-อาคารภูเขา-โดดเด่นริมชายหาดกว่างซีของจีน_web-1.jpg

kinyupen_adminDecember 6, 2018

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปดูเรื่องราวของประเทศจีนได้เปิดตัว “อาคารภูเขา” สิ่งปลูกสร้างแห่งใหม่ อีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญของจีน ด้วยอาคารที่มีรูปทรงแปลกตาคล้าย ๆ กับภูเขา พร้อมห้องพักไว้ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก

สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ๆ ในประเทศจีนนั้นมีอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น กำแพงเมืองจีน , สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ , เขาสายรุ้งตันเซี่ย , พระพุทธรูปเล่อซาน , ฯลฯ ที่สำคัญประเทศจีนถือเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีคนจากหลายหลายประเทศเดินทางไปท่องเที่ยวมากที่สุด ล่าสุด มีอีกหนึ่งแลนด์มาร์คแห่งใหม่ที่ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของเมืองจีน

โดยสำนักข่าว China Xinhua News รายงานว่า ประเทศจีนได้เปิดตัว “อาคารภูเขา” ซึ่งถือเป็นสิ่งปลูกสร้างแห่งใหม่ ตั้งอยู่เมืองเป่ยไห่ เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตอนใต้ของจีน ที่ต้องบอกว่าจะกลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญของจีนเลยก็ว่าได้ ด้วยอาคารที่มีรูปทรงแปลกตาคล้าย ๆ กับภูเขา มีความสูงพอ ๆ กับตึกสูง ๆ ทั่วไป มีห้องพักไว้ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก

สำหรับโรงแรมริมชายหาดแห่งนี้ ได้แรงบันดาลใจมาจากลักษณะภูมิประเทศแบบคาสต์ (Karst) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของกว่างซีและภูมิภาคจีนตอนใต้ นักท่องเที่ยวที่สัญจรผ่านไปมาบริเวณนั้น หรือไปที่บริเวณชายหาดกว่างซี ก็ไม่พลาดที่จะได้ยลโฉมตึกสูง ๆ คล้ายภูเขา และไม่พลาดที่จะได้หยิบสมาร์ทโฟนหรือกล้องถ่ายรูปขึ้นมาถ่ายรูปเก็บภาพความสวยงามของอาคารดังกล่าวไว้เป็นที่ระลึกด้วย นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ก่อนหน้านี้ ที่ประเทศจีนได้มีการก่อสร้างอาคารรูปทรงลักษณะแปลกตาแปลกใจ อย่างในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางใต้ของจีน ได้มีการสร้างอาคารศูนย์สื่อแห่งใหม่ของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง และเป็นที่ทำการของสถานีโทรทัศน์กว่างซี โดยหลายคนมองอาคารดังกล่าวนี้คล้ายกับปลัดขิก ซึ่งทางสถาปนิกเปิดเผยว่า ได้รับแรงบันดาลใจมาจากนาขั้นบันไดบนภูเขา ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง

ขอขอบคุณ : เนื้อหาจาก China Xinhua News


-ผลงานจากแดนมังกร-ผลิตความร้อนได้-100-ล้านองศาเซลเซียส_web.jpg

kinyupen_adminNovember 20, 2018

ประเทศจีนสร้าง “เตาปฏิกรณ์อีสต์ (EAST)” หรือดวงอาทิตย์เทียม สามารถสร้างความร้อนได้สูงถึง 100 ล้านองศาเซลเซียส ซึ่งร้อนกว่าดวงอาทิตย์จริงถึง 6 เท่า

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปติดตามเรื่องราวของประเทศจีนที่ขึ้นชื่อในเรื่องของนวัตกรรมทางเทคโนโลยี หลังจากพยายามพัฒนาจนสามารถไต่ระดับขึ้นเป็นประเทศที่มีนวัตกรรมอย่างน่าสนใจ จนสามารถขึ้นมาอยู่ 20 อันดับแรกของโลก ดัชนีนวัตกรรมโลก ที่จัดทำขึ้นโดยสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาขององค์การสหประชาชาติ หรือยูเอ็น จะเห็นว่าที่ผ่านมารัฐบาลจีนทุ่มงบประมาณการทำ R&D วิทยาศาสตร์เป็น 2-3 เท่าตัว จากช่วงแรกที่เน้นการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศจีนได้อัพเกรดตัวเองจากประเทศเกษตรกรรม มาเป็น “โรงงานโลก” อย่างเต็มตัว

ประเทศจีนยังคงเดินหน้าคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อนำมาใช้งานบนโลกใบนี้ โดยผลงานล่าสุด สถาบันฟิสิกส์ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์ในนครเหอเฝ่ย ประเทศจีน ได้สร้าง “เตาปฏิกรณ์อีสต์ (EAST)” หรือดวงอาทิตย์เทียม ที่มีคุณสมบัติเด่น ๆ เลยคือ สามารถสร้างความร้อนได้สูงถึง 100 ล้านองศาเซลเซียส หรือมากกว่าความร้อนที่แกนกลางของดวงอาทิตย์ของจริง ซึ่งเผาไหม้ที่อุณหภูมิ 15 ล้านองศาเซลเซียส ร้อนกว่าดวงอาทิตย์จริงถึง 6 เท่า จากนิวเคลียร์ฟิวชั่น

 

 

 

 

 

 

 

ข้อมูลจากนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันฟิสิกส์ เปิดเผยว่า ดวงอาทิตย์เทียมมีลักษณะเป็นเตาปฏิกรณ์ฟิวชั่น มีขนาดความสูง 11 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 8 เมตร มีน้ำหนักกว่า 400 ตัน โดยสามารถทำให้อิเล็กตรอนมีอุณหภูมิสูงถึง 100 ล้านองศาเซลเซียส เป็นเวลานาน 10 วินาทีได้เป็นครั้งแรก ดวงอาทิตย์เทียมถูกออกแบบมาเพื่อทำซ้ำกระบวนการที่ดวงอาทิตย์สร้างพลังงานฟิวชั่นขึ้น จากปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชั่น ซึ่งเป็นวิธีการที่ปลอดภัยสำหรับการผลิตพลังงานสะอาดจำนวนมหาศาล

ก่อนหน้านี้ สถาบันวิจัยในนครเฉิงตู ประเทศจีน ได้สร้าง “ดวงจันทร์เทียม” ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศโลก ซึ่งสามารถส่องแสงสว่างได้มากกว่าของจริง 8 เท่า สำหรับเป็นแสงส่องสว่างในยามค่ำคืน หวังจะช่วยลดการใช้พลังงานแทนการเปิดไฟริมถนน แต่นวัตกรรมดังกล่าวก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ในเรื่องของผลกระทบทางธรรมชาติที่จะตามมาในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ผลงานดวงอาทิตย์เทียมถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความก้าวของวิทยาการมนุษย์ที่พยายามคิดค้นเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองต่อการใช้ชีวิตบนโลกใบนี้ เพราะสุดท้ายประโยชน์ของมันอาจจะกลายเป็นแหล่งสร้างพลังงานบริสุทธิ์ที่ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์อีกด้วย และนี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณภาพจาก : Xinhua


-โดรนติดอาวุธ-หวังแข่งขันเทคโนโลยีสหรัฐฯ_web.jpg

kinyupen_adminNovember 12, 2018

ประเทศจีนเปิดตัว “โดรนติดอาวุธ” อากาศยานไร้คนขับรุ่นล่าสุดสู่ตลาดโลก ความยาวเท่าสนามเทนนิส และปีกที่สยายกว้างถึง 22 เมตร หวังแข่งขันกับเทคโนโลยีสงครามของสหรัฐฯ คาดขึ้นบินครั้งแรกปลายปีหน้า

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปติดตามเรื่องราวจากสำนักข่าวเอพี รายงานว่า ที่ประเทศจีนได้มีการเปิดตัวยุโธปกรณ์สงครามหลายชนิดในงานแสดงเครื่องบินผาดโผนที่ใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมอากาศยาน ที่เมืองจูไห่ของจีน ซึ่งอากาศยานไร้คนขับติดอาวุธ หรือโดรนที่ติดตั้งปืนไรเฟิล AK-47 ถือเป็นหนึ่งในสินค้าตัวสำคัญที่จีนหวังจะตีตลาดอาวุธสงครามที่สหรัฐฯ ครองอยู่ นอกจากโดรนแล้ว ก็ยังมีการแสดงเครื่องบินรบ ขีปนาวุธ และอุปกรณ์ทางทหารอื่นๆ อีกด้วย

สำหรับโดรนตัวใหม่ที่มีการเปิดตัวมีชื่อว่า CH-7 อากาศยานไร้คนขับสีเทา ความยาวเท่าสนามเทนนิส และปีกที่สยายกว้างถึง 22 เมตร สามารถบินได้เร็วถึง 800 กิโลเมตร/ชั่วโมง ที่ความสูง 13,000 เมตร โดยบริษัทวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอวกาศของจีนหรือ CASC ผู้ผลิตโดรนตัวใหม่นี้คาดว่า โดรนตัวใหม่นี้จะสามารถขึ้นบินครั้งแรกได้ปลายปีหน้า ปัจจุบัน CASC มีลูกค้าในราวๆ 10 ประเทศ แต่ทางบริษัทไม่ต้องการเปิดเผยรายชื่อลูกค้าเพราะถือเป็นเรื่องอ่อนไหว

ก่อนหน้านี้ ประเทศสหรัฐฯ เป็นผู้นำด้านการผลิตโดรนติดอาวุธ แต่สหรัฐฯ มีกฎระเบียบและข้อจำกัดมากมายในการส่งออก เนื่องจากความกังวลว่าจะถูกเลียนแบบเทคโนโลยีและนำมาใช้ต่อต้านประเทศตนเอง ซึ่งกฎระเบียบบางส่วนก็ได้ถูกยกเว้นให้พันธมิตรสหรัฐฯ เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา โดยประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ให้เหตุผลว่า เพื่อแข่งขันกับยุทโธปกรณ์ที่เป็นของเลียนแบบจากจีน ซึ่งกฎระเบียบที่เข้มงวด รวมถึงราคายุทโธปกรณ์ของจีนที่ต่ำกว่า ถือเป็นช่องโหว่ให้จีนสามารถขายโดรนให้หลายประเทศได้ ที่ผ่านมาจีนได้ส่งออกอากาศยานติดอาวุธให้หลายประเทศในเอเชีย แอฟริกา และตะวันออกกลางแล้ว และนี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต

ขอขอบคุณภาพจาก : สำนักข่าว AP


-หนึ่งแลนด์มาร์คใหม่ที่ไม่ควรพลาด_web-1.jpg

kinyupen_adminOctober 25, 2018

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปดูเรื่องราวของสะพานข้ามทะเล เชื่อม “ฮ่องกง-จูไห่-มาเก๊า” ยาวที่สุดในโลก หนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญของโลกที่เชื่อมต่อ 3 เมืองใหญ่ของจีนและฮ่องกง ย่นระยะเวลาการเดินทางของแต่ละเมืองได้รวดเร็วขึ้นหลายเท่า

เร็วๆ นี้ ก็จะมีอีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญของโลกที่ต้องบอกว่าเชื่อมต่อ 3 เมืองใหญ่ของจีนและฮ่องกง ที่จะช่วยย่นระยะเวลาการเดินทางของแต่ละเมืองได้รวดเร็วขึ้นหลายเท่า รวมถึงดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติสัญจนบนสะพานแห่งใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อไม่นานมานี้ กับสะพานข้ามทะเลที่ยาวที่สุดในโลก “ฮ่องกง-จูไห่-มาเก๊า”

โดยสำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่า “สี จิ้นผิง” ประธานาธิบดีของจีน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากฮ่องกงและมาเก๊า ร่วมพิธีเปิดสะพานข้ามทะเลยาวที่สุดในโลก “ฮ่องกง-จูไห่-มาเก๊า” ที่มีความยาวถึง 55 กิโลเมตร ประกอบด้วย สะพานข้ามทะเล ยาว 22.9 กิโลเมตร , อุโมงค์ลอดใต้ทะเล ยาว 6.7 กิโลเมตร และเกาะเทียม สะพานแห่งนี้เป็นสะพานเชื่อมต่อกันระหว่างเมืองจูไห่ของประเทศจีน , มาเก๊า และฮ่องกง ใช้งบประมาณในการก่อสร้างสูงถึง 6 แสนล้านบาท กับระยะเวลาในการก่อสร้างนานถึง 9 ปีเต็ม ซึ่งสะพานดังกล่าวจะช่วยย่นระยะเวลาการเดินทางระหว่างจูไห่กับฮ่องกงเหลือเพียง 30 นาทีเท่านั้น จากเดิมใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง

 

 

 

 

 

 

 

 

เสน่ห์ของสะพานแห่งนี้ที่คุณไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง นอกจากเป็นสะพานที่เชื่อมต่อกับ 3 เมืองใหญ่อย่าง “ฮ่องกง-จูไห่-มาเก๊า” แล้ว ยังเป็นสะพานที่ที่ก่อสร้างข้ามน้ำข้ามทะเลไปยังอีกเกาะ ซึ่งนี่ถือเป็นไฮไลท์สำคัญเลย เพราะว่าไม่มีที่ไหนสร้างสะพานบนท้องทะเลมาก่อน นอกจากนี้ สะพานแห่งนี้ยังมีการก่อสร้างเพื่อป้องกันพายุ แผ่นดินไหวสูงสุด 8 แมกนิจูด และการชนโดยเรือขนาดใหญ่ได้ด้วย

ส่วนจุดประสงค์สำคัญของการสร้างสะพานแห่งนี้นั้น ชาวฮ่องกงส่วนหนึ่งเชื่อว่า สะพานดังกล่าวถูกสร้างเพื่อให้ทางการจีนเข้ามามีอิทธิพลทางการเมืองต่อเขตปกครองพิเศษฮ่องกงมากขึ้น และช่วยส่งเสริมการค้า ความร่วมมือทางการเงิน โลจิสติกส์ และการท่องเที่ยว ระหว่าง 3 แผ่นดินใหญ่ในครั้งนี้ด้วย

 

 

 

 

 

 

 

สะพานดังกล่าวเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับท่านใดที่มีแพลนที่จะเดินทางไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน มาเก๊า หรือฮ่องกง อย่าลืมไปสัมผัสการการเดินทางข้ามแผ่นดินในระยะเวลาอันสั้นและเก็บภาพความสวยงามได้ที่สะพานข้ามทะเลที่ยาวที่สุดในโลก “ฮ่องกง-จูไห่-มาเก๊า” รับรองว่าสะพานแห่งนี้จะเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คและถูกปักหมุดเป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญที่คนทั้งโลกต้องไปเยือนอย่างแน่นอน นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต

 

ขอขอบคุณเนื้อหาและภาพจาก : สำนักข่าวซินหัวของจีน


-ดีกรี-ว่าที่-ดร.-เลือกทำงาน-ส่งพัสดุ-ไม่สนคนวิจารณ์อาชีพต่ำต้อย_web.jpg

kinyupen_adminOctober 4, 2018

หนุ่มชาวจีน ดีกรีว่าที่ ดร. เลือกประกอบอาชีพเป็นพนักงานส่งพัสดุ พร้อมกับการศึกษาต่อระดับปริญญาเอก ท่ามกลางการวิพากษ์วิจารณ์ของคนรอบข้างว่า มาทำอาชีพนี้ทำไม เสียดายองค์ความรู้ที่เรียนมาสูง

“คนเราไม่ว่าจะประกอบอาชีพใดๆ ก็ตาม ขอให้อาชีพนั้นเป็นอาชีพที่มีความซื่อสัตย์สุจริต” ทุกคนเกิดมาล้วนต้องมีอาชีพเป็นของตนเอง ตอนเด็กมีความใฝ่ฝันอยากจะเป็นอะไร ตอนโตขึ้นมาก็จะต้องแสวงหาและทำตามฝันให้ได้ บางคนก็สามารถทำตามความฝันของตนเองในการประกอบอาชีพที่ตนเองใฝ่ฝันได้สำเร็จ บางคนอาจจะยังไปไม่ถึงฝัน อาจจะได้อาชีพที่ต้องอดทนทำเพื่อหาเลี้ยงชีพตัวเอง ดังเช่นหนุ่มชาวจีนคนนี้ ที่เขามีการศึกษาดีมาก ดีกรีว่าที่ด็อกเตอร์ แต่เขาเลือกที่จะทำอาชีพเป็นพนักงานส่งพัสดุ ซึ่งดูแล้วมันก็ขัดกับคุณวุฒิของเขา หลายคนเลยวิพากาษ์วิจารณ์กันว่า วุฒิ ป.เอก แต่กับทำอาชีพพนักงานส่งพัสดุ แบบนี้ก็ได้เหรอ?

โดยสำนักข่าว China Xinhua News รายงานว่า “ถานเชา” นักศึกษาปริญญาเอกสาขาประวัติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเหยียนเปียน ตัดสินใจเลือกประกอบอาชีพเป็นพนักงานส่งพัสดุ พร้อมกับการศึกษาต่อระดับปริญญาเอก ท่ามกลางการวิพากษ์วิจารณ์ของคนรอบข้างว่า มีวุฒิการศึกษาที่ค่อนข้างสูง แต่ทำไมมาเลือกประกอบอาชีพแบบนี้ ดูแล้วรู้เสียดายองค์ความรู้ที่เรียนมาสูง

ถานเชา เปิดเผยว่า ตนเองเลือกทำอาชีพเป็นพนักงานส่งพัสดุ เพราะต้องการหารายได้มาเลี้ยงตนเองและครอบครัว ส่วนตัวมองว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ตัวเราไม่มีเงิน เราจะต้องหาทุกวิถีทางในการหาเงินเลี้ยงครอบครัว ไม่ว่าเป็นอาชีพใดๆ ก็ตาม ขอเพียงแค่เรามีแรงทำสิ่งนั้น เพราะสุดท้ายไม่มีใครมาสนใจเราหรอกว่า เราจะเรียนมาสูงแค่ไหน ซึ่งถานเชา ทำมาเกือบทุกอาชีพแล้ว พวกงานที่ใช้แรงงาน ทั้งการเช็ดกระจก เก็บขวดขาย เป็นนายหน้าขายบ้าน เก็บหนังสือพิมพ์ เนื่องจากตนต้องหาเงินเลี้ยงครอบครัวและส่งตัวเองเรียนหนังสือ

ถานเชา เล่าต่อว่า สาเหตุที่ตนเลือกทำอาชีพนี้เพราะตนมองว่าอาชีพพนักงานส่งพัสดุเป็นอาชีพที่สามารถทำเป็นช่วงๆ ได้ มีความเป็นอิสระ ทำให้ตนสามารถแบ่งเวลาเรียนกับเวลาทำงานได้ และเมื่อตนถูกถามถึงความรู้สึกหลังจากที่มีคนวิพากษ์วิจารณ์ว่า การที่ตนมีวุฒิที่การศึกษาสูง แต่มาประกอบอาชีพนี้นั้น จะเป็นการไปแย่งอาชีพคนที่มีการศึกษาต่ำกว่า ส่วนตัวของถานเชามองว่า คนเราไม่ควรแบ่งแยกชนชั้นกันขนาดนี้ เนื่องจากตนมีความรู้สึกว่า ไม่ว่าจะประกอบอาชีพการงานใดๆ ก็ตาม หากตนเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริม พัฒนาศักยภาพการผลิต ก็ถือว่ามีคุณค่าแล้ว อย่างไรก็ตาม ถานเชายืนยันว่า หลังจากที่ตนเรียนจบ ป. เอก แล้ว ตนอาจจะผันตัวเองไปเป็นอาจารย์มหาวิทยาลลัย เพื่อถ่ายทอดวิชาความรู้ให้นักศึกษาต่อไป

ทีมงานกินอยู่เป็น 360องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอขอบคุณเนื้อหาจาก : China Xinhua News


-สร้างเสิร์ชเอนจิ้นตัวใหม่เจาะตลาดจีน-หลังถูกแบนนาน-8-ปี_web.jpg

kinyupen_adminSeptember 18, 2018

ทีมวิศวกรของกูเกิลเตรียมทดสอบโปรมแกรมค้นหาข้อมูลตัวใหม่ที่มีการเซ็นเซอร์คำค้นหาต้องห้ามต่างๆ ในจีน หวังเจาะตลาดอินเทอร์เน็ตของจีน หลังกูเกิลถูกแบนในจีนตั้งแต่ปี 2010

เป็นที่ทราบกันว่ารัฐบาลของจีนมีการเข้มงวดในเรื่องของประเด็นอ่อนไหวในรัฐบาลจีน จึงมีการพยายามที่จะป้องกันไม่ให้มีการค้นหาขข้อมูลที่ต้องห้าม ซึ่งเป็นประเด็นอ่อนไหวในประเทศจีน ล่าสุดกูเกิลเตรียมผุดนวัตกรรมใหม่ขึ้นมาแล้ว

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปติดตามเรื่องราวของ “เซาท์ ไชน่า มอร์นิ่ง” ได้โพสต์รายงานว่า ทีมวิศวกรของกูเกิลเตรียมทดสอบโปรมแกรมค้นหาข้อมูลตัวใหม่ที่มีการเซ็นเซอร์คำค้นหาต้องห้ามต่างๆ ในจีน เพื่อหวังเจาะตลาดอินเทอร์เน็ตของจีน หลังจากที่กูเกิลถูกแบนในจีนมาตั้งแต่ปี 2010 โปรแกรมค้นหาดังกล่าวรู้จักกันในชื่อ “ดรากอนฟลาย” ซึ่งมาจากคำว่า “หลงเฟย” ในภาษาจีนซึ่งแปลว่า “มังกรบิน” โดยจะปิดกั้นข้อมูลเกี่ยวกับหัวข้อที่จีนไม่ชอบใจ เช่น สิทธิมนุษยชน ศาสนา และประเด็นอื่นๆ ที่เป็นประเด็นที่อ่อนไหวของทางรัฐบาลจีน

ปัจจุบันกูเกิลได้ส่งข้อมูลทั้งหมดให้รัฐบาลจีนตรวจสอบและอนุญาตอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวของกูเกิลยังไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะได้รับอนุญาตจากทางการจีน ขณะที่องค์กรสิทธิมนุษยชนอย่างแอมเนสตี้ระบุว่า โครงการดังกล่าวเป็นยุคมืดของเสรีภาพอินเทอร์เน็ต และยังเป็น “การโจมตีเสรีภาพในการให้ข้อมูลข่าวสารและเสรีภาพทางอินเทอร์เน็ต” หากบริษัทใหญ่อย่างกูเกิลยอมรับข้อตกลงจากการเซ็นเซอร์ของจีน

ทั้งนี้ เมื่อปีที่ผ่านมา กูเกิลได้ตั้งศูนย์ AI จีนแห่งแรกในปักกิ่ง และยังลงทุนในบริษัทต่างๆ ของจีนอีก 2 -3 แห่ง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ บริษัทอี-สปอร์ตในชูโชว และบริษัท AI Mobvoi ซึ่งเป็นบริษัทเครือ JD.com และนี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


-โดรน-ออกลาดตระเวนจับตาผู้ฝ่าฝืนกฎจราจร_web.jpg

kinyupen_adminSeptember 4, 2018

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปติดตามเรื่องราวของตำรวจจีนใช้โดรนติดกล้องออกลาดตระเวน ตรวจจับผู้ขับรถบนท้องถนนฝ่าฝืนกฎจราจร หวังรณรงค์ให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเคารพกฎจราจร และลดปัญหาการเกิดอุบัติเหตุ

การเดินทางของคนในยุคสมัยนี้ส่วนใหญ่ต้องมีรถเป็นของตัวเอง ซึ่งการมีรถเป็นของตัวเองนั้นดีตรงที่ว่าเราสามารถไปไหนมาไหนได้ทุกที่ ทุกเวลา มีอิสระในการเดินทาง แต่ก็มีคนขับบางส่วนที่ต้องการไปถึงจุดหมายปลายทางโดยเร็วหรือต้องการหลีกหนีปัญหารถติด จึงพยายามฝ่าฝืนกฎระเบียบจราจรทุกวิถีทางเพื่อให้ตนเองไปถึงจุดหมายได้อย่างรวดเร็ว การฝ่าฝืนกฎจราจรเกิดขึ้นทุกประเทศไม่เว้นแม้แต่บ้านเรา ซึ่งตำรวจในแต่ละประเทศก็ต่างพยายามหากลวิธีต่างๆ เพื่อลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืนกฎจราจร

อย่างเช่นที่ประเทศจีน โดยสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจเมืองจี่หนัน มณฑลซันตง นำโดรนติดกล้องออกลาดตระเวน ตรวจจับผู้ขับรถบนท้องถนนฝ่าฝืนกฎจราจร โดยเป็นมาตรการหนึ่งในการควบคุมให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเคารพกฎจราจร ทำให้บรรดาผู้ใช้รถใช้ถนนต่างเคารพกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ส่งผลให้ไม่มีอุบัติเหตุใหญ่และไม่มีรถติดยาว อย่างไรก็ดี การใช้โดรนออกปฏิบัติการก็มีข้อจำกัดหลายประการ โดยเฉพาะเวลาฝนตกซึ่งไม่สามารถใช้โดรนออกบินได้เนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย

รายงานข่าวระบุว่า “โดรน” ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการปฎิบัติหน้าที่ของตำรวจจีน เช่น ตำรวจในเมืองหนันจิง มณฑลเจียงซู ได้นำโดรนออกบินสำรวจเขตก่อสร้างผิดกฎหมาย ซึ่งใหญ่เกินกว่าที่เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบด้วยตนเอง ส่วนตำรวจในเมืองสิงไถ มณฑลเหอเป่ย ก็ใช้โดรนเข้าตรวจสอบพื้นที่ซึ่งไม่สามารถเข้าตรวจสอบได้ในอดีต

ถือเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมสุดเจ๋งของประเทศจีนที่ช่วยลดจำนวนผู้ฝ่าฝืนกฎจราจรได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว และถ้ามีการกวดขันและเข้มงวดกันมากยิ่งขึ้น ก็ยิ่งทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนรู้สึกเกรงกลัวและไม่กล้าฝ่าฝืนกฎจราจรอีกต่อไป และนี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


-จีนเปิดตัว-โรงแรมน้ำตก-ไหลจากตึกระฟ้าใจกลางเมือง-สูงถึง-108-เมตร_website_pic.jpg

kinyupen_adminAugust 21, 2018

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปดูเรื่องราวของอาคารแห่งหนึ่งภายในเมืองกุ้ยหยางของประเทศจีน เปิดตัว “โรงแรมน้ำตก” น้ำตกเทียมที่มีขนาดสูงถึง 108 เมตร สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับชาวจีนและนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก

สำนักข่าวของประเทศจีน รายงานว่า โรงแรมตึกเลี่ยเปี้ยน ซึ่งตั้งอยู่เมืองกุ้ยหยาง ของมณฑลกุ้ยโจว ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน เปิดตัวน้ำตกเทียมที่มีขนาดสูงถึง 108 เมตร โดยอาคารดังกล่าวถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ ซึ่งบริเวณด้านล่างของอาคารมีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ และเครื่องสูบน้ำจำนวน 4 เครื่องที่สูบน้ำไปยังปากปล่องด้านบน ซึ่งการเปิดตัวในครั้งนี้ก็สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับชาวจีนและนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวเมืองกุ้ยหยางเป็นจำนวนมาก หลายคนเรียกโรงแรมแห่งนี้ว่า “โรงแรมน้ำตก”

สำหรับตึกแห่งนี้จะทำการเปิดน้ำตกเฉพาะเนื่องในโอกาสสำคัญ โดยเปิดเพียง 10-20 นาทีเท่านั้น เนื่องจากการเปิดน้ำตกเป็นเวลานาน 1 ชั่วโมง ทางตึกจะต้องเสียค่าไฟสูงถึง 800 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 4,000 บาท และนี่ก็ถือได้ว่าเป็นจุดท่องเที่ยวและเป็นแลนด์มาร์ตแห่งใหม่ของประเทศจีนเลยก็ว่าได้ นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต

ขอขอบคุณภาพจาก : สำนักข่าว new.qq.com