หากอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ไทยอาจโดนหนักสุดในเอเชีย

0
4
kinyupen

เมื่อเร็วๆ นี้ มีรายงานของ CNBC เปิดเผยว่า ไทยถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดในเอเชีย หลังจากอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยผู้บัญชาการระดับสูงของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เตือนว่าเรือทุกลำที่พยายามผ่านน่านน้ำดังกล่าวจะถูกโจมตี หากเราอยากรู้ว่า ทำไมช่องแคมเฮอร์มุช ถึงมีผลกับราคาน้ำมันและก๊าซโลก กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอชวนทุกคนมาทำความรู้จักช่องแคบนี้ไปพร้อมๆ กัน

Cr : The Standard

ช่องแคบฮอร์มุซ: ยุทธศาสตร์ทางน้ำ การค้าพลังงานโลก

ช่องแคบฮอร์มุซตั้งอยู่ระหว่างอ่าวเปอร์เซียกับอ่าวโอมาน โดยทางเหนือของช่องแคบติดกับพื้นที่ตอนใต้ของอิหร่าน ขณะที่ทางใต้ของช่องแคบติดกับชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และโอมาน มีปริมาณน้ำมัน 17.2 ล้านบาร์เรลขนผ่านเส้นทางนี้ในแต่ละวัน

ไม่ว่าประเทศยูเออี คูเวต อิหร่าน กาตาร์ บาห์เรน และอิรัก ก็ต้องขนส่งน้ำมันผ่านเส้นทางนี้ จึงเป็นความเสี่ยงต่ออุปทานน้ำมันโลก หากอิหร่านปิดช่องแคบนี้ ซึ่งอิหร่านเคยขู่สหรัฐในช่วงปี 2562 ว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐ

CNBC รายงานอ้างอิงข้อมูลจากบริษัทที่ปรึกษาพลังงาน Kpler ว่า ช่องแคบฮอร์มุซซึ่งตั้งอยู่ระหว่างโอมานและอิหร่านนั้น มีน้ำมันดิบไหลผ่านราว 13 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในปี 2568 คิดเป็นประมาณ 31% ของการขนส่งน้ำมันดิบทางทะเลทั้งหมด

นอกจากนี้ ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ราว 20% ของปริมาณการส่งออกทั่วโลกก็ต้องลำเลียงผ่านช่องแคบแห่งนี้ โดยส่วนใหญ่มาจากกาตาร์ ซึ่งล่าสุดต้องหยุดการผลิตชั่วคราวหลังโดนโดรนอิหร่านโจมตีนิคมอุตสาหกรรม Ras Laffan และ Mesaieed

ทำไมไทยเสี่ยงสูงสุดในอาเซียน

สำหรับไทย ซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศเป็นหลัก ความขัดแย้งครั้งนี้อาจส่งผลให้ประเทศต้องแบกต้นทุนนำเข้าที่สูงขึ้นตาม ยิ่งราคาน้ำมันโลกสูงขึ้นก็ยิ่งทำให้งบประมาณภาษีในการอุ้มราคาน้ำมันสูงขึ้นตามไปด้วย โดยในปัจจุบัน กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไทยติดลบ 65,732 ล้านบาทแล้ว โดยแบ่งเป็นบัญชีน้ำมันติดลบ 20,806 ล้านบาท และบัญชีก๊าซ LPG ติดลบ 44,926 ล้านบาท

ภาพ AI : Freepik

CNBC อ้างบทวิเคราะห์จากสถาบันการเงิน Nomura ว่า ไทยถือเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันสูงขึ้นมากที่สุดในเอเชีย เนื่องจากมีการนำเข้าน้ำมันสุทธิสูงถึง 4.7% ของ GDP ซึ่งสูงที่สุดในภูมิภาค Nomura ระบุด้วยว่า ทุกๆ ที่ราคาน้ำมันปรับขึ้น 10% จะทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยแย่ลงประมาณ 0.5%  ของ GDP ประเทศ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่ากังวลในสภาวะที่ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวสูงขึ้นแล้วกว่า 10% นับตั้งแต่ความขัดแย้งปะทุ และขณะนี้อยู่ที่ราว 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ภาพ AI : Freepik

ภาพรวมผลกระทบในเอเชีย

CNBC รายงานด้วยว่า ประเทศอื่นๆ ในเอเชียต่างได้รับผลกระทบในระดับที่แตกต่างกัน โดย Nomura ระบุว่า อินเดีย เกาหลีใต้ และฟิลิปปินส์ อยู่ในกลุ่มเปราะบางจากการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูง

เอเชียใต้ ได้รับผลกระทบเฉียบพลันที่สุดในด้าน LNG โดยกาตาร์และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์คิดเป็น 99% ของการนำเข้า LNG ของปากีสถาน และ 72% ของบังกลาเทศ ขณะที่อินเดียต้องเผชิญทั้งต้นทุนนำเข้าน้ำมันและราคา LNG ที่พุ่งพร้อมกัน

ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ พึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลาง 75% และ 70% ตามลำดับ โดยมีสำรอง LNG พอใช้ได้เพียง 2-4 สัปดาห์เท่านั้น

จีน แม้จะนำเข้าน้ำมันราว 40% ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่มีคลังสำรอง LNG กว่า 7.6 ล้านตัน ซึ่งช่วยรองรับได้ในระยะสั้น

มาเลเซีย ถือเป็นข้อยกเว้น เพราะในฐานะผู้ส่งออกพลังงาน ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นกลับเป็นผลดีต่อรายได้ของประเทศ ตาม CNBC อ้าง Nomura

.

ที่มา : thansettakij / bangkokbiznews

เรียบเรียงจากรายงานของ CNBC

kinyupen

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here