_สมาร์ทโฟน-ภัยเงียบ-ทำลายครอบครัว_กินอยู่เป็น.jpg

kinyupen_adminJune 26, 2019

 ผลการวิจัยพบว่าผู้คนจำนวนมากเริ่มมีปัญหาขาดการปฎิสัมพันธ์หรือการสื่อสารที่ดีในครอบครัว หนึ่งในปัจจัยที่เกิดให้เกิดการขาดปฎิสัมพันธ์นั้น ก็คือ “สมาร์ทโฟน” ที่ปัจจุบันสังคมไทยกลายเป็น สังคมก้มหน้า กันแล้ว

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอแนะนำเรื่องราวใกล้ตัวกับทุก ๆ ท่าน เกี่ยวกับการใช้ “สมาร์ทโฟน” ซึ่งมีฟังก์ชั่นและคุณสมบัติมากมายต่าง ๆ นา ๆ ซึ่งจะเห็นได้ว่าในปัจจุบัน โลกของเรากลายเป็นโลกแห่งสังคมก้มหน้ากันไปแล้ว ทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย มีสมาร์ทโฟนเป็นของตัวเอง โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ และปริมณฑล

มีงานวิจัยโครงการวิจัยครอบครัวในเขตเมืองปี 2557 พบว่า 1 ใน 3 ครอบครัวคนเมืองมีสัมพันธภาพที่น่าเป็นห่วงกว่า 1.6 ล้านครัวเรือน จากทั้งหมด 4.7 ล้านครัวเรือนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เนื่องจากขาดการปฎิสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว โดยหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดการขาดปฎิสัมพันธ์นั้น ก็คือ “สมาร์ทโฟน” เราจะเห็นได้บ่อยครั้งก็คือบนโต๊ะรับประทานอาหาร ที่สมัยก่อนทุกคนในครอบครัวจะทานอาหารพร้อมพูดคุยกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา แต่ในปัจจุบัน คนในครอบครัวพูดคุยขณะทานอาหารกันน้อยลง แต่กลับหันไปสนใจ “สมาร์ทโฟน” กันมากขึ้น บางคนแชทสนทนาผ่านแอปพลิเคชัน บางคนเล่นเกมส์ บางคนเล่นอินเทอร์เน็ต ฯลฯ

จากปัญหาสังคมก้มหน้าสะท้อนถึงปัญหาระดับครอบครัวที่ต้องเร่งแก้ไข โดยเฉพาะวัยรุ่นที่เริ่มมีโลกส่วนตัวสูง การดูแลเอาใจใส่ การสื่อสารด้วยความเข้าใจจึงเป็นเรื่องจำเป็น นำมาสู่การหาทางออกที่ว่าทำอย่างไรให้การสื่อสารของคนในครอบครัวกลับคืนมาเช่นเดิม หรืออย่างน้อยเปิดพื้นที่การปฏิสัมพันธ์ของคนในครอบครัวให้มากขึ้นอฉะนั้น บทบาทของการเป็นพ่อแม่จึงมีความสำคัญมาก จะต้องกล้าแสดงออกถึงความรู้สึกรักและห่วงใย เพื่อทำให้สัมพันธ์ภาพทางครอบครัวดีขึ้น

ครอบครัวคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ลองหาเวลาอย่างน้อยสัก 1-2 ชั่วโมง/วัน หรือ 1-2 วัน/สัปดาห์ ในการทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว ทั้งการออกไปท่องเที่ยว รับประทานอาหารในบ้านหรืออาจจะนอกสถานที่ เพื่อลดปัญหาการใช้เวลาไปกับสมาร์ทโฟนลง แต่ในทางกลับกัน หากเราใช้สมาร์ทโฟนในทางที่เหมาะสม เช่น ใช้สำหรับถ่ายรูปคนในครอบครัวบ้าง ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะได้บันทึกภาพความประทับใจ การใช้ชีวิตและทำกิจกรรมร่วมกันของคนในครอบครัว

สุดท้าย “สมาร์ทโฟน” หากเราใช้อย่างถูกต้อง ถูกที่ ถูกเวลา ก็จะทำให้เราสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างมีความสุข ไม่หมกมุ่นมากเกินไป จนกลายเป็นสังคมก้มหน้าในที่สุด และนี่คือวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศางแห่งการใช้ชีวิต


-กล้องติดหน้ารถ-จากแอปฯ-ของสมาร์โฟน_web.jpg

kinyupen_adminApril 3, 2019

ปัจจุบัน หลายคนที่มีรถส่วนตัวไม่ว่าจะรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ ต่างนิยมติดกล้องวีดิโอตรงหน้ารถเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ เพื่อ เพราะอุบัติเหตุย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ และเมื่ออุบัติเหตุเกิดขึ้นก็ต้องมานั่งเถียงกันว่าใครผิด ใครถูก บางทีรถของเราจอดอยู่เฉย ๆ ก็โดนรถคันอื่นมาขับเฉี่ยวชนแล้วขับหนี ทำให้การติดกล้องที่รถมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการเอาผิดคนที่มาทำรถของเราเสียหายหรือบันทึกเหตุการณ์อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนท้องถนน กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอนำเสนอแนวทางดีๆ ที่จะช่วยปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของคุณแบบที่ใครๆ ก็ทำได้อย่างง่ายๆ

หลายคนคงจะเคยเห็นข่าวคราวบนท้องถนน ซึ่งภาพส่วนใหญ่ล้วนมาจากกล้องติดหน้ารถกันบ่อย ๆ ซึ่งยอมรับว่ามีประโยชน์อย่างมาก ทั้งใช้เป็นหลักฐานในการจับตัวผู้กระทำผิดก็ดี รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งในการใช้สำหรับการลดเบี้ยประกัน  เรื่องนี้ผู้ใช้รถใช้ถนนหลายคนต้องให้ความสำคัญอย่างมาก แต่การติดกล้องหน้ารถทั้งที กล้องบางรุ่นที่มีคุณภาพดีๆ ก็อาจจะมีราคาสูงอยู่บ้าง

แต่เชื่อหรือไม่ว่า สมาร์ทโฟนของเราเองนั้นก็สามารถนำมาใช้เป็นกล้องติดหน้ารถยนต์ได้ โดยไม่ต้องใช้โหมด Camera ให้เปลืองพื้นที่โทรศัพท์หรือเมมโมรี่การ์ด ซึ่งปัจจุบันมีแอปพลิเคชันต่าง ๆ มากมายคอยให้บริการ กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต จึงได้รวบรวบแอปพลิเคชันสำหรับใช้บันทึกเหตุการณ์ในลักษณะของกล้องติดหน้ารถ โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อกล้องให้ฟุ่มเฟือย

 

 

1. Carcorder : แอปพลิเคชันนี้ถือเป็นแอปฯ ที่มีการใช้งานมากที่สุด ถึงขนาดที่ว่าติดอันดับการค้นหาใน Apps Store ในอันดับต้น ๆ เลยก็ว่าได้ มีลักษณะการใช้งานที่เหนือชั้นกว่ากล้องติดหน้ารถทั่วไป เพราะมีทั้งการบันทึกภาพความละเอียดสูง ระบบแจ้งเตือนการจำกัดความเร็ว บันทึกภาพเหตุการณ์เมื่อเกิดอุบัติเหตุ สามารถบันทึกองศาละติจูด ลองติจูด วันเวลาสถานที่ การใช้ความเร็ว ทิศทางการเคลื่อนไหวของรถ ฯลฯ

 

 

2. Auto Guard Dash Cam : Auto Guard Dash Cam : เป็นแอปฯ สำหรับผู้ใช้สมาร์ทโฟนระบบแอนดรอยด์ มีลูกเล่นต่าง ๆ มากมาย ทั้งการปรับขนาดวีดีโอ ระบบเปิด-ปิดการทำงานอัตโนมัติ คลิปวีดิโอที่บันทึกสามารถอัพโหลดเผยแพร่ในยูทูปได้ทันที เปิดระบบนำทางได้อีกด้วย

 

 

3. AutoBoy Dash Cam – Blackbox : เป็นแอปฯ สำหรับผู้ใช้สมาร์ทโฟนระบบแอนดรอยด์ สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนให้กลายเป็นกล้องติดหน้ารถได้อย่างง่ายดาย ซึ่งมีฟีเจอร์เด่น ๆ ที่น่าสนใจ หากสมาร์ทโฟนถูกตั้งกับฐานตั้งบนรถ ระบบจะแอปฯ โดยอัตโนมัติ และบันทึกภาพเมื่อมีเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้น

 

 

4. SaveDrives – Car Dashboard : แอปฯ นี้ใช้สำหรับไอโฟน สามารถบันทึกวิดิโอได้ หากเกิดอุบัติเหตุขึ้น ระบบจะตัดคลิปวีดิโอให้เป็นไฟล์ความยาว 30 วินาที เพื่ออำนวยความสะดวกหากต้องการคลิปนำไปส่งกับตำรวจหรือประกัน มีระบบโทรออกเอกเมื่อเกิดเหตุการณ์จำเป็น และระบบมีการบันทึกข้อมูลการเดินทางในรูปแบบแผนที่ใน GPS มีการระบุพิกัดการเดินทางของเรา

 

 

แอปฯ เหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ใช้รถใช้ถนนสามารถนำมาใช้งานได้ ประหยัด แต่ก็อย่าลืมพกพาวเวอร์แบงค์ไว้ด้วย เพราะการใช้แอปฯ ดังกล่าวจะเป็นการทำให้แบตเตอรี่โทรศัพท์ลดลง นอกจากนี้ ไม่แนะนำให้ใช้ในนานเกิน 2 ชั่วโมง หรือนำมาใช้แทนกล้องติดหน้ารถแบบถาวร เพราะจะทำให้โทรศัพท์มีความร้อนสูงขึ้นจากการเปิดใช้แอปฯ เป็นเวลานาน ๆ

 

นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


-สมาร์ทโฟน-ปี-2562-เราจะได้เห็นอะไรบ้าง_web.jpg

kinyupen_adminFebruary 12, 2019

“สมาร์ทโฟน” สิ่งสำคัญอีกหนึ่งอย่างของมนุษย์ ที่มีฟังก์ชั่นต่างๆ ตอบโจทย์การใช้งานมากมาย และกินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต จะพาไปดูกันว่าปี 2562 จะมีเทรนด์ใหม่ๆ ของ “สมาร์ทโฟน” ซึ่งอาจจะทำให้มนุษย์เริ่มให้ความสนใจมากขึ้น

ต้องบอกเลยว่า “สมาร์ทโฟน” กลายเป็นปัจจัย 5 ของมนุษย์เลยก็ว่าได้ เพราะสมาร์ทโฟนไม่ใช่แค่โทรศัพท์มือถือที่สำหรับโทรออก-รับสาย เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่มีคุณสมบัติที่คอยอำนวยความสะดวกมนุษย์แบบเหนือชั้น จนกลายเป็นสิ่งของสำคัญอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญกับมนุษย์อย่างเราเลยก็ว่าได้

และด้วยคุณสมบัติที่มากมายของสมาร์ทโฟนแบรนด์ต่างๆ และรุ่นต่างๆ จะเห็นได้ว่าแต่ละแบรนด์ต่างคิดค้นฟังก์ชั่นใหม่ๆ ให้กับสมาร์ทโฟน เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เกิดความสนใจและควักกระเป๋าสตางค์ซื้อในที่สุด

ในปี 2562 นี้ เชื่อว่าหลายคนก็จับตามองกันว่า ปีนี้จะมีเทคโนโลยี ฟังก์ชั่น หรือนวัตกรรมอะไรใหม่ๆ เกี่ยวกับแวดวง “สมาร์ทโฟน” ที่น่าสนใจและจะได้เห็นกันในปีนี้บ้าง

 

1. รอยแหว่งบนหน้าจอจะหายไป

สำหรับเทรนด์สมาร์ทโฟนในปีที่ผ่านมา จะเห็นกันบ่อยก็คือเรื่องของดีไซน์หน้าจอของสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกับ Notch แบบเป็นแถบ แต่ในปี 2019 เราอาจจะไม่ได้เห็นดีไซน์หน้าจอดังกล่าวแล้ว และในอนาคตคาดว่าจะมีสมาร์ทโฟนอีกหลายรุ่นหันมาใช้หน้าจอแบบเจาะรูแทน เห็นได้จากข่าวของภาพเรนเดอร์มือถือรุ่นใหม่ หรือการจดสิทธิบัตรในระยะหลังมานี้ มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้ง Samsung, Huawei, Honor, Lenovo รวมถึง Apple ที่จดสิทธิบัตรจอมีรูเอาไว้แล้วด้วยเหมือนกัน

 

2. หน้าจอพับได้

หลายคนอาจจะคิดว่าสมาร์ทโฟนแบบหน้าจอพับได้อาจจะเป็นเพียงแค่เรื่องเพ้อฝัน เพราะไม่มีทางเกิดขึ้นได้จริง แต่ล่าสุด สมาร์ทโฟนแบบหน้าจอพับได้ก็ถือกำเนิดขึ้นในวงการจริงๆ ด้วยเทคโนโลยีจอพับได้เริ่มแพร่หลายในอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนแล้ว ดังนั้นในปีนี้ เราจะได้เห็นสมาร์ทโฟนพับได้จากหลายๆ แบรนด์ชื่อดังเปิดตัวออกมาจำหน่ายแข่งขันกันอย่างแน่นอน

 

3. มีระบบสแกนนิ้วใต้จอ

ระบบสแกนนิ้วนี้เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่จะมาพร้อมกับการเปิดตัวสมาร์ทโฟนจอพับได้ในอนาคต โดยเทคโนโลยีการสแกนลายนิ้วมือบริเวณใต้หน้าจอจะมีราคาถูกลงและแพร่หลายยิ่งขึ้น จนอาจกลายเป็นฟีเจอร์ที่พบเห็นได้ทั่วไปในตลาดสมาร์ทโฟนปีหน้า

 

4. มีกล้องอย่างน้อย 4 ตัว

ในที่สุดเราก็ได้เห็นกล้อง 4 ตัว (Quad-Camera) บนสมาร์ทโฟนจนได้ใน Samsung Galaxy A9 แน่นอนว่าแบรนด์อื่นๆ ก็ไม่ยอมน้อยหน้า เตรียมพัฒนาสมาร์ทโฟนกล้อง 4 ตัวออกมาเช่นกัน ดูเหมือนว่ากล้องบนสมาร์ทโฟนจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยที่ยังไม่รู้ว่าจะไปสิ้นสุดลงที่ตรงไหน ดังนั้นก็คงจะไม่แปลก หากเราจะได้เห็นสมาร์ทโฟน 4 กล้องทยอยกันเปิดตัวออกมาในปีหน้า

 

5. รองรับ 5G

แบรนด์สมาร์ทโฟนชื่อดังอย่าง OnePlus LG และ Samsung เตรียมเปิดตัวสมาร์ทโฟนที่รองรับเครือข่าย 5G ในปี 2562 ถึงแม้ว่าเครือข่าย 5G จะยังไม่แพร่หลายครอบคลุมทุกพื้นที่ แต่เชื่อว่าในอนาคต จะมีการพัฒนาสมาร์ทโฟนที่รองรับเทคโนโลยี 5G อย่างแน่นอน

 

6. ระบบชาร์จไฟไวกว่าเดิม

ปีนี้เราจะได้เห็นเทคโนโลยีชาร์จไฟแบบใหม่ที่ใช้เวลาชาร์จเร็วขึ้น อย่างล่าสุด Samsung เร่งพัฒนาระบบชาร์จไวแบบใหม่เพื่อใช้กับ Galaxy S10 ที่กำลังจะเปิดตัวช่วงต้นปี ซึ่งระบบชาร์จไวดังกล่าวไม่ได้อยู่ที่ตัวหม้อแปลงอย่างเดียวเท่านั้น แต่แบตเตอรี่ที่ใช้ก็ต้องถูกออกแบบมาเพื่อให้รองรับแรงดันไฟสูงๆ ได้โดยไม่เกิดความร้อนจนระเบิดหรือลุกไหม้อีกด้วย ซึ่งในอนาคตระบบดังกล่าวจะเริ่มเข้ามาอยู่ในสมาร์ทโฟนราคาถูกแน่นอน

 

ทั้งหมดนี้เป็นเทรนด์สมาร์ทโฟนของปี 2562 ที่คาดว่าทุกๆ คนจะได้เห็นกันและใช้ได้จริงในสมาร์ทโฟนหลายๆ รุ่น อย่างแน่นอน และในอนาคตเราอาจจะได้เห็นเทคโนโลยีใหม่ๆ อีกหลายอย่าง คงต้องจับตาดูกันต่อไป

 

นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


-สมาร์ทโฟน-หน้าจอพับได้_web2.jpg

kinyupen_adminNovember 12, 2018

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปติดตามเรื่องราวของ “ซัมซุง” ที่ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนต้นแบบสามารถพับหน้าจอได้ เล็งผลิตในเร็วๆ นี้ หวังเป็นไม้เด็ดดันยอดขายแข่งกับแอปเปิลในระยะยาว

หลังจากที่ปล่อยข่าวลืออยู่นาน ถึงนวัตกรรมการคิดค้นสมาร์ทโฟนแบบหน้าจอพับได้ ซึ่ง ณ ขณะนั้นยังไม่มีค่ายมือถือค่ายไหนสามารถผลิตขึ้นมาได้จริง ล่าสุด นวัตกรรมดังกล่าวจะเกิดขึ้นจริงแล้วในอนาคต โดยบริษัทยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ อย่าง “ซัมซุง” ก็ได้เผยโฉมสมาร์ทโฟนต้นแบบที่สามารถพับหน้าจอได้สู่บรรดานักพัฒนา ในงานอีเวนต์งานหนึ่งในเมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยผู้บริหารของซัมซุงเปิดเผยว่า หน้าจอแบบใหม่เรียกว่า Infinity Flex Display คือรากฐานสำคัญของสมาร์ทโฟนแห่งอนาคต และทางซัมซุงตั้งใจที่จะเริ่มต้นกระบวนการผลิตในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้

สำหรับสมาร์ทโฟนต้นแบบดังกล่าว เมื่อกางหน้าจอออกจะกลายเป็นแท็ปเลตหน้าจอขนาด 7.3 นิ้ว และเมื่อพับครึ่งก็จะกลายเป็นสมาร์ทโฟนที่จะมีอีกจออยู่ด้านหลัง อย่างไรก็ตาม ทางซัมซุงยังไม่เผยโฉมรูปลักษณ์ที่แท้จริงของอุปกรณ์ดังกล่าวจนกว่าจะถึงงานอีเวนต์ถัดไป อีกทั้งยังไม่เปิดเผยชื่อที่จะใช้เรียกสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ด้วย เปิดเผยแต่เพียงว่าผู้ใช้จะสามารถใช้งาน 3 แอพพลิเคชั่นได้ในคราวเดียวกัน ขณะที่ทางด้านกูเกิ้ลพร้อมสนับสนุนหน้าจอรูปแบบใหม่เช่นกัน โดยพร้อมที่จะพัฒนาระบบแอนดรอยด์ เพื่อให้รองรับการใช้งานกับจอแบบพับได้อย่างเต็มตัว

ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า สินค้ากลุ่มพับสมาร์ทโฟนแบบพับหน้าจอได้จะมีราคาแพงในระยะแรก เนื่องจากสินค้าต้องผ่านกระบวนการผลิตใหม่ โดยก่อนหน้านี้ มีแบรนด์น้องใหม่เปิดตัวสมาร์ทโฟนพับหน้าจอได้ในตลาดจีน ราคา 1,300 เหรียญสหรัฐฯ และนี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


5-วิธีถนอมแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือ-ดูแลอย่างไรให้อยู่กับเราไปนานๆ_web.jpg

kinyupen_adminSeptember 13, 2018

ปัจจุบัน ทุกๆ คนจะต้องมี “โทรศัพท์มือถือ” ติดตัวไว้ ซึ่งเปรียบเสมือนปัจจัยที่ 5 ของการดำรงชีวิตเลยก็ว่าได้ ฉะนั้น เพื่อให้โทรศัพท์มือถือของเราอยู่ไปนานๆ โดยที่เราไม่ต้องไปเสียงเงินซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่อยู่บ่อยๆ “กินอยู่เป็น” 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต จึงขอเสนอ 5 วิธีถนอมแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือ ดูแลอย่างไรให้อยู่กับเราไปนานๆ

เชื่อว่าในโลกสมัยนี้ ทุกๆ คนจะต้องมี “โทรศัพท์มือถือ” ติดตัวไว้ ซึ่งเปรียบเสมือนปัจจัยที่ 5 ของการดำรงชีวิตเลยก็ว่าได้ เพราะถือเป็นส่วนหนึ่งในการเข้ามาช่วยและอำนวยความสะดวกในการดำเนินชีวิตทุกรูปแบบ สามารถติดต่อสนทนา นัดหมายต่างๆ นาๆ ได้ทุกที่ ทุกเวลา และยิ่งปัจจัยเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในสังคมอย่างมาก จากโทรศัพท์มือถือก็พัฒนาเป็นสมาร์ทโฟน ซึ่งมีคุณสมบัติมากกว่าการโทรออกและรับสายเท่านั้น

เมื่อโทรศัพท์มือถือสามารถช่วยให้ชีวิตของเราดำเนินไปได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น ตัวเราเองก็ต้องดูแลโทรศัพท์มือถือให้ดีด้วยเช่นกัน เพื่อที่โทรศัพท์มือถือของเราจะได้อยู่ไปนานๆ โดยที่เราไม่ต้องไปเสียงเงินซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่อยู่บ่อยๆ สิ่งสำคัญที่สุดของการดูแลโทรศัพท์มือถือ นั่นก็คือ “แบตเตอรี่” ของโทรศัพท์มือถือนั่นเอง “กินอยู่เป็น” 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต จึงขอนำเสนอ 5 วิธีถนอมแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือ ดูแลอย่างไรให้อยู่กับเราไปนานๆ ซึ่งวิธีการก็ไม่ได้ยากเลย

1. เลิกพฤติกรรมใช้โทรศัพท์มือถือขณะกำลังชาร์จ
เชื่อว่าทุกๆ คนเป็นคนที่ติดโทรศัพท์มือถืออย่างมาก ฉะนั้น เมื่อแบตโทรศัพท์ใกล้หมด ทุกคนก็จะหาที่ชาร์ตแบตโทรศัพท์เป็นอันดับแรก แต่อย่าลืมว่าการใช้งานโทรศัพท์มือถือขณะทำการชาร์ต ถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะการใช้โทรศัพท์มือถือในขณะที่ทำการชาร์จแบตเตอรี่อยู่ จะทำให้แบตเตอรี่ต้องทำงานมากกว่าปกติ และส่งผลให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็ว

2. ไม่ควรชาร์จโทรศัพท์ทิ้งไว้ ทั้งๆ ที่แบตเต็ม 100%
หากว่าแบตเตอรี่ของโทรศัพท์ยังมีพลังงานเหลืออยู่มากๆ ก็ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะชาร์จ และไม่ควรชาร์จทิ้งไว้ตลอด 24 ชั่วโมง เพราะจะทำให้แบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือเสื่อมเร็ว แต่ถ้าสายชาร์จหรือโทรศัพท์มีระบบตัดไฟ เพราะแบตเตอรี่นั้นมีรอบอายุการชาร์จกำหนดไว้ ว่าแบตเตอรี่ตัวหนึ่งจะสามารถชาร์จได้กี่ครั้ง ดังนั้นเราจึงควรชาร์จเมื่อแบตเตอรี่ใกล้จะหมดดีกว่าครับ เพื่อให้ใช้รอบชาร์จอย่างคุ้มค่า

3. ใช้ที่ชาร์จแบตที่ได้มาตรฐาน
ควรใช้อุปกรณ์สายชาร์จที่ได้มาตรฐานจากศูนย์บริการหรือร้านตัวแทนจำหน่ายจะดีกว่า หลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์สายชาร์จที่ไม่ได้มาตรฐานและราคาถูกกว่าท้องตลาด เพราะแบตโทรศัพท์อาจจะเสื่อมได้ หรือถ้าโชคร้ายอาจจะทำให้โทรศัพท์เกิดการระเบิดขึ้นตามที่เห็นข่าวกันอยู่บ่อยๆ นั่นเอง

4. อย่าปล่อยให้แบตเตอรี่โทรศัพท์เหลือน้อย
หากแบตเตอรี่โทรศัพท์เหลือน้อย ควรชาร์ตทันที ไม่ควรใช้จนแบตหมดเหลือ 0% แล้วค่อยชาร์จ เพราะจะทำให้แบตเตอรี่ทำงานหนักขึ้น แบตเสื่อมเร็ว และยังทำให้เครื่องร้อนอีกด้วย

5. ปิดโทรศัพท์มือถือบ้าง เพื่อให้แบตได้พัก
ถ้าช่วงไหนที่ไม่ได้ใช้โทรศัพท์มือถือ โดยเฉพาะในช่วงระหว่างนอน ก็ควรที่จะปดโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้แบตเตอรี่ได้พักการทำงานบ้าง ช่วยให้สามารถใช้งานได้นานขึ้น ลดปัญหาแบตเตอรี่เสื่อมไวอีกด้วย

 

และนี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


-จับมืออาลีบาบา-ใช้-บิ๊กดาต้า-ออกแบบสมาร์ทโฟน_website_pic.jpg

kinyupen_adminAugust 19, 2018

“วีโว่” (Vivo) ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนของจีน จับมือ Tmall Innovation Center (TMIC) จากอาลีบาบา ร่วมกันออกแบบสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่โดยใช้ “บิ๊กดาต้า”

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปติดตามเรื่องราวจากสำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า “วีโว่” (Vivo) ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนของจีน จับมือ Tmall Innovation Center (TMIC) จากอาลีบาบา ร่วมกันออกแบบสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ สำหรับเปิดตัวในไตรมาสสี่ปีนี้เพื่อวางจำหน่ายบนเวบทีมอลล์ แนวคิดของการร่วมมือกันออกแบบนี้ จะอาศัยข้อมูลด้านการตลาดและข้อเสนอแนะของลูกค้า และนำมาวิเคราะห์โดย TMIC เป็นการอาศัยข้อมูลเชิงลึกและความนิยมจากฐานลูกค้าของ Tmall ที่มีมากกว่า 500 ล้านราย เพื่อช่วยให้สร้างผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ซึ่งต่างจากสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ที่ไม่ได้ฟังเสียงจากผู้บริโภค

โดย Wang Yonggang หัวหน้าฝ่ายอิเล็กทรอนิกส์ของวีโว่ เปิดเผยว่า ความตั้งใจที่สำคัญที่สุดของวีโว่ คือการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าต้องการอย่างแท้จริงและยึดตามความต้องการของพวกเขาเพื่อให้ผู้บริโภคได้ผลิตภัณฑ์ที่ตรงใจที่สุด โดยใช้ข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภคที่ได้รับจาก TMIC

สำหรับ TMIC หรือ Tmall Innovation Center ทำหน้าที่ช่วยให้แบรนด์ต่างประเทศและชาวต่างชาติสามารถเจาะตลาดจีนได้อย่างตรงจุด ถูกกลุ่มเป้าหมาย โดยใช้บิ๊กดาต้า วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภคแบบเรียลไทม์ บริการต่างๆ จะครอบคลุมตั้งแต่ ช่วยแบรนด์หาช่องทางทำตลาดในประเทศจีน ปรับปรุงโฮมเพจของแฟลกชิปสโตร์ วางแผนแคมเปญทางการตลาด และการรีโนเวตร้านค้าแบบดั้งเดิมเพื่อดึงดูดลูกค้าที่มาช้อปปิ้งให้เพิ่มมากขึ้น รวมถึงช่วยให้แต่ละธุรกิจสามารถแข่งขันกันได้ดียิ่งขึ้น ด้วยการปรับปรุงกระบวนการการทำงานให้มีประสิทธิภาพ และรองรับต่อนวัตกรรมที่จะเกิดขึ้นอย่างไม่หยุดนิ่ง และนี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต