เพิ่งผ่านพ้นการเฉลิมฉลองปีใหม่ 2569 มาไม่นาน ถึงเวลาที่เราควรได้เคลียร์บ้าน โละของที่ไม่ได้ใช้ หรือสุ่มเสี่ยงเกิดเชื้อโรคหรืออันตราย ออกไปจากบ้าน ตามกินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต มาดูกันดีกว่าว่าเราควรทิ้งอะไรบ้าง ? กับ 7 ของในบ้าน ยิ่งเก็บยิ่งเสี่ยง ภัยเงียบต่อสุขภาพ อาจเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค

1.หม้อหรือกระทะเคลือบกันติดที่ลอกหรือหลุดร่อน

หลายครอบครัวยังคงใช้กระทะที่สารเคลือบกันติดหลุดลอก เพียงเพราะคิดว่ายัง “ใช้งานได้” แต่ในความเป็นจริง เมื่อชั้นเคลือบหลุด โลหะด้านในอาจสัมผัสอาหารโดยตรง โดยเฉพาะเมื่อใช้ความร้อนสูง ซึ่งมีความเสี่ยงต่อสุขภาพในระยะยาว
ภาชนะเหล่านี้ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป ทั้งกระทบคุณภาพอาหารและเพิ่มความเสี่ยงต่อร่างกาย ปลายปีจึงเป็นช่วงเหมาะสมในการเปลี่ยนเป็นหม้อหรือกระทะสเตนเลส เหล็กหล่อ หรือเหล็กไร้สนิม ที่ทนทานและใช้งานได้อย่างสบายใจมากกว่า
2.ตะเกียบไม้หรือไม้ไผ่ที่ขึ้นรา หรือเปลี่ยนสี

ตะเกียบเป็นอุปกรณ์ที่สัมผัสอาหารโดยตรงทุกวัน แต่กลับมักถูกมองข้ามเรื่องความปลอดภัย ตะเกียบไม้หรือไม้ไผ่ที่ใช้นานในสภาพแวดล้อมชื้นมีโอกาสขึ้นราได้ง่าย แม้เพียงสีเปลี่ยนเล็กน้อยก็ถือว่าไม่ถูกสุขลักษณะแล้ว เชื้อราและแบคทีเรียอาจปนเปื้อนเข้าสู่ร่างกายผ่านอาหาร หากพบจุดผิดปกติ กลิ่นอับ หรือสีเปลี่ยน ควรทิ้งทันที และพิจารณาใช้ตะเกียบสเตนเลสหรือพลาสติกคุณภาพดีที่ทำความสะอาดง่ายและทนทานกว่า
3. ปลั๊กไฟและสายต่อพ่วงที่เก่าเกินไป

ปลั๊กไฟเป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานทุกวันอย่างเงียบ ๆ แต่ก็เป็นหนึ่งในแหล่งอันตรายสำคัญหากเสื่อมสภาพ ปลั๊กที่ใช้มานาน สายไฟเปื่อย หลวม หรือมีความร้อนผิดปกติ ล้วนเพิ่มความเสี่ยงต่อไฟฟ้าลัดวงจรและไฟไหม้ ช่วงปลายปีควรตรวจสอบปลั๊กไฟทั้งบ้าน หากพบอุปกรณ์ที่ไม่ทราบแหล่งที่มา ใช้งานมานาน หรือมีสัญญาณชำรุด ไม่ควรเสียดายเก็บไว้ ความปลอดภัยทางไฟฟ้าสำคัญกว่าการประหยัดเงินเล็กน้อย
4. เสื้อผ้าเก่าที่กองเต็มตู้แต่ไม่เคยใส่

ตู้เสื้อผ้าของหลายคนเต็มไปด้วยเสื้อผ้าที่ “เก็บไว้ก่อน” ทั้งที่ไม่ได้หยิบมาใช้ตลอดทั้งปี เสื้อผ้าเหล่านี้ไม่เพียงกินพื้นที่ แต่ยังเสี่ยงต่อความอับชื้นและการสะสมของเชื้อโรค หากเก็บไม่ดี โดยเฉพาะเสื้อผ้าเด็ก การเก็บไว้นานทั้งที่ไม่ใช้แล้วถือว่าไม่จำเป็น ปลายปีควรแยกประเภทให้ชัดเจน ชิ้นที่ยังใช้ได้ก็เก็บไว้ ส่วนที่ไม่ใส่แล้วสามารถบริจาค ให้ผู้อื่น หรือทิ้งไป ตู้จะโล่งขึ้น บ้านก็สบายขึ้นมาก
5. ผ้าเช็ดหน้าที่เหลืองหรือมีกลิ่นอับ

ผ้าเช็ดหน้าเป็นของใช้ประจำวันและสัมผัสผิวหน้าโดยตรง เมื่อผ้าเริ่มเหลือง มีกลิ่น หรือเนื้อผ้าแข็งกระด้าง แสดงว่าเชื้อแบคทีเรียสะสมอยู่มาก แม้จะซักเป็นประจำก็ตาม การใช้ผ้าเก่านาน ๆ อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง ผื่นคัน โดยเฉพาะในเด็กและผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย ปลายปีควรเปลี่ยนผ้าเช็ดหน้าใหม่ทั้งหมด และฝึกนิสัยตากให้แห้งสนิททุกครั้งหลังใช้งาน
6. เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ล้าสมัยและไม่ได้ใช้งานแล้ว

เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เสีย พัดลมเก่า หรืออุปกรณ์ที่วางทิ้งไว้ “เผื่อซ่อม” มักกินพื้นที่โดยไม่จำเป็น อีกทั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าเก่าอาจมีชิ้นส่วนเสื่อมสภาพ เสี่ยงต่อไฟรั่วหรือส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม หากอุปกรณ์ใดไม่ได้ใช้งานมาหลายเดือน มีแนวโน้มสูงว่าจะไม่ได้ใช้ต่อ ปลายปีจึงเหมาะกับการขายต่อ รีไซเคิล หรือกำจัดอย่างถูกวิธี เพื่อเปิดพื้นที่ใช้สอยในบ้าน
7. ถ้วยชามที่บิ่น แตก หรือร้าว

ถ้วยชามที่บิ่นหรือมีรอยร้าวเล็ก ๆ อาจดูไม่อันตรายในตอนแรก แต่จริง ๆ แล้วเสี่ยงต่อการบาดมือขณะล้าง และเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคในรอยแตกที่มองไม่เห็น อุปกรณ์เหล่านี้ไม่เหมาะสำหรับการใช้งานในระยะยาว การเปลี่ยนถ้วยชามใหม่ไม่เพียงช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการรับประทานอาหาร แต่ยังทำให้โต๊ะอาหารดูสะอาด เป็นระเบียบ พร้อมต้อนรับปีใหม่อย่างสบายใจมากขึ้น

ขอบคุณภาพประกอบและข้อมูลจาก : ข่าวสด



