แพนิคคืออะไร อาการ และแนวทางรักษา ?

0
10
kinyupen

ความเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิตเป็นสิ่งที่ควรได้รับความใส่ใจไม่ต่างจากปัญหาทางร่างกาย หนึ่งในภาวะที่คนจำนวนมากเริ่มเผชิญมากขึ้นคือ โรคแพนิคคืออะไร? Panic Disorder เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับความวิตกกังวลอย่างรุนแรงและเกิดขึ้นฉับพลัน โดยผู้ป่วยจะมีอาการตกใจกลัวโดยไม่มีสาเหตุที่ชัดเจน และอาการนี้สามารถส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันได้อย่างมาก

อาการของโรคแพนิค

อาการของโรคแพนิคมักเกิดขึ้นกะทันหันและรุนแรง โดยอาจมีอาการดังต่อไปนี้:

  • ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว หรือรู้สึกเหมือนหัวใจกำลังจะหยุดเต้น
  • เหงื่อออกมากผิดปกติ
  • หายใจไม่อิ่ม หรือรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก
  • วิงเวียนศีรษะ หรือรู้สึกเหมือนจะเป็นลม
  • ตัวสั่น หรือรู้สึกหนาวสั่น
  • คลื่นไส้ หรือปวดท้อง
  • รู้สึกเหมือนตัวเองหลุดออกจากความเป็นจริง หรือไม่สามารถควบคุมตัวเองได้
  • ความกลัวอย่างรุนแรงว่าอาจจะตาย หรือกำลังจะเกิดเหตุร้ายแรง

โดยปกติ อาการแพนิคมักเกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่กี่นาที แต่สามารถทิ้งความรู้สึกกลัวและวิตกกังวลให้ผู้ป่วยต่อไปได้อีกเป็นเวลานาน

สาเหตุของโรคแพนิคคืออะไร ?

ปัจจุบันยังไม่มีการระบุสาเหตุที่แน่ชัดของโรคแพนิค แต่พบว่าปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้อง ได้แก่:

  • พันธุกรรม หากมีคนในครอบครัวเป็นโรคแพนิค ก็มีโอกาสที่สมาชิกในครอบครัวจะเป็นโรคนี้เช่นกัน
  • ความเครียดสะสม การเผชิญกับเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจ เช่น การสูญเสียคนรัก หรือประสบอุบัติเหตุ
  • การเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในสมอง โดยเฉพาะสารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับความวิตกกังวล
  • ภาวะทางกายภาพ เช่น โรคหัวใจ โรคไทรอยด์ หรือภาวะที่ส่งผลต่อระบบประสาท

แนวทางการรักษาโรคแพนิคคืออะไร ?

เมื่อรู้แล้วว่าโรคแพนิคคืออะไร ? เราไปรู้ถึงวิธีการรักษาหลัก ๆ ได้แก่ 

1. การรักษาด้วยยา

แพทย์อาจสั่งจ่ายยาเพื่อช่วยควบคุมอาการ เช่น:

  • ยาต้านอาการซึมเศร้า (Antidepressants) เช่น SSRIs และ SNRIs ซึ่งช่วยปรับสมดุลของสารเคมีในสมอง
  • ยาคลายกังวล (Benzodiazepines) เช่น อัลปราโซแลม (Alprazolam) หรือไดอะซีแพม (Diazepam) แต่ต้องใช้อย่างระมัดระวังเนื่องจากอาจเกิดภาวะพึ่งพายาได้

2. การบำบัดทางจิตวิทยา (Psychotherapy)

  • การบำบัดพฤติกรรมและความคิด (Cognitive Behavioral Therapy – CBT) เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยช่วยให้ผู้ป่วยเรียนรู้วิธีรับมือกับความวิตกกังวล และจัดการกับอาการแพนิค
  • การบำบัดด้วยการฝึกผ่อนคลาย (Relaxation Techniques) เช่น การทำสมาธิ ฝึกหายใจลึก ๆ หรือโยคะ

3. การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต

  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยลดความเครียดและกระตุ้นการหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน (Endorphin) ซึ่งช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลาย
  • นอนหลับให้เพียงพอ เพราะการพักผ่อนที่ดีสามารถช่วยลดระดับความวิตกกังวลได้
  • หลีกเลี่ยงสารกระตุ้น เช่น คาเฟอีน แอลกอฮอล์ และสารเสพติด เพราะอาจกระตุ้นให้เกิดอาการแพนิค
  • ฝึกเทคนิคการหายใจและการผ่อนคลาย เช่น การฝึกหายใจลึก ๆ การทำสมาธิ และโยคะ

คงรู้กันแล้วว่าโรคแพนิคคืออะไร ? ซึ่งเป็นภาวะที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน และอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตอย่างมาก อย่างไรก็ตาม อาการของโรคนี้สามารถรักษาได้ผ่านการใช้ยา การบำบัดทางจิตวิทยา และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต หากคุณหรือคนใกล้ตัวกำลังประสบกับอาการของโรคแพนิค ควรรีบปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเพื่อรับการดูแลที่เหมาะสมก่อนที่อาการจะรุนแรงขึ้น

kinyupen

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here