Taxi_Wuhan_แท็กซี่จิอาสาอู๋ฮั่น.jpg

kinyupen_adminFebruary 6, 2020

เรื่องดีๆ ยังมีที่อู่ฮั่น หลังการระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ลามทั่วจีน เมื่อกลุ่มแท็กซี่ขอทำดีเพื่อบ้านเกิด โดยการ “อาสารับส่งผู้ติดเชื้อฟรี”

ในสถานการณ์ที่ทำให้โลกกำลังรู้สึกวิตกในข่าวร้าย ๆ จากการระบาดจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ในเมืองอู่ฮั่นประเทศจีน อาจจะทำให้หลายคนรู้สึกหดหู่ กับเหตุการณ์ที่ชาวจีนต้องเผชิญอยู่ในขณะนี้  แต่ท่ามกลางข่าวร้ายๆ ก็ดูเหมือนจะมีเรื่องดีๆ ให้ผู้คนได้รู้สึกซาบซึ้งใจขึ้นมาบ้าง เมื่อสื่อนิวยอร์กไทม์ นำเสนอเรื่องราวของน้ำใจของแท็กซี่กลุ่มหนึ่งในเมืองอู่ฮั่น ที่ออกมาอาสาทำประโยชน์เพื่อเพื่อนร่วมประเทศ ในระหว่างที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากในขณะนี้

ผู้สื่อข่าวของนิวยอร์กไทม์ ได้พบกับ “จาง เล่ย” คนขับแท็กซี่ชาวอู่ฮั่น วัย 32 ปี ที่ก่อนหน้านี้เขาเป็นเพียงคนขับรถคนหนึ่งที่ทำงานหาเลี้ยงชีพจากการรับจ้างขับรถแท็กซี่ในเมืองที่มีประชากร กว่า 11 ล้านคนแห่งนี้ แต่ทันทีที่เกิดโรคระบาด รัฐบาลท้องถิ่นประกาศปิดเมืองกะทันหัน ผู้คนจำนวนมากถูกสั่งห้ามให้ออกมานอกบ้านอย่างไม่จำเป็น ทำให้บนท้องถนนแทบจะไม่มียานพาหนะสัญจรไปมา ปัญหาการขนส่งจึงกลายเป็นอุปสรรคอย่างยิ่งต่อความเป็นอยู่ของชาวอู่ฮั่นกลุ่มหนึ่งที่ไม่มียานพาหนะเป็นของตัวเอง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยผู้สูงอายุ และคนจน ที่ถูกกักบริเวณเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด

 

จางเป็นหนึ่งในอาสาสมัครจำนวนกว่าพันคนที่ออกมาช่วยเหลือผู้คนในช่วงที่เมืองมีอุปสรรคด้านการรับส่งผู้ป่วย ที่อยู่ในช่วงการติดตามอาการ โดยส่วนใหญ่เป็นคนยากจน ผู้สูงอายุที่ไม่มีลูกหรือครอบครัว ที่ถูกกักพื้นที่อยู่ในเมืองจากการป้องกันการแพร่ระบาด บางส่วนไม่สามารถออกไปโรงพยาบาลได้  หรือไม่สามารถออกมาอาหารได้ด้วยตัวเอง ซึ่งจางบอกว่ามันเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจที่จะไม่มีใครช่วยเหลือคนกลุ่มนี้ และการทำหน้าที่นี้ถือเป็นการช่วยเหลือที่เขาเต็มใจเพราะทุกคนต่างอยู่ในภาวะยากลำบากเช่นกัน

 

ในการทำงานจาง จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในพื้นที่ที่เกิดการโรคระบาด หรือมีผู้ป่วยที่มีอาการหนัก โดยในส่วนนั้นรถพยาบาลจะเป็นผู้ดำเนินการเอง แต่เขาสามารถรับส่งผู้โดยสารได้ในพื้นที่ควบคุมอื่นๆ โดยการรับส่งผู้โดยสารครั้งนี้เขาจะไม่ได้รับเงิน แต่เป็นการให้บริการในการทำงานขับแท็กซี่จางจะต้องสวมชุดป้องกันเต็มรูปแบบเพื่อป้องกันการระบาดด้วย และการให้บริการครั้งนี้เขาจะต้องจ่ายค่าน้ำมันเอง เช่นเดียวกับอาสาสมัครคนอื่นๆ

 

ขอบคุณภาพจาก : Amy Qin_The New York Times

 

เมื่อถูกถามว่าทำไมเขาจึงออกมาเป็นอาสาสมัคร  จาง บอกว่า เหตุผลแรกเลยคือรู้สึกเบื่อที่จะต้องอยู่เฉยๆ ที่บ้านเหตุผลที่สองคือต้องการที่จะช่วยเหลือเพื่อนชาวจีนด้วยกัน และอยากทำประโยชน์ให้กับสังคม หลังจากที่ได้รับทราบข่าวว่า มีผู้สูงอายุหลายคนประสบปัญหายากลำบากต่อการเดินทาง มีข่าวว่าบางคนต้องใช้เวลาเดินถึงสองชั่วโมงเพื่อไปโรงพยาบาล การมีรถรับส่งอยู่ในพื้นที่จึงช่วยให้ผู้ป่วยเหล่านี้มีความสะดวกสบายขึ้นบ้าง

 

จาง เล่ย อาศัยอยู่กับพ่อแม่ภรรยาและลูกสองคนอายุ 3 และ 7 ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งนอกเมืองอู่ฮั่น และหมู่บ้านได้ส่งคำเตือนมาว่าเขายังไม่ควรกลับไปที่หมู่บ้านในขณะนี้ เนื่องจากเข้ามาทำงานและอาศัยอยู่ใกล้กับตลาดอาหารทะเล ที่ถูกคาดว่าเป็นต้นตอของการระบาดของไวรัสในครั้งนี้

 

“ ตอนนี้ผมคงเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุดสำหรับพวกเขา” จางบอกด้วยความรู้สึกที่ปนเศร้าเล็กน้อย แต่การได้ออกมาทำงานช่วยเหลือคนอื่นก็ทำให้เขาลืมเรื่องเศร้าๆ แบบนั้นลงได้

 

หลังทำงานอาสาสมัครขับแท็กซี่ในแต่ละวัน จางและเพื่อนอาสาสมัครขับรถคนอื่นๆ จะกลับไปอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายที่บ้าน รวมทั้งฆ่าเชื้ออุปกรณ์ป้องกันต่างๆ รวมถึงรถยนต์ ผู้ขับขี่อาสาสมัครหลายคนบอกว่าพวกเขามีชุดป้องกันเพียงชุดเดียวและถุงมือสองสามคู่เท่านั้น

 

ขอบคุณภาพจาก : Amy Qin_The New York Times

“ถึงแม้เราจะเห็นข่าวว่ามีการบริจาคสิ่งของต่างๆ มากมาย แต่พวกเราก็ยังไม่เห็นอะไรเลย ตอนนี้สิ่งที่เราได้รับคือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในทุกวัน แต่นั่นมันก็ยังดีที่อย่างน้อยเราก็มีอะไรกิน”

 

ถึงเวลานี้ ไม่มีใครคาดได้ว่าการระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่นี้จะจบสิ้นลงเมื่อได้ แต่สำหรับคนอู่ฮั่น ที่กำลังต้องอยู่ในสถานการณ์ลำบากนี้ สิ่งที่ทุกคนทำได้คือการให้กำลังใจกันและกัน และช่วยเหลือกันเท่าที่จะช่วยได้  เรื่องราวของจางจึงเป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง ที่แสดงให้เห็นถึงน้ำใจที่จะส่งถึงกันได้ ท่ามกลางกำลังใจจากทั่วโลกที่ส่งไปถึงเพื่อให้พวกเขาสามารถผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปได้ในที่สุด


Content_หน้ากากอนามัย_Cover_1.jpg

kinyupen_adminJanuary 31, 2020

หลังการระบาดของโรคไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ใหม่ ที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น จนทำให้หลายประเทศตื่นตัว ขอให้พลเมืองของตนป้องกันดูแลตัวเองจากการแพร่กระจายของโรค  ด้วยการใช้อุปกรณ์ป้องกันเชื้อไวรัสเบื้องต้น โดยเฉพาะการใช้หน้ากากอนามัยในชีวิตประจำวัน ทำให้ปัจจุบันหน้ากากอนามัยชนิดต่างๆ กลายเป็นที่ต้องการอย่างมาก ทำให้มีรายงานว่า หน้ากากอนามัยถูกกักตุน จนขาดตลาด ไม่เพียงแต่ในประเทศจีนซึ่งเป็นพื้นที่ระบาด แต่ในประเทศอื่นๆ เช่น ญี่ปุ่น  หรือไทยก็มีรายงานว่าหาซื้อหน้ากากอนามัยได้ยากเช่นกัน

หน่วยงานด้านสาธารณสุขในทุกประเทศ ต่างออกมายืนยันว่า การใช้หน้ากากอนามัย ทุกชนิดสามารถป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ในเบื้องต้น และจะเข้มข้นขึ้นไปตามระดับของวัสดุที่ใช้ในการผลิต ตั้งแต่หน้ากากอนามัยชนิดธรรมดา, หน้ากากอนามัยชนิด N95 ไปจนถึงหน้าการอนามัยที่ใช้ในกระบวนการทางการแพทย์ โดยหน้ากากเหล่านี้มีส่วนประกอบหลักในการผลิตคือ ผ้าสปันด์บอนด์  หนึ่งประเภทของผ้า นอนวูฟเวน (nonwovens) หรือ ผ้าไม่ถักไม่ทอ ที่มีลักษณะคล้ายคล้ายกระดาษ แต่ให้สัมผัสนุ่มคล้ายผ้า

ผ้านอนวูฟเวน มีข้อเด่นคือ สามารถออกแบบให้มีลักษณะและสมบัติที่หลากหลายเพื่อให้เหมาะสม สำหรับการใช้งานที่แตกต่างกันไป ซึ่งลักษณะและสมบัติที่หลากหลายของนอนวูฟเวนนี้เกิดจากการเลือกใช้เส้นใยที่มีอยู่หลากหลายชนิดทั้งเส้นใยธรรมชาติและเส้นใยประดิษฐ์ผสมผสานกับ มีกระบวนการผลิตรวดเร็ว ผลิตได้ในปริมาณมากและต้นทุนการผลิตต่ำจึงสามารถใช้สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วทิ้ง (disposable) ได้

สำหรับผ้าสปันบอนด์นอนวูฟเวน (Spunbond nonwovens) ที่ใช้เป็นส่วนประกอบหลักในการผลิตหน้ากากอนามัย เป็นกลุ่มนอนวูฟเวนที่มีการขึ้นรูปเส้นใยจากเม็ดพลาสติกโดยตรง โดยการหลอมเม็ดพลาสติกและเทคนิคการทอทำให้ผ้าชนิดนี้มีลักษณะอ่อน นิ่มและโค้งงอคล้ายผ้ามากที่สุด นิยมนำมาผลิตภัณฑ์เป็นผลิตภัณฑ์ผ้าอ้อม อนามัยภัณฑ์และการแพทย์ (ชุดผ่าตัดของแพทย์ หน้ากากอนามัย วัสดุเช็ดทำความสะอาด) และบรรจุภัณฑ์(ซองบรรจุแผ่นซีดี ซองบรรจุเครื่องมือแพทย์) เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีผ้าชนิดเมลต์โบลนนอนวูฟเวน (Meltblownnonwovens) เป็นกลุ่มนอนวูฟเวนอีกกลุ่มหนึ่งที่มีการขึ้นรูปเส้นใยจากเม็ดพลาสติกโดยตรงเช่นเดียวกับสปันบอนด์นอนวูฟเวน แต่มีความแตกต่างคือเส้นใยจะมีลักษณะเล็กละเอียดในระดับนาโนเมตรไมโครเมตร แต่ไม่เป็นเส้นยาวต่อเนื่อง มีคุณสมบัติเส้นใยที่มีขนาดเล็กละเอียดมากจึงมักใช้ในงานกรอง เช่น ไส้กรอง แผ่นกรองในหน้ากากอนามัย ผลิตภัณฑ์ด้านการแพทย์ และฉนวน เป็นต้น

โดยในการผลิตหน้ากากอนามัยเหล่านี้จะมีขั้นตอนการผลิตที่แต่ต่างกันไปแล้วแต่ละประเภทการใช้ชั้นงาน โดยจะมีความซับซ้อนของชั้นที่ซ้อนกัน ตามความต้องการของความละเอียดในการกรอง รวมถึงไส้กรองที่บรรจุไว้ภายในหน้ากาก  และอาจจะมีการออกแบบและผลิตในรูปแบบที่แตกต่างกัน

 

สำหรับแหล่งผลิตผ้า นอนวูฟเวน ซึ่งถูกนำมาใช้ผลิตเป็นผ้าสปันบอน์อีกที่นั้น นิตยสาร Nonwovens Industry ซึ่งเป็นนิตยสารให้ข้อมูลสำหรับผู้ค้าในอุตสาหกรรมการผลิตผ้านอนวูฟเวน ระบุว่า จีนเป็นแหล่งผลิตผ้าชนิดนี้ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้มากถึง 67% ของการผลิตทั้งหมด รองลงมาเป็นแหล่งผลิตที่ประเทศมาเลเซียจากการลงทุนของบริษัท Fibertex Personal Care สัญชาติเดนมาร์ก ในขณะที่ ไทยเป็นแหล่งผลิตเป็นอันดับสามจากการลงทุนของกลุ่มบริษัทญี่ปุ่น 3-4 บริษัทตั้งโรงงานในพื้นที่ประเทศไทย  และแหล่งผลิตที่ประเทศเกาหลี