทพสถิต และอำเภอซับใหญ่จังหวัดชัยภูมิ มีสภาพป่าสมบูรณ์ เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของลุ่มน้ำชีและแม่น้ำป่าสักมีจุดเด่นทางธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่ง โดยเฉพาะทุ่งดอกกระเจียว

 

ทั้งหมดนี้เป็นอุทยานแห่งชาติที่ควรค่ากับการไปท่องเที่ยวช่วงหน้าฝน 2562 ที่เอามาแนะนำกัน ใครที่สนใจอยากไปท่องเที่ยวช่วงหน้าฝนแบบนี้ วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ หรือช่วงไหนว่าง ๆ ก็สามารถแวะไปได้ ชวนครอบครัวและเพื่อนฝูงไปเที่ยวกันเยอะ ๆ แล้วออกไปเที่ยวไทยด้วยกัน และนี่คือวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต

 

ขอขอบคุณ : ข้อมูลจาก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

 


7-วิธีรับมือฝนตกหนักทั่วประเทศ_web.jpg

kinyupen_adminSeptember 5, 2018

ช่วงนี้เป็นช่วงหน้าฤดูฝน ทั่วทุกพื้นที่ของประเทศไทยจะมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ “กินอยู่เป็น” 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต จึงขอนำเสนอ 7 วิธีรับมือ “ฝนตกหนัก” ทั่วประเทศมาฝากกัน

ต้องบอกว่าช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝน ไปไหนมาไหนก็มักจะเจอฝนตกหนัก ท้องฟ้ามืดครึ้ม ทุกที่ ทุกเวลา บางวันก็ตกช่วงเช้า บางวันก็ตกช่วงค่ำ โชคร้ายหน่อยก็ตกทั้งวันทั้งคืน ส่งผลให้ประชาชนออกไปไหน มาไหนกันค่อนข้างจะลำบาก โดยเฉพาะเหล่านักเรียนที่จะต้องไปเรียนหนังสือ มนุษย์เงินเดือนที่จะต้องออกไปทำงานหาเงิน รวมไปถึงบุคคลทั่วไปที่จะต้องออกไปทำธุระต่างๆ นาๆ บางท่านยอมลุยฝนเพื่อ ที่จะไปถึงจุดหมายปลายทางได้ทันเวลา จนทำให้เจ็บไข้ได้ป่วยในวันรุ่งขึ้นเพราะตากฝนนี่เอง วันนี้ “กินอยู่เป็น” จึงขอนำเสนอ 7 วิธีรับมือ “ฝนตกหนัก” ทั่วประเทศมาฝากกัน

 

 

 

 

 

 

1. พกร่ม-เสื้อกันฝนทุกครั้ง
ถือเป็นสิ่งที่แรกที่สำคัญอย่างยิ่ง เวลาอยู่ข้างนอกบ้าน แล้วอยู่ๆ ฝนตกขึ้นมาซะงั้น ร่มหรือเสื้อกันฝนก็เป็นสิ่งสำคัญ เมื่อฝนตกปุ๊ป ก็กาง

ร่มหรือสวมเสื้อกันฝนทันที คราวนี้ก็ไปไหนมาไหนได้สบาย หายห่วง

 

 

 

 

 

 

2. เตรียมรองเท้าแตะ-รองเท้าบูท

เมื่ออยู่นอกสถานที่แล้วต้องไปเจอฝนตกหนัก ซึ่งพื้นที่น้ำท่วมขัง ก็ยากต่อการเดินลุยน้ำเข้าไปในพื้นที่นั้นๆ เพราะมันทั้งเฉอะ ทั้งแฉะ มิหนำซ้ำ รองเท้าที่คุณสวมใส่อยู่ ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าผ้าใบ รองเท้าหนังราคาแพงๆ แบรนด์ดังๆ ก็อาจจะเปียกฝนไปด้วย ฉะนั้น ถ้ากลัวรองเท้าสุดหรูของคุณจะเปียกจะเลอะ แนะนำว่าพกรองเท้าแตะติดตัวไปสัก 1 คู่ เดินลุยน้ำได้สบาย หรือถ้าไม่อยากลุยน้ำ ก็พกเป็นรองเท้าบูทกันเท้าเปียกก็ได้

 

 

 

 

 

 

 

3. เตรียมถุงพลาสติกติดไว้
ถุงพลาสติกสามารถทำอะไรได้สารพัดประโยชน์เลยทีเดีย โดยเฉพาะเวลาฝนตก หากคุณไม่มีร่ม ไม่มีเสื้อกันฝน ก็สามารถนำถุงพลาสติกสวมที่ศีรษะของเราได้ เพื่อกันฝนระหว่างเดินทาง หรือถ้าเวลาที่ต้องแบกของไปไหนมาไหน คุณก็สามารถเอาของทุกอย่างใส่ถุงพลาสติก เพื่อป้องกันการเปียกที่เกิดจากฝนตกได้อีกด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

4. พกผ้าเช็ดหน้าไว้สักผืน
หากคุณเปียกเนื่องจากโดนฝน ก็สามารถหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดทำความสะอาดได้ โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ถึงแม้จะช่วยป้องกันฝนไม่ได้ดีเท่าร่วมหรือเสื้อกันฝน แต่ก็ช่วยทำให้ใบหน้าของคุณแห้งได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

5. เตรียมเสื้อผ้าสำรองไว้สัก 1 ชุด
สำหรับคนที่จะต้องออกไปทำธุระข้างนอก โดยเฉพาะพบปะเพื่อนหรือลูกค้า ถ้าเกิดตัวเปียกปอนจากการลุยฝน ก็ทำให้ตัวเราเละตั้งแต่หัวจรดเท้าได้ เครื่องแต่งกายที่คุณสวมใส่ก็เช่นกัน สวมใส่ขณะเปียกแฉะขนาดนี้ไม่ดีต่อร่างกายเราแน่ๆ ทางที่ดีเตรียมเสื้อผ้าสำรองไว้สักชุด ใส่ในถุงพลาติกด้วย ป้องกันการเปียกจากฝน คราวนี้ถ้าเครื่องแต่งกายเราเปียกแฉะขึ้นมาจากการลุยฝน ก็ไม่ต้องกลัวอะไร เพราะว่ามีชุดสำรองมาเปลี่ยน

 

 

 

 

 

 

 

6. ทานยาลดไข้ เมื่อมีอาการน้ำมูกไหล
เมื่อโดนฝนเนื่อจากฝนตกหนัก ก็อาจจะส่งผลต่อสุขภาพของเรา ทำให้เราป่วย ไม่สบายขึ้นได้ ฉะนั้น เมื่อรู้ตัวว่าตนเองเริ่มมีอาการจาม น้ำมูลไหล ไข้ขึ้น ก็อย่าลืมทานขาลดไข้ทันที เพื่อบรรเทาอาการ จะได้หายป่วยไวๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

7. กลับถึงบ้าน อย่าลืม! อาบน้ำ-สระผม ทันที
เมื่อคุณตัวเปียกแฉะจากการลุยฟ้าลุยฝนมา เมื่อถึงบ้านจำไว้เลยว่า ต้องรีบอาบน้ำสระผมทันที อย่าปล่อยทิ้งไว้ เพราะจะส่งผลเสียทำให้เราเจ็บป่วยไม่สบายขึ้นได้

 

 

 

 

 

 

ช่วงนี้ไปไหนมาไหนก็ระวังเรื่องฝนตกหนัก พกร่มคันเล็กๆ สักคัน หรือเสื้อกันฝนสัก 1 ตัวติดเอาไว้เวลาที่ต้องออกไปทำธุระข้างนอกในช่วงฝนตกหนัก เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองเปียกฝนจนนำมาสู่การเจ็บไข้ได้ป่วย ยังไงก็อย่าลืมให้ความสำคัญในการดูแลเรื่องของสุขภาพเอาไว้สักนิด จะได้รับมือช่วงหน้าฝนได้อย่างสบาย และไปเรียนหนังสือหรือทำงานด้วยสุขภาพที่ Strong! ไม่เจ็บ ไม่ป่วย นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต