_หยุดยาวแบบนี้-เที่ยวไหนดีใกล้กรุงเทพฯ-แบบไปเช้า-เย็นกลับ_web.jpg

kinyupen_adminAugust 9, 2019

วันหยุดสุดสัปดาห์ทั้งที ไม่รู้จะไปเที่ยวที่ไหนดี บางทีก็อยากจะท่องเที่ยว แต่ไม่อยากที่จะพักค้างแรมสักเท่าไหร่ กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต รวบรวม 7 สถานที่ท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ เที่ยวง่าย ๆ สบาย ๆ แบบไปเช้า-เย็นกลับ

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอนำเสนอเรื่องราวเอาใจคนรักการท่องเที่ยวสักหน่อย พอใกล้ถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ทั้งที ก็ต้องเตรียมวางแผนหาสถานที่ท่องเที่ยวกันสักหน่อยแล้ว คราวนี้มาลองดูทริปการท่องเที่ยวแบบ 1 day trip กันบ้างดีกว่า  เชื่อว่าใครหลาย ๆ คนก็อยากที่จะท่องเที่ยว แต่ไม่อยากที่จะพักค้างแรมสักเท่าไหร่ อยากกลับมานอนที่บ้านดีกว่า ถ้าเลือกที่จะท่องเที่ยวในลักษณะนี้ สถานที่ที่สามารถไปได้นั้นก็คงจะต้องอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต จึงรวบรวม 7 สถานที่ท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ท่องเที่ยวง่าย ๆ สบาย ๆ แบบไปเช้า-เย็นกลับ เรียกได้ว่าสามารถไปเที่ยวได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบคนเดียว ครอบครัว คนรัก หรือ เพื่อนฝูง สนุกสนานตลอดทั้งวันอย่างแน่นอน

 

1. บางกะเจ้า จังหวัดสมุทรปราการ : พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ ถือเป็นสถานที่ฟอกปอดที่เหมาะสำหรับการมาเที่ยวพักผ่อนแบบชิลล์ ๆ ซึ่งภายหลังจากมีการพัฒนาให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ พร้อมกับมีเส้นทางจักรยานให้ได้ไปปั่นชมธรรมชาติ ยิ่งกระตุ้นต่อมให้อยากออกไปสัมผัสบางกะเจ้ามากยิ่งขึ้น ภายในคุ้งบางกะเจ้ามีแหล่งท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวเข้าไปสัมผัสธรรมชาติที่สวยงามมากมาย นอกจากนีเช่น สวนป่าเกดน้อมเกล้า” “สวนน้ำตาลมะพร้าว” “เส้นทางจักรยานเลียบค ในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ยังมีตลาดบางน้ำผึ้ง เปิดให้นักท่องเที่ยวได้มาช็อปปิ้ง จับจ่ายใช้สอยกัน และยังมีบ้านธูปสมุนไพร สอนการทำผ้ามัดย้อม พิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย และอื่น ๆ อีกมากมาย

 

2. เกาะแสมสาร จ.ชลบุรี : ตั้งอยู่ในอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เป็น 1 ใน 9 เกาะท่องเที่ยวยอดนิยมใกล้กรุงเทพฯ ทำให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้ทำมากมาย เช่น พายเรือคายัก ดำน้ำดูปะการัง และปั่นจักรยานชมธรรมชาติ เป็นต้น

 

 

3. น้ำตกสาริกา จ.นครนายก :  น้ำตกสาริกา เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่มีลักษณะโยนตัวลงมาจากหน้าผาสูงชัน และมีความสูงถึง 9 ชั้น เป็นน้ำตกที่เหมาะกับการเล่นน้ำ เพราะมีแอ่งน้ำขนาดใหญ่อยู่ด้านล่าง ยิ่งในช่วงฤดูฝนที่น้ำไหลแรง นักท่องเที่ยวจะได้ยินเสียงน้ำที่ตกกระทบหินดังสนั่น น้ำกระเซ็นเป็นละอองขาว เป็นเสน่ห์ความงดงามที่ไม่ว่าใครก็อยากเดินทางมาเห็น

 

4. ตลาด 100 ปี ระแหง จ.ปทุมธานี : ตลาดร้อยปีระแหง ตั้งอยู่ที่ริมคลองระแหง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี เป็นตลาดโบราณริมน้ำอายุยาวนานกว่า 100 ปี ภายในเป็นห้องแถวที่สร้างด้วยไม้ติดต่อกัน เกิดจากการที่ผู้คนสมัยก่อนสัญจรทางเรือและทางรถไฟ โดยมีทางรถไฟสายแรกคือสายตลาดระแหง-บางบัวทอง มาสิ้นสุดที่โรงเรียนวรพงษ์ ต่อมาการคมนาคมเจริญขึ้น มีถนนผ่านหน้าอำเภอ ผู้คนหันมาสัญจรทางรถยนต์กันมาก กิจการรถไฟก็ล้มเลิกไป แต่ยังคงเหลือตลาดเอาไว้ให้เป็นอนุสรณ์ ชาวบ้านที่อยู่บริเวณตลาดระแหงยังมีการอนุรักษ์วิถีชีวิตริมคลอง และสถาปัตยกรรมบ้านเรือนไม้หลังคาจั่ว อีกทั้งยังมีการจำหน่ายสินค้าเกษตร ร้านยาจีนและยาแผนโบราณ ร้านอาหาร ร้านตัดผม รวมทั้งมีศาลเจ้าและโรงงิ้วภายในชุมชนอีกด้วย

 

5. วัดโสธรวรารามวรวิหาร  จ.ฉะเชิงเทรา : ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมือง ริมแม่น้ำบางปะกง เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่สำคัญคือ “หลวงพ่อโสธร” พระพุทธรูปปูนปั้นปางสมาธิ อันเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวแปดริ้วและพุทธศาสนิกชนทั่วไป

 

6. อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา : ตั้งอยู่ภายในเกาะเมืองอยุธยา เขตเทศบาลเมืองพระนครศรีอยุธยา สถานที่ที่เคยเป็นราชธานีเก่าแก่อันยิ่งใหญ่ที่สืบเนื่องยาวนาน และมีความเจริญรุ่งเรืองที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ โดยมีศิลปวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ งดงาม และทรงคุณค่า จนได้รับการเชิดชูคุณค่าไว้ในบัญชีรายชื่อแหล่งมรดกโลกขององค์การยูเนสโก ในปี พ.ศ. 2534 จุดท่องเที่ยวหลัก ๆ ที่น่าไปเยี่ยมชม ไม่ว่าจะเป็นพระราชวังโบราณหรือพระราชวังหลวง ที่ประทับของพระมหากษัตริย์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา วัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดราชบูรณะ วิหารพระมงคลบพิตร วัดไชยวัฒนาราม เป็นต้น

 

7. พระราชวังสนามจันทร์ จ.นครปฐม : ตั้งอยู่ที่ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม อยู่ห่างจากองค์พระปฐมเจดีย์เพียงแค่ 2 กิโลเมตรเท่านั้น สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2450 โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อใช้เป็นสถานที่ประทับครั้งมานมัสการพระปฐมเจดีย์ ภายในพระราชวังสนามจันทร์มีพระที่นั่งและพระตำหนักที่สวยงามมากมาย อาทิ พระที่นั่งพิมานปฐม, พระที่นั่งอภิรมย์ฤดี, พระที่นั่งวัชรีรมยา, พระที่นั่งสามัคคีมุขมาตย์, พระที่นั่งปาฏิหาริย์ทัศไนย, พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์, พระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์, พระตำหนักทับแก้ว, พระตำหนักทับขวัญ เป็นต้น

 

ทั้งหมดนี้ คือ 7 สถานที่ท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพมหานคร แบบว่าสามารถเดินทางไปเช้า-เย็นกลับได้ จริง ๆ แล้วในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง สำหรับใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบเข้าวัดเข้าวา หรืออาจจะชิมบรรยากาศธรรมชาติ ก็สามารถเลือกได้ตามความชอบของเราเลย และนี่คือวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต

 

ขอขอบคุณ : ข้อมูลจาก thai.tourismthailand.org


-รถติดหนักมาก-เราทำอะไรบนรถได้บ้าง_web.jpg

kinyupen_adminOctober 18, 2018

หลายคนต้องเผชิญกับปัญหา “รถติดหนักมาก” ต้องหากิจกรรมหรือ Activity ทำเพื่อฆ่าเวลาหรือแก้เบื่อ แต่กิจกรรมอะไรบ้างที่คนที่เผชิญกับรถติดบนท้องถนนสามารถทำได้-ทำไม่ได้

“รถติด” ปัญหาใหญ่ระดับโลกที่ใครหลายๆ คนอาจจะหลีกหนีไม่พ้น โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสำคัญๆ ที่มีวันหยุดติดกันหลายวัน ช่วงนั้นล่ะที่ประชาชนจะทยอยเดินทางกลับต่างจังหวัด ปัญหารถติดก็เกิดขึ้นในทันที ในส่วนของพื้นที่กรุงเทพมหานครหลายพื้นที่ก็รถติดสาหัสพอสมควร แล้วยิ่งช่วงนี้มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าทั้งลอยฟ้าและใต้ดินในหลายจุดของกรุงเทพฯ แน่นอนว่าจากที่ติดหนักอยู่แล้ว ก็ยิ่งทำให้ติดหนักขึ้นอีก 2-3 เท่าตัว

ปัญหานี้ ผู้ใช้รถใช้ถนน ไม่ว่าคุณจะขับรถเองหรือจะโดยสารรถสาธารณะก็มิวายที่จะต้องออกปากบ่นถึงความรถติดหนักมากขนาดนี้ แต่ละคนต้องเผชิญกับรถติดนานกี่นาที 30 นาที 40 นาที บางคนหนักหน่อย เป็นชั่วโมงก็มี 1 ชั่วโมง 2 ชั่วโมงบ้าง บางคนหนักหน่อย 3 ชั่วโมงเลยก็มี เรียกได้ว่าคงต้องทรมานน่าดูเลย ทางด้านท่านนายกรัฐมนตรีก็มีการสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งปัญหาการจราจรติดขัดในเมืองกรุงให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน (นับตั้งแต่ 15 สิงหาคม ที่ผ่านมา) จนบัดนี้ ก็ยังพบว่าในหลายพื้นที่ก็ยังคงแก้ปัญหาดังกล่าวไม่ได้ อย่างเช่น ถ.ลาดพร้าว ถ.รามคำแหง ถ.ศรีนครินทร์ เป็นต้น

แล้วเมื่อคุณต้องมาพบเจอกับปัญหารถติดแบบนี้ กรณีคุณขับรถเองหรือคุณนั่งรถโดยสารสาธารณะ คุณหาวิธีรับมือกับปัญหารถติดนี้อย่างไร มีกิจกรรมหรือ Activity ที่จะช่วยผ่อนคลายความเครียดนี้หรือไม่ ทีมงานกินอยู่เป็น 360องศาแห่งการใช้ชีวิต จึงอยากพาไปลองดูกันดีกว่า ว่ากิจกรรมหรือ Activity อะไรบ้างที่คนที่เผชิญกับรถติดบนท้องถนนเขาทำกันบ้าง สิ่งใดทำได้ สิ่งใดทำไม่ได้

 

เมื่อต้องเจอ-รถติดหนักมาก-เราทำอะไรบนรถได้บ้าง_FB2

1. ฟังวิทยุ / เปิดเพลงฟัง
ถือเป็นกิจกรรมแรกๆ ของคนที่เผชิญกับรถติด นึกอะไรไม่ออกก็ขอให้ดนตรีคอยทำให้จรรโลงจิตใจ รถติดปุ๊ป เปิดเพลงฟังทันที
ขับรถมอเตอร์ไซต์ : สามารถทำได้ (แต่ต้องใส่หูฟัง)
ขับรถยนต์ : สามารถทำได้
เดินทางโดยรถเมล์ : สามารถทำได้ (แต่ต้องใส่หูฟัง) เพราะมิฉะนั้น จะโดนผู้โดยสารท่านอื่นด่าเราได้
เดินทางโดยรถมอเตอร์ไซต์รับจ้าง : สามารถทำได้ (แต่ต้องใส่หูฟัง)
เดินทางโดยรถแท็กซี่ : สามารถทำได้

2. ใช้โทรศัพท์มือถือ โทรศัพท์-เล่นแชท-เล่นเกมส์
กรณีที่ว่าเดินทางไปไหนมาไหนคนเดียวแล้วเจอรถติด โทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟนช่วยคุณได้ โทรหาคนที่คุณอยากคุยด้วย หรืออาจจะเล่นอินเทอร์เน็ตหรือแชทระหว่างที่รถติดก็ได้
ขับรถมอเตอร์ไซต์ : ไม่ควรทำอย่างยิ่ง ทั้งโทรสนทนาหรือเล่นอินเทอร์เน็ต
ขับรถยนต์ : ไม่ควรทำอย่างยิ่ง (ถ้าจะใช้ ขอให้ใช้แค่เฉพาะตอนรถติดหนักจริงๆ เท่านั้น)
เดินทางโดยรถเมล์ : สามารถทำได้
เดินทางโดยรถมอเตอร์ไซต์รับจ้าง : สามารถทำได้
เดินทางโดยรถแท็กซี่ : สามารถทำได้

3. เมาท์กับเพื่อนที่ติดรถมาด้วย
การเดินทางเป็นหมู่คณะไม่ว่าจะด้วยรถส่วนบุคคลหรือรถยนต์สาธารณะ เวลารถติดก็จะไม่เหงาอีกต่อไป เพื่อนที่มากับคุณด้วยเนี่ยล่ะจะช่วยคลายเหงาคุณได้ เมาท์เรื่องทั่วๆ ไป สนุกสนาน เฮฮา แต่ทว่าผู้ที่โดยสารด้วยรถสาธารณะอาจจะต้องปรับลดระดับเสียงการสนทนาขอคุณลงนิดนึง เกรงใจคนอื่นหน่อย
ขับรถมอเตอร์ไซต์ : สามารถทำได้
ขับรถยนต์ : สามารถทำได้
เดินทางโดยรถเมล์ : สามารถทำได้ (แต่ต้องไม่เสียงดังรบกวนผู้อื่น)
เดินทางโดยรถมอเตอร์ไซต์รับจ้าง : สามารถทำได้ (แต่เป็นการเมาท์กับคนขับมอเตอร์ไซต์นะ)
เดินทางโดยรถแท็กซี่ : สามารถทำได้

4. สวดมนต์
หากคุณเป็นสายธรรมะ นึกอะไรไม่ว่าจะทำอะไร ธรรมะไงช่วยให้จิตใจคุณสงบ ไม่พะว้าพะวงเรื่องรถติด แต่ต้องดูนิดนึงว่าการสวดมนต์นั้นอาจทำได้ในช่วงเวลาไม่นานนัก แต่ไม่ต้องถึงขั้นต้องสวดพระคาถาชินบัญจรยาวๆ ขนาดนั้น
ขับรถมอเตอร์ไซต์ : ไม่ควรทำอย่างยิ่ง (หากจะทำ ขอให้สวดมนต์ตอนรถติดเท่านั้น และควรใช้บทสั้นๆ ก็พอ) เพราะคุณอยู่บนท้องถนน มือต้องจับกับแฮนด์ตลอดเวลา
ขับรถยนต์ : ไม่ควรทำอย่างยิ่ง (หากจะทำ ขอให้สวดมนต์ตอนรถติดเท่านั้น และควรใช้บทสั้นๆ ก็พอ)
เดินทางโดยรถเมล์ : สามารถทำได้ (แต่รบกวนขอให้สวดเป็นบทสั้นๆ หรือสวดมนต์ในใจแทน ยังไซะเกรงใจคนรอบข้างนิดนึง)
เดินทางโดยรถมอเตอร์ไซต์รับจ้าง : ไม่ควรทำอย่างยิ่ง (หากจะทำ ขอให้สวดมนต์ตอนรถติดเท่านั้น และควรใช้บทสั้นๆ ก็พอ) เพราะคุณอยู่บนท้องถนน มือต้องจับกับคนขับตลอดเวลา
เดินทางโดยรถแท็กซี่ : สามารถทำได้

5. กินขนมบนรถ
เข้าใจว่าเมื่อต้องเจอกับรถติด ระหว่างทางก็อาจจะหิวเป็นธรรมดา ถ้าเป็นจำพวกลูกอมหรือน้ำเปล่าก็สามารถทานได้ แต่ถ้าเป็นอาหารประเภทข้าวกล่องหรืออาหารที่มีกลิ่นรุนแรงอย่างทุเรียน อันนี้ไม่ควรไปรับประทานอย่างยิ่งบนรถเมล์
ขับรถมอเตอร์ไซต์ : สามารถทำได้ (ควรรับประทานเฉพาะตอนรถติดจริงๆ)
ขับรถยนต์ : สามารถทำได้ (ควรรับประทานเฉพาะตอนรถติดจริงๆ)
เดินทางโดยรถเมล์ : ไม่ควรทำอย่างยิ่ง (โดยเฉพาะอาหารที่มีกลิ่นแรง ไม่ควรนำมารับประทานบนรถเด็ดขาด)
เดินทางโดยรถมอเตอร์ไซต์รับจ้าง : สามารถทำได้ (ควรรับประทานเฉพาะตอนรถติดจริงๆ)
เดินทางโดยรถแท็กซี่ : สามารถทำได้

6. นอนหลับ
อยู่เฉยๆ นิ่งๆ บนท้องถนนนานๆ ก็อาจจะง่วงเป็นเรื่องธรรมดา แต่การนอนหลับสามารถทำได้เฉพาะผู้ที่โดยสารรถสาธารณะ ส่วนผู้ที่ขับรถเองนั้นหมดสิทธิ์นอนหลับ อันตรายต่อตัวเองหรือผู้ขับขี่ท่านอื่นๆ อีกด้วย
ขับรถมอเตอร์ไซต์ : ไม่ควรทำอย่างยิ่ง
ขับรถยนต์ : ไม่ควรทำอย่างยิ่ง
เดินทางโดยรถเมล์ : สามารถทำได้ (ทำได้เฉพาะผู้โดยสารที่ได้นั่งเก้าอี้เท่านั้น และต้องระวังหลับเพลินจนเลยป้าย)
เดินทางโดยรถมอเตอร์ไซต์รับจ้าง : ไม่ควรทำอย่างยิ่ง
เดินทางโดยรถแท็กซี่ : สามารถทำได้

7. แต่งหน้า
พอดีมีนัดปาร์ตี้หรืออีเวนท์ แต่ยังไม่ได้แต่งหน้าทำผมให้สวยๆ หล่อๆ เลย ช่วงรถติดก็แต่งหน้าได้ ก็ก็ต้องรีบแต่ง อย่าใช้เวลานานโดยเด็ดขาด โดยเฉพาะคนที่ขับรถส่วนบุคคล ไฟเขียวขึ้นมาเมื่อไหร่ คราวนี้ล่ะต้องวางเครื่องสำอางทันที
ขับรถมอเตอร์ไซต์ : สามารถทำได้ (ขอให้แต่งเฉพาะตอนรถติดหนักจริงๆ เท่านั้น และไม่ควรใช้เวลาแต่งหน้านาน)
ขับรถยนต์ : สามารถทำได้ (ขอให้แต่งเฉพาะตอนรถติดหนักจริงๆ เท่านั้น และไม่ควรใช้เวลาแต่งหน้านาน)
เดินทางโดยรถเมล์ : สามารถทำได้
เดินทางโดยรถมอเตอร์ไซต์รับจ้าง : สามารถทำได้ (ขอให้แต่งเฉพาะตอนรถติดหนักจริงๆ เท่านั้น และไม่ควรใช้เวลาแต่งหน้านาน)
เดินทางโดยรถแท็กซี่ : สามารถทำได้

 

แต่ละกิจกรรมที่ทำเพื่อฆ่าเวลาตอนรถติดหนักมากนั้น ต้องดูดีๆ ว่ากิจกรรมใดบ้างสามารถทำได้ สะดวกและไม่เดือดร้อนตัวเราเองและผู้อื่น แต่ยังไงทีมงานกินอยู่เป็น 360องศาแห่งการใช้ชีวิต ก็ขอให้ทุกท่านใช้ชีวิตบนท้องถนนช่วงรถติดอย่างมีความสุข เดินทางโดยสวัสดิภาพ แต่ที่สำคัญต้องขับรถปลอดภัย มีสติทุกครั้งที่อยู่บนท้องถนน

ทีมงานกินอยู่เป็น 360องศาแห่งการใช้ชีวิต


-กรุงเทพมหานคร-จึงครองแชมป์สุดยอดจุดหมายปลายทางของโลก-_web.jpg

kinyupen_adminOctober 3, 2018

อยากรู้หรือไม่? ทำไม “กรุงเทพมหานคร” ถึงครองแชมป์สุดยอดเมืองจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ของโลก เป็นเวลา 3 ปีซ้อน

ประเทศไทย ถือว่าเป็นประเทศที่มีทั้งความสวยงามทางด้านของอารยธรรม สถาปัตยกรรม วัฒนธรรม รวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ทั่วประเทศที่มีความสวยสดงดงาม น่าติดตาม และน่าค้นหา นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติไม่พลาดที่จะบันทึกภาพไว้เป็นที่ระลึก (เดี๋ยวเขาจะหาว่า มาไม่ถึงที่นั่น) และหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดทั้งจากชาวไทยและชาวต่างชาติ คงหนีไม่พ้นเมืองหลวงของประเทศไทย อย่าง “กรุงเทพมหานคร” อมรรัตน์โกสินทร์ ที่ต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญของประเทศไทยเลยก็ว่าได้

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปติดตามเรื่องราวของผลการสำรวจของมาสเตอร์การ์ด ประจำปี 2018 (Mastercard Global Destination Cities Index, GDCI 2018) พบว่า กรุงเทพมหานครครองตำแหน่งอันดับ 1 สุดยอดเมืองจุดหมายปลายทางของโลก ซึ่งปีนี้ถือเป็นปีที่ 3 ที่ติดอันดับดังกล่าวติดต่อกัน โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมายังกรุงเทพฯ มีจำนวนสูงถึง 20.05 ล้านคน เป็นนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้

ทั้งนี้ สาเหตุที่กรุงเทพมหานครสามารถไต่อันดับขึ้นมาครองแชมป์ได้นั้น โดนัลด์ ออง ผู้จัดการประจำประเทศไทยและเมียนมาร์ของมาสเตอร์การ์ด ให้ข้อมูลว่า เนื่องจากกรุงเทพมหานครมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญต่างๆ มากมายที่เน้นถึงความเป็นไทย อาทิ วัด ตลาดน้ำ ถนนคนเดิน งานเทศกาลสงกรานต์ ฯลฯ ซึ่งในแต่ละพื้นที่นั้นมีค่าครองชีพไม่แพงเท่ากับเมืองใหญ่อื่นๆ ในต่างประเทศอีกด้วย

ขณะเดียวกัน ชื่อของ “กรุงเทพมหานคร” เป็นที่คุ้นหูของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอย่างมาก เนื่องจากประเทศไทยได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลกหลายงาน และเลือกพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่จัดงานดังกล่าว นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้ขยายข้อยกเว้นให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวในไทยช่วงระยะสั้น และการเพิ่มจุดตรวจคนเข้าเมืองพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีน ถือเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับกรุงเทพฯ และประเทศไทย ในการเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเที่ยวเมืองไทยมากยิ่งขึ้น

นอกจากกรุงเทพมหานครจะติดโผอันดับ 1 แล้ว ปีนี้ จ.ภูเก็ต และเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ก็ติดโผ 20 อันดับสุดยอดเมืองจุดหมายปลายทางด้วยเช่นกัน และถือเป็นครั้งแรกที่ จ.ภูเก็ต ได้เข้ามาอยู่ในโผครั้งนี้ด้วย นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


-จอดรถบนถนน-66-สายทั่วกรุงเทพฯ-ต้องจ่ายเงินค่าธรรมเนียมจอดยานยนต์_web.jpg

kinyupen_adminSeptember 27, 2018

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปติดตามเรื่องราวของราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง “กำหนดที่จอดยานยนต์ และอัตราค่าธรรมเนียมจอดยานยนต์” โดยจะเก็บค่าธรรมเนียมการจอดยานยนต์บนถนน 66 สายทั่งกรุงเทพฯ มีผลตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป

เมืองหลวงของประเทศไทยอย่างกรุงเทพมหานครถือเป็นเมืองหลวงที่มีผู้คนอาศัยอยู่กันอย่างล้นหลาม นอกจากที่มีจำนวนประชากรในเมืองหลวงที่มีจำนวนเยอะพอสมควรแล้ว รถยนต์-ยานพาหนะทุกนิด ก็เป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่มีปริมาณมากเช่นกัน เนื่องจากหลายคนต้องมีรถส่วนตัวในการสัญจรไปมาส่งผลให้การจราจรในเมืองกรุงติดขัดอย่างหนัก ขณะเดียวกัน ตามพื้นที่ของห้างสรรพสินค้าและสถานที่ต่างๆ ที่มีลานจอดรถส่วนใหญ่ก็มีค่าจอดรถในอัตราที่แตกต่างกันไป

ล่าสุด ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศกรุงเทพมหานคร ลงนามโดย พล.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เรื่อง “กำหนดที่จอดยานยนต์ และอัตราค่าธรรมเนียมจอดยานยนต์” มีผลตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป โดยใจความสำคัญของประกาศฉบับนี้ก็คือ การเก็บค่าธรรมเนียมจอดยานยนต์บนถนน 66 สายทั่งกรุงเทพฯ

 

 

พร้อมทั้งกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการจอดยานยนต์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น รถจักรยานยนต์ , รถยนต์ส่วนบุคคลขนาดไม่เกิน 4 ล้อ รวมไปถึง รถยนต์ขนาด 6 ล้อ , 8 ล้อ , 10 ล้อ และขนาดเกิน 10 ล้อ ในอัตราค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกันออกไป

 

ราคาค่าจอดรถบนถนน-66-สายทั่วกรุงเทพฯ_FB

 

นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


-50-เขต-กทม.-เข้มงวดมาตรการจัดระเบียบนกพิราบ.jpg

kinyupen_adminSeptember 25, 2018

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปติดตามเรื่องราวของกรุงเทพมหานครสั่งการให้สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต คุมเข้มมาตรการจัดระเบียบ “นกพิราบ” ขอให้ดำเนินการดูแลและตรวจสอบ พร้อมวอนประชาชนงดให้อาหารแก่นกพิราบ หวั่นแพร่เชื้อโรค

หลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครจะพบว่ามีนกพิราบบินไปมาอยู่เสมอ อย่างเช่นตามสวนสาธารณะหรือวัดต่างๆ ซึ่งประชาชนหลายคนชื่นชอบที่จะนำอาหารไปให้นกพิราบ โดยที่ไม่รู้ว่าเสี่ยงติดเชื้อโรคจากนกพิราบ โดยเฉพาะไข้หวัดนก

ล่าสุด กรุงเทพมหานครได้มีมาตรการจัดระเบียบนกพิราบตามโครงการทำความสะอาดและพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคไข้หวัดนกในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในพื้นที่สาธารณะ ในเขตวัดหรือที่เอกชน เพื่อเป็นการป้องกันเชื้อโรคที่จะแพร่ระบาด ปัจจุบันในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีการแพร่พันธุ์นกพิราบจำนวนมาก สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน

โดย กทม. ได้สั่งการให้สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ดูแลและตรวจสอบว่าในพื้นที่มีนกพิราบหรือไม่ หากพบพื้นที่ใดที่มีนกพิราบให้ดำเนินการติดป้ายประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือประชาชนห้ามให้อาหารโดยเด็ดขาด ขณะนี้มีพื้นที่ที่มีการร้องเรียนปัญหานกพิราบจำนวนมาก ได้แก่ เขตห้วยขวาง เขตหลักสี่ เขตบางกอกน้อย เขตภาษีเจริญ เขตราชเทวี เขตบางรัก

อย่างไรก็ตาม กรุงเทพมหานครจะต้องดูแลแก้ปัญหาความเดือดร้อนรำคาญจากนกพิราบและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคจากสัตว์สู่คน ซึ่งจะมีการนำร่องจับนกพิราบเพื่อตรวจเฝ้าระวังโรคติดต่อจากนกสู่คนในพื้นที่ต่างๆ โดยส่งทีมสัตวแพทย์เคลื่อนที่เข้าดำเนินงานเก็บตัวอย่างส่งห้องปฏิบัติการ รวมทั้งเก็บตัวอย่างจากมูลนกพิราบ เลือดนก และน้ำลายในช่องคอ จากนั้นจะนำนกไปกักกันที่ศูนย์กักกัน จ.ปทุมธานี และพระนครศรีอยุธยา เพื่อวางแผนปล่อยสู่ธรรมชาติอย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ ปัจจุบัน กทม. ได้ดำเนินการติดป้ายประชาสัมพันธ์ในสวนสาธารณะทั้งหมด 37 แห่ง เพื่อขอความร่วมมือประชาชนงดให้อาหารนกพิราบ ป้องกันเหตุเดือดร้อนรำคาญและช่วยดูแลสุขภาพอนามัยผู้ใช้บริการสวนสาธารณะที่เสี่ยงได้รับเชื้อนกพิราบ พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่หากพบการให้อาหารนกพิราบให้ตักเตือนและห้ามปรามทันที หากพบว่ามีการฝ่าฝืนจะถูกลงโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต